Xsolla Offerwall กระตุ้นการสร้างรายได้จากเกมและเพิ่มการมีส่วนร่วมของนักเล่นเกมที่ไม่ได้จ่ายเงิน

Logo

 มอบโอกาสในการแบ่งปันรายได้และประสบการณ์ต่างๆ ของผู้เล่นสำหรับการสร้างรายได้และการโฆษณา

ลอสแอนเจลิส–(BUSINESS WIRE)–04 มีนาคม 2025

Xsolla บริษัทค้าวิดีโอเกมระดับโลกชั้นนำ ประกาศเปิดตัว Xsolla Offerwall ซึ่งเป็นโซลูชันแบบไดนามิกที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มรายได้จากเกมและการมีส่วนร่วมของผู้เล่น โดยหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดสำหรับนักพัฒนาคือการสร้างรายได้จากผู้เล่นที่ไม่ได้ทำการซื้อในแอป ซึ่ง Xsolla Offerwall จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างกลยุทธ์การสร้างรายได้ที่สมดุลโดยอนุญาตให้ผู้เล่นได้รับรางวัลเสมือนจริงจากการทำภารกิจหรือกิจกรรมต่างๆ จากผู้ลงโฆษณาให้สำเร็จ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมและการเติบโตของรายได้

Graphic: Xsolla

กราฟิก: Xsolla

Xsolla Offerwall มีความโดดเด่นในอุตสาหกรรมโดยเสนอส่วนแบ่งรายได้ให้กับนักพัฒนาและผู้เผยแพร่มากถึง 90% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมทั่วๆ ไปที่อยู่ที่ 30–60% เป็นอย่างมาก โมเดลที่มีน้ำใจนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่านักพัฒนาจะสามารถเพิ่มรายได้สูงสุดในขณะที่ยังคงความยืดหยุ่นในกลยุทธ์การสร้างรายได้ทั่วโลก

นักพัฒนาสามารถรวม Xsolla Offerwall เข้ากับเกมที่มีอยู่ได้อย่างราบรื่นและจะได้รับประโยชน์จากสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้:

  •  การมีส่วนร่วมของผู้เล่นที่เพิ่มขึ้น: ดึงดูดผู้เล่นด้วยภารกิจที่หลากหลาย รวมถึงต้นทุนต่อการติดตั้ง (CPI), ต้นทุนต่อการมีส่วนร่วม (CPE), ต้นทุนต่อการเข้าซื้อ (CPA) และต้นทุนต่อคลิก (CPC)
  •  ขอบเขตและการเข้าถึงการสร้างรายได้ที่กว้างขึ้น : การให้ภารกิจและรางวัลที่ดึงดูดผู้ชมทั่วโลก นักพัฒนาสามารถสร้างรายได้จากตลาดที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์และสามารถขับเคลื่อนผลลัพธ์ได้ในวงกว้าง
  •  การตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้ที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า : การตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้ผ่าน SMS ช่วยปรับปรุงคุณภาพการรับส่งข้อมูลและป้องกันการฉ้อโกงก่อนที่ข้อเสนอจะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งสิ่งนี้ช่วยให้มั่นใจถึงการทำธุรกรรมที่ปลอดภัยและประสบการณ์ที่ราบรื่นสำหรับผู้เล่นและนักพัฒนา
  •  การรักษาผู้เล่นด้วยคะแนน Xsolla ที่เพิ่มขึ้น: ให้รางวัลแก่ผู้เล่นมากกว่าสกุลเงินในเกมด้วยคะแนน Xsolla ที่สามารถแลกได้ สิ่งจูงใจเพิ่มเติมนี้จะช่วยให้นักเล่นเกมมีส่วนร่วม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของข้อเสนอที่สูงขึ้น และมอบคุณค่าที่ยั่งยืนผ่านรางวัลในเกม

“ด้วย Xsolla Offerwall เรากำลังช่วยให้นักพัฒนาเกมสามารถปลดล็อกแหล่งรายได้ใหม่ๆ ในขณะเดียวกันก็มอบคุณค่าให้กับผู้เล่นผ่านประสบการณ์ที่คุ้มค่าและการมีส่วนร่วม” Chris Hewish ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของ Xsolla กล่าว “โซลูชันนี้เป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการขยายความพยายามในการสร้างรายได้และดึงดูดผู้เล่นในหลากหลายวิธี”

ในตอนนี้ Xsolla Offerwall พร้อมใช้งานสำหรับการสร้างรายได้และโอกาสในการโฆษณาในสหรัฐอเมริกา โดยมีแผนจะขยายไปทั่วโลก ปลดล็อกแหล่งรายได้ใหม่ และความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับผู้เล่นทั่วโลก หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมหรือเริ่มต้นใช้งาน โปรดไปที่: xsolla.pro/rws25offerwall

เกี่ยวกับ Xsolla

Xsolla เป็นบริษัทค้าวิดีโอเกมระดับโลกที่มีชุดเครื่องมือและบริการที่มีประสิทธิภาพและทรงพลังซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมวิดีโอเกม นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2005 โดย Xsolla ได้ช่วยเหลือผู้พัฒนาเกมและผู้เผยแพร่ในการระดมทุนทุกระดับ การตลาด การเปิดตัว และการสร้างรายได้จากเกมของพวกเขาทั่วโลกและบนหลายแพลตฟอร์ม ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมในการค้าเกม ภารกิจของ Xsolla คือการแก้ปัญหาความซับซ้อนโดยธรรมชาติของการจัดจำหน่าย การตลาด และการสร้างรายได้ทั่วโลก เพื่อช่วยให้พันธมิตรของเราเข้าถึงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ได้มากขึ้น สร้างรายได้มากขึ้น และสร้างความสัมพันธ์กับนักเล่นเกมทั่วโลก มีสำนักงานใหญ่และจดทะเบียนในลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย และมีสำนักงานในลอนดอน เบอร์ลิน โซล ปักกิ่ง กัวลาลัมเปอร์ ราลี โตเกียว มอนทรีออล และเมืองต่างๆ ทั่วโลก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ xsolla.com

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  www.businesswire.com/news/home/54218142/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
Derrick Stembridge
รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลกของ Xsolla
d.stembridge@xsolla.com

ที่มา: Xsolla

teamLab Planets (โตเกียว, โทโยสุ) ประสบความสำเร็จในการเพิ่มยอดขายตั๋วมากถึงประมาณ 130% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว หลังจากการขยายพื้นที่ครั้งใหญ่ เวลาอยู่ของผู้เข้าชมก็มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

Logo

 ดอกซากุระจะบานในสองพื้นที่ที่สร้างประสบการณ์เสมือนจริง เริ่มต้นวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–27 กุมภาพันธ์ 2025

teamLab Planets TOKYO DMM.com(ซึ่งจะขอเรียกในที่นี้ว่า teamLab Planets) ได้บันทึกการเพิ่มขึ้นของยอดขายตั๋วถึง 130% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว หลังจากการขยายพื้นที่ครั้งใหญ่ในเดือนมกราคมปี 2025*1เวลาอยู่ของผู้เข้าชมก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยจากการสำรวจล่าสุดพบว่า สัดส่วนของผู้เข้าชมที่อยู่ “2 ชั่วโมงขึ้นไป” เพิ่มขึ้นประมาณ 48% ในขณะที่ผู้ที่ “อยู่ 3 ชั่วโมงขึ้นไป” เพิ่มขึ้นประมาณ 20%*2 .

teamLab Planets, a museum in Toyosu, Tokyo, where you can immerse yourself with your entire body, has unveiled a cherry blossom-themed artwork by the international art collective teamLab. (teamLab, Floating in the Falling Universe of Flowers, Video: teamLab)

teamLab Planets พิพิธภัณฑ์ในโทโยสุ โตเกียว ที่คุณสามารถดื่มด่ำกับศิลปะด้วยร่างกายทั้งหมดของคุณ ได้เปิดตัวผลงานศิลปะธีมดอกซากุระโดยกลุ่มศิลปะนานาชาติ teamLab (teamLab, ลอยอยู่ในจักรวาลดอกไม้ที่ร่วงหล่น, วิดีโอ: teamLab)

ฤดูใบไม้ผลินี้ สองพื้นที่ศิลปะขนาดใหญ่ที่ teamLab Planets จะถูกเปลี่ยนแปลงด้วยดอกซากุระที่บานสะพรั่งเต็มที่ลอยอยู่ในจักรวาลดอกไม้ที่ร่วงหล่นที่ซึ่งดอกไม้ตามฤดูกาลจะบานและเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ดอกซากุระจะกระจายไปทั่วทั้งพื้นที่การวาดบนผิวน้ำที่สร้างขึ้นจากการเต้นรำของปลาคราฟและผู้คนอินฟินิตี้ที่ซึ่งผู้เข้าชมสามารถเดินเท้าเปล่าในน้ำ โดยปลาคราฟที่ว่ายอยู่บนผิวน้ำจะกลายเป็นดอกซากุระและร่วงเมื่อชนกับผู้คน ดอกซากุระเหล่านี้จะจัดแสดงตั้งแต่วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม ถึงวันพุธที่ 30 เมษายน

ผลงานศิลปะใหม่กว่า 20 ชิ้นถูกเปิดตัวในโครงการขยายพื้นที่ครั้งใหญ่
ในเดือนมกราคม teamLab Planets ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 เท่า นำเสนอผลงานศิลปะใหม่กว่า 20 ชิ้นที่มุ่งเน้นโครงการด้านการศึกษา เช่นAthletics Forest, Catching and Collecting ForestและFuture Parkและนอกจากนี้Sketch Factoryได้ถูกจัดตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งทำให้ผู้เข้าชมสามารถเปลี่ยนภาพวาดที่พวกเขาสร้างขึ้นภายในพื้นที่ศิลปะให้เป็นผลิตภัณฑ์ต้นฉบับเพื่อนำกลับบ้าน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายพื้นที่ครั้งใหญ่ กรุณาอ้างอิงจากแถลงข่าวนี้

*1

จากข้อมูลการซื้อตั๋วบนเว็บไซต์ทางการของ teamLab Planets เมื่อเปรียบเทียบช่วงเวลาประมาณหนึ่งเดือน ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคมถึง 16 กุมภาพันธ์ 2025 กับวันที่ 24 มกราคมถึง 18 กุมภาพันธ์ 2024

*2

แบบสำรวจที่จัดทำขึ้นที่ teamLab Planets TOKYO DMM.com

ช่วงเวลาสำรวจ: 1 มกราคม – 18 กุมภาพันธ์ปี 2025

วิธีการสำรวจ: แบบสอบถามออนไลน์สำหรับผู้เข้าชม

จำนวนคำตอบที่ใช้ได้: 2,525 (1 มกราคม – 21 มกราคม: 669 คำตอบ, 22 มกราคม – 18 กุมภาพันธ์: 1,856 คำตอบ)

ผลการสำรวจ: สัดส่วนของผู้เข้าชมที่ใช้เวลาอยู่ “2 ชั่วโมงขึ้นไป” เพิ่มขึ้นจากประมาณ 12% ก่อนการขยาย เป็นประมาณ 60% ส่วนผู้ที่อยู่ “3 ชั่วโมงขึ้นไป” เพิ่มขึ้นจากประมาณ 1% เป็นประมาณ 20%

ผลงานศิลปะที่มีดอกซากุระบาน
ลอยอยู่ในจักรวาลดอกไม้ที่ร่วงหล่น

ดอกไม้ตามฤดูกาลบานและเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ชีวิตกระจายออกไปสู่จักรวาล
นอนหรือนั่งอยู่ในพื้นที่ และในที่สุดร่างกายของคุณจะลอยขึ้นและหลอมรวมเข้าสู่โลกของผลงานศิลปะ

ดอกไม้เติบโต แตกหน่อ บานสะพรั่ง และเมื่อเวลาผ่านไป กลีบดอกก็ตกหล่น ดอกไม้เหี่ยวเฉาและตาย วงจรแห่งการเกิดและการตายยังคงดำเนินต่อไปตลอดกาล
ผลงานศิลปะนี้ไม่ใช่ภาพที่บันทึกไว้ล่วงหน้าและนำมาแสดงซ้ำ แต่จะถูกสร้างขึ้นโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำการเรนเดอร์ผลงานศิลปะแบบเรียลไทม์อย่างต่อเนื่อง โดยรวมแล้วมันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง และสภาวะภาพก่อนหน้านี้จะไม่ถูกทำซ้ำ จักรวาลในขณะนี้จะไม่สามารถเห็นได้อีกครั้ง

การวาดบนผิวน้ำที่สร้างขึ้นจากการเต้นรำของปลาคราฟและผู้คนอินฟินิตี้

ปลาคราฟว่ายบนผิวน้ำที่ขยายออกไปสู่อนันต์ ผู้คนสามารถเดินเข้าไปในน้ำได้

การเคลื่อนไหวของปลาคราฟได้รับอิทธิพลจากการมีอยู่ของผู้คนในน้ำและปลาคราฟตัวอื่นๆ เมื่อปลาชนกับผู้คน มันจะกลายเป็นดอกไม้และร่วงหล่น ดอกไม้ที่บานในแต่ละปีจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล

เส้นทางการเคลื่อนที่ของปลาคราฟจะถูกกำหนดโดยการมีอยู่ของผู้คน และเส้นทางเหล่านี้จะสร้างเส้นบนผิวน้ำ

ผลงานนี้ถูกเรนเดอร์ในเวลาจริงโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มันไม่ใช่การบันทึกล่วงหน้าหรือการเล่นซ้ำ การโต้ตอบระหว่างผู้ชมและการติดตั้งจะทำให้ผลงานศิลปะเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง สภาวะภาพก่อนหน้านี้จะไม่สามารถทำซ้ำได้และจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก

แนวคิดของ teamLab Planet
ดื่มด่ำ สัมผัส และกลายเป็นหนึ่งเดียวกับศิลปะด้วยร่างกายทั้งหมดของคุณ

teamLab Planets เป็นพิพิธภัณฑ์ที่คุณสามารถเดินผ่านน้ำได้ ซึ่งสร้างขึ้นโดยกลุ่มศิลปินทีมแล็บ (teamLab)

ผลงานศิลปะจะเปลี่ยนแปลงไปตามการมีอยู่ของผู้คน และการมีอยู่ของผลงานศิลปะจะเชื่อมต่อกับร่างกายของคุณและของผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง
ดื่มด่ำไปกับพื้นที่ผลงานศิลปะขนาดใหญ่ด้วยร่างกายของคุณ สัมผัสมันด้วยร่างกาย และกลายเป็นหนึ่งเดียวกับศิลปะ

teamLab Planets TOKYO DMM
https://www.teamlab.art/e/planets/
#teamLabPlanets
Toyosu, Tokyo ( teamLab Planets TOKYO, Toyosu 6-1-16, Koto-ku, Tokyo )

วิดีโอไฮไลต์
https://youtu.be/F7nODEETR4s

ชุดสื่อประชาสัมพันธ์
https://www.dropbox.com/sh/ir7d2aui794eo6z/AAChbzX5wPsQm8cgkQ2ViFD4a?dl=0

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/54214108/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ teamLab Planets
อีเมล: pr-info@planets.art
สำหรับการสอบถามข้อมูลการสัมภาษณ์:  https://forms.gle/fAtnDKLpQKFME6XR9

ที่มา: PLANETS Co., Ltd.

NIQ รายงานมูลค่าการเติบโตในอุตสาหกรรมความงามทั่วโลกเพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน

Logo

  •  การเติบโตที่แข็งแกร่งในลาตินอเมริกา (+19.1%) ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกกลาง (+27.1%)
  •  41% ของยอดขายผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลในสหรัฐอเมริกาขับเคลื่อนโดยอีคอมเมิร์ซ
  •  โซเชียลคอมเมิร์ซกระตุ้นยอดซื้อผลิตภัณฑ์ความงามทั่วโลกถึง 68%

ชิคาโก–(BUSINESS WIRE)–24 กุมภาพันธ์ 2025

NielsenIQ (NIQ) บริษัทชั้นนำด้านข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้บริโภค เปิดเผยว่าอุตสาหกรรมความงามทั่วโลกมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 7.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยภูมิภาคลาตินอเมริกาและแอฟริกา-ตะวันออกกลางเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตสูงสุด ขณะที่อเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตกก็มีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งที่ +7.8% และ +7.7% ตามลำดับ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เกาหลีใต้ อินเดีย ไทย สิงคโปร์ และนิวซีแลนด์ กำลังกลายเป็นตลาดชั้นนำ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเติบโตของมูลค่าโดยรวม อัตราเงินเฟ้อเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการขยายตัวทั่วโลก แต่การเติบโตนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการหลั่งไหลเข้ามาของผู้บริโภครายใหม่ๆ

อีคอมเมิร์ซกำลังเป็นผู้นำการปฏิวัติการค้าปลีก:

อีคอมเมิร์ซเป็นแรงขับเคลื่อนยอดขายผลิตภัณฑ์ความงามทั่วโลก โดยมีอัตราการเติบโตที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค ในจีน ยอดขายผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวทั้งหมด 87% มาจากออนไลน์ ในอินเดีย ยอดขายผลิตภัณฑ์ความงาม 17% มาจากออนไลน์ ในขณะที่ในบราซิล ตัวเลขนี้ต่ำกว่า 10% แม้จะมีความแตกต่างเหล่านี้ แต่แนวโน้มหลักประการหนึ่งก็คือยอดขายออนไลน์มีมากกว่ายอดขายในร้านค้า

ยอดขายออนไลน์ในสหรัฐฯ ยังคงเติบโตแซงหน้ายอดขายในร้านอย่างมีนัยสำคัญ โดยคิดเป็น 41% ของยอดขายผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลทั้งหมดผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์มอย่าง Amazon ได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น 7.3 จุดจากการนำเสนอราคาที่แข่งขันได้ การจัดส่งที่รวดเร็ว และตัวเลือกที่หลากหลาย ลูกค้าหันมาใช้ Amazon เพื่อเติมสินค้าที่ตนชื่นชอบมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทุกปี แม้ว่าการพาณิชย์ดิจิทัลจะเติบโตอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่การขายปลีกในร้านค้ายังคงเหมือนเดิมเป็นส่วนใหญ่ ผู้ค้าปลีกในอนาคตจะต้องปรับเปลี่ยนประสบการณ์ในร้านค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

แรงดึงดูดของผู้บริโภคต่ออีคอมเมิร์ซเป็นการผสมผสานระหว่างการขยายตลาดและการแย่งส่วนแบ่งจากร้านค้า การเปลี่ยนแปลงไปสู่การช้อปปิ้งออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงกระแสที่เกิดจากการแพร่ระบาดเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่

การเติบโตของโซเชียลคอมเมิร์ซทั่วโลก:

โซเชียลคอมเมิร์ซเป็นกระแสระดับโลก โดย 68% ของการซื้อของบนแพลตฟอร์มเหล่านี้เกิดจากแรงกระตุ้น ร้านค้า TikTok เติบโตขึ้นมาเป็นอันดับ 8 ของผู้ค้าปลีกด้านสุขภาพและความงามผ่านอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา มียอดขายผลิตภัณฑ์ความงาม 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ผู้ซื้ออีคอมเมิร์ซในสหรัฐอเมริกา 12.5% ​​เคยซื้อผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงามผ่านแอป และหลายคนกลับมาซื้อซ้ำ ในประเทศจีน 31% ของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมาจาก Douyin/TikTok Shop โดย TikTok Shop เป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้บริโภคใช้ค้นหาแบรนด์ เรียนรู้ และทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

แม้ว่าการค้าดิจิทัลจะเติบโตขึ้น แต่การขายปลีกในร้านค้ายังคงมีความสำคัญ ลูกค้ายังชื่นชอบประสบการณ์แบบสัมผัสและการให้คำปรึกษาแบบเฉพาะบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ลงทุนสูง เช่น ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ผู้ค้าปลีกจะต้องสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกสบายและความพึงพอใจของลูกค้า และลงทุนในโมเดลไฮบริดที่ผสานการค้นหาทางออนไลน์ให้เข้ากับประสบการณ์ในร้านค้าได้อย่างลงตัว

Tara James Taylor รองประธานอาวุโสฝ่ายความงามและการดูแลส่วนบุคคลที่ NIQ กล่าวว่า “ในอุตสาหกรรมความงามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสำเร็จในปี 2025 ถือเป็นความสมดุลที่ละเอียดอ่อน พลวัตระหว่างนวัตกรรมและประเพณี ความสามารถในการซื้อและความหรูหรา ความยั่งยืนและความสามารถในการปรับขนาด ตลอดจนการปรับเปลี่ยนเฉพาะบุคคลและการรวมเอาทุกคนเข้าไว้ด้วยกัน กำลังปรับเปลี่ยนตลาดสำหรับผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกด้านความงาม การค้นหาสมดุลที่เหมาะสมจะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ตั้งเป้าจะเติบโตในตลาดความงามระดับโลกที่มีมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์”

สำหรับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทรนด์ความงามและสถานะความงามปี 2025 โปรด คลิกที่นี่ และเข้าร่วม Beauty inner Circle เพื่อรับข้อมูลเชิงลึกระดับพรีเมียม

เกี่ยวกับ NIQ

NielsenIQ (NIQ) เป็นบริษัทชั้นนำด้านข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้บริโภค ซึ่งนำเสนอความเข้าใจที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคได้ครบถ้วนที่สุดและเผยให้เห็นเส้นทางใหม่สู่การเติบโต NIQ ได้รวมตัวกับ GfK ในปี 2023 เพื่อรวมผู้นำอุตสาหกรรมสองรายที่มีการเข้าถึงทั่วโลกที่ไม่มีใครเทียบได้ การเข้าถึงทั่วโลกของเราครอบคลุมกว่า 90 ประเทศ ครอบคลุมประมาณ 85% ของประชากรโลกและการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั่วโลกมากกว่า 7.2 ล้านล้านดอลลาร์ ด้วยการอ่านข้อมูลค้าปลีกแบบองค์รวมและข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคที่ครอบคลุมที่สุด ซึ่งนำเสนอด้วยการวิเคราะห์ขั้นสูงผ่านแพลตฟอร์มที่ทันสมัย ​​NIQ จึงมอบ Full View™ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.niq.com

ข้อสงวนสิทธิ์: ชื่อผลิตภัณฑ์และชื่อบริษัททั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้า™ หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน® ของผู้ถือที่เกี่ยวข้อง การใช้เครื่องหมายการค้าเหล่านี้ไม่ได้หมายความถึงความเกี่ยวข้องหรือการรับรองจากผู้ถือเครื่องหมายการค้าเหล่านั้น

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Sweta Patra
sweta.patra@nielseniq.com

ที่มา: NielsenIQ

GIGABYTE จัดแสดงพอร์ตโฟลิโอการประมวลผล AI ที่ครอบคลุมที่ MWC 2025 โดยเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมจากการพัฒนาไปสู่การใช้งาน

Logo

ไทเป–(BUSINESS WIRE)–02 มีนาคม 2025

GIGABYTE ผู้นำระดับโลกในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการประมวลผล จะจัดแสดงโซลูชันการประมวลผล AI แบบเต็มสเปกตรัมที่เชื่อมโยงจากการพัฒนาไปสู่การใช้งานที่ MWC 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 มีนาคมนี้

GIGABYTE Showcases Comprehensive AI Computing Portfolio at MWC 2025, Leading Industry Transformation from Development to Deployment (Photo: Business Wire)

GIGABYTE จัดแสดงพอร์ตโฟลิโอการประมวลผล AI ที่ครอบคลุมที่ MWC 2025 โดยเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมจากการพัฒนาไปสู่การใช้งาน (Photo: Business Wire)

“AI+” และ “Enterprise-Reinvented” เป็นสองธีมสำหรับงานที่ MWC ในขณะที่องค์กรต่างๆ นั้นเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและการอัพเกรดอัจฉริยะ แต่การเปลี่ยนแปลงแอปพลิเคชัน AI จากการพัฒนาเชิงทดลองไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ของทุกคนจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในอุตสาหกรรม โดยทาง GIGABYTE ได้ดำเนินการในโครงการริเริ่ม “ACCEVOLUTION” อย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม ซึ่งได้ครอบคลุมตั้งแต่ศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์บนคลาวด์ไปจนถึงเทอร์มินัลการประมวลผลแบบ Edge โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งการพัฒนาครั้งต่อไปและเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมในการปรับขนาดแอปพลิเคชัน AI อย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนา: การประมวลผลคู่ขนานที่ปรับขนาดได้มีประสิทธิภาพสูงวางรากฐานสำหรับโมเดล AI ต่างๆ

ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของ GIGABYTE กับผู้นำในอุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะเป็นแบรนด์แรกในตลาดที่นำเสนอเซิร์ฟเวอร์ AIที่หลากหลายที่สุด เพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของชิป AI ทาง GIGABYTE ได้ใช้การออกแบบเซิร์ฟเวอร์ HGX เรือธง และเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ G893 AI รุ่นต่อไปเพื่อรองรับ GPU ที่ล้ำสมัย เช่น NVIDIA B200, AMD MI325X และ Intel Gaudi-3 ด้วยความจุสำหรับการ์ดเร่งความเร็วเต็มความสูง 12 ใบ และแหล่งจ่ายไฟสำรองเต็มรูปแบบ โดยเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทั้งการทำงานของคลัสเตอร์ในศูนย์ข้อมูล และการใช้งานแบบสแตนด์อโลนขององค์กร ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอันชาญฉลาด

GIGABYTE ยังได้เปิดตัว GIGAPOD ที่เป็นโซลูชันการประมวลผลแบบคลัสเตอร์สำหรับศูนย์ข้อมูล AI บนคลาวด์ โดยนำเสนอโซลูชันที่ปรับขนาดได้แบบครบวงจรในที่เดียวสำหรับการเทรนโมเดล AI ขนาดใหญ่ โดย GIGAPOD สามารถรองรับเซิร์ฟเวอร์ G893 AI ได้ในขณะที่รวมการประมวลผลและฮาร์ดแวร์เครือข่ายไว้ในโซลูชันระดับแร็คที่สมบูรณ์ พร้อมด้วยระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์เสริม โดยโซลูชันนี้ครอบคลุมบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การใช้งาน ไปจนถึงการตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานของศูนย์ข้อมูล AI นั้นมีประสิทธิภาพ ซึ่งโมเดลที่จัดแสดงในงาน MWC สามารถรองรับ NVIDIA B200 และมีแร็คเซิร์ฟเวอร์ G4L3 พร้อมเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลว DLCที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ GIGABYTE ในการขยายการพัฒนา AI เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

การปรับใช้งาน: เวลาแฝงต่ำ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และโซลูชันการประมวลผล Edge ที่ยืดหยุ่นซึ่งเชื่อมต่อกับจุดหมายปลายทางสุดท้ายของ AI

เมื่อโมเดลขนาดใหญ่เติบโตขึ้น AI ก็จะพัฒนาจากการพัฒนาระบบคลาวด์ไปสู่การใช้งานและแอปพลิเคชัน Edge โดยต้องการเซิร์ฟเวอร์และโซลูชันการประมวลผลที่เน้นการใช้งานที่ยืดหยุ่นและ ROI ที่เป็นวัตถุประสงค์ทั่วไปของ GIGABYTE โดยเซิร์ฟเวอร์ซีรีย์ R จะใช้เทคโนโลยี CXL ซึ่งใช้ประโยชน์จากเลน PCIe เพื่ออยู่ร่วมกับหน่วยความจำ DDR5 ทำให้สามารถแชร์หน่วยความจำและทรัพยากร ปรับปรุงการรองรับแบนด์วิดท์ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมด้วยความต้องการพื้นที่และต้นทุนการใช้งานที่ลดลง เซิร์ฟเวอร์ซีรีส์ X นำเสนอการออกแบบโมดูลาร์ NVIDIA MGX™ ที่ช่วยให้สามารถอัพเกรดแพลตฟอร์ม GPU รุ่นถัดไปของ NVIDIA ได้อย่างราบรื่นเพียงแค่เปลี่ยนบอร์ดหลัก โดยรับประกันมูลค่าในระยะยาวสำหรับการลงทุนด้านเทคโนโลยีระดับองค์กร และอำนวยความสะดวกในการใช้งานที่ยืดหยุ่นในสถานการณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้ AI ที่ล้ำหน้า อาทิ เมืองอัจฉริยะ และ IoT สำหรับอุตสาหกรรม

ที่งาน MWC GIGABYTE ยังจัดแสดงเซิร์ฟเวอร์ที่ได้รับการปรับแต่ง Edge หลายตัว รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ประมวลผล Edge มาตรฐาน EIA ด้วยซีพียู AMD และ Intel และการเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์เบลด 3U ใหม่ โดยเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้จะนำเสนอตัวเลือกการประมวลผลที่มีความหนาแน่นและสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของแอปพลิเคชัน Edge ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถลดต้นทุนการปรับใช้ AI และการใช้พลังงานได้ ในขณะเดียวกันก็ปรับปรุงประสิทธิภาพการประมวลผลให้ดียิ่งขึ้น

ด้วยความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่งและความร่วมมือในอุตสาหกรรมที่ใกล้ชิดต่างๆ ทาง GIGABYTE ได้สร้างระบบนิเวศการประมวลผล AI ที่สมบูรณ์ตั้งแต่คลาวด์ไปจนถึง Edge ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่โซลูชันการประมวลผลแบบคลัสเตอร์ศูนย์ข้อมูลไปจนถึงตัวเลือกการใช้งานการประมวลผลแบบ Edge ทาง GIGABYTE จึงเป็น “ผู้เปลี่ยนเกม” ที่ช่วยให้เกิดนวัตกรรม AI ในองค์กรและสถาบันการวิจัยทุกขนาด ในขณะที่แอปพลิเคชัน AI ยังคงขยายตัว กลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ GIGABYTE ซึ่งสนับสนุนชิปคอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุด พร้อมด้วยการพัฒนาการออกแบบฮาร์ดแวร์ การรวมซอฟต์แวร์ การจัดการระบบ และบริการการใช้งานต่างๆ ยังคงสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถปรับขนาดได้

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.gigabyte.com/Events/MWC

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/54212481/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ: Michael Pao brand@GIGABYTE.com

ที่มา: GIGABYTE



ยูนนานจากประเทศจีนได้เปิดตัวกลยุทธ์แบรนด์ Honghe Blueberry เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรม

Logo

ไมล์, ประเทศจีน–(BUSINESS WIRE)–27 กุมภาพันธ์ 2025

การประชุม Yunnan Blueberry Conference ประจำปี 2025 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ไมล์ซิตี้ เขตปกครองตนเองหงเหอ ฮานี และยี มณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน โดยในวันเดียวกันนั้น กลยุทธ์ของแบรนด์ Honghe Blueberry ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ Honghe Blueberries และส่งเสริมการพัฒนาของอุตสาหกรรม

เปิดตัวแบรนด์สาธารณะในระดับภูมิภาค “Honghe Blueberry” อย่างเป็นทางการ (ภาพ: Business Wire)

ตามที่ผู้จัดงานกล่าวไว้ การเปิดตัวแบรนด์สาธารณะในระดับภูมิภาคอย่าง “Honghe Blueberry” ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การเติบโตโดยมุ่งเน้นแบรนด์ในอุตสาหกรรมบลูเบอร์รี่ของ Honghe

สโลแกนของแบรนด์ “Care for Your Eyes, Eat More Honghe Blueberries from Yunnan (บำรุงสายตาของคุณ ทานบลูเบอร์รี่หงเหอจากยูนนานให้มากขึ้น)” ได้ตอกย้ำทั้งคุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์และคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดการบริโภคบลูเบอร์รี่มากขึ้น โดยโลโก้ “H” ของ Honghe Blueberry นั้นได้ผสมผสานตัวอักษรตัวแรกของ “Honghe” ในภาษาพินอินเข้ากับรูปทรงของบลูเบอร์รี่อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นการถ่ายทอดข้อความหลักของแบรนด์ในด้านการปกป้องดวงตาและสุขภาพที่ดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในฐานะหนึ่งในภูมิภาคที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเพาะปลูกบลูเบอร์รี่ หงเหอมีอาณาเขตอันกว้างใหญ่ มีภูมิอากาศย่อยที่หลากหลาย มีอุณหภูมิที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างกลางวันและกลางคืน และมีอากาศอบอุ่นในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ โดยข้อดีจากธรรมชาติเหล่านี้ทำให้บลูเบอร์รี่มีคุณภาพสูง มีรูปร่างผลที่สวยงาม รสชาติดีเยี่ยม และเข้าสู่ตลาดได้เร็วกว่าภูมิภาคอื่นๆ ในประเทศจีน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จังหวัดหงเหอได้ใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองจนกลายเป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมบลูเบอร์รี่ และได้กลายเป็นพื้นที่การผลิตหลักของจีนสำหรับการปลูกบลูเบอร์รี่ในโรงเรือนกรีนเฮาส์ที่ใช้วัสดุปลูกแทนดิน โดยในปี 2024 พื้นที่เพาะปลูกบลูเบอร์รี่ในภูมิภาคมีจำนวนมากกว่า 100,000 แปลง (ประมาณ 6,667 เฮกตาร์) คิดเป็น 60% ของการผลิตบลูเบอร์รี่ทั้งหมดของยูนนาน ซึ่งถือเป็นอันดับหนึ่งในจังหวัด โดยหงเหอประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านจากการปลูกจากแปลงทดลองขนาดเล็กไปสู่การพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

การประชุมครั้งนี้ได้นำผู้เชี่ยวชาญและผู้นำในอุตสาหกรรมมารวมตัวกันเพื่อสำรวจเส้นทางการพัฒนาในอนาคตของภาคส่วนบลูเบอร์รี่ของยูนนาน เสริมสร้างอิทธิพลของแบรนด์ และเติมพลังใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ผู้จัดงานกล่าวเสริม

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54216254/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Eason Zhou
อีเมล: evisionsinfo@gmail.com

ที่มา: Honghe Information Office

Toshiba เปิดตัวอุปกรณ์แยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานยานยนต์ที่สอดคล้องกับ AEC-Q100

Logo

ตระหนักถึงการทำงานที่เสถียรด้วยความต้านทานต่อการแทรกสัญญาณชั่วขณะในโหมดร่วมสูงและการสื่อสารข้อมูลที่มีความเร็วสูง –

คาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–27 กุมภาพันธ์ 2025

บริษัท Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดอุปกรณ์แยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานความเร็วสูง 4 ช่องสัญญาณรุ่นแรกสำหรับการใช้งานในยานยนต์ โดยผลิตภัณฑ์ “DCM34xx01 Series” ใหม่นี้ประกอบด้วยอุปกรณ์ 10 ตัวที่รองรับการทำงานที่มีความเสถียรพร้อมมีความต้านทานต่อการแทรกสัญญาณชั่วขณะในโหมดทั่วไป (CMTI) สูงที่ 100kV/μs (ทั่วไป)[1]และยังมีการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง 50Mbps (max)[2]ทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐาน AEC-Q100 ว่าด้วยความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ เริ่มจัดส่งได้ตั้งแต่วันนี้

Toshiba: DCM34xx01 Series, automotive standard digital isolators compliant with AEC-Q100. (Graphic: Business Wire)

Toshiba: DCM34xx01 Series อุปกรณ์แยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานยานยนต์ที่สอดคล้องกับ AEC-Q100 (ภาพ: Business Wire)

การรับประกันความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของเครื่องชาร์จภายในรถ (OBC) และระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ที่ใช้ในรถยนต์ไฮบริดไฟฟ้า (HEV) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องใช้อุปกรณ์ที่รับรองการแยกและป้องกันการแพร่กระจายสัญญาณรบกวน ตัวแยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานยานยนต์มอบโซลูชันสำหรับการสื่อสารความเร็วสูงหลายช่องทางและCMTI สูงที่อุปกรณ์แยกสัญญาณเหล่านี้ต้องการ

ตัวแยกสัญญาณแบบใหม่ใช้ระบบส่งสัญญาณแบบแยกสัญญาณแบบแม่เหล็กเฉพาะของ Toshiba เพื่อให้ได้ค่า CMTI สูงถึง 100kV/μs (ทั่วไป) ซึ่งให้ความต้านทานระดับสูงต่อสัญญาณรบกวนไฟฟ้าระหว่างอินพุตและเอาต์พุตในการส่งสัญญาณแบบแยกสัญญาณ ช่วยให้ส่งสัญญาณควบคุมได้อย่างเสถียร และช่วยให้อุปกรณ์ทำงานได้อย่างเสถียร นอกจากนี้ ยังมีความบิดเบือนความกว้างพัลส์ต่ำเพียง 0.8ns (ทั่วไป)[2]และอัตราการส่งข้อมูลสูงสุด 50Mbps อีกด้วย ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เหมาะสำหรับการใช้งานการสื่อสารความเร็วสูงแบบหลายช่องสัญญาณ เช่น อินเทอร์เฟซ I/O ที่มีการสื่อสาร SPI

Toshiba ได้เริ่มการผลิตจำนวนมากสำหรับตัวแยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานอุตสาหกรรมและได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ไปยังอุปกรณ์ยานยนต์แล้ว ในอนาคต บริษัทจะเพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์และจำนวนช่องสัญญาณในทั้งสองพื้นที่ และจะยังคงจัดหาอุปกรณ์แยกสัญญาณและโฟโตคัปเปลอร์คุณภาพสูงต่อไป ซึ่งรองรับความน่าเชื่อถือและการส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่อุปกรณ์ยานยนต์ต้องการ

หมายเหตุ:
[1] เงื่อนไขการทดสอบ: VDD1 =VDD2 =4.5 ถึง 5.5V, VCM =1500V, Topr =-40 ถึง 125°C
[2] เงื่อนไขการทดสอบ: VDD1 =VDD2 =4.5 ถึง 5.5V, Topr =-40 ถึง 125°C

 การใช้งาน

อุปกรณ์ยานยนต์

  • ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS)
  • เครื่องชาร์จภายในรถยนต์ (OBC)
  • ระบบควบคุมอินเวอร์เตอร์

 คุณสมบัติ

  • ความต้านทานต่อการแทรกสัญญาณชั่วขณะในโหมดทั่วไป: CMTI=100kV/μs (typ.)[1]
  • อัตราข้อมูลความเร็วสูง: tbps =50Mbps (max)[2]
  • ความบิดเบือนความกว้างพัลส์ต่ำ: PWD=0.8ns (typ.)
  • รองรับ Quad-channel (ดูข้อมูลจำเพาะหลักสำหรับรายละเอียดของแต่ละอุปกรณ์):
     สี่ช่องทางขาออกและไม่มีช่องทางขาเข้า; สามช่องทางขาออกและหนึ่งช่องทางขาเข้า; สองช่องทางขาออกและสองช่องทางขาเข้า

 คุณสมบัติหลัก

 (เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น, Topr =-40 ถึง 125°C)

 หมายเลขชิ้นส่วน

 DCM341L01

 DCM341H01

 DCM341A01

 DCM341B01

จำนวนช่อง

(ช่องทางขาออก:ช่องทางขาเข้า)

4

(3:1)

รูปแบบการทำงานเริ่มต้นของสัญญาณเอาต์พุตในอุปกรณ์รถยนต์

ต่ำ

สูง

ต่ำ

สูง

การควบคุมอินพุต/เอาต์พุต

ใช้งานเอาท์พุตได้

ปิดการใช้งานอินพุต

แพคเกจ

SOIC16-W

แอ็บโซลูท

สูงสุด

อัตรา

อุณหภูมิในการทำงาน Topr (°C)

-40 ถึง 125

อุณหภูมิในการเก็บรักษา Tstg (°C)

-65 ถึง 150

แรงดันไฟฟ้าฉนวน

 BVS (Vrms)

t=1นาที,

Ta=25°C

Min

5000

คุณสมบัติ

ทางไฟฟ้า

ความทนทานต่อการรบกวน

ในโหมดทั่วไป

CMTI (kV/μs)

 VDD1 =VDD2 =

4.5 to 5.5V,

 VCM =1500V

Typ.

100

อัตราการรับส่งข้อมูล

 tbps (Mbps)

 VDD1 =VDD2 =

4.5 to 5.5V

Max

50

การบิดเบือนความกว้างของพัลส์

PWD (ns)

Typ.

0.8

ความล่าช้าในการแพร่กระจาย

 tPHL , tPLH (ns)

10.9

การตรวจสอบตัวอย่างและความพร้อมจำหน่าย

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 (เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น, Topr =-40 to 125°C)

 หมายเลขชิ้นส่วน

 DCM340C01

 DCM340D01

 DCM340L01

 DCM340H01

จำนวนช่อง

(ช่องทางขาออก:ช่องทางขาเข้า)

4

(4:0)

รูปแบบการทำงานเริ่มต้นของสัญญาณเอาต์พุตในอุปกรณ์รถยนต์

ต่ำ

สูง

ต่ำ

สูง

การควบคุมอินพุต/เอาต์พุต

ไม่มี

ใช้งานเอาท์พุตได้

แพคเกจ

SOIC16-W

แอ็บโซลูท

สูงสุด

อัตรา

อุณหภูมิในการทำงาน Topr (°C)

-40 ถึง 125

อุณหภูมิในการเก็บรักษา Tstg (°C)

-65 ถึง 150

แรงดันไฟฟ้าฉนวน

 BVS (Vrms)

t=1นาที

Ta=25°C

Min

5000

คุณสมบัติ

ทางไฟฟ้า

ความทนทานต่อการรบกวนในโหมดทั่วไป

CMTI (kV/μs)

 VDD1 =VDD2 =

4.5 ถึง 5.5V,

 VCM =1500V

Typ.

100

อัตราการรับส่งข้อมูล

 tbps (Mbps)

 VDD1 =VDD2 =

4.5 ถึง 5.5V

Max

50

การบิดเบือนความกว้างของพัลส์

PWD (ns)

Typ.

0.8

ความล่าช้าในการแพร่กระจาย

 tPHL , tPLH (ns)

10.9

การตรวจสอบตัวอย่างและความพร้อมจำหน่าย

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 (เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น, Topr =-40 ถึง 125°C)

 หมายเลขชิ้นส่วน

 DCM342L01

 DCM342H01

จำนวนช่อง

(ช่องทางขาออก:ช่องทางขาเข้า)

4

(2:2)

รูปแบบการทำงานเริ่มต้นของสัญญาณเอาต์พุตในอุปกรณ์รถยนต์

ต่ำ

สูง

การควบคุมอินพุต/เอาต์พุต

ใช้งานเอาท์พุตได้

แพคเกจ

SOIC16-W

แอ็บโซลูท

สูงสุด

อัตรา

อุณหภูมิในการทำงาน Topr (°C)

-40 ถึง 125

อุณหภูมิในการเก็บรักษา Tstg (°C)

-65 ถึง 150

แรงดันไฟฟ้าฉนวน

 BVS (Vrms)

t=1นาที,

Ta=25°C

Min

5000

คุณสมบัติ

ทางไฟฟ้า

ความทนทานต่อการรบกวนในโหมดทั่วไป

CMTI (kV/μs)

 VDD1 =VDD2 =

4.5 ถึง 5.5V,

 VCM =1500V

Typ.

100

Data rate

 tbps (Mbps)

 VDD1 =VDD2 =

4.5 ถึง 5.5V

Max

50

การบิดเบือนความกว้างของพัลส์

PWD (ns)

Typ.

0.8

ความล่าช้าในการแพร่กระจาย

 tPHL , tPLH (ns)

10.9

การตรวจสอบตัวอย่างและความพร้อมจำหน่าย

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุการใช้งาน

ติดตามลิงก์ด้านล่างเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่

 DCM341L01
 DCM341H01
 DCM341A01
 DCM341B01
 DCM340C01
 DCM340D01
 DCM340L01
 DCM340H01
 DCM342L01
 DCM342H01

ติดตามลิงก์ด้านล่างเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวแยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานของ Toshiba
 ตัวแยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐาน

หากต้องการตรวจสอบความพร้อมจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ โปรดไปที่:
 DCM341L01
 ซื้อออนไลน์
 DCM341H01
 ซื้อออนไลน์
 DCM341A01
 ซื้อออนไลน์
 DCM341B01
 ซื้อออนไลน์
 DCM340C01
 ซื้อออนไลน์
 DCM340D01
 ซื้อออนไลน์
 DCM340L01
 ซื้อออนไลน์
 DCM340H01
 ซื้อออนไลน์
 DCM342L01
 ซื้อออนไลน์
 DCM342H01
 ซื้อออนไลน์

 * ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง
 * ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ เนื้อหาของบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ประกาศ แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
 Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation เป็นซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านโซลูชั่นเซมิคอนดักเตอร์และการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง มีประสบการณ์และนวัตกรรมมากกว่าครึ่งศตวรรษเพื่อนำเสนอเซมิคอนดักเตอร์แบบแยกส่วน ระบบ LSI และผลิตภัณฑ์ HDD ที่โดดเด่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ

โดยมีพนักงานกว่า 19,400 คนทั่วโลกที่มีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้สูงสุด และส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในการสร้างมูลค่าและตลาดใหม่ๆ ร่วมกัน บริษัทมุ่งหวังที่จะสร้างและมีส่วนสนับสนุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่าสำหรับผู้คนโดยทั่วไป

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:
https://www.businesswire.com/news/home/54215230/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

การสอบถามจากลูกค้า
แผนกขายและการตลาดอุปกรณ์ออปโตอิเล็กทรอนิกส์
โทร: +81-44-548-2218
ติดต่อเรา

การสอบถามจากสื่อ:
Chiaki Nagasawa
แผนกการตลาดดิจิตอล
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

ที่มา: Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Xsolla ร่วมมือกับ Pocket Gamer Connects เพิ่มขีดความสามารถให้กับนักพัฒนาเกมมือถือในปี 2025

Logo

Xsolla ขยายการเข้าถึงทั่วโลกในการสร้างรายได้จากเกมมือถือด้วย Web Shop และการวัดผลแบบข้ามแพลตฟอร์ม

ลอสแอนเจลิส–(BUSINESS WIRE)–27 กุมภาพันธ์ 2025

Xsolla บริษัทค้าวิดีโอเกมชั้นนำระดับโลก กำลังเสริมสร้างความมุ่งมั่นต่อนักพัฒนาเกมมือถือผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Pocket Gamer Connects (PGC) ในปี 2025 ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมด้านการพัฒนาและการจัดการ Web Shop โดยมี Web Shop มากกว่า 500 แห่งที่สร้างรายได้ โดย Xsolla ยังเป็นผู้นำในการสร้างรายได้โดยตรงสู่ผู้บริโภคในอุตสาหกรรมวิดีโอเกมอีกด้วย Xsolla จะจัดแสดงนวัตกรรมล่าสุดในการสร้างรายได้จากเกมมือถือ การเข้าถึงผู้ใช้ และการวิเคราะห์ข้ามแพลตฟอร์มในงาน PGC ที่สำคัญระดับโลก

Graphic: Xsolla

กราฟิก: Xsolla

การสนับสนุนนักพัฒนามือถือที่งาน PGC ทั่วโลก

Xsolla จะสนับสนุนกิจกรรม Pocket Gamer Connects ในปี 2025 โดยนำความเชี่ยวชาญในการสร้างรายได้และกลยุทธ์การมีส่วนร่วมโดยตรงสู่ผู้บริโภคไปยังสถานที่ต่อไปนี้:

  •  PGC ซานฟรานซิสโก (17-18 มีนาคม)
  •  PGC ดูไบ (7-8 พฤษภาคม)
  •  PGC บาร์เซโลน่า (3-4 มิถุนายน)
  •  PG Summit เซี่ยงไฮ้ (30 กรกฎาคม)
  •  Mobile Games Awards ที่ Gamescom (สิงหาคม)
  •  PGC เฮลซิงกิ (7-8 ตุลาคม)

Xsolla จะมีส่วนร่วมกับนักพัฒนาในแต่ละกิจกรรมผ่านเซสชั่นความเป็นผู้นำทางความคิด การอภิปรายกลุ่ม และโอกาสในการสร้างเครือข่าย โดยจะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเพื่อช่วยให้นักพัฒนามือถือเพิ่มรายได้สูงสุดนอกเหนือจากร้านค้าบนแอปแบบเดิมๆ

การพัฒนาระบบสร้างรายได้จาก Web Shop ด้วยการบูรณาการกับ AppsFlyer

องค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งของการปรากฏตัวของ Xsolla ที่ PGC คือการร่วมมือกับ AppsFlyer ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านการวัดผลและการวิเคราะห์ข้อมูลบนมือถือ ทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาการบูรณาการครั้งแรกในอุตสาหกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาความท้าทายในการระบุแหล่งที่มาข้ามแพลตฟอร์ม ทำให้นักพัฒนาเกมมือถือมีเครื่องมือในการ:

  • วัดการซื้อของใน Web Shop เป็นกิจกรรมในแอปเพื่อการติดตาม LTV และ ROAS ที่แม่นยำ
  • เชื่อมโยงรายได้ของ Web Shop เข้ากับการเข้าถึงผู้ใช้มือถือ การมีส่วนร่วมอีกครั้ง และแคมเปญการรักษาลูกค้าได้อย่างราบรื่น
  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายโฆษณาทั้งบนมือถือและ Web Shops ด้วยการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องให้นักพัฒนาเขียนโค้ด

โซลูชัน Web Shop ของ Xsolla ได้เปลี่ยนโฉมการสร้างรายได้จากเกมมือถือไปแล้ว โดยช่วยให้ผู้พัฒนาเกมกว่า 500 รายสามารถสร้างยอดขายตรงถึงผู้บริโภคทางออนไลน์ได้ ขณะเดียวกันก็ผลักดันให้ผู้เล่นชำระเงินผ่านอุปกรณ์มือถือของตนได้ ด้วยการผสานเครื่องมือวัดผลของ AppsFlyer Xsolla ช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้พัฒนาเกมมือถือจะได้รับความเข้าใจอย่างครบถ้วนสมบูรณ์เกี่ยวกับการเดินทางของผู้ใช้ในทุกแพลตฟอร์ม ช่วยให้พวกเขาสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้นและปรับปรุง ROI ให้ดีขึ้น

“Web Shop ของ Xsolla ได้ปฏิวัติวิธีการที่นักพัฒนาเกมมือถือสร้างรายได้ออนไลน์ และการบูรณาการของเรากับ AppsFlyer จะทำให้ก้าวไปอีกขั้น” Berkley Egenes ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและการเติบโตของ Xsolla กล่าว “ด้วยการเชื่อมช่องว่างข้อมูลระหว่าง Web Shop และแอปพลิเคชันบนมือถือ เราช่วยให้นักพัฒนาได้รับข้อมูลเชิงลึกที่จำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มรายได้ และดึงดูดผู้เล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เราหวังว่าจะได้มีส่วนร่วมโดยตรงกับชุมชนและรับฟังความคิดเห็นจากชุมชน Pocket Gamer ตลอดทั้งปีในงานต่างๆ ทั่วโลก”

การเสริมสร้างระบบนิเวศเกมบนมือถือระดับโลก

การลงทุนอย่างต่อเนื่องของ Xsolla ในโซลูชันการค้าเกมบนมือถือสอดคล้องกับภารกิจของ Pocket Gamer Connects ที่จะสนับสนุนและเชื่อมโยงนักพัฒนาเกมทั่วโลก ด้วยพลังที่ผสานรวมของ Web Shop, การบูรณาการของ AppsFlyer และการปรากฏตัวโดยตรงในงานอุตสาหกรรมสำคัญๆ Xsolla มุ่งมั่นที่จะช่วยให้ผู้สร้างเกมมือถือรับมือกับความท้าทายในการสร้างรายได้และขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างยั่งยืน

“Pocket Gamer Connects เป็นซีรีส์กิจกรรมชั้นนำของโลกสำหรับนักพัฒนาเกมมือถือ (และอื่นๆ) และเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ Xsolla เป็นพันธมิตรหลักในปี 2025” Chris James ซีอีโอของ Steel Media ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Pocket Gamer กล่าว “ความเชี่ยวชาญของ Xsolla ในด้านการค้าบนมือถือ การมีส่วนร่วมข้ามแพลตฟอร์ม และการสร้างรายได้จาก Web Shop ทำให้ Xsolla เป็นทรัพยากรอันล้ำค่าสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการขยายธุรกิจของตน”

ด้วยการเป็นพันธมิตรกับ Pocket Gamer Connects ทำให้ Xsolla มั่นใจได้ว่านักพัฒนามือถือทั่วโลกสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี ข้อมูลเชิงลึก และรูปแบบทางธุรกิจล่าสุดเพื่อการเติบโตในตลาดเกมที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Xsolla Web Shop และการบูรณาการกับ AppsFlyer โปรดไปที่: xsolla.blog/xsolla-appsflyer

เข้าร่วมกับเราที่ Pocket Gamer Connects 2025 เพื่อเชื่อมต่อ เรียนรู้ และสำรวจโอกาสใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมเกม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่: https://xsolla.pro/pgc25

เกี่ยวกับ Xsolla

Xsolla เป็นบริษัทค้าวิดีโอเกมระดับโลกที่มีชุดเครื่องมือและบริการที่มีประสิทธิภาพและทรงพลังซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมวิดีโอเกม นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2005 โดย Xsolla ได้ช่วยเหลือผู้พัฒนาเกมและผู้เผยแพร่ในการระดมทุนทุกระดับ การตลาด การเปิดตัว และการสร้างรายได้จากเกมของพวกเขาทั่วโลกและบนหลายแพลตฟอร์ม ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมในการค้าเกม ภารกิจของ Xsolla คือการแก้ปัญหาความซับซ้อนโดยธรรมชาติของการจัดจำหน่าย การตลาด และการสร้างรายได้ทั่วโลก เพื่อช่วยให้พันธมิตรของเราเข้าถึงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ได้มากขึ้น สร้างรายได้มากขึ้น และสร้างความสัมพันธ์กับนักเล่นเกมทั่วโลก มีสำนักงานใหญ่และจดทะเบียนในลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย และมีสำนักงานในลอนดอน เบอร์ลิน โซล ปักกิ่ง กัวลาลัมเปอร์ ราลี โตเกียว มอนทรีออล และเมืองต่างๆ ทั่วโลก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ xsolla.com

เกี่ยวกับ Pocket Gamer

Pocket Gamer ของ Steel Media เป็นแบรนด์สื่อและกิจกรรมชั้นนำที่อุทิศให้กับอุตสาหกรรมเกมระดับโลก โดยนำเสนอข่าวสาร ข้อมูลเชิงลึก และกิจกรรมที่เชื่อมโยงนักพัฒนา ผู้เผยแพร่ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม โดยตั้งแต่เปิดตัว PocketGamer.Biz ก็ได้กลายเป็นแหล่งเนื้อหาเกมบนมือถือ พีซี และคอนโซลที่เชื่อถือได้ ขณะเดียวกันก็ช่วยในการจัดระเบียบ Pocket Gamer Connects (PGC) ซีรีส์การประชุมระดับชั้นนำที่เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญด้านเกมมากกว่า 55,000 รายผ่านการประชุม 50 ครั้งใน 12 เมืองทั่วโลกในช่วง 11 ปีที่ผ่านมา

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ https://www.pocketgamer.biz และ www.pgconnects.com

เกี่ยวกับ Enthusiast Gaming

Steel Media เป็นบริษัทในเครือของ Enthusiast Gaming ซึ่งเป็นบริษัทสื่อเกมและความบันเทิงชั้นนำในอเมริกาเหนือ ที่สร้างแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบวิดีโอเกมและแฟนกีฬาอีสปอร์ตในการเชื่อมต่อและแข่งขันทั่วโลก การผสมผสานองค์ประกอบของเสาหลักทั้งห้า ได้แก่ ผู้สร้าง เนื้อหา ชุมชน เกม และประสบการณ์เข้าด้วยกัน ทำให้ Enthusiast Gaming มอบโอกาสอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับนักการตลาดในการสร้างโซลูชันแบรนด์แบบบูรณาการเพื่อเชื่อมต่อกับผู้ชม Gen Z และ Millennial ด้วยการผสมผสานสื่อดิจิทัล เนื้อหา และทรัพยากรด้านเกมที่เป็นกรรมสิทธิ์ Enthusiast Gaming ยังคงขยายเครือข่ายชุมชนของตนต่อไป ซึ่งสะท้อนถึงขนาดและความหลากหลายของผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมในปัจจุบัน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.enthusiastgaming.com

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:
https://www.businesswire.com/news/home/54215873/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
Derrick Stembridge
รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลกของ Xsolla
d.stembridge@xsolla.com

ที่มา: Xsolla

Turing ระดมทุนได้ 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อขยายขนาดโซลูชันการจัดการน้ำที่ขับเคลื่อนด้วย AI

Logo

บอสตัน–(BUSINESS WIRE)–26 กุมภาพันธ์ 2025

Turing ผู้นำด้านโซลูชันการจัดการน้ำที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนมูลค่า 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันนี้ ซึ่งนำโดย Safar Partners การลงทุนครั้งนี้จะช่วยเร่งการขยายตัวทั่วโลกของ Turing และปรับปรุงแพลตฟอร์มหลักที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมี TOP Clear ที่นำเสนอโซลูชันดิจิทัลครบวงจรสำหรับภาคสาธารณูปโภค ตั้งแต่การบำบัดน้ำและน้ำเสียไปจนถึงเครือข่าย รวมถึง SmartOps AI ที่เป็นแพลตฟอร์มการจัดการน้ำพิเศษสำหรับการบำบัดในอุตสาหกรรม

The leadership team at Turing, a leading AI and IIoT solutions provider for water and wastewater management. (Photo: Business Wire)

ทีมผู้นำของ Turing ผู้ให้บริการโซลูชัน AI และ IIoT ชั้นนำสำหรับการจัดการน้ำและน้ำเสีย (ภาพ: Business Wire)

โซลูชันของ Turing นั้นแตกต่างจาก SCADA แบบดั้งเดิมหรือเครื่องมือวิเคราะห์แบบสแตนด์อโลน โดยมีการผสานรวมกับแพลตฟอร์มการจัดการน้ำใดๆ อย่างราบรื่น ตอบสนองความต้องการของลูกค้าไม่ว่าจะอยู่ในขั้นตอนใดของกระบวนการดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดน้ำ ระบบเครือข่าย หรือทั้งสองอย่าง ด้วยการใช้ประโยชน์จากระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI, IoT เชิงอุตสาหกรรม (IIoT) และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเชิงลึก แพลตฟอร์มของ Turing จะช่วยให้สามารถควบคุมและตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ ตรวจจับความผิดปกติขั้นสูง วิเคราะห์เชิงคาดการณ์ และตัดสินใจอย่างชาญฉลาด แนวทางแบบองค์รวมนี้ได้รับการปรับให้เหมาะสมตลอดทั้งวงจรชีวิตของน้ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืนในทุกขั้นตอน

Turing ได้รับการยอมรับถึงการมีส่วนสนับสนุนนวัตกรรมใหม่ต่ออุตสาหกรรมน้ำ โดยได้รับรางวัล Cleantech Group Award 25 สำหรับนวัตกรรมดิจิทัลในเครือข่ายน้ำและรางวัลบริษัทเทคโนโลยีก้าวหน้าแห่งปี จาก Global Water Intelligence สำหรับอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องจักรขั้นสูงที่ขับเคลื่อนการประหยัดพลังงานและสารเคมีในการแยกเกลือออกจากน้ำ

“ภารกิจของเราคือการกำหนดใหม่ถึงวิธีที่อุตสาหกรรมและเทศบาลใช้จัดการทรัพยากรน้ำ” Hiep Le ซีอีโอของ Turing กล่าว “ด้วยเงินทุนนี้ เราจะขยายแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของเรา เร่งการขยายตัวไปทั่วโลก และจัดหาเครื่องมือให้กับลูกค้าเพื่อลดระยะเวลาหยุดทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และปรับปรุงความยั่งยืน ในขณะที่ความท้าทายด้านน้ำของโลกมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ความต้องการระบบอัจฉริยะในการปฏิบัติงานแบบเรียลไทม์ (ROI) โดยใช้การทดลองและปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่เคยยิ่งใหญ่เท่านี้มาก่อน และนั่นคือสิ่งที่เรากำลังสร้างอยู่”

Nader Motamedy หุ้นส่วนผู้จัดการของ Safar Partners ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของแนวทางที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Turing ว่า “การลงทุนใน Turing ถือเป็นการลงทุนในอนาคตของการจัดการน้ำอัจฉริยะ การผสมผสานที่ไม่เหมือนใครระหว่าง AI, IIoT และความเชี่ยวชาญในโดเมนเชิงลึกได้สร้างแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมซึ่งไม่เพียงแต่ระบุความไร้ประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดและการจ่ายน้ำอย่างแข็งขันอีกด้วย ในขณะที่ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ชาญฉลาดเพิ่มมากขึ้น Turing อยู่ในตำแหน่งในการนำอุตสาหกรรมก้าวไปข้างหน้า”

เงินทุนนี้จะช่วยให้ Turing สามารถ:

  •  เพิ่มประสิทธิภาพ AI ภายใน TOP Clear และ SmartOps AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำ การประมวลผลน้ำเสีย และประสิทธิภาพของเครือข่าย
  •  ขยายการดำเนินงาน ในตลาดสำคัญรวมทั้งอเมริกาเหนือ ยุโรป และตะวันออกกลาง
  •  เร่งการวิจัยและพัฒนา สำหรับโซลูชันการจัดการน้ำแบบคาดการณ์ล่วงหน้าและอัตโนมัติในรุ่นต่อไป
  •  เสริมสร้างความร่วมมือ กับสาธารณูปโภค ผู้ใช้น้ำในอุตสาหกรรม และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อนำร่องการนำแพลตฟอร์มการจัดการน้ำที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้ทั่วทั้งอุตสาหกรรม

ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เก่า ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น และปัญหาขาดแคลนน้ำและแรงงานที่เพิ่มขึ้น สาธารณูปโภคและอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการปรับปรุงระบบน้ำให้ทันสมัย โซลูชัน AI ของ Turing ช่วยให้ลูกค้าสามารถลดการหยุดชะงักในการดำเนินงานในเชิงรุก เพิ่มอายุการใช้งานของสินทรัพย์ให้สูงสุด และบรรลุการประหยัดต้นทุนได้อย่างมาก โดยทั้งหมดนี้ในขณะเดียวกันก็รับประกันการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการดูแลสิ่งแวดล้อม

เกี่ยวกับ Turing

Turing เป็นผู้ให้บริการโซลูชัน AI และ IIoT ชั้นนำสำหรับการจัดการน้ำและน้ำเสีย ที่แยกตัวออกมาจาก Gradiant, Synauta และ SpaceAge Labs โดย Turing นำเสนอโซลูชันดิจิทัลครบวงจรที่ช่วยให้บริษัทสาธารณูปโภคและอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และเพิ่มความยั่งยืนตลอดวงจรชีวิตของน้ำ ด้วยการมีสาขาอยู่ในหลายทวีป Turing กำลังกำหนดรูปแบบแพลตฟอร์มการจัดการสินทรัพย์รุ่นต่อไปผ่านระบบอัตโนมัติขั้นสูง การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ และการเพิ่มประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์ Turing ไม่ได้เป็นเพียงบริษัท AI ในด้านน้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นบริษัทด้านน้ำที่เชี่ยวชาญด้าน AI อีกด้วย

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม www.theturingcompany.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54214593/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Meghan Moore
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด
Turing
mmoore@theturingcompany.com

ที่มา: Turing

Multiply Group ลงนามการลงทุนครั้งสำคัญกับพันธมิตร CVC และ PAI เพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้น (67.91%) ใน Tendam โดยธุรกรรมดังกล่าวคาดว่าจะเพิ่ม EBITDA เป็นสองเท่าของการดำเนินงานหลังการรวมกิจการ

Logo

  •  Multiply Group ก่อตั้งกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและเครื่องแต่งกายใหม่โดยมี Tendam เป็นธุรกิจหลัก ซึ่งจะทำให้การดำเนินธุรกิจของกลุ่มในอุตสาหกรรมที่เน้นผู้บริโภคมีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น
  •  Tendam เป็นกลุ่มเครื่องแต่งกายที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสเปนเมื่อพิจารณาจากส่วนแบ่งการตลาด และเป็นหนึ่งในกลุ่มเครื่องแต่งกายแบบ Omnichannel ชั้นนำของยุโรป โดยมีจุดขาย 1,800 จุดในตลาดมากกว่า 80 แห่ง รวมถึงสเปน โปรตุเกส ฝรั่งเศส สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และละตินอเมริกา รวมถึงแบรนด์ต่างๆ เช่น Women’secret, Springfield และ Cortefiel
  •  สัดส่วนการถือหุ้นส่วนใหญ่ใน Tendam นี้เป็นกิจกรรมการลงทุนด้านอาคารแนวดิ่งล่าสุดโดย Multiply Group ซึ่งเพิ่งใช้เงินประมาณ 1 พันล้านเดอร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพื่อซื้อ BackLite Media, Excellence Premier Investment และ The Grooming Company Holding

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–26 กุมภาพันธ์ 2025

Multiply Group PJSC (ADX: MULTIPLY) บริษัทโฮลดิ้งด้านการลงทุนที่มีฐานอยู่ในอาบูดาบี ซึ่งลงทุนและดำเนินธุรกิจทั่วโลกผ่านสี่ภาคส่วน ได้แก่ การเดินทาง สื่อและการสื่อสาร พลังงานและสาธารณูปโภค และความงามและสุขภาพ โดยต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลทั้งหมดสำเร็จ ได้ตกลงที่จะลงทุนโดยการเพิ่มทุนซึ่งจะทำให้ได้หุ้นควบคุม 67.91% ใน Castellano Investments S.À R.L. (“บริษัท ”) (เจ้าของ Tendam Brands S.A.U และบริษัทย่อยอื่นๆ) กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทควบคู่ไปกับ Llano Holdings S.À R.L. และ Arcadian Investments S.À R.L. ซึ่งเป็นเครื่องมือในการลงทุนขององค์กรสำหรับ CVC Funds และ PAI Partners ตามลำดับ ซึ่งจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยในบริษัท

Multiply Group signs landmark investment with CVC and PAI Partners to secure a controlling stake in Tendam (Photo: AETOSWire)

Multiply Group ลงนามการลงทุนครั้งสำคัญกับ CVC และ PAI Partners เพื่อควบคุมสัดส่วนการถือหุ้นใน Tendam (ภาพ: AETOSWire)

Tendam เป็นกลุ่มธุรกิจเครื่องแต่งกายที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสเปน เมื่อพิจารณาจากส่วนแบ่งการตลาด และเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจเครื่องแต่งกายแบบ Omnichannel ชั้นนำของยุโรป Multiply Group จะเป็นผู้นำในการเติบโตในระยะต่อไปของ Tendam โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายตัวในระดับนานาชาติและการพัฒนาระบบนิเวศแบบ Omnichannel ของกลุ่มต่อไป การทำธุรกรรมดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

ด้วยการลงทุนครั้งนี้ Multiply Group จึงสามารถสร้างสถานะของตนเองในภาคค้าปลีกและเครื่องแต่งกายได้ โดยมี Tendam ทำหน้าที่เป็นเสาหลักสำหรับแนวทางใหม่นี้ ข้อตกลงนี้ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ครั้งแรกของ Multiply Group ในยุโรป ซึ่งถือเป็นการเติบโตทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญและช่วยให้บริษัทมีสถานะที่มั่นคงยิ่งขึ้นในธุรกิจที่เน้นผู้บริโภค

ตั้งแต่ปี 2020 Tendam มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส โดยรวบรวมโมเดลธุรกิจในตลาดสำคัญๆ และขยายการดำเนินงานในต่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมกราคม 2025 ยอดขายรวมของ Tendam ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา (LTM) อยู่ที่ประมาณ 1.4 พันล้านยูโร โดยมี EBITDA หลัง IFRS-16 ที่ 341 ล้านยูโร

Samia Bouazza ซีอีโอกลุ่มและกรรมการผู้จัดการ Multiply Group  กล่าวว่า “การถือหุ้นส่วนใหญ่ใน Tendam บรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์สามประการสำหรับ Multiply Group ซึ่งได้แก่ ช่วยให้เราเดินหน้าต่อไปตามคำมั่นสัญญาของเราในการสร้างการเติบโตของ EBITDA ในระดับสองหลัก ถือเป็นการเข้าสู่ภาคค้าปลีกและเครื่องแต่งกายเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เราตั้งเป้าไว้และเชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และสุดท้าย การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่ชัดเจนในการพยายามขยายธุรกิจไปทั่วโลกของเรา ซึ่งจะช่วยให้กลุ่มธุรกิจสามารถขยายพอร์ตโฟลิโอระหว่างประเทศต่อไปได้ในปีต่อๆ ไป”

Tendam กลายเป็นผู้บุกเบิกในภาคส่วนค้าปลีกเครื่องแต่งกายแบบ Omnichannel โดยมีจุดขายมากกว่า 1,800 จุดในเกือบ 80 ประเทศใน 4 ทวีป โดยมีแบรนด์ของตัวเอง 12 แบรนด์ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มตลาดมวลชนระดับพรีเมียม (Women’secret, Springfield, Cortefiel, Pedro del Hierro, Hoss Intropia, Slowlove, High Spirits, Dash and Stars, OOTO, HI&BYE, Milano และไลน์เสื้อผ้าเด็ก Springfield Kids) ตลอดจนแบรนด์บุคคลที่สามเกือบ 200 แบรนด์ คลับสะสมคะแนนที่มีชื่อเสียง ความสามารถทางเทคโนโลยีที่เป็นผู้นำตลาด เครือข่ายที่กว้างขวางซึ่งประกอบด้วยจุดขายมากกว่า 1,800 จุด (รวมถึงร้านค้าที่ดำเนินการโดยตรง มุมถนน และแฟรนไชส์) และออนไลน์

จากมุมมองเชิงกลยุทธ์ การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับ Multiply Group ในการสร้างแบรนด์บนแพลตฟอร์มของ Tendam และผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตด้วยการเข้าถึงตลาดค้าปลีกเครื่องแต่งกายทั่วโลกที่ 1.3 ล้านล้านยูโร

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการเข้าซื้อกิจการ และกิจกรรมขยายธุรกิจแบบแนวดิ่งต่างๆ ของ Multiply Group ซึ่งบริษัทประสบความสำเร็จในการเข้าควบคุมสัดส่วนการถือหุ้นใน Excellence Premier Investment, Media 247, BackLite Media และ The Grooming Company Holding และบรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพประจำปี 2024 เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้

Jaume Miquel ประธานและซีอีโอของ Tendamเน้นย้ำว่า “นับตั้งแต่นำกลยุทธ์ Tendam 5.0 มาใช้ Tendam ได้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่โดดเด่น โดยได้รับการสนับสนุนจากการสร้างระบบนิเวศแบบ Omnichannel ที่มีเอกลักษณ์และไม่มีใครเทียบได้ การลงทุนของ Multiply Group ถือเป็นการรับรองกลยุทธ์ดังกล่าวและช่วยเพิ่มศักยภาพในการเติบโตอย่างรวดเร็ว ในทำนองเดียวกัน CVC Funds และ PAI ผ่าน Llano และ Arcadian ให้ความต่อเนื่องและความเข้าใจในเชิงลึกที่แข็งแกร่งของบริษัท นักลงทุนทั้งหมดของเรา ร่วมกับทีมผู้บริหารที่มีความมุ่งมั่น ถือเป็นหลักประกันที่ดีที่สุดสำหรับการเติบโตและความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง”

Caroline Goergen ผู้อำนวยการของ Llano Holdings S.à r.l.,กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ร่วมงานกับ Multiply Group และยังคงสนับสนุน Tendam ต่อไปในช่วงการเติบโตใหม่นี้ เรารู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่งต่อทีมผู้บริหารของ Tendam ซึ่งได้สร้างระบบนิเวศที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์และมีประสิทธิภาพเหนือกว่าตลาดอย่างมาก เรายังคงกระตือรือร้นเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของ Tendam และการลงทุนอย่างต่อเนื่องของเรา”

Laura Muries หุ้นส่วนและหัวหน้าสเปนของกองทุนเรือธงของ PAIกล่าวว่า: “นับตั้งแต่ที่เราลงทุนในปี 2017 ความร่วมมือกับ Tendam ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ประสบความสำเร็จ ปัจจุบัน Tendam เป็นบริษัทชั้นนำที่ทำกำไรได้หลายช่องทาง โดยสามารถเข้าถึงลูกค้า 24 ล้านรายและเติบโตเหนือตลาดอย่างต่อเนื่อง เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนบริษัทในการพัฒนากลยุทธ์ใหม่นี้ในระดับสากลต่อไป” 

Multiply Group ได้รับคำแนะนำจาก Greenhill (บริษัทในเครือ Mizuho), Hogan Lovells และ KPMG เกี่ยวกับธุรกรรมนี้ Castellano และผู้ถือหุ้นปัจจุบันได้รับคำแนะนำจาก Uria Menendez นอกจากนี้ Ramón Hermosilla Abogados และ Latham & Watkins LLP ยังเป็นที่ปรึกษากฎหมายในธุรกรรมนี้ด้วย

Multiply Group ประสบความสำเร็จอย่างแข็งแกร่งในปี 2024 โดยวัดผลจากตัวชี้วัดสำคัญ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากตำแหน่งผู้นำตลาดในกลุ่มธุรกิจการเดินทาง สื่อ และความงาม รายได้ของกลุ่มพุ่งสูงขึ้น 56% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสูงกว่าระดับ 2 พันล้านเดอร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และขับเคลื่อนด้วยการเติบโตแบบออร์แกนิกเป็นตัวเลขสองหลักในทุกแนวดิ่ง ส่งผลให้ EBITDA ของกลุ่มเติบโต 15% แตะที่ 1.9 พันล้านเดอร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 *ที่มาAETOSWire

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:
https://www.businesswire.com/news/home/54214631/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
Wassim El Jurdi
Multiply Group
M: +971 56 105 9595
E: wassim@multiply.ae

Rawad Khattar
Weber Shandwick
M: +971 56 336 2131
E: rkhattar@webershandwick.com

ที่มา: Multiply Group PJSC

Autel Energy เปิดตัวเครื่องชาร์จ MaxiCharger DH480 ความเร็วสูงพิเศษที่งาน EVCharge Live Thailand 2025

Logo

กรุงเทพฯ–(BUSINESS WIRE)–26 กุมภาพันธ์ 2025

Autel Energy ผู้ให้บริการโซลูชันการชาร์จ EV ชั้นนำ จะทำให้งาน EVCharge Live Thailand 2025 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์นี้ต้องสั่นสะเทือน ด้วยการเปิดตัวซีรีส์ MaxiCharger DC ใหม่ นำโดยเครื่องชาร์จแบบ All-in-One MaxiCharger DH480 ล้ำสมัย พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์และโซลูชันการชาร์จที่ครอบคลุมทั้ง AC และ DC

Autel Energy at Booth F10, EVCharge Live Thailand 2025 held at BITEC (Photo: Business Wire)

Autel Energy ที่บูธ F10 ในงาน EVCharge Live Thailand 2025 ที่ไบเทค (ภาพ: Business Wire)

 ขอแนะนำคุณสมบัติอันล้ำสมัยของ DH480

DH480 สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการชาร์จ EV ที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ โดยให้กำลังสูงถึง 480kW และรองรับการชาร์จพร้อมกันสูงสุดถึงสี่คัน ซึ่งเหมาะสำหรับสถานที่ที่มีความต้องการการชาร์จสูง(High demand charge) โดยเพิ่มระยะทางได้สูงสุดถึง 1 กม. ต่อวินาที โดยมีอัตราการชาร์จความสำเร็จเกินกว่า 99% ความคล่องตัวของ DH480 ยังขยายไปถึงตัวเลือกการชำระเงินอีกด้วย ด้วยการรองรับบัตรเครดิต, RFID, QR codes และเทคโนโลยี Plug & Charge ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่น นอกจากนี้ ซีรีส์ MaxiCharger DC ยังทำงานร่วมกับระบบพลังงานสะอาด เช่น เซลล์แสงอาทิตย์ (PV) และการจัดเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ทำให้กลายเป็นโซลูชันที่รองรับอนาคตสำหรับการชาร์จ EV ที่ยั่งยืน ด้วยการตรวจสอบที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการบำรุงรักษา    เพื่อให้มั่นใจว่ามีเวลาทำงานมากกว่า 98%

DH480 จึงปรับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานมากที่สุด

 ขยายตลาดสู่ประเทศไทย

ประเทศไทยซึ่งมีตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว กำลังกลายเป็นผู้เล่นหลักในระบบนิเวศการขนส่ง พลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยตระหนักถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของประเทศไทยและที่อื่นๆ Autel Energy จึงได้จัดลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของตลาดนี้ในแผนการขยาย โดยเปิดตัวโซลูชั่นการชาร์จที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการการชาร์จขณะเดินทาง ยานพาหนะ จุดหมายปลายทาง และที่อยู่อาศัย ตั้งแต่ปี 2022 Autel Energy ได้ขยายการดำเนินงานในประเทศไทยผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ร่วมกับ RêVERSHARGER ผู้ให้บริการโซลูชันการชาร์จ EV ชั้นนำ ได้ติดตั้งสถานีชาร์จเร็วขนาด 120kW และ 360kW ที่ปั๊มน้ำมันบางจากและโชว์รูม BYD ทั่วประเทศ นอกจาก DC Series แล้ว AC Wallbox 7.4kW ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางของ Autel ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในประเทศไทย โดยได้รับความนิยมจากครัวเรือนและบุคคลทั่วไป เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพ และใช้งานง่าย

 การนำ AI มาใช้เพื่อสร้างนวัตกรรม

Autel Energy มุ่งมั่นที่จะรวม AI เข้ากับโซลูชันที่ล้ำสมัยเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในตลาดการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเฉพาะของตนเองในระบบการชาร์จอัจฉริยะเต็มรูปแบบ Autel กำลังใช้ AI สำหรับการจัดการโหลดแบบไดนามิก (การปรับสมดุลโหลดไฟฟ้า ในบริบทของการชาร์จ EV หมายถึงกระบวนการกระจายพลังงานไฟฟ้าที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพระหว่างสถานีชาร์จหรือจุดชาร์จต่างๆ เป้าหมายคือเพื่อให้แน่ใจว่ามีการจัดสรรพลังงานในลักษณะที่จะเพิ่มจำนวนยานพาหนะที่ชาร์จได้สูงสุดโดยไม่ทำให้กริดโอเวอร์โหลดหรือเกินความจุของระบบ)

การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ ( การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ หรือ Predictive Maintenance คือ แนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบอุปกรณ์ผ่านเซนเซอร์ ซอฟต์แวร์ และการตอบกลับข้อมูลในระบบเพื่อจัดลำดับความสำคัญของอุปกรณ์สำหรับบำรุงรักษาเชิงรุก (Proactive Maintenance) พร้อมกับมีการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) อีกขั้นหนึ่งและให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่น กลยุทธ์ที่มองไปข้างหน้านี้ทำให้ Autel อยู่ในแถวหน้าของนวัตกรรม เพื่อให้มั่นใจว่าโซลูชันการชาร์จ EV ยังคงมีประสิทธิภาพ ปรับขนาดตามการความต้องการได้ และพร้อมสำหรับอนาคตในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/54211412/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ฝ่ายขาย: jinyel@autel.com, +66 0909245399
ฝ่ายการตลาด: marketing.jp@autel.com

ที่มา: Autel Energy

 


The Bangkok Reporter