Merex Investment เปิดตัว J1 Beach รีสอร์ทริมชายหาดที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา บีช รีสอร์ท ให้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา La Mer South

Logo

  • La Mer South จะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น J1 Beach ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารและเครื่องดื่มระดับพรีเมียมแบบตลอดทั้งวันทั้งคืน ซึ่งจะนำเสนอสามประสบการณ์ใหม่ ได้แก่ Gigi Rigolatto, Bâoli และ Sirene Beach by Gaia  พร้อมกับร้านอาหารหรูใหม่อีก 10 แห่ง
  • การพัฒนาครั้งใหม่นี้เกิดขึ้นเพื่อพลิกโฉมวิธีที่ผู้คนเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ด้านอุตสาหรรมที่พักสำหรับการท่องเที่ยว

ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–14 ธันวาคม 2565

บริษัทจัดการสินทรัพย์ Merex Investment ได้ประกาศการพัฒนาพื้นที่ La Mer South ใหม่ ซึ่งจะใช้ชื่อว่า J1 Beach ด้วยการเพิ่มประสบการณ์ริมทะเลใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ Gigi Rigolatto, Bâoli และ Sirene Beach by Gaia และร้านอาหารหรูอีก 10 แห่งที่นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลิน ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นไปจนถึงพระอาทิตย์ตก

J1 Beach (photo: AETOSWire) J1 Beach (ภาพ: AETOSWire)

J1 Beach จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางของรีสอร์ทริมชายหาดที่สำคัญและเป็นแห่งแรกในภูมิภาค โดยนำเสนอวิวทะเลที่ไร้สิ่งกีดขวาง บริการอาหารและเครื่องดื่มระดับพรีเมียม และกลุ่มผู้ประกอบการระดับไฮเอนด์ในใจกลางจูไมราห์ ดูไบ

การพัฒนาครั้งใหม่นี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกสำหรับผู้มาเยี่ยมเยือนผ่านบริการรับจอดรถและบริการที่จอดรถกว้างขวาง บริการรถกอล์ฟรับส่ง และทางเดินสีเขียว ซึ่งจะมีร่มเงาในตอนกลางวันและสว่างไสวในตอนกลางคืนเพื่อสร้างบรรยากาศในอุดมคติสำหรับผู้ชื่นชอบชายหาด นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมายังทะเลผ่านแผนกต้อนรับริมทะเลได้

ร้านอาหาร J1 Beach ใหม่ จะเปิดตัวในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และจะได้รับใบอนุญาตอย่างสมบูรณ์สำหรับการค้าแบบรุ่งเช้ายันค่ำ

Shahram Shamsaee ซีอีโอของ Merex Investment Group กล่าวว่า "J1 Beach เป็นส่วนขยายที่น่าตื่นเต้นของดูไบในฐานะจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และธุรกิจชั้นนำ และเราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการเพิ่มประสบการณ์การใช้ชีวิตริมทะเลและร้านอาหารริมทะเลในแต่ละวันจะถูกพลิกโฉม ตลอดจนถึงวิธีที่ผู้เข้าชมเพลิดเพลินไปกับการมีปฏิสัมพันธ์พร้อม ๆ กับการเสนอทางเลือกใหม่ ๆ ที่ยกระดับให้ดีขึ้น”

“Merex Investments ตั้งเป้าที่จะไปให้ถึงหรือไปไกลเกินยิ่งกว่าศักยภาพทางธุรกิจของเรา โดยใช้ประโยชน์จากทำเลที่ยอดเยี่ยมและขยายหลักการจัดตำแหน่ง การเพิ่มบริการใหม่สามรายการใน J1 Beach จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศผ่านการส่งมอบทรัพย์สินด้านไลฟ์สไตล์แบบองค์รวม ที่สะดวก และหลากหลาย”

การดำเนินการครั้งนี้จะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ที่มีชีวิตชีวาและไลฟ์สไตล์ของดูไบที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของ Merex Investment ในการให้ผู้คนได้ลองจินตนาการถึงวิธีที่พวกเขาได้สัมผัสเมืองใหม่

Merex และ Paris Society International ลงนามในข้อตกลงเพื่อนำ Gigi Rigolatto ในตำนานมาสู่ภูมิภาคนี้เป็นครั้งแรก ทั้งนี้ Gigi Rigolatto ได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำของโลกในประเภทนี้ โดยให้บริการเมนูอาหารอิตาลี โดยมีร้านอาหารภายในชายคา เฉลียงด้านนอก 2 แห่ง สวนหย่อม บาร์ Bellini สระว่ายน้ำ โรงละครสำหรับเด็ก พื้นที่เพื่อสุขภาพ และทางเข้าชายหาดโดยตรง

Brian Bendix ซีอีโอของ Paris Society International กล่าวว่า "เราเชื่อว่าJ1 Beach ประกอบกับแรงดึงดูดของวิสัยทัศน์ของ Merex และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ชั้นนำของตลาดจะเป็นที่ถูกใจคนไม่แต่เฉพาะในดูไบเท่านั้น แต่ตลอดทั่วทั้งโลก นี่จะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการพักอาศัย การต้อนรับ และไลฟ์สไตล์ชายหาดระดับพรีเมียม หลังจากประสบความสำเร็จในแซงต์ โทรเปซ์ ปารีส กับวาล ดิแซร์ ดูไบก็ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นธรรมชาติแบบชายหาดต่อไปสำหรับ Gigi Rigolatto ซึ่งจะนำเสนอประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดา”

Sirene Beach by Gaia พัฒนาโดย Evgeny Kuzin และ Chef Izu Ani เป็นวิวัฒนาการชายฝั่งทะเลตามแนวคิด Gaia แบบดูไบแท้ ๆ โดย Evgeny Kuzin ผู้เจ้าของภัตตาคารและผู้ร่วมก่อตั้ง Gaia กล่าวว่า "การวิจัยได้แสดงให้เราเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มการใช้วันหยุดพักผ่อนทั่วโลก โดยมีคนจำนวนมากขึ้นที่เลือกพักผ่อนตามชายหาดและร้านอาหาร มากกว่าที่จะเดินทาง ดังนั้น  Sirene Beach by Gaia ซึ่งให้ประสบการณ์ที่หรูหราจะรวบรวมความหรูหราของการพักผ่อนริมชายหาด ให้แขกได้เข้าพักตลอดทั้งวัน พักผ่อน ผ่อนคลาย และใช้เวลากับคนที่คุณรัก เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เปิดตัว Sirene ด้วยเมนูที่ยอดเยี่ยมซึ่งออกแบบโดยทีมทำอาหารของ Gaia ความสวยงามแบบร่วมสมัยและตารางความบันเทิงและกิจกรรมที่ไม่มีใครเทียบได้บนชายฝั่งที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคนี้”

Bâoli ที่ J1 Beach จะเป็นอีกหนึ่งร้านใหม่สู่ตะวันออกกลาง โดย Bâoli เป็นร้านอาหารที่มีสไตล์ซึ่งประสบความสำเร็จทั่วโลกในเมืองไมอามี สหรัฐอเมริกา และเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส โดยจะนำเสนออาหารญี่ปุ่นสมัยใหม่และขึ้นชื่อเรื่องการดึงดูดผู้มีชื่อเสียงมาที่งาน

Sanjeev Nanda ผู้ก่อตั้ง Neat Food ซึ่งจะจัดการ Bâoli Dubai กล่าวว่า "Bâoli เป็นพื้นที่สไตล์พักผ่อนที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Bâoli ขั้นบันไดที่สวยงามในอินเดีย ซึ่งจะมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครสำหรับผู้มาเยือน J1 Beach การเริ่มย้ายกิจการเข้าสู่ตะวันออกกลางเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของแบรนด์ในจุดหมายปลายทางต่างประเทศของเรา และเราเชื่อว่าดูไบเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบในการแบ่งปันประสบการณ์การบริการระดับโลกของเราต่อไป”

พื้นที่ดังกล่าวจะปิดให้บริการในขณะที่มีการก่อสร้างที่ปลายทางและมีกำหนดจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปทราบภายในสิ้นปี 2566

เกี่ยวกับ Merex Investment

Merex Investment เป็นการร่วมทุนระหว่าง Dubai Holding และ Brookfield Asset Management ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2562 โดยมุ่งเน้นที่การสร้างมูลค่าระยะยาวสำหรับผู้อยู่อาศัยในดูไบและชุมชนธุรกิจ บริษัท ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 5 พันล้าน ดอร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  (1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เป็นเจ้าของและดำเนินการสินทรัพย์ค้าปลีกที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึง The Beach, City Walk และ La Mer ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 2 ล้านตารางฟุตและมีผู้เช่าพื้นที่ค้าปลีกและสถานบันเทิงมากกว่า 550 รายการ

การลงทุนเชิงกลยุทธ์และการเป็นพันธมิตรของบริษัทบริหารสินทรัพย์ได้พลิกโฉมวิธีที่ผู้คนได้สัมผัสเมืองนี้ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างวิธีที่ธุรกิจมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า และคิดใหม่ทำใหม่ถึงวิธีที่พื้นที่ในเมืองควรได้รับการออกแบบเพื่อสร้างจุดหมายปลายทางที่สะอาด ยั่งยืน และสร้างความสุข Merex Investment ได้รับการจัดตั้งขึ้นอย่างมั่นคงในฐานะพันธมิตรทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการในท้องถิ่นตลอดจนธุรกิจระดับภูมิภาคและระดับโลก

*แหล่งที่มา: AETOSWire

มีคลังรูปภาพ/มัลติมีเดีย: https://www.businesswire.com/news/home/52941322/en

ติดต่อ:

Khaled Yahya

KYahya@apcoworldwide.com

แหล่งที่มา: Merex Investment Group

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย



แบบสำรวจการเดินทางของ GMO Research ปี 2022: อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีโอกาสเติบโตครั้งใหญ่

Logo

TOKYO–(BUSINESS WIRE)–30 พฤศจิกายน 2022

การสำรวจการเดินทางล่าสุดที่จัดทำโดย GMO Research (TOKYO: 3695) พบว่าเมื่อแต่ละประเทศอนุญาตการเดินทางต่างประเทศอีกครั้ง กลุ่มประเทศเอเชียก็เริ่มแสดงสัญญาณการเดินทาง แม้ว่าภูมิภาคนี้จะยังไม่ได้กลับเป็นปกติเหมือนกับช่วงก่อนเกิดโรคระบาดและนักเดินทางเองก็ยังคงระวังตัวกันอยู่ แต่ความสนใจในการท่องเที่ยวต่างประเทศก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก

Asians Resuming International Travel? – October 2022: International Travel Survey with 10 Asian Markets - (Graphic: Business Wire)

หากแถบเอเชียกลับมาท่องเที่ยวต่างประเทศเหมือนปกติ – ตุลาคม 2022: แบบสำรวจการเดินทางระหว่างประเทศกับ 10 ประเทศในเอเชีย – (กราฟิก: Business Wire)

เพื่อให้เข้าใจรูปแบบการเดินทางและความเต็มใจ ทาง GMO Research จึงทำการสำรวจกับผู้ตรวจสอบใน 10 ประเทศและภูมิภาคของ ASIA Cloud Panel1 ซึ่งเป็นเครือข่ายบัญชีรายชื่อของบริษัทเอง2

  • หัวข้อที่วิจัย: ความตั้งใจของคนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ
  • ประเทศที่ทำแบบสำรวจ: จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ เวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย
  • กลุ่มตัวอย่าง: ชาย/หญิง อายุ 20-69 ปี: 3,328 คน

(จีน 330, ฮ่องกง 329, ญี่ปุ่น 332, เกาหลีใต้ 346, สิงคโปร์ 330, เวียดนาม 338, ไทย 329, ฟิลิปปินส์ 330, อินโดนีเซีย 330, มาเลเซีย 334)

  • ระยะเวลา: 29 ตุลาคม–30 ตุลาคม 2022
  • วิธีทำแบบสำรวจ: แบบสำรวจออนไลน์ (ปลายปิด)

1. ความตั้งใจของผู้ตอบแบบสอบถามต่อการท่องเที่ยวขาเข้า

ผลการสำรวจพบว่าจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามโดยรวมที่วางแผนจะเดินทางไปต่างประเทศ “อย่างน้อยปีละครั้ง” ภายในปีหน้านั้นสูงกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ถึง 10 จุด (ภาพ 1-1) แต่ควรสังเกตด้วยว่าความเต็มใจที่จะเดินทางนั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ

มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามในญี่ปุ่น (88.6%) และอินโดนีเซีย (73.2%) ระบุว่า “ไม่มีแผนเดินทางไปต่างประเทศ” ในปีหน้า เพราะยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับการเดินทางไปต่างประเทศ และให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยและการเที่ยวให้สนุก (ภาพ 1-2)

2. งบการเดินทางของผู้ตอบแบบสอบถาม (ไม่รวมค่าเดินทางและที่พัก)

เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (42.6%) ระบุว่างบการเดินทางหลังการแพร่ระบาดจะเพิ่มขึ้น ในขณะที่ 36.4% ระบุว่างบการเดินทางจะยังคงเหมือนเดิม เช่นเดียวกับความเต็มใจที่จะเดินทาง มีการแบ่งคำตอบตามประเทศ โดยผู้ตอบแบบสอบถามจากฮ่องกง (53%) สิงคโปร์ (64%) ฟิลิปปินส์ (51.5%) และเวียดนาม (62.3%) ระบุว่ามีแผนที่จะเดินทางโดยใช้งบมากขึ้น

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว คนส่วนใหญ่จากญี่ปุ่น (95%) และเกาหลีใต้ (72.7%) ระบุว่าไม่มีแผนที่จะใช้จ่ายมากขึ้น และอาจมีการจ่ายน้อยลงหรือน้อยลงอย่างมาก ซึ่งดูเหมือนว่าจะเกิดจากการที่สกุลเงินของสองประเทศนี้อ่อนค่าลง (แผนภูมิ 2)

3. ประเทศที่ผู้ตอบแบบสอบถามวางแผนจะไป

ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศอันดับหนึ่งที่ผู้ตอบแบบสำรวจอยากไปกันมากที่สุด ตามมาด้วยเกาหลีใต้ในอันดับที่สอง (แผนภูมิ 3) อาหารพื้นบ้านและอาหารประจำชาติ ประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร และสถานที่ท่องเที่ยวเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นักเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

สำหรับญี่ปุ่น ความอ่อนค่าของเงินเยนยังเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ผู้ตอบแบบสอบถามเดินทางไปแดนปลาดิบ

ในทางกลับกัน อุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีที่กำลังขยายตัวของเกาหลีใต้เป็นปัจจัยสนับสนุน เนื่องจากผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าการไป "คอนเสิร์ต BTS และดาราเกาหลี" และความคลั่งไคล้ละครเกาหลีเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้อยากไปประเทศนี้ ที่เหมือนกับญี่ปุ่นก็คือความอ่อนค่าของเงินวอนเกาหลีใต้ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผู้ตอบแบบสอบถามอยากไปประเทศนี้ เพราะทำให้ไม่ต้องจ่ายแพงมาก

4. แหล่งข้อมูลการท่องเที่ยวต่างประเทศ

คนส่วนใหญ่ใช้เว็บเป็นแหล่งข้อมูลหลักในการวางแผนการเดินทางไปต่างประเทศ โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 7 ใน 10 ประเทศระบุว่าใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล บล็อกท่องเที่ยวและคำแนะนำจากเพื่อน/คนรู้จัก/ญาติก็เป็นตัวเลือกสำหรับแหล่งข้อมูลอันดับต้นๆ เช่นกัน ซึ่งแปลว่าผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าข้อมูลโดยตรงนั้นสำคัญมาก ก่อนจะตัดสินใจเดินทาง ในประเทศต่างๆ เช่น อินโดนีเซียและเวียดนาม มีการใช้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ (SNS) และรายการโทรทัศน์เป็นแหล่งข้อมูลการเดินทางมากขึ้น (ภาพ 4)

เกี่ยวกับ GMO Research, Inc.

GMO Research Inc. มีแพลตฟอร์มการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายทางออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงเครือข่ายบัญชีรายชื่อออนไลน์ในหลายประเทศ ที่เรียกว่า Cloud Panel ปัจจุบัน Cloud Panel ประกอบด้วยรายชื่อผู้ใช้ออนไลน์มากกว่า 52 ล้าน3รายใน 16 ประเทศเอเชียแปซิฟิก และมากกว่า 45 ประเทศพันธมิตร บริการของเรามีตั้งแต่บริการเต็มรูปแบบ การวิจัยเกม การจัดการโปรเจกต์ ตัวอย่างเท่านั้น การวิจัยเชิงคุณภาพ และการแปล ไปจนถึง DIY เราภูมิใจในการให้บริการระดับเฟิร์สคลาสแก่ลูกค้าของเรา โดยใช้ประโยชน์จากบัญชีรายชื่อเอเชียแปซิฟิกที่ใหญ่ที่สุดและมีคุณภาพสูง ความพึงพอใจของลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่สุดของเรา

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GMO Research ได้ที่ gmo-research.com

1 ASIA Cloud Panel คือบัญชีรายชื่อผู้ใช้ที่เชี่ยวชาญในภูมิภาคเอเชียที่พร้อมให้บริการวิจัยผ่านอินเทอร์เน็ตของ GMO Research Cloud Panel
2 หนึ่งบัญชีรายชื่อ (Panel) จะประกอบด้วยกลุ่มผู้ตรวจสอบ (ผู้ที่ตกลงให้ความร่วมมือในการสำรวจ)
3 ณ ปลายเดือนตุลาคม 2022

ดูคลังภาพ/สื่อหลายรูปแบบได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52984588/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ข้อมูลติดต่อ

GMO Research, Inc.
Willy Tey – APAC Sales
willy.tey@gmo-research.jp

แหล่งข้อมูล: GMO Research, Inc.






หมู่บ้านชอนจูฮันอกพร้อมนำเสนอทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงาม

Logo

ชอนจู เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–24 พฤศจิายน 2022

Jeonju City ประกาศว่า "โครงการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกทางวัฒนธรรมหมู่บ้านฮันอกและตรอกซอกซอยยามค่ำคืน" เสร็จสมบูรณ์แล้ว

Jeonju Hanok Village offers a new unique atmosphere to its night view: Jeonju Daesaseupcheong (Photo: Business Wire)

หมู่บ้านชอนจูฮันอกนำเสนอบรรยากาศใหม่ที่ไม่ซ้ำใครสำหรับทิวทัศน์ยามค่ำคืนของหมู่บ้าน: Jeonju Daesaseupcheong (รูปภาพ: Business Wire)

ขณะนี้ได้มีการให้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนให้สามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงามได้อย่างปลอดภัย โดยคาดว่าหมู่บ้านฮันอกจะมีการเพิ่มให้บริการทัวร์รอบดึกด้วย

Jeonju City ได้ติดตั้งไฟตกแต่งสวนที่ถนนแทโจ ถนนสายหลักของหมู่บ้านฮันอก และอุปกรณ์ให้แสงสว่าง รวมถึงโคมไฟแบบดั้งเดิมในสถานที่ทางวัฒนธรรมและตรอกซอกซอย เพื่อช่วยให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านชอนจูฮันอกในตอนกลางคืน

โคมไฟชองซาโชรง (Cheongsachorong) ที่ติดไว้ตามทางเข้าหมู่บ้านสร้างโซนเงาหลังจากปิดไฟในร้านค้า และเพื่อรับรองความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน Jeonju City ได้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านผ่านโครงการปรับปรุงทิวทัศน์ยามค่ำคืน

ทั้งยังมีการติดตั้งแสงสว่างภายนอกในสถานที่ต่าง ๆ ทางวัฒนธรรม เช่น ศูนย์วัฒนธรรม Jeonju Fan, พิพิธภัณฑ์วรรณกรรม Choi Myeong Hee, Daesaseupcheong, Marudal, ศูนย์วัฒนธรรม Wanpanbon และพื้นที่ศิลปะสร้างสรรค์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่ม "แสงไฟอันอบอุ่น" ให้กับสถานที่ต่างๆ ทางวัฒนธรรมที่ฮันอก

นอกจากนี้ Jeonju City ยังมีการติดตั้งโคมไฟแบบดั้งเดิมและโคมไฟติดผนังเพื่อเปลี่ยนตรอกซอกซอยที่เงียบสงบให้เป็นถนนที่ปลอดภัยซึ่งเต็มไปด้วยแสงไฟอันอบอุ่น

“เราได้ปรับเปลี่ยนหมู่บ้านชอนจูฮันอก ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเกาหลีและระดับโลก ผ่านโครงการนี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับความงามและเสน่ห์ของหมู่บ้านในยามค่ำคืน” ผู้อำนวยการ Heo Gap-su จากแผนกสนับสนุนหมู่บ้านฮันอกของ Jeonju City กล่าว “เราจะทุ่มเทความพยายามของเราต่อไปในการปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อให้หมู่บ้านชอนจูฮันอกเป็นที่จดจำของนักท่องเที่ยวและเป็นสถานที่ที่พวกเขาจะกลับมาเยี่ยมชมอีกครั้งทั้งในยามกลางวันและกลางคืน”

แกลเลอรีรูปภาพ/มัลติมีเดีย: https://www.businesswire.com/news/home/52977732/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

JEONJU CITY
Inuk Hwang
+82-63-281-2226
inuk0614@korea.kr

แหล่งข้อมูล: JEONJU CITY


กลุ่มสะสมศิลปะ teamLab นำเสนอประสบการณ์ศิลปะยามค่ำคืนที่สามารถดื่มด่ำได้ที่สวนพฤษศาสตร์ในเมืองโอซาก้า

Logo

teamLab Botanical Garden Osaka พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งใหม่ล่าสุดของกลุ่มสะสมศิลปะ โดยเป็นโลกแห่งศิลปะที่สร้างขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและพันธุ์ดอกไม้ตามฤดูกาล

OSAKA, Japan–(BUSINESS WIRE)–5 พฤศจิกายน 2022 

teamLab Botanical Garden Osaka เป็นสวนพฤษศาสตร์ในช่วงกลางวัน และเป็นแหล่งแสดงงานศิลปะในช่วงกลางคืน สร้างขึ้นโดยกลุ่มสะสมศิลปะ teamLab ในโตเกียว ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักกันในกลุ่ม teamLab Borderless โดยมีการเปิดตัวในช่วงฤดูร้อนที่สวนพฤษศาสตร์ที่นากาอิในเมืองโอซาก้า teamLab Botanical Garden เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งใหม่ล่าสุดของกลุ่มสะสมศิลปะที่จะเริ่มส่องแสงสว่างเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน

When an ovoid is pushed by a person, blown by the wind, or hit by rain, it shines brightly and produces a tone as it rises back up on its own. The surrounding ovoids also respond one after another, resonating and emitting the same tone and light color. (teamLab, Resonating Microcosms in the Common Camellia Garden / Photo: teamLab)

แสดงแรงผลักคอสมอสของผู้คน แรงพัดของลม หรือความแรงจากฝน ส่องแสงเจิดจ้าและส่งเสียงออกไป คอสมอสโดยรอบจะสะท้อนซึ่งกันและกัน ส่งเสียงและสะท้อนแสงสีอ่อน (teamLab, Resonating Microcosms in the Common Camellia Garden / ภาพถ่าย: teamLab)

สวนพฤษศาสตร์ที่นากาอิมีพื้นที่มากกว่า 240,000 ตร.ม. พร้อมทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง รวมถึงเป็นบ้านของนกป่าหลากหลายชนิดและพันธุ์ดอกไม้ตามฤดูกาล โดยมีการสร้างงานศิลปะและจัดขึ้นรูปโดยใช้พืช ต้นไม้ และนกในสวนนี้ ซึ่ง teamLab ได้ผสานรวมองค์ประกอบทางธรรมชาติผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลตามธรรมชาติ จากการตรวจจับ เครือข่าย แสงสว่าง และเสียง โดยจะมีการผสานรวมงานศิลปะจากอิทธิพลลม ฝน และการเยือนของผู้เข้าชม

teamLab Botanical Garden เปิดตัวผลงานใหม่หลายชิ้นโดย teamLab รวมถึง Sculptures of Dissipative Birds in the Wind งานแสดงขนาดยักษ์ที่แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหว หรือการกระจายของพลังงาน โดยสายลมโดยรอบและนกที่บินผ่านมาในชีวิตจริง ซึ่งจะสร้างงานศิลปะที่คงอยู่ตลอดไป

งานนิทรรศการซึ่งมีการเปลี่ยนทัศนียภาพไปตามฤดูกาล พร้อมแสดงงานศิลปะที่ใช้พันธุ์ดอกไม้ตามฤดูกาล ตลอดเดือนพฤศจิกายน จะมีการแสดงนิทรรศการที่ใช้ดอกไม้แห่งจักรวาลที่มีชีวิต Life is Flickering Light Floating in the Dark – Cosmos ทั่วทั้งทุ่งกว้างขนาด 2,000 ตร.ม. คอสมอสส่องสว่างในความมืด เมื่อผู้คนยืนใกล้คอสมอส จะยิ่งส่องแสงเจิดจ้าและส่งเสียงออกมา พร้อมทั้งการแผ่กระจายแสงสว่างไปยังคอสมอสที่อยู่ใกล้เคียง และมีการสะท้อนเสียงเดียวกัน

“งานศิลปะในนิทรรศการนี้ได้รับอิทธิพลจากต้นไม้และนกที่อาศัยอยู่ในสวน หากสัตว์ป่าสูญหายไป งานศิลปะก็จะหายไปด้วยเช่นกัน เราไม่สามารถแยกต้นไม้และนกออกจากระบบนิเวศ เช่น ป่าไม้หรือทะเลสาบในสวน ได้ ดังนั้น หากสภาพแวดล้อมไม่ยั่งยืน ต้นไม้และนกก็จะหายไป และด้วยเหตุนี้ งานศิลปะก็หายไปด้วยเช่นกัน โดยไม่มีการกำหนดการคงอยู่ของงานศิลปะตามขอบเขตพื้นผิวทางกายภาพ แต่จะมีความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องกันและครอบคลุมโดยสภาพแวดล้อมโดยรอบ

งานศิลปะจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการปฏิสัมพันธ์ด้วยอิทธิพลจากลม ฝน และพฤติกรรมของผู้คน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมและผู้คนเป็นส่วนหนึ่งของชิ้นงาน ผู้คนและงานศิลปะ ต้นไม้ ป่าไม้ และทะเลสาบ ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่องโดยไม่มีขอบเขต

teamLab มุ่งมั่นที่จะสำรวจสเปซเพื่อขยายความสัมพันธ์ระหว่างมนุษยชาติจากงานศิลปะเข้าไปยังสภาพแวดล้อม” teamLab กล่าว

เกี่ยวกับ teamLab

teamLab (f. 2001) เป็นกลุ่มงานศิลปะระดับนานาชาติ พวกเขาทำงานร่วมกันเพื่อนำเสนอศิลปะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และโลกธรรมชาติ ผ่านงานศิลปะ โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญสหวิทยาการ รวมถึงศิลปิน โปรแกรมเมอร์ วิศวกร ผู้สร้างแอนิเมชั่น CG นักคณิตศาสตร์ และสถาปนิก มุ่งมั่นเพื่อสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษยชาติและโลก และชีวิตรูปแบบใหม่

teamLab มีการจัดนิทรรศการ teamLab ขึ้นทั่วโลก รวมถึงในนิวยอร์ก ลอนดอน ปารีส สิงคโปร์ ซิลิคอนวัลเลย์ ปักกิ่ง และเมลเบิร์น เป็นต้น พิพิธภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ teamLab รวมถึง teamLab Borderless และ teamLab Planets ในโตเกียว teamLab Borderless Shanghai และ teamLab SuperNature Macao โดยมีการเปิดให้เข้าชมในเมืองต่างๆ อีกมากมาย เช่น อาบูดาบี ปักกิ่ง ฮัมบูร์ก เจดดาห์ และอูเทรกต์ teamLab.art

teamLab นำเสนอโอย Pace GalleryMartin Browne Contemporary และ Ikkan Art

teamLab ที่สวนพฤษศาสตร์ เมืองโอซาก้า

Permanent Open-Air Museum
Nagai Botanical Garden (1-23 Nagaikoen, Higashisumiyoshi Ward, Osaka)
https://www.teamlab.art/e/botanicalgarden/
#teamLabBotanical #teamLab

สำหรับมีเดีย

Press Kit
วิดีโอไฮไลท์: https://youtu.be/zkD4DbvYQyM

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52961075/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ติดต่อ

Sakurako Naka, teamLab
lab-pr-info@team-lab.com
+81-3-6811-0529

แหล่งข้อมูล: teamLab


สถานที่ท่องเที่ยวติดเทรนด์ปี 2023 ของอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทราเวลเผยทริปยอดนิยมสำหรับนักเดินทางทุกประเภท

Logo

โคเปนเฮเกน, ฟลอริดาคีย์ส, อิสตันบูล, ลิสบอน และเม็กซิโกซิตีล้วนเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–1 พฤศจิกายน 2022

วันนี้ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทราเวล ได้เผยแพร่รายชื่อสถานที่เที่ยวติดเทรนด์ปี 20231 ซึ่งประกอบด้วยสิบสุดยอดสถานที่ยอดนิยมสำหรับนักเดินทางในปีหน้า โดยได้ข้อมูลมาจากการจองการเดินทางของสมาชิก American Express Card® สำหรับแต่ละสถานที่ที่ว่านี้ ที่ปรึกษาด้านการเดินทางของอเมริกัน เอ็กซ์เพรสยังได้จัดทำแผนการเดินทางสามวัน โดยให้แรงบันดาลใจเกี่ยวกับสถานที่ยอดนิยมที่น่าเข้าพัก กิน ช้อป และสำรวจวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงวิธีที่สมาชิก Platinum Card® สามารถใช้ “วันหยุดโบนัส” ที่ได้จากการเช็คเอาต์ที่รับประกันที่เวลา 16:00 น. เมื่อจองที่พักระดับ Fine Hotels + Resorts® ผ่านอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทราเวล

American Express Travel's 2023 Trending Destinations (Graphic: Business Wire)

สถานที่ท่องเที่ยวติดเทรนด์ปี 2023 ของอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทราเวล (กราฟิก: Business Wire)

“เมื่อสมาชิกที่มีบัตรจองการเดินทางผ่านอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทราเวล พวกเขาเชื่อใจให้เราดูแลสิ่งที่มีค่าที่สุด ซึ่งก็คือเวลา” กล่าวโดย Audrey Hendley ประธานอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทราเวล “ประวัติการทำงานทั่วโลกของเรากว่า 100 ปีแห่งความชำนาญและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับสมาชิกที่มีบัตรของเรา ทำให้เรามีความสามารถพิเศษในการสร้างแรงบันดาลใจให้นักเดินทางโดยสร้างรายชื่อสถานที่เที่ยวยอดนิยมประจำปีนี้ ทำให้กระบวนการวางแผนง่ายขึ้น และให้คำแนะนำอย่างมั่นใจเกี่ยวกับสิ่งที่สมาชิกที่มีบัตรต้องทำเมื่อเดินทางถึงที่หมาย"

แบบสำรวจ Amex Trendex2 ล่าสุดพบว่าผู้ใหญ่ 50% บอกว่าใช้เวลาวางแผนการเดินทางวันหยุดอย่างน้อยห้าชั่วโมง เพื่อช่วยนักเดินทางประหยัดเวลาและสนุกกับการเดินทางให้ได้มากที่สุด ที่ปรึกษาด้านการเดินทางของอเมริกัน เอ็กซ์เพรสจึงสร้างแผนการเดินทางสามวันในช่วงสุดสัปดาห์สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแต่ละแห่ง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในเรื่องที่พัก ที่กิน และกิจกรรมที่ดีที่สุดเพื่อสำรวจวัฒนธรรมท้องถิ่น

81% ของผู้ทำแบบสำรวจ Amex Trendex2 ยอมรับว่าต้องการใช้เวลาทุกชั่วโมงขณะท่องเที่ยวให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในแผนการเดินทางนี้กลายเป็นแหล่งข้อมูลที่มีค่า ไม่ว่าจะผจญภัยคนเดียว สำรวจกันเป็นกลุ่ม หรือใช้เวลากับครอบครัว แผนการเดินทางก็มีทุกอย่างสำหรับทุกคน ตั้งแต่การหาขนมชูร์โรที่ดีที่สุดในเม็กซิโกซิตี และการเจอกับโคอาลาในซิดนีย์ ไปจนถึงการทำทรีตเมนต์ที่สปาสุดหรูในปารีส และสำรวจป่าเมเปิลในรัฐเวอร์มอนต์

ทั้งนี้ 88% ของผู้ทำแบบสำรวจยอมรับด้วยว่าอยากเที่ยวให้นานกว่าเดิม สมาชิกบัตรแพลตตินัมจะได้รับประโยชน์จากการเช็คเอาต์เกินเวลาที่รับประกันไว้ที่ 16:00 น. เมื่อจองที่พักระดับ Fine Hotels + Resorts ผ่านอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทราเวล หนึ่งในสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียมที่มากมายที่มาจากการจองกับอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทราเวลอย่างการเช็คเอาต์เกินเวลา จะทำให้นักเดินทางได้รับ "วันพิเศษ" เพื่อให้เที่ยวต่อได้นานขึ้น แผนการท่องเที่ยวที่ติดเทรนด์จะอธิบายถึงวิธีใช้เวลาในการเดินทาง เพื่อให้สมาชิกบัตรได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเรียนวิธีทำชีสระดับปรมาจารย์ในปารีส การล่องเรือไปหมู่เกาะเจ้าชายในอิสตันบูล หรือการเที่ยวชมสินค้าโปรตุเกสแท้ๆ ในลิสบอน

นอกเหนือจากสถานที่เที่ยวยอดนิยมแล้ว อเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทราเวลยังได้อธิบายถึงเทรนด์สำคัญที่กระตุ้นการท่องเที่ยวในปี 2023 อีกด้วย ดังนี้

  • ใครๆ ก็อยากได้การผจญภัยครั้งใหม่: 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่าต้องการเดินทางไปยังสถานที่เที่ยวที่ต้องการในปี 2023
  • เที่ยวพักผ่อนโดยคำนึงถึงสุขภาพแบบองค์รวม89% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่าต้องการไปเที่ยวเพื่อหลีกหนีจากกิจวัตรประจำวัน และ 74% วางแผนที่จะเดินทางมากขึ้นในปี 2023 เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี
  • มองหาประสบการณ์เฉพาะบุคคล88% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่าต้องการสัมผัสประสบการณ์ของคนในพื้นที่และเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมเมื่อเดินทาง และ 73% เต็มใจที่จะจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้ได้ซึ่งแผนการเดินทางที่ต้องการ
  • ตั้งแต่เป้าหมายชีวิตเมื่อขึ้นปีใหม่ไปจนถึงการเดินทางในหน้าร้อน43% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่าต้องการเดินทางมากขึ้นตามเป้าหมายชีวิตเมื่อขึ้นปีใหม่ และ 50% ของผู้ตอบแบบสอบถามเริ่มคิดว่าจะไปเที่ยวที่ไหนในวันหยุดฤดูร้อนปี 2023 ที่กำลังจะมาถึง
  • จ่ายเพิ่มเพื่อการพักผ่อนที่ดีที่สุด74% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่ามีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายเงินไปกับการเดินทางในปี 2023 มากขึ้น และ 40% บอกว่ายินดีจ่ายแพงขึ้นเพื่อการเช็คเอาต์เกินเวลาเมื่อเลือกที่พักสำหรับการเดินทาง

1รูปแบบสถานที่ท่องเที่ยวมาแรงในปี 2023
สถานที่ท่องเที่ยวติดเทรนด์ปี 2023 ของอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทราเวลได้รับการเลือกโดยอิงจากการจองของสมาชิกบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรสทั่วโลกที่จองผ่านอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทราเวลโดยดูจากการเติบโตของการเดินทางปีต่อปีระหว่างปี 2019 ถึง 2022

2รูปแบบการทำแบบสำรวจ
แบบสำรวจออนไลน์ Amex Trendex ดำเนินการโดย Morning Consult ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนจนถึง 3 ตุลาคม 2022 โดยสุ่มจากนักเดินทางในสหรัฐอเมริกา 2,000 คนที่มีรายได้อย่างน้อย $70K และจัดว่าเป็นผู้ใหญ่ที่มักเดินทางบ่อยโดยใช้เครื่องบินอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี การสัมภาษณ์จัดทางออนไลน์ ผลลัพธ์จากแบบสำรวจทั้งหมดมีอัตราความคลาดเคลื่อนบวกหรือลบ 2 คะแนน

เงื่อนไขและข้อกำหนดของโปรแกรม FINE HOTELS + RESORTS
โปรแกรม Fine Hotels + Resorts® (FHR) สามารถใช้จองครั้งใหม่ได้ผ่านอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทราเวลโดยใช้ได้กับสถานที่ที่เข้าร่วมโปรแกรม และใช้ได้กับสมาชิกประเภท Consumer, Business และ Corporate Platinum Card® และสมาชิก Centurion® (สมาชิก Delta SkyMiles® Platinum Card ไม่ได้รับสิทธิ์นี้) การจองต้องทำโดยใช้บัตรที่มีสิทธิ์และต้องชำระเงินโดยใช้บัตรนั้นหรือบัตร American Express® อื่นในนามสมาชิกบัตรที่มีสิทธิ์ และสมาชิกบัตรจะต้องเดินทางตามแผนการเดินทางที่จอง มูลค่ารวมเฉลี่ยของสิทธิประโยชน์ของโปรแกรมนั้นคำนวณจากการจองของปีก่อนหน้าสำหรับการเข้าพักสองคืน มูลค่าที่แท้จริงจึงแตกต่างกันไป การเช็คอินตอนเที่ยงและการอัปเกรดห้องพักขึ้นอยู่กับความพร้อมและให้บริการ ณ ตอนเช็คอิน โดยที่ห้องพักบางประเภทไม่สามารถอัปเกรดได้ ประเภทของเครดิตประสบการณ์นั้นแตกต่างกันไปตามสถานที่ให้บริการ โดยที่เครดิตประสบการณ์จะถูกนำไปใช้กับค่าใช้จ่ายที่มีสิทธิ์จนถึงจำนวนเครดิตประสบการณ์ ขอแนะนำให้จองล่วงหน้าสำหรับเครดิตประสบการณ์บางอย่าง ประเภทและมูลค่าของอาหารเช้าประจำวัน (สำหรับสองคน) จะแตกต่างกันไปตามสถานที่ให้บริการ อาหารเช้าจะมีมูลค่าขั้นต่ำอยู่ที่ 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อห้องต่อวัน หากค่าใช้จ่ายของ Wi-Fi รวมอยู่ในค่าธรรมเนียมของที่พัก เครดิตรายวันจะถูกนำมาใช้เมื่อเช็คเอาต์ สิทธิประโยชน์จะนำไปใช้เป็นรายห้องต่อการเข้าพัก (จำกัดแค่สามห้องต่อการเข้าพักหนึ่งครั้ง) การเข้าพักแบบต่อเนื่องที่จองโดยสมาชิกบัตรคนเดียว สมาชิกบัตรที่เข้าพักในห้องเดียวกัน หรือสมาชิกบัตรที่เดินทางในกลุ่มเดียวกันภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ณ สถานที่เดียวกันจะถือเป็นการเข้าพักหนึ่งครั้งและไม่มีสิทธิ์ได้รับสิทธิประโยชน์ FHR เพิ่มเติม (“การกระทำต้องห้าม”) อเมริกัน เอ็กซ์เพรสและที่พักขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขหรือเพิกถอนสิทธิประโยชน์ FHR ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ หากเราหรือที่พักพิจารณาตามดุลยพินิจแล้วว่า คุณอาจมีส่วนร่วมในการกระทำต้องห้าม หรือมีส่วนร่วมในการละเมิด การใช้ในทางที่ผิด หรือการเล่นตุกติกที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ FHR ของคุณ ข้อจำกัดด้านผลประโยชน์แตกต่างกันไปตามสถานที่ให้บริการ สิทธิประโยชน์ไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้และไม่สามารถใช้ร่วมกับข้อเสนออื่นๆ เว้นแต่จะระบุไว้ จะต้องใช้สิทธิประโยชน์ ณ ช่วงที่จองที่พัก เครดิตที่เกี่ยวข้องจะใช้เมื่อเช็คเอาต์ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าในสกุลเงินท้องถิ่น สิทธิประโยชน์ ที่พักที่ร่วมรายการ ความพร้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกของที่พักเหล่านั้นอาจเปลี่ยนแปลงได้

เกี่ยวกับอเมริกัน เอ็กซ์เพรส

อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (NYSE:AXP) เป็นบริษัทการชำระเงินแบบบูรณาการระดับโลก โดยช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ ข้อมูลเชิงลึก และประสบการณ์ที่ยกระดับชีวิตและสร้างความสำเร็จทางธุรกิจ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ americanexpress.com และติดต่อเราผ่านทาง facebook.com/americanexpressinstagram.com/americanexpresslinkedin.com/company/american-expresstwitter.com/americanexpress และ youtube.com/americanexpress

ลิงก์สำคัญไปยังผลิตภัณฑ์ บริการ และข้อมูลความรับผิดชอบของบริษัท: personal cardsbusiness cardstravel servicesgift cardsprepaid cardsmerchant servicesAccertifyKabbageResycorporate cardbusiness traveldiversity and inclusioncorporate responsibility และ Environmental, Social, and Governance reports

ที่ตั้ง: นิวยอร์ก

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/52957038/en

ติดต่อ

อเมริกัน เอ็กซ์เพรส
Emily Vicker
Emily.Vicker@aexp.com

Ali Barlow
Ali.Barlow@aexp.com

แหล่งข้อมูล: อเมริกัน เอ็กซ์เพรส

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย


Hyatt ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับ Lindner Hotels AG เพื่อเพิ่มพื้นที่ครอบคลุมของแบรนด์ในเยอรมนีและจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่สำคัญของยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ

Logo

ความร่วมมือยังคงดำเนินต่อไปตามกลยุทธ์การเติบโตธุรกิจแบบ asset-light ของ Hyatt และถือเป็นการเข้าสู่แบรนด์ JdV by Hyatt ในเยอรมนี

ชิคาโก–(BUSINESS WIRE)–06 ตุลาคม 2565

Hyatt Hotels Corporation (NYSE: H) ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทในเครือของ Hyatt ได้ทำข้อตกลงความร่วมมือกับ Lindner Hotels AG ซึ่งเป็นธุรกิจบริการที่ดำเนินการโดยครอบครัวสัญชาติเยอรมนี มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโรงแรม การจัดการและการลงทุน โดยคาดว่าโรงแรมมากกว่า 30 แห่งทั่วทั้งเจ็ดประเทศในยุโรปจะเข้าร่วมกลุ่มผลิตภัณฑ์แบรนด์ Hyatt และจะถูกรวมเข้ากับโปรแกรมความภักดีของ World of Hyatt ในอนาคตอันใกล้นี้ ที่พักส่วนใหญ่มีกำหนดจะเปลี่ยนไปใช้แบรนด์ JdV by Hyatt ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมอิสระที่มีบุคลิกเฉพาะตัวและสะท้อนให้เห็นถึงสถานที่ของพวกเขาอย่างแท้จริง

Lindner Hotels AG ซึ่งเป็นบริษัทธุรกิจบริการครอบครัวสัญชาติเยอรมัน ก่อตั้งขึ้นในปี 2516 โดยสถาปนิก Otto Lindner ดำเนินธุรกิจที่พักหลากหลายประเภทภายใต้แบรนด์ Lindner Hotels & Resorts  และ me and all hotels ในเมืองสำคัญทั่วเยอรมนีและในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ข้อตกลงดังกล่าวจะขยายพื้นที่ครอบคลุมแบรนด์ของ Hyatt ไปยังตลาดใหม่ 15 แห่ง และขยายการจัดจำหน่ายในจุดหมายปลายทางสำคัญ ๆ อย่างเช่น ดุสเซลดอร์ฟ แฟรงก์เฟิร์ต และฮัมบูร์ก

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะสานต่อเส้นทางการเติบโตธุรกิจแบบ asset-light ของ Hyatt ในยุโรปผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มีความหมายกับ Lindner” Mark Hoplamazian ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Hyatt กล่าว “การเพิ่มพอร์ตโฟลิโอโรงแรมที่เป็นที่ต้องการของ Lindner จะทำให้พื้นที่แบรนด์ของ Hyatt เติบโตอย่างมากในเยอรมนี และนำแขกผู้มาเยือนและสมาชิก World of Hyatt ของเราไปสู่จุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ทั่วยุโรป รวมถึงคีล ไลพ์ซิก ซิลท์ บราติสลาวา และอินเทอร์ลาเคน เรารู้สึกขอบคุณสำหรับความไว้วางใจที่ทีมงานของ Lindner มอบให้กับเรา และรู้สึกตื่นเต้นที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับแขกผู้มาเยือนที่เข้าพักผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ Lindner ทำในพอร์ตโฟลิโอ”

พอร์ตโฟลิโอของ Lindner จะเพิ่มพื้นที่ด้านไลฟ์สไตล์ของ Hyatt ขึ้นอีกด้วยการเพิ่มห้องพักประมาณ 5,500 ห้อง ซึ่งจะทำให้พื้นที่ครอบคลุมของ Hyatt ในเยอรมนีเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ นำตัวเลือกเพิ่มเติมมาสู่แขกผู้มาเยือนของ Hyatt และสมาชิกความภักดีของ World of Hyatt

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีแบรนด์ระดับนานาชาติที่แข็งแกร่งเช่นนี้เคียงข้างเราที่ Hyatt โดยมุ่งเน้นที่คุณภาพและแนวทางแบบองค์รวมในด้านการต้อนรับร่วมกัน” Arno Schwalie ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Lindner กล่าว “ความร่วมมือประเภทนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในตลาดเยอรมัน ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ JdV by Hyatt โดย Lindner ยังคงเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งด้วยเอกลักษณ์ของตนเองและความเป็นอิสระขององค์กร ซึ่งขณะนี้ได้รับการแนะนำโดยการขับเคลื่อนของการรับรู้แบรนด์ระดับโลกของ Hyatt และความสามารถด้านการขายและการตลาดระดับเฟิร์สคลาส”

ส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้ Lindner Hotels จะสามารถเข้าถึงการสนับสนุนที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของแบรนด์ ประสบการณ์ของแขกผู้มาเยือน และการเพิ่มประสิทธิภาพของรายได้จาก Global Franchise and Owner Relations Group ของ Hyatt ซึ่งเป็นทีมงานที่ทุ่มเทให้กับการดำเนินงานของโรงแรมแฟรนไชส์ ​​เจ้าของและผู้ประกอบการ

คำว่า " Hyatt " ใช้ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เพื่อความสะดวกในการอ้างถึง Hyatt Hotels Corporation และ/หรือบริษัทในเครืออย่างน้อยหนึ่งราย

เกี่ยวกับ Hyatt Hotels Corporation

Hyatt Hotels Corporation มีสำนักงานใหญ่อยู่ในชิคาโก ซึ่งเป็นบริษัทด้านการบริการชั้นนำระดับโลกที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อดูแลผู้คนเพื่อให้พวกเขาสามารถทำหน้าที่ของตนได้ดีที่สุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 พอร์ตโฟลิโอของบริษัทประกอบด้วยโรงแรมมากกว่า 1,150 แห่งและที่พักแบบรวมทุกอย่างใน 72 ประเทศทั่วทั้งหกทวีป ข้อเสนอของบริษัทรวมถึงแบรนด์ต่าง ๆ ใน ​​Timeless Collection ได้แก่ Park Hyatt®, Grand Hyatt®, Hyatt Regency®, Hyatt®, Hyatt Residence Club®, Hyatt Place®, Hyatt House® และ UrCove; The Boundless Collection รวมถึง Miraval®, Alila®, Andaz®, Thompson Hotels®, Hyatt Centric® และ Caption by Hyatt; The Independent Collection รวมถึง The Unbound Collection by Hyatt®, Destination by Hyatt™ และ JdV by Hyatt™; และ The Inclusive Collection รวมถึง Hyatt Ziva®, Hyatt Zilara®, Zoëtry® Wellness & Spa Resorts, Secrets® Resorts & Spas, Breathless Resorts & Spas®, Dreams® Resorts & Spas, Vivid Hotels & Resorts®, Alua Hotels & Resorts® และ Sunscape® Resorts & Spas บริษัทย่อยของ Company operate the World of Hyatt® loyalty program, ALG Vacations®, Unlimited Vacation Club®, Amstar DMC destination management services, และ Trisept Solutions® technology services สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมได้ที่ www.hyatt.com

เกี่ยวกับ JdV by Hyatt

แบรนด์ JdV by Hyatt เป็นชุมชนสำหรับจิตวิญญาณ ความร่าเริงสนุกสนาน การใส่หัวใจความเป็นหนุ่มสาว นำเสนอคอลเลกชันโรงแรมอิสระที่มีชีวิตชีวาอันสะท้อนถึงย่านในเมืองที่เราเรียกว่าบ้านอย่างแท้จริง รวบรวมชื่อที่เหมือนกันให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง (joie de vivre) ซึ่งแบรนด์ JdV by Hyatt ขอเชิญแขกผู้มาเยือนและคนในท้องถิ่นมาเชื่อมต่อ อยู่กับปัจจุบัน และเฉลิมฉลองความสุขของชีวิต โรงแรมแต่ละแห่งมอบประสบการณ์ที่รวมจิตวิญญาณและพื้นที่ไว้ด้วยกัน ขอเชื้อเชิญให้ทุกคนทำการเข้าพักในแต่ละครั้งเป็นการพักของคุณอย่างแท้จริง สำหรับข่าวสารและการอัปเดตติดตาม @JDVHotels บน Facebook, Instagram และ Twitter สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมได้ที่ www.jdvbyhyatt.com

เกี่ยวกับ Lindner Hotels AG

ความพึงพอใจ ความสนุกสนานรื่นเริง และการเติมความสุขให้กับชีวิต สำหรับเวลา 50 ปี สิ่งเหล่านี้เป็นจุดเด่นของโรงแรม 31 แห่งของ Lindner Hotels AG ใน 7 ประเทศยุโรป ด้วยการออกแบบที่สร้างแรงบันดาลใจ ความมีสไตล์แบบเป็นกันเอง และเน้นความยั่งยืน โรงแรมบูติกในเมืองของแบรนด์ me and all hotels ทุกแห่งที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่น่าตื่นตาตื่นใจ ไม่เพียงแต่ดึงดูดนักท่องเที่ยวในเมืองและนักธุรกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนในท้องถิ่นที่ต้องการผสมผสานการใช้ชีวิต การทำงานและการเฉลิมฉลอง คู่สามีภรรยาท้องถิ่นตั้งแต่การรับประทานอาหาร ดนตรี ศิลปะ และสตาร์ทอัพ มอบประสบการณ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องผ่านครัวแบบ pop-up งานอีเวนต์ และผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน Lindner Hotels & Resorts ที่ได้รับรางวัลมากมายผสมผสานประเพณีและนวัตกรรมเข้าด้วยกัน ตั้งแต่โรงแรมธุรกิจที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการประชุมที่ทันสมัย ​​ไปจนถึงโรงแรมที่มีธีม สปาสุดหรูและกอล์ฟรีสอร์ท สถานที่ท่องเที่ยวในเมือง และ Grand Hotel อันเก่าแก่ ทั้งหมดนี้ผสมผสานการต้อนรับที่อบอุ่น ความหลงใหลทางด้านกีฬา และการแสวงหาความสมบูรณ์แบบโดยไม่มีข้อยกเว้น Arno Schwalie ได้ดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอของ Lindner Hotels AG ในเดือนพฤษภาคม 2565 บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2516 โดยสถาปนิก Otto Lindner และยังคงเป็นของธุรกิจครอบครัวมาจนถึงทุกวันนี้

แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้า

แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าในเอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีต เป็นแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าตามความหมายของกฎหมายปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคลปี 2538 ในบางกรณี คุณสามารถระบุแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าได้โดยใช้คำต่าง ๆ เช่น อย่างที่ "อาจ" "อาจจะ" "คาดว่า" "ตั้งใจว่า" "วางแผน" "มุ่งหา" "คาดการณ์" "เชื่อว่า" "ประมาณว่า" "พยากรณ์ว่า" "มีแนวโน้ม" "เดินหน้า" "เป็นไปได้ว่า" "จะ" และหรือคำหรือวลีอื่น ๆ ที่คล้ายกัน หรือคำที่มีความหมายในเชิงลบของคำหรือวลีที่คล้ายกันเหล่านี้ แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้านี้ตั้งอยู่บนการคาดการณ์และสมมติฐานต่าง ๆ ซึ่งแม้จะผ่านการพิจารณาอย่างสมเหตุสมผลเมื่อจัดทำ และอยู่ภายใต้สมมติฐานและความไม่แน่นอน ซึ่งหลายข้ออยู่นอกเหนือการควบคุมของ Lindner หรือ Hyatt ซึ่งอาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แท้จริง ประสิทธิภาพหรือความสำเร็จที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากที่แสดงในหรือโดยนัยโดยแถลงการณ์ดังกล่าว แถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าในเอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเฉพาะในวันที่เผยแพร่ครั้งแรกและทั้งสองฝ่ายไม่มีภาระผูกพันในการปรับปรุงแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้ต่อสาธารณะเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ยกเว้นในขอบเขตที่กำหนดโดยกฎหมายที่ใช้บังคับ หากมีการปรับปรุงแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งข้อความ ไม่ควรมีการอนุมานว่าจะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านั้นหรืออื่น ๆ

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20221006005349/en/

ติดต่อ:

Hannah Acsinia
Hyatt
hannah.acsinia@hyatt.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

การ Live-streaming งาน Tokushima International Consumer’s Forum 2022 จะจัดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคม 2565

Logo

โทคุชิมะ ญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–06 ตุลาคม 2565

กรมนโยบายผู้บริโภคของรัฐบาลจังหวัดโทคุชิมะ ในปัจจุบันนี้กำลังส่งเสริมโครงการริเริ่มเพื่อการบริหารและการศึกษาผู้บริโภค โดยร่วมมือกับสำนักงานใหญ่ด้านยุทธศาสตร์สำหรับงานนโยบายผู้บริโภคซึ่งเป็นหน่วยงานระดับชาติของสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคที่จัดตั้งขึ้นในจังหวัดโทคุชิมะในฐานะศูนย์กลางการพัฒนานโยบายและการดำเนินงานระหว่างประเทศในการบริหารผู้บริโภคของญี่ปุ่น

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีเนื้อหามัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20221005005009/en/

The world famous Awa Dance has a 400 years’ history. The story of its origin varies. It is said that Awa Dance was performed often around the time Hachisuka Iemasa, a feudal load of Tokushima, entered Tokushima in 1586, and hoarded the wealth produced by the indigo and salt trades. Later, indigo traders played an active part and made the dance even more gorgeous year by year. Awa Dance was established in the civil society and flourished as a free-form of mass entertainment. Especially, after World War II, it developed rapidly as a symbol of reconstruction. Nowadays, Awa Dance is well-known around the world as a representative of Japan’s traditional arts. (Photo: Business Wire)

เทศกาลเต้นรำอาวะ (Awa) ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมีประวัติอันยาวนานกว่า 400 ปี เรื่องราวของต้นกำเนิดนั้นแตกต่างกันไป โดยว่ากันว่าการเต้นรำอาวะมีการแสดงบ่อยครั้งในช่วงที่ Hachisuka Iemasa ซึ่งเป็นกลุ่มศักดินาของโทคุชิมะ เข้ามาในโทคุชิมะในปี ค.ศ. 1586 และสะสมความมั่งคั่งที่เกิดจากการค้าต้นครามและเกลือ ในเวลาต่อมาพ่อค้าต้นครามเข้ามามีส่วนร่วมและทำให้การเต้นรำงดงามยิ่งขึ้นในแต่ละปี การเต้นรำอาวะ (Awa Dance) ก่อตั้งขึ้นในภาคประชาสังคมและเจริญรุ่งเรืองในฐานะความบันเทิงมวลชนรูปแบบอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างใหม่ ปัจจุบันนี้ Awa Dance เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะตัวแทนของศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่น (ภาพ: Business Wire)

งานประชุมนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคม 2565 โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญชั้นนำจากประเทศต่าง ๆ มาเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ส่งเสริม "การบริโภคอย่างมีจริยธรรม" และ "แฟชั่นที่ยั่งยืน" ตั้งแต่ "การตระหนักรู้" ไปจนถึง "การปฏิบัติ" เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย SDGs ภายในปี 2573 และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 นอกจากนี้เราจะมีผู้เข้าร่วมจากคนรุ่นใหม่ภายในจังหวัดและจากต่างประเทศมาร่วมงานกับเราในขณะที่เรายังคงเชื่อมโยงความพยายามของเราต่อไปในอนาคต

งานประชุมจะถูกไลฟ์สตรีมบนเว็บไซต์ด้านล่าง เราหวังว่างานที่จะเกิดขึ้นนี้จะอำนวยความสะดวกในการอภิปรายที่มีความหมายซึ่งนำไปสู่ความก้าวหน้าของนโยบายผู้บริโภคระหว่างประเทศและพฤติกรรมของผู้บริโภคสู่สังคมที่ยั่งยืนสำหรับทุกคนทั่วโลก

  1. ธีมหลัก
    เชื่อมต่อกับอนาคต! ผู้บริโภคก้าวสู่ความท้าทายในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน
    -จับเทรนด์ล่าสุดใน DX และ GX-
  2. วันและเวลา (เวลามาตรฐานญี่ปุ่น JST)
    25 ตุลาคม (วันอังคาร) 2565 เวลา 9:40–17:00 (Live-streaming)
  3. กำหนดการ (เวลามาตรฐานญี่ปุ่น JST)
  • 09:40–10:00 กล่าวเปิดงาน
  • 10:00–10:20 คำกล่าวของผู้ว่าราชการจังหวัดโทคุชิมะ
  • 10:20–10:40 วีดิทัศน์จากอธิบดีขององค์กรผู้บริโภคสากล
  • 10:50–12:30 ช่วงที่ 1
    การประชุมร่วมกับผู้นำระดับโลกด้านการบริโภคอย่างมีจริยธรรมจากสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และฟิลิปปินส์
  • 13:40–15:10 ช่วงที่ 2
    "อนาคต" การประชุมกับเยาวชนจากจังหวัดโทคุชิมะและอาเซียน (มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, ไทย)
  • 15:30–17:00 ช่วงที่ 3
    การประชุมร่วมกับสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค

* สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ของงาน Tokushima International Consumer’s Forum 2022 ได้ด้านล่าง

Tokushima International Consumer’s Forum 2022
https://www.pref.tokushima.lg.jp/en/world.consumer.forum/2022/

ข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดโทคุชิมะ (ภาษาอังกฤษ จีน และเกาหลี)
https://discovertokushima.net/en/

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20221005005009/en/

ติดต่อสอบถาม
Consumer Policy Division, Consumer Development and Safety Bureau,
Crisis Management and Environment Department
Tokushima Prefectural Government
โทร: +81-088-621-2499
Aya Miyamoto
อีเมล: shohishaseisakuka@pref.tokushima.jp

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

ชิคาโกโอแฮร์ แทนที่ ลอนดอนฮีทโธรว์ ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของท่าอากาศยานที่เชื่อมต่อมากที่สุด

Logo

สหรัฐฯ ครองตำแหน่งศูนย์กลางระดับโลกที่ชะลอสู่การฟื้นตัวหลังเกิดโรคระบาด

การค้นพบที่สำคัญ:

  • ชิคาโกโอแฮร์ (ORD) เป็นท่าอากาศยานที่เชื่อมต่อกันมากที่สุดในโลก
  • ลอนดอนฮีทโธรว์ (LHR) ร่วงมาอยู่อันดับที่ 22 ทั่วโลก แต่ยังคงครองอันดับ 1 ของยุโรปไว้
  • ท่าอากาศยานนานาชาติเม็กซิโกซิตี้ (MEX) เป็นท่าอากาศยานนอกสหรัฐอเมริกาที่มีการเชื่อมต่อมากที่สุด
  • โตเกียวฮาเนดะ (HND) ขึ้นจากอันดับที่ 22 ในปี 2562 เป็นอันดับที่ 14 ในปี 2565
  • ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี (DEL) เป็นท่าอากาศยานที่เชื่อมต่อกันมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิก

ลอนดอน–(BUSINESS WIRE)–27 กันยายน 2565

OAG แพลตฟอร์มข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรมการเดินทางชั้นนำของโลก ในวันนี้เปิดเผย Megahubs 2022 ในการเป็นสนามบินที่มีการเชื่อมต่อระหว่างประเทศมากที่สุดในโลก 50 อันดับแรก อัปเดตล่าสุดในปี 2562 โดย Megahubs ให้ข้อมูลเชิงลึกใหม่ว่าการหยุดชะงักของการเดินทางอย่างต่อเนื่องส่งผลต่อการเชื่อมต่อทั่วโลกได้อย่างไร

ในขณะที่ ลอนดอนฮีทโธรว์ (LHR) ยังคงรักษาอันดับที่หนึ่งในบรรดายุโรปฮัป แต่จากอันดับทั่วโลกร่วงจากอันดับที่ 1 ในปี 2562 มาอยู่อันดับที่ 22 ในปีนี้ ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ชาร์ล เดอ โกล (CDG) และ ท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต (FRA) ประสบปัญหาคล้ายกัน โดยร่วงจาก 10 อันดับแรกมาอยู่อันดับที่ 27 และอันดับที่ 30

ท่าอากาศยานของสหรัฐฯ ครองการเป็น Megahubs ระดับโลก โดยชิคาโกโอแฮร์ (ORD; อันดับ 1), ท่าอากาศยานนานาชาติดัลลาส-ฟอร์ตเวิร์ธ (DFW; อันดับ 2) และ ท่าอากาศยานนานาชาติฮาร์ทสฟิลด์–แจ็คสัน แอตแลนตา (ATL; อันดับ 3) อยู่ในสามอันดับแรกของท่าอากาศยานที่เชื่อมต่อมากที่สุดในโลก ท่าอากาศยานนานาชาติเม็กซิโกซิตี้ (MEX) อยู่ที่อันดับสูงสุดนอกสหรัฐอเมริกาในส่วนของการเป็น Megahub อันดับที่ 8 เพิ่มขึ้น 7 ตำแหน่งจากอันดับที่ 15 ในปี 2562

“ตลาดโลกยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่หลังเกิดโรคระบาด ในขณะที่สหรัฐฯ ครองตลาดเนื่องจากตลาดภายในประเทศที่แข็งแกร่ง เราอาจเห็นยุโรปและศูนย์กลางระดับโลกอื่น ๆ ไล่ตามได้ในอีก 12 เดือนข้างหน้า เนื่องจากอุตสาหกรรมกำลังเข้าสู่การฟื้นตัวเต็มที่” John Grant ประธานฝ่ายบริหารด้านวิเคราะห์ของ OAG กล่าว

Megahub ที่เชื่อมต่อมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคือ ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี (DEL) เนื่องจากท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงร่วงจาก 50 อันดับแรก ท่าอากาศยานนานาชาติมุมไบ (BOM) อยู่ในอันดับที่ 6 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขณะที่ท่าอากาศยานสิงคโปร์ชางงี (SIN) ร่วงมาอยู่อันดับที่ 12

สำหรับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมจาก Megahubs 2022 และระเบียบวิธีการทั้งหมด โปรดดูบทวิเคราะห์ที่นี่

เกี่ยวกับ OAG

OAG เป็นแพลตฟอร์มข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรมการเดินทางชั้นนำของโลก ซึ่งขับเคลื่อนการเติบโตและนวัตกรรมของระบบนิเวศการเดินทางทางอากาศตั้งแต่ปี 2472 มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหราชอาณาจักร ทั้งนี้ OAG ดำเนินงานในสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน และลิทัวเนีย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่: www.oag.com และติดตามเราบน Twitter @OAG Aviation

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20220927005042/en/

ติดต่อ:

Chrissy Azevedo, Corporate Ink for OAG
pressoffice@oag.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

OAG เปิดให้มีการเข้าถึงข้อมูลเที่ยวบินตั้งแต่เริ่มจนสิ้นสุดการเดินทางผ่านแพลตฟอร์มข้อมูลอเนกประสงค์

Logo

ข้อมูลเที่ยวบินและการเดินทางแบบองค์รวมจะทำให้สามารถมองเห็นประสบการณ์ของผู้โดยสารทั้งหมด รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าที่หาจากที่ไหนไม่ได้ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

ลอนดอน–(BUSINESS WIRE)–19 กรกฎาคม 2565

OAG ผู้ให้บริการข้อมูลและข้อมูลเชิงลึกด้านการเดินทางชั้นนำของโลก ประกาศว่าได้เผยแพร่ข้อมูลสถานะเที่ยวบินในโซลูชัน Flight Info Direct ของตนซึ่งเปิดให้มีการเข้าถึงข้อมูลเที่ยวบินตั้งแต่เริ่มจนสิ้นสุดการเดินทางได้แบบทันที โซลูชัน Flight Info Direct ซึ่งขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์มข้อมูล OAG Metis ที่ทำงานบน Snowflake ให้การเข้าถึงฐานข้อมูลที่มีมูลค่าสูงของ OAG แบบทันที ประกอบด้วย ข้อมูลตารางการบินของสายการบินทั่วโลก ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และข้อมูลการต่อเที่ยวบิน การเผยแพร่ข้อมูลสถานะเที่ยวบินซึ่งเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะช่วยให้ลูกค้าสามารถดูเที่ยวบินได้อย่างต่อเนื่องลื่นไหล ตั้งแต่ตารางที่กำหนดไว้ไปจนถึงเวลาลงจอด ณ จุดหมายปลายทาง

จากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของข้อมูลเชิงลึกที่มีมูลค่าสูงและข้อมูลด้านการให้บริการ การสามารถดูข้อมูลเที่ยวบินได้พร้อมกันในครั้งเดียวจากการเข้าถึง การบูรณาการ และการรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เข้าด้วยกันจะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์ทางธุรกิจที่มีคุณค่าและมีประสิทธิภาพ เช่น การกำจัดกำแพงข้อมูลของระบบที่มีความล้าสมัย การให้ข้อมูลการเดินทางแบบครบวงจร และแก้ปัญหาด้านการไกล่เกลี่ยและปัญหาด้านคุณภาพ

Phil Callow ซีอีโอของ OAG กล่าวว่า “โซลูชันที่มีการปรับให้ทำงานเร็วขึ้นของเราและความเป็นพันธมิตรกับแพลตฟอร์มเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Snowflake และ Microsoft Azure ทำให้เราเป็นพาร์ทเนอร์ที่ยอดเยี่ยมซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าก้าวข้ามระบบเทคโนโลยีที่มีความล้าสมัยและซับซ้อน โอกาสที่เกิดจากข้อมูลในทั้งระบบนิเวศการเดินทาง ทั้งการค้นหาและการจอง การต้อนรับ การชำระเงิน รวมถึงการค้าปลีกและอื่น ๆ นั้นมากมายมหาศาล แพลตฟอร์มข้อมูลบนระบบคลาวด์ซึ่งมีความอเนกประสงค์ของเราเชื่อมทั้งระบบนิเวศนี้เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ และผ่านมุมมองเพียงหนึ่งเดียว เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราเติบโต ปรับปรุงการให้บริการให้ทันสมัย และทำงานที่มีปริมาณมากได้อย่างยืดหยุ่น”

การเผยแพร่ข้อมูลบนแพลตฟอร์มที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้เป็นวิวัฒนาการล่าสุดของเส้นทางการเติบโตของผลิตภัณฑ์จาก OAG เพื่อเชื่อมระบบนิเวศและตลาดกับข้อมูลที่จะช่วยให้ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นรวมถึงการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ

Callow เสริมว่า “เรากำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ไปข้างหน้าโดยเปิดให้มีการเข้าถึงข้อมูลการเดินทางคุณภาพสูงอย่างไม่ติดขัด การสามารถดูข้อมูลแบบองค์รวมของเที่ยวบินด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดที่มีตอนนี้ได้คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการดูข้อมูลจากตารางแบบเก่าและการแยกแสดงสถานะแบบในอดีต”

OAG มีลูกค้าอยู่ในทั้งระบบนิเวศการเดินทางและฝังอยู่ในเครื่องมือการจอง แอปด้านการเดินทางและธุรกิจต้อนรับต่าง ๆ แอปสายการบิน ตัวแทนด้านการเดินทางที่ให้บริการแบบออนไลน์ เครื่องมือสืบค้นข้อมูลเมตา เครื่องมือสืบค้นข้อมูล และแอปติดตามเที่ยวบินอีกมากมาย

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลสถานะเที่ยวบินที่ https://www.oag.com/status-direct

เกี่ยวกับ OAG

OAG เป็นผู้ให้บริการข้อมูลการเดินทางชั้นนำระดับโลกที่เสริมสร้างการเติบโตและนวัตกรรมของระบบนิเวศการเดินทางทางอากาศตั้งแต่ ปี 2472 OAG มีสำนักงานใหญ่ในสหราชอาณาจักร มีการดำเนินงานทั่วโลกทั้งในสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน และลิทัวเนีย เยี่ยมชม www.oag.com และติดตามเราทาง Twitter ที่ @OAG Aviation

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20220719005065/en/

ติดต่อสื่อ: 
Glenn Simpson – Harvard ตัวแทนของ OAG 
pressoffice@oag.com 

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

แพลตฟอร์ม Around the World of Care ของ Hyatt แบ่งปันความคืบหน้าในด้านความมุ่งมั่นและความคิดริเริ่มทางสังคมและธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม

Logo

ความคืบหน้านี้ ยังรวมถึงเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ในปี 2573 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องสู่เป้าหมาย DE&I ปี 2568

ชิคาโก–(BUSINESS WIRE)–14 ก.ค. 2565

เพื่อแชร์ความคืบหน้าใน World of Care แพลตฟอร์มด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของบริษัท Hyatt Hotels Corporation (NYSE: H) ได้มีการเผยแพร่รายงาน 2021 World of Care Highlights กับรายงาน Diversity, Equity and Inclusion (DE&I) Report เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิธีการที่  Hyatt กำลังสร้างความก้าวหน้าในด้านการดูแลโลก ผู้คน และธุรกิจต่าง ๆ

“การดูแลผู้คนเพื่อช่วยให้พวกเขาเป็นเวอร์ชันของตนที่ดีที่สุด คือแก่นแท้ของเรื่องราวของ Hyatt ตลอด 65 ปีที่ผ่านมา เราเต็มที่ในด้านความรับผิดชอบและการหาโอกาสในการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อสร้างโลกและอนาคตที่ยั่งยืนผ่านโครงการ World of Care” Margaret Egan รองประธานบริหารและที่ปรึกษาทั่วไปของ Hyatt กล่าว “ด้วยการมุ่งความสนใจไปที่การขับเคลื่อนความก้าวหน้าตามพันธกิจ ESG หลัก ๆ เช่น กรอบงานด้านสิ่งแวดล้อม และเป้าหมาย Change Starts Here เรากำลังรับผิดชอบต่อการดำเนินการและการสร้างความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรม สังคม และโลกของเรา”

Hyatt ส่งเสริมการมีแรงงานที่หลากหลาย

ตามรายงานของ DE&I ครั้งแรกของปีที่แล้ว ข้อมูลความหลากหลายของคนงาน หรือ workforce diversity data ในปี 2564 ของ Hyatt แสดงให้เห็นว่าสัดส่วนของคนผิวสีเพิ่มขึ้นทั่วภาคแรงงานในสหรัฐฯ ตลอดจนการเติบโตของเพื่อนร่วมงาน ผู้จัดการ และผู้นำในเกือบทุกสีผิวและทุกเชื้อชาติ ความมุ่งมั่นของ Hyatt ที่จะแบ่งปันความคืบหน้าเป็นประจำทุกปีทำหน้าที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่สำคัญในการวัดความก้าวหน้าไปสู่สภาพแวดล้อมที่หลากหลาย เท่าเทียมกัน และครอบคลุมมากขึ้นสำหรับภาคแรงงาน

Hyatt ยังคงทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย DE&I ในปี 2568 ว่าด้วย ผู้ถูกว่าจ้าง ผู้ได้รับการสนับสนุน และผู้ร่วมทำงาน ซึ่งระบุไว้ให้เป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญา Change Starts Here ทั้งนี้ ด้วยการมุ่งเน้นที่การพัฒนาตัวแทนผู้จำหน่ายที่หลากหลายในห่วงโซ่อุปทาน Hyatt ได้ต้อนรับซัพพลายเออร์ผิวดำรายใหม่จำนวน 220 รายในปี 2564 โดยมุ่งเน้นอย่างต่อเนื่องในการสร้างความก้าวหน้าจากการมองไปข้างหน้า ตัวอย่างเช่น Revival Baltimore ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ JdV by Hyatt ได้ทำงานร่วมกับ Black Acres Roastery เพื่อจัดหากาแฟให้กับห้องพักในโรงแรมและร้านกาแฟในสถานที่ทั้งหมด ส่วน 'Dashery และ Hyatt Centric The Pike Long Beach ก็เพิ่งได้ให้การต้อนรับโรงเบียร์ที่คนผิวสีเป็นเจ้าของอย่าง Crowns & Hops ณ Watercraft Lounge

“ที่ Hyatt เราเชื่อในพลังของการเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ในการทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนอยู่บ้านไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดในโลก เราพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะสะท้อนโลกที่เราห่วงใยด้วยทีมที่จะประสบความสำเร็จและเติบโตไปด้วยกัน” Malaika Myers ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของHyatt กล่าว “เพื่อให้วิสัยทัศน์ของเราก้าวไปสู่โลกแห่งความเข้าใจและความเอาใจใส่ เราต้องจัดลำดับความสำคัญของ DE&I ต่อไปในทุกมิติของธุรกิจของเรา และดำเนินการเพื่อสร้างความก้าวหน้าที่มีความหมายต่อเป้าหมายของเรา”

Hyatt ประกาศการบริจาคเพื่อเปิดตัวกองทุนผู้รอดชีวิตจากการค้ามนุษย์

ในความพยายามที่จะขยายงานต่อเนื่องของอุตสาหกรรมโรงแรมเพื่อสนับสนุนการการป้องกันการค้ามนุษย์และสนับสนุนผู้รอดชีวิตจากการค้ามนุษย์ มูลนิธิโรงแรม Hyatt ได้ประกาศบริจาคเงินจำนวน 500,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อเปิดตัว "กองทุน No Room for Trafficking Survivors Fund" โดยความร่วมมือกับ American Hotel & Lodging Association (AHLA) ด้วยการบริจาคและการสนับสนุนเพิ่มเติมจากอุตสาหกรรมนี้ กองทุน Survivors Fund จะจัดหาทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับองค์กรในชุมชนในการมีส่วนร่วมและสนับสนุนผู้รอดชีวิต ตั้งแต่การสนับสนุนทางการเงินโดยตรงสำหรับความต้องการพื้นฐานระยะสั้น ไปจนถึงการสนับสนุนด้านอาชีพที่สามารถเสริมศักยภาพและเตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับเส้นทางข้างหน้า

Hyatt ทำงานเพื่อส่งเสริมการดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

Hyatt เร่งความพยายามในการมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนมากขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยเน้นที่ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์น้ำ ของเสีย และการหมุนเวียนของเสีย การจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ และจุดหมายปลายทางที่เจริญรุ่งเรือง

ในปี 2564 Hyatt ได้รับการอนุมัติจากโครงการ Science Based Targets Initiative (SBTi) เกี่ยวกับเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ในปี 2573 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป้าหมายของ Hyatt รวมไปถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 การมีส่วนร่วมกับซัพพลายเออร์หลักในการกำหนดเป้าหมายตามหลักวิทยาศาสตร์ภายในปี 2568 และลดการปล่อยก๊าซในขอบเขตที่ 3 เพิ่มเติม

Hyatt ยังคงหมั่นเพียรในการส่งเสริมโครงการที่สนับสนุนความก้าวหน้าไปสู่เป้าหมายตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การอนุรักษ์พลังงาน เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ระบบอัตโนมัติในอาคาร การพิจารณาการออกแบบที่ยั่งยืน และอื่น ๆ อีกมากมาย การมุ่งเน้นอย่างต่อเนื่องที่สำคัญคือการเพิ่มจำนวนโรงแรมที่มีแผงโซลาร์เซลล์ในสถานที่ หรือใช้ไฟฟ้าหมุนเวียนหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่น Hyatt Regency อัมสเตอร์ดัม และ Hyatt Regency ฟีนิกซ์ ความพยายามในโครงการ ณ สถานที่ตั้ง อย่างต่อเนื่องก็เป็นสิ่งสำคัญในการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ เช่น แล็บความยั่งยืน ที่ Alila Villas Uluwatu

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความพยายามและความคืบหน้า ESG ของ Hyatt โปรดไปที่ Hyatt.com/WorldofCare หรือที่ 2021 World of Care Highlights, 2021 DE&I Report กับที่ 2021 GRI Index

คำว่า “Hyatt” ใช้ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นไปเพื่อความสะดวกในการอ้างถึง Hyatt Hotels Corporation และ/หรือ บริษัทในเครือ

เกี่ยวกับ Hyatt Hotels Corporation

Hyatt Hotels Corporation ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในชิคาโก เป็นบริษัทด้านการบริการชั้นนำระดับโลกที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อดูแลผู้คนเพื่อให้พวกเขาสามารถทำหน้าที่ของตนได้ดีที่สุด โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565 กลุ่มบริษัทมีโรงแรมและที่พักแบบเพรียบพร้อมทุกอย่างมากกว่า 1,150 แห่ง ใน 71 ประเทศ ในหกทวีป ข้อเสนอของบริษัท รวมถึง Park Hyatt®, Miraval®, Grand Hyatt®, Alila®, Andaz®, The Unbound Collection by Hyatt®, Destination by Hyatt™, Hyatt Regency®, Hyatt®, Hyatt Ziva™, Hyatt Zilara™, Thompson Hotels®, Hyatt Centric®, Caption by Hyatt, JdV by Hyatt™, Hyatt House®, Hyatt Place®, UrCove และ Hyatt Residence Club® ตลอดจนแบรนด์รีสอร์ทและโรงแรมภายใต้ AMR™ Collection รวมถึง Secrets® Resorts & Spas, Dreams® Resorts & Spas, Breathless Resorts & Spas®, Zoëtry® Wellness & Spa Resorts, Vivid Hotels & Resorts®, Alua Hotels & Resorts® และ Sunscape® Resorts & Spas บริษัทในเครือของบริษัทดำเนินการโปรแกรมสมาชิก World of Hyatt®, ALG Vacations®, Unlimited Vacation Club®, บริการจัดการปลายทาง Amstar DMC และบริการเทคโนโลยี Trisept Solutions® ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hyatt.com.

ดูเวอร์ชันต้นฉบับบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20220713005967/en/

ติดต่ิด:

Megen DiSanto

megen.disanto@hyatt.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

The Bangkok Reporter