ไม่มีใครเทียบได้ในด้านความเป็นเลิศทางธุรกิจ: Mary Kay ได้รับเลือกให้เป็นอันดับ 2 ในรายชื่อบริษัทที่มีบริการลูกค้าดีที่สุดประจำปี 2026 ของ Forbes

Logo

Mary Kay ปิดฉากปี 2025 ด้วยรางวัลด้านชื่อเสียงองค์กร 25 รางวัล

ดัลลัส–(BUSINESS WIRE)–10 กุมภาพันธ์ 2026

Mary Kay Inc. ผู้นำระดับโลกด้านการขายตรงผลิตภัณฑ์ความงามและนวัตกรรมดูแลผิว เริ่มต้นปี 2026 ด้วยความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับรางวัลระดับแนวหน้าจาก Forbes ในรายชื่อบริษัทที่มีบริการลูกค้าดีที่สุดประจำปี 2026 ซึ่งบริษัทอยู่ในอันดับที่ 2 โดยรวม เกียรติประวัตินี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากปีที่โดดเด่นของ Mary Kay ซึ่งปิดท้ายปี 2025 ด้วยรางวัลระดับโลกรวม 25 รางวัล ที่ได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบริษัทในด้านความเป็นเลิศขององค์กร อุตสาหกรรมการขายตรง ผลกระทบต่อสังคม ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม

Mary Kay Inc., a global direct sales leader in beauty and skincare innovation, entered 2026 with momentum, securing a top-tier distinction on Forbes’ 2026 Best Customer Service list, where the company ranked #2 overall. (Image Courtesy: Mary Kay Inc.)

Mary Kay Inc. ผู้นำระดับโลกด้านการขายตรงผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลผิว ได้เริ่มต้นปี 2026 ด้วยความแข็งแกร่ง โดยได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มบริษัทที่มีบริการลูกค้าดีที่สุดประจำปี 2026 ของ Forbes ซึ่งบริษัทอยู่ในอันดับที่ 2 โดยรวม (ภาพประกอบ: Mary Kay Inc.)

การได้รับการยอมรับล่าสุดนี้ได้ช่วยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ Mary Kay ในการให้ความสำคัญกับลูกค้าที่เป็นหัวใจหลักในทุกสิ่งที่เราได้ทำ ตั้งแต่การสนับสนุนทางดิจิทัลที่ราบรื่น ไปจนถึงคำแนะนำด้านความงามส่วนบุคคล โดยการจัดอันดับบริการลูกค้าที่ดีที่สุดของ Forbes จะยกย่ององค์กรที่สร้างมาตรฐานสูงสุดด้านการตอบสนอง ความเห็นอกเห็นใจ และความเป็นเลิศในการให้บริการ และการที่ Mary Kay ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่สองนั้นสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่น่าทึ่งในปีนี้

“ทุกปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าของเราคือโอกาสที่จะทำให้พวกเขารู้สึกว่าได้รับการเอาใจใส่ ได้รับการสนับสนุน และได้รับการให้คุณค่า” กล่าวโดย Ryan Rogers ซีอีโอของ Mary Kay Inc “การไต่ขึ้นสู่อันดับ 2 ในการจัดอันดับของ Forbes ถือเป็นการยืนยันอย่างหนักแน่นถึงวัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยบุคลากรของเรา และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสิ่งที่เราสามารถบรรลุได้ร่วมกัน สิ่งนี้สะท้อนถึงชื่อเสียงอันยอดเยี่ยมของที่ปรึกษาด้านความงามอิสระของเรา ความมุ่งมั่นของทีมบริการลูกค้า รวมถึงค่านิยมของบริษัทที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของการบริการและการให้เวลาแก่ผู้อื่น รากฐานนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราส่งมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่องผ่านผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของเรา”

“รายชื่อแบรนด์ที่มีบริการลูกค้าดีที่สุดของเรานั้น ได้มีการรวบรวมข้อมูลจากการให้คะแนนของลูกค้ากว่า 3.8 ล้านรายในแต่ละปี เพื่อบันทึกว่าผู้ใช้งานจริงให้คะแนนแบรนด์และผลิตภัณฑ์หลายพันรายการอย่างไร” กล่าวโดย Alan Schwarz ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหารของ Forbes ที่เป็นผู้ดูแลรายชื่อประจำปี “มีการพิจารณาแบรนด์ต่างๆ มากกว่า 3,500 แบรนด์ การที่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งติดอันดับ 300 อันดับแรกนั้นถือเป็นความสำเร็จแล้ว การที่ Mary Kay อยู่ในอันดับที่ 2 แสดงให้เห็นว่าลูกค้านั้นมีความชื่นชอบบริษัทมากเพียงใด”

 การได้รับการยอมรับจาก Forbes เป็นรางวัลด้านชื่อเสียงล่าสุดที่ Mary Kay ได้รับมาอย่างต่อเนื่องในปี 2025:

ความเป็นเลิศขององค์กร

  •  Forbes อันดับที่ 2 | รายชื่อบริษัทที่มีบริการลูกค้าดีที่สุด
  • Newsweek | สถานที่ทำงานที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงในอเมริกา ปี 2025
  • Newsweek | สถานที่ทำงานยอดเยี่ยมที่สุดของอเมริกา ปี 2025
  • WWD Beauty Inc. อันดับที่ 11 | 100 บริษัทความงามชั้นนำประจำปี 2024
  • Happi อันดับที่ 13 | 50 บริษัทชั้นนำของสหรัฐอเมริกา
  • Forbes Diamonds 2025 – Mary Kay ประเทศโปแลนด์
  • EXPANSIÓN |รางวัลการปฏิบัติตามกฎระเบียบปี 2025 – Mary Kay ประเทศสเปน
  • สมาคมวัฒนธรรมธุรกิจแห่งประเทศจีน | รางวัลองค์กรดีเด่นประจำปี 2025 – Mary Kay ประเทศจีน

ประสิทธิภาพของแบรนด์

  • Euromonitor International อันดับที่ 1 | แบรนด์ขายตรงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางชั้นนำของโลก1 เป็นเวลาสามปีติดต่อกัน (2023, 2024, 2025)
  • Euromonitor International แบรนด์ด้านเครื่องสำอางแต่งหน้าอันดับที่ 1 ในละตินอเมริกา2
  • Euromonitor International แบรนด์ด้านผลิตภัณฑ์ลิปสติกอันดับที่ 1 ในละตินอเมริกา3
  • Euromonitor International แบรนด์ด้านผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางอันดับที่ 1 ในเม็กซิโก4
  • Euromonitor International แบรนด์ด้านเครื่องสำอางแต่งสีอันดับที่ 1 ในเม็กซิโก5
  • Nielsen | แบรนด์ผลิตภัณฑ์รองพื้นอันดับที่ 1 ในบราซิล
  • Nielsen | แบรนด์เครื่องสำอางอันดับที่ 1 ในบราซิล
  • แบรนด์ชั้นนำประจำปี 2025 | Mary Kay ประเทศสโลวาเกีย และ Mary Kay ประเทศสาธารณรัฐเช็ก

การขายตรงและนวัตกรรม

  • รางวัลองค์กรขายตรงที่ได้รับการยกย่องประจำปี 2025 – Mary Kay ประเทศจีน
  • ข่าวสารการขายตรง (DSN) | 2025 DSN 40 Under 40: ประจำปี 2025: Megan Gregg สำหรับความเป็นเลิศทางด้านกฎหมาย
  • ข่าวสารการขายตรง (DSN) | 2025 DSN 40 Under 40: ประจำปี 2025: Julia Santosuosso กับผลกระทบด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร
  • สมาคมการขายตรงแห่งเยอรมนี (BDD) | รางวัล “นวัตกรรมแห่งปี 2025” สำหรับเครื่องมือค้นหารองพื้นด้วย AI ของ Mary Kay – Mary Kay ประเทศเยอรมนี

ผลกระทบทางสังคมและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

  • Forbes อันดับที่9 | แบรนด์ที่ดีที่สุดเพื่อสร้างผลกระทบต่อสังคม – ประจำปี 2025
  • Golden Bee | รายงานความยั่งยืนขององค์กรดีเด่นประจำปี 2025 ด้าน “การเปิดเผยข้อมูลความเท่าเทียมทางเพศ” – Mary Kay ประเทศจีน
  •  Cemefi | Distintivo ESR® บริษัทที่รับผิดชอบต่อสังคม (Empresa Socialmente Responsable) – Mary Kay ประเทศเม็กซิโก (2024, 2025)
  • รางวัล “บริษัทขนาดใหญ่แห่งปี” จากเครือข่ายศูนย์ส่งเสริมผู้ประกอบการดัลลัส (DEC) | รางวัลสถานการณ์ผู้ประกอบการแห่งปี
  • มูลนิธิ Baylor Scott & White Dallas | รางวัล “วงกลมแห่งการดูแล”

***

เกี่ยวกับ Mary Kay

Mary Kay Ash หนึ่งในผู้บุกเบิกการทลายกำแพงทางเพศ ได้ก่อตั้งแบรนด์ความงามในฝันของเธอขึ้นในรัฐเท็กซัสในปี 1963 ด้วยเป้าหมายเดียวคือ การยกระดับชีวิตของผู้หญิง โดยความฝันนั้นได้เบ่งบานเป็นบริษัทระดับโลกที่มีสมาชิกทีมขายอิสระกว่าหลายล้านคนในกว่า 40 ตลาด ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีนั้น โอกาสต่างๆ จาก Mary Kay ได้ช่วยเสริมพลังให้ผู้หญิงกำหนดอนาคตของตนเองผ่านการศึกษา การให้คำปรึกษา การสนับสนุน และนวัตกรรมต่างๆ โดย Mary Kay ได้ทุ่มเทให้กับการลงทุนในวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความงามและการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รวมถึงน้ำหอมที่ล้ำสมัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Mary Kay นั้นเชื่อมั่นในการอนุรักษ์โลกของเราเพื่อคนรุ่นหลัง การปกป้องผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากโรคมะเร็งและความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงการสนับสนุนเยาวชนให้ทำตามความฝันของตนเอง เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ marykayglobal.com ติดตามเราได้ที่ Facebook, Instagram และ LinkedIn หรือติดตามเราได้ทาง X

เกี่ยวกับ Forbes

Forbes เป็นแบรนด์สื่อระดับโลกที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จมานานกว่าศตวรรษ ได้ขับเคลื่อนด้วยงานข่าวที่ให้ข้อมูลและสร้างแรงบันดาลใจ โดย Forbes ให้ความสำคัญกับผู้ที่ลงมือทำและผู้ที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรม สร้างความสำเร็จ และสร้างผลกระทบต่อโลก ซึ่ง Forbes ได้เชื่อมโยงและรวบรวมชุมชนที่มีอิทธิพลมากที่สุด ตั้งแต่มหาเศรษฐี ผู้นำทางธุรกิจ และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ไปจนถึงนักสร้างสรรค์และนักนวัตกรรม โดยแบรนด์ Forbes ได้เข้าถึงผู้คนมากกว่า 140 ล้านคนต่อเดือนทั่วโลกผ่านงานข่าวที่น่าเชื่อถือ งานอีเวนต์ ForbesLive ที่อันเป็นเอกลักษณ์ และสื่อท้องถิ่นที่ได้รับอนุญาต 49 ฉบับใน 81 ประเทศ

###

1“ที่มา: Euromonitor International Limited; รายงานผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลฉบับปี 2025, ยอดขายตามราคาขายปลีกที่แนะนำ, ข้อมูลปี 2024”

2 “ที่มา: Euromonitor International Limited; รายงานผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลฉบับปี 2025, ยอดขายตามราคาขายปลีกที่แนะนำ, ข้อมูลปี 2024”

3 “ที่มา: Euromonitor International Limited; รายงานผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลฉบับปี 2025, ยอดขายตามราคาขายปลีกที่แนะนำ, ข้อมูลปี 2024”

4 “ที่มา: Euromonitor International Limited; รายงานผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลฉบับปี 2025, ยอดขายตามราคาขายปลีกที่แนะนำ, ข้อมูลปี 2024”

5 “ที่มา: Euromonitor International Limited; รายงานผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลฉบับปี 2025, ยอดขายตามราคาขายปลีกที่แนะนำ, ข้อมูลปี 2024”

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ https://www.businesswire.com/news/home/20260210599426/en

Contacts

ฝ่ายสื่อสารองค์กร Mary Kay Inc.
newsroom.marykay.com
972.687.5332 หรือ media@mkcorp.com

ที่มา: Mary Kay Inc.


มีการประกาศวันจัดงานประชุมสุดยอดรัฐบาลโลกปี 2027 แล้ว หลังมีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Logo

การประชุมสุดยอดครั้งนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีผู้นำระดับโลก ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 6,250 คน จากมากกว่า 150 ประเทศเข้าร่วม

ผู้นำระดับโลก รวมถึงประธานาธิบดีจากสวิตเซอร์แลนด์ Sierra Leone และประเทศอื่นๆ ร่วมเป็นผู้นำในการสนทนาเชิงกลยุทธ์

ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–11 กุมภาพันธ์ 2026

ภายใต้การนำของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชีค Mohamed bin Zayed Al Nahyan และชีค Mohammed bin Rashid Al Maktoum รองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และผู้ปกครองนครดูไบ การประชุมสุดยอดรัฐบาลโลกได้ปิดฉากลงที่ดูไบด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 6,250 คน

World Governments Summit 2026 concludes in Dubai with record participation, bringing together more than 6,250 global leaders from over 150 countries to advance dialogue on governance, innovation, and sustainable development (Photo: AETOSWire)

การประชุมสุดยอดรัฐบาลโลกปี 2026 ปิดฉากลงที่ดูไบด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมเป็นประวัติการณ์ โดยมีผู้นำระดับโลกมากกว่า 6,250 คนจากมากกว่า 150 ประเทศมาร่วมหารือเพื่อส่งเสริมการพูดคุยเรื่องธรรมาภิบาล นวัตกรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ภาพ: AETOSWire)

เวทีระดับโลกที่รวบรวมผู้นำระดับโลก

การประชุมสุดยอดรัฐบาลโลกปี 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่ดูไบระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ ได้รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำทางความคิด และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน ได้ช่วยตอกย้ำถึงบทบาทของการประชุมสุดยอดนี้ในฐานะเวทีระดับโลกสำหรับการกำหนดอนาคตของการปกครอง

การรวมตัวครั้งประวัติศาสตร์นี้ มีผู้แทนจากรัฐบาลมากกว่า 150 ประเทศ CEO มากกว่า 700 คน รัฐมนตรีมากกว่า 500 คน และประมุขแห่งรัฐ 60 คน เข้าร่วม นอกจากนี้ยังต้อนรับผู้ได้รับรางวัลโนเบลและนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมากกว่า 87 คน พร้อมด้วยองค์กรระหว่างประเทศและศูนย์วิจัยมากกว่า 80 แห่ง

ประธานาธิบดีและผู้นำระดับโลกท่านอื่นๆ ได้ร่วมประชุมเพื่อหารือเชิงกลยุทธ์ในประเด็นสำคัญๆ หัวข้อการประชุมประกอบด้วย “ทศวรรษหน้าจะเป็นของแอฟริกาหรือไม่” ซึ่งประธานาธิบดีจากแอฟริกาได้นำเสนอวิสัยทัศน์ของตนสำหรับทศวรรษที่จะมาถึง “การปรับโครงสร้างภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหม่” โดย ดร. Anwar Gargash และ Mike Pompeo และ “การสนทนากับประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส” เพื่อชี้แจงลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ระดับโลก

การประกาศที่มีผลกระทบสูงและเหตุการณ์สำคัญเชิงกลยุทธ์

ในการประชุมสุดยอดครั้งที่ 13 นี้ มีการจัดเวทีเสวนามากกว่า 445 ครั้ง โดยมีบุคคลสำคัญระดับโลกมากกว่า 450 คนเข้าร่วม รวมถึงเวทีเสวนาในระดับโลก 25 เวที และการประชุมระดับรัฐมนตรีและระดับสูงอีกกว่า 45 ครั้ง

การประชุมสุดยอดครั้งนี้มีการประกาศสำคัญหลายประการ รวมถึงการเปิดตัวโครงการ OPENSCI ในการประชุมสุดยอดผู้ได้รับรางวัลระดับโลก; ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านถนนและการขนส่งของดูไบและบริษัท The Boring Company ของ Elon Musk เพื่อพัฒนาโครงการอุโมงค์โดยสาร Dubai Loop; การเปิดตัวชิป AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลก; การประกาศโครงการรถโดยสารอัตโนมัติร่วมกับ Glydways ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการคมนาคมยุคใหม่ของดูไบ; และโครงการริเริ่มด้านความยั่งยืนใหม่ๆ รวมถึงแผนการนำรูปแบบ “เมืองฟองน้ำ” มาใช้เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเมือง ควบคู่ไปกับข้อตกลงและโครงการริเริ่มอื่นๆ อีกมากมาย

มองไปข้างหน้าสู่ WGS 2027

จากความสำเร็จอย่างต่อเนื่องนี้ การประชุมสุดยอดครั้งต่อไปมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ 2027 โดยมีเป้าหมายเพื่อสานต่อการกำหนดอนาคตของรัฐบาลและสังคมทั่วโลกต่อไป

ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260210283291/en

Contacts

Ahmed Yahya
ayahya@apcoworldwide.com

ที่มา: World Governments Summit

Kirin และ Immunosens ได้ร่วมกันพัฒนาบริการตรวจภูมิคุ้มกันด้วยตนเอง โดยใช้ IgA ในปัสสาวะเพื่อแสดงสถานะภูมิคุ้มกันของแต่ละบุคคล

Logo

โตเกียวและโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–10 กุมภาพันธ์ 2026

Kirin Holdings Company, Limited (Kirin Holdings) และ Immunosens Co., Ltd. (Immunosens) ได้เริ่มการพัฒนาร่วมกันใน “บริการทดสอบด้วยตนเอง”*1 ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งออกแบบมาเพื่อแสดงสถานะภูมิคุ้มกันของแต่ละบุคคล

ผ่านกองทุน KIRIN HEALTH INNOVATION FUND ซึ่งเป็นกองทุนร่วมลงทุนของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นร่วมกับ Global Brain Corporation ที่เป็นหนึ่งในบริษัทร่วมลงทุนอิสระชั้นนำของญี่ปุ่น ในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 โดยทาง Kirin Holdings ได้ลงทุนใน Immunosens*2 และได้สำรวจศักยภาพในการประยุกต์ใช้เครื่องมือ POCT*3 ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Immunosens ในฐานะเครื่องมือบริหารจัดการสุขภาพที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถรักษาสุขภาพในระยะก่อนเกิดโรค

Kirin Holdings ได้ลงนามในข้อตกลงการวิจัยกับบริษัท Immunosens โดยการผสมผสานเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Immunosens เข้ากับการค้นพบครั้งแรกของโลกของ Kirin*4 เกี่ยวกับตัวบ่งชี้ในปัสสาวะที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมของพลาสมาไซตอยด์เด็นดริติกเซลล์ (pDC) โดยทั้งสองบริษัทมีเป้าหมายที่จะพัฒนาระบบบริการที่เรียบง่ายแต่มีความแม่นยำสูงที่สามารถแสดงภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้

โดยบริการตรวจทดสอบที่ได้ประกาศในเดือนพฤษภาคม 2025 มีจุดประสงค์เพื่อเป็นชุดตรวจทางไปรษณีย์ที่ช่วยให้บุคคลสามารถตรวจสอบสถานะภูมิคุ้มกันของตนเองได้อย่างสม่ำเสมอ*5 ในอีกด้านหนึ่ง บริการที่พัฒนาร่วมกับ Immunosens นั้นเป็นโซลูชัน POCT ที่ช่วยให้บุคคลสามารถตรวจสอบสถานะภูมิคุ้มกันของตนเองได้ง่ายๆ ที่บ้านหรือในสถานที่อื่นๆ เมื่อใดก็ตามที่ต้องการ โดยการพัฒนาบริการทั้งสองนี้ไปพร้อมๆ กัน Kirin Holdings มีเป้าหมายที่จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานะภูมิคุ้มกันที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละบุคคล และช่วยส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลภูมิคุ้มกัน*6 ในหมู่ผู้บริโภค

1

บริการนี้เป็นการตรวจสุขภาพเบื้องต้นที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้บุคคลทบทวนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของตนเอง ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการวินิจฉัย การรักษา หรือการป้องกันโรค

2

ข่าวประชาสัมพันธ์ของบริษัท ประจำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2023: กองทุนนวัตกรรมด้านสุขภาพ KIRIN ลงทุนใน IMMUNOSENS ผู้พัฒนาอุปกรณ์ตรวจสอบทางการแพทย์ขนาดกะทัดรัด ราคาประหยัด และมีความไวสูง | 2023 | KIRIN – Kirin Holdings Company, Limited

3

การตรวจวินิจฉัย ณ จุดดูแลผู้ป่วย (POCT): เป็นคำทั่วไปที่ใช้เรียกการตรวจวินิจฉัยแบบเรียลไทม์ที่ดำเนินการในสถานพยาบาลต่างๆ เช่น คลินิก บ้าน สถานที่ห่างไกล และพื้นที่ประสบภัยพิบัติ

4

ข่าวประชาสัมพันธ์ของบริษัท ประจำวันที่ 3 ตุลาคม 2025: มีการค้นพบสารในปัสสาวะที่สะท้อนถึงกิจกรรมของพลาสมาไซตอยด์เด็นดริติกเซลล์ (pDC) เป็นครั้งแรกของโลก | 2025 | KIRIN – Kirin Holdings Company, Limited

5

ข่าวประชาสัมพันธ์บริษัท 22 พฤษภาคม 2025 [ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น]: เปิดตัวการพัฒนาบริการทดสอบเฉพาะเพื่อแสดงสถานะภูมิคุ้มกัน! | 2025 | KIRIN – Kirin Holdings Company, Limited

6

การมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เช่น การรักษากิจวัตรประจำวันให้สม่ำเสมอ การรับประทานอาหารที่สมดุล การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ และการออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการพัฒนา

ในตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โรคติดเชื้อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 ได้แพร่ระบาดตลอดทั้งปี ซึ่งยิ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการด้านสุขภาพ ในบริบทนี้ ความสนใจจึงมุ่งไปที่การควบคุมการติดเชื้อและการดูแลระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นสำหรับการสร้างพื้นฐานสุขภาพที่แข็งแรง

โดยทาง Kirin ได้พัฒนาการวิจัยด้านภูมิคุ้มกันโดยอาศัยเทคโนโลยีการเพาะเชื้อที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน และได้ดำเนินการเพื่อช่วยให้ลูกค้าสร้างนิสัย “การดูแลภูมิคุ้มกัน” จากการดำเนินการเหล่านี้ เราได้ยืนยันแล้วว่า การแสดงสถานะภูมิคุ้มกันของแต่ละบุคคลอย่างชัดเจน จะช่วยเพิ่มความตระหนักรู้เกี่ยวกับการ “ดูแลภูมิคุ้มกัน” และกระตุ้นให้เกิดการลงมือปฏิบัติ

นอกจากนี้ เรายังค้นพบว่าระดับกิจกรรมของ pDC ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สถานะภูมิคุ้มกัน สามารถกำหนดได้โดยการวัดความเข้มข้นของ IgA ในปัสสาวะ จากงานวิจัยนี้ เราจึงได้พัฒนาระบบบริการตรวจวิเคราะห์ทางไปรษณีย์ที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อแสดงภาพสถานะภูมิคุ้มกันมาตั้งแต่ปี 2025

ในระยะที่สองของโครงการริเริ่มนี้ เราได้เริ่มพัฒนาบริการ POCT ที่ช่วยให้สามารถแสดงสถานะภูมิคุ้มกันแบบเรียลไทม์ได้

เกี่ยวกับบริการ

บริการนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นจากงานวิจัยด้านภูมิคุ้มกันวิทยาของ Kirin ที่มีมากว่า 40 ปี ที่จะช่วยให้สามารถวัดสถานะภูมิคุ้มกันของแต่ละบุคคลได้โดยการตรวจวัดความเข้มข้นของ IgA ในปัสสาวะ

ด้วยวิธีการนี้ แอนติบอดีตัวหนึ่งจะถูกตรึงไว้บนอิเล็กโทรดพิมพ์แบบระนาบ ในขณะที่แอนติบอดีอีกตัวหนึ่งจะถูกติดฉลากด้วยอนุภาคนาโนทองคำ เมื่อนำตัวอย่างมาวาง แอนติบอดีที่ติดฉลากด้วยอนุภาคนาโนทองคำจะสะสมอยู่ใกล้กับอิเล็กโทรดในสัดส่วนที่สัมพันธ์กับความเข้มข้นของไบโอมาร์กเกอร์เป้าหมาย โดยการใช้แรงดันไฟฟ้าเพื่อกระตุ้นปฏิกิริยาทางเคมีไฟฟ้าในอนุภาคนาโนทองคำที่สะสมอยู่ และวัดกระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้น ซึ่งจะสามารถวัดความเข้มข้นของไบโอมาร์กเกอร์ได้อย่างแม่นยำสูงโดยใช้ระบบที่เรียบง่ายและกะทัดรัด

ด้วยการผสานรวมผลการวิจัยของ Kirin เกี่ยวกับการแสดงภาพสถานะภูมิคุ้มกันผ่านทาง IgA ในปัสสาวะ เข้ากับเทคโนโลยี GLEIA ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Immunosens ทำให้ Kirin และ Immunosens มุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบบริการที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งช่วยให้สามารถวัดสถานะภูมิคุ้มกันได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

การทำให้สถานะภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในรากฐานของสุขภาพ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน จะช่วยให้แต่ละบุคคลเข้าใจสภาวะสุขภาพของตนเองได้ดีขึ้น และนำไปสู่ชีวิตประจำวันที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเราทั้งสองบริษัทคาดหวังว่าการพัฒนานี้จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนสังคมที่ส่งเสริมการมีอายุยืนยาวและมีสุขภาพดี

แนวโน้มในอนาคต

เราวางแผนที่จะเร่งการพัฒนาและกิจกรรมการตรวจสอบความถูกต้องในช่วงปี 2026 โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการเป็นระยะๆ ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป

เกี่ยวกับ Kirin Holdings

Kirin Holdings Company, Limited เป็นบริษัทข้ามชาติที่ประกอบธุรกิจในภาคอาหารและเครื่องดื่ม (ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม), ภาคเภสัชกรรม (ธุรกิจเภสัชกรรม) และภาควิทยาศาสตร์สุขภาพ (ธุรกิจวิทยาศาสตร์สุขภาพ) ทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก

Kirin Holdings มีต้นกำเนิดมาจาก Japan Brewery ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1885 โดย Japan Brewery ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Kirin Brewery ในปี 1907 นับตั้งแต่นั้นมา บริษัทได้ขยายธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีการเพาะเชื้อและเทคโนโลยีชีวภาพเป็นแกนหลัก และเข้าสู่ธุรกิจยาในช่วงทศวรรษ 1980 ซึ่งทั้งหมดนี้ยังคงเป็นศูนย์กลางการเติบโตระดับโลกจนถึงปัจจุบัน ในปี 2007 Kirin Holdings ได้ก่อตั้งขึ้นในฐานะบริษัทโฮลดิ้งโดยสมบูรณ์ และปัจจุบันกำลังมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมธุรกิจด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ภายใต้วิสัยทัศน์ Kirin Group Vision 2027 (KV 2027) ด้วยแผนการจัดการระยะยาวที่เปิดตัวในปี 2019 ทาง Kirin Group ได้ตั้งเป้าที่จะเป็น “ผู้นำระดับโลกด้าน CSV* ที่จะช่วยสร้างมูลค่าในโลกแห่งธุรกิจของเรา ตั้งแต่อาหารและเครื่องดื่มไปจนถึงยา” และในอนาคต Kirin Group จะยังคงใช้จุดแข็งของตนเพื่อสร้างมูลค่าทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจผ่านธุรกิจต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรลุการเติบโตอย่างยั่งยืนของมูลค่าองค์กร

* การสร้างคุณค่าร่วมกัน คือคุณค่าที่เพิ่มขึ้นรวมกันสำหรับผู้บริโภคและสังคมโดยรวม

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร
Kirin Holdings Company, Limited
Nakano Central Park South, 4-10-2 Nakano, Nakano-ku, Tokyo
+81-3-6837-7028
www.kirinholdings.com/en/
kirin-cc@kirin.co.jp

สำนักงานประชาสัมพันธ์
Immunosens Co., Ltd.
ห้องปฏิบัติการนวัตกรรมเปิด 30602
ศูนย์โรคสมองและหัวใจแห่งชาติ
6-1 Kishibe-Shinmachi, Suita, Osaka, Japan
+81-6-6389-5501

Immunosens | วิธีการตรวจวิเคราะห์ภูมิคุ้มกันแบบดั้งเดิม GLEIA
Immunosens@Immunosens.com

ที่มา: Kirin Holdings Company, Limited

Intuit Mailchimp เปิดยุคใหม่ของการตลาดอีคอมเมิร์ซที่สร้างผลกำไรด้วยความสามารถขั้นสูงที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

Logo

Mailchimp ถูกสร้างขึ้นเพื่อมอบ ROI ในต้นทุนที่ต่ำกว่า โดยผสานรวมข้อมูลแบบครบวงจรเข้ากับระบบอัตโนมัติอันทรงพลังสำหรับอีเมลและการส่งข้อความ

โดยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมนี้มีวางจำหน่ายใน 185 ประเทศ รวมถึงดินแดนทั่วอเมริกาเหนือ ลาตินอเมริกา EMEA และ APAC

บริการ SMS เปิดตัวใน 34 ตลาดใหม่ทั่ว EMEA รวมถึงเบลเยียม สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ โปรตุเกส กรีซ โปแลนด์ และอีกหลายประเทศ

เมาน์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–10 กุมภาพันธ์ 2026

Intuit Inc. (Nasdaq: INTU) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเทคโนโลยีทางการเงินระดับโลกที่สร้าง Intuit TurboTax, Credit Karma, QuickBooks และ Mailchimp ประกาศในวันนี้ถึงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ Mailchimp ชุดใหม่ที่จะช่วยปลดล็อกการเติบโตที่ทำกำไรได้สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การปรับปรุงเหล่านี้ขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์ม Intuit และรวมถึงวิธีการเพิ่มเติมสำหรับผู้ค้าในการเชื่อมต่อข้อมูลและเปิดใช้งานแคมเปญแบบ Omni-channel ที่จะช่วยเพิ่ม ROI ให้สูงถึง 30 เท่าสำหรับลูกค้าอีคอมเมิร์ซ1โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือความซับซ้อนเพิ่มขึ้น

Built to deliver ROI for less cost, Intuit Mailchimp now combines unified data with powerful automation across email and messaging. Product innovations available in 185 countries and territories across North America, Latin America, EMEA and APAC.

Intuit Mailchimp ถูกสร้างขึ้นเพื่อมอบ ROI ในต้นทุนที่ต่ำกว่า โดยผสานรวมข้อมูลแบบครบวงจรเข้ากับระบบอัตโนมัติอันทรงพลังสำหรับอีเมลและการส่งข้อความ ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมมีวางจำหน่ายใน 185 ประเทศและดินแดนทั่วอเมริกาเหนือ ลาตินอเมริกา EMEA และ APAC

สำหรับผู้ขายออนไลน์ขนาดเล็กและขนาดกลาง การได้มาซึ่งลูกค้าและการเติบโตของลูกค้านั้นสามารถวัดผลและปรับปรุงให้เหมาะสมได้ยากขึ้น มีเพียง 33% ของนักการตลาดเท่านั้นที่กล่าวว่าข้อความที่พวกเขาส่งก่อนขอความยินยอมเหมือนกันอย่างมาก ทำให้ยากที่จะเห็นว่าความพยายามใดที่กระตุ้นการสั่งซื้อและรายได้สูญเสียไปที่ใด หากไม่มีมุมมองข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียว ผู้ค้าจะขาดข้อมูลเชิงลึกที่ชัดเจนเกี่ยวกับการระบุแหล่งที่มาและ ROI อีเมลยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลักสำหรับนักการตลาด 69%แต่การเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดของอีเมลนั้นขึ้นอยู่กับข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียวและระบบอัตโนมัติที่ช่วยให้ทีมมุ่งเน้นการลงทุนในสิ่งที่ได้ผลและขับเคลื่อนการเติบโตที่วัดผลได้

“นักการตลาดอีคอมเมิร์ซอยู่ภายใต้แรงกดดันที่จะต้องแสดงให้เห็นถึงผลกระทบของทุกแคมเปญต่อรายได้” กล่าวโดย Diana Williams รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Intuit Mailchimp “ด้วยการเปิดตัวนี้ ลูกค้าของ Mailchimp จะได้รับประโยชน์จากตัวกระตุ้นอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้น 26% ซึ่งจะช่วยนำข้อมูลขั้นสูง ระบบอัตโนมัติ และการวิเคราะห์มารวมไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ดำเนินแคมเปญที่ซับซ้อน และเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการตลาดของพวกเขาสร้าง ROI ได้อย่างไร”

ความสามารถใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ

ความสามารถที่เพิ่งเปิดตัวใหม่นี้ช่วยแก้ปัญหาหลักที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซรายงานในปัจจุบันได้อย่างตรงจุด ได้แก่ เวลาที่จำกัด ขาดความเชี่ยวชาญด้านการตลาด ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ ROI และข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่หลายแพลตฟอร์ม

  •  เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นยอดขาย: ด้วยการผสานการทำงานกับ Shopify ที่ดียิ่งขึ้น ทำให้ Site Tracking Pixel ของ Mailchimp และการเชื่อมต่อใหม่กับแพลตฟอร์มรีวิวต่างๆ เช่น Yotpo และ Judge.me สามารถดึงข้อมูลอีคอมเมิร์ซและข้อมูลความรู้สึกจากผู้บริโภคที่ได้รับความยินยอมมาไว้ในที่เดียว โดยนักการตลาดสามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายที่ชาญฉลาดขึ้น (เช่น ผู้ซื้อที่มีมูลค่าสูง ลูกค้าที่มีความเสี่ยง หรือผู้ซื้อที่มีแนวโน้มที่จะซื้อในครั้งต่อไป) และขับเคลื่อนระบบอัตโนมัติขั้นสูงโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือหลายอย่างร่วมกัน
  •  เข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ และเชื่อมโยงแคมเปญเข้ากับการขายโดยตรง: ขยายการครอบคลุม SMS ทั่วทวีปยุโรป 2 การสมัครรับ SMS ทันทีผ่านป๊อปอัพ และรหัสส่วนลดเฉพาะในระบบอัตโนมัติและแบบฟอร์ม SMS จะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกผ่านมือถือได้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้สามารถรวบรวมความยินยอมและติดตามได้อย่างแม่นยำว่าแคมเปญใดที่กระตุ้นการสั่งซื้อได้ การส่งข้อความธุรกรรมที่ได้รับการปรับปรุงผ่าน API แบบรวมศูนย์จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถเรียกใช้การแจ้งเตือนที่สำคัญ ในขณะที่นักการตลาดสามารถจัดการเนื้อหาที่สอดคล้องกับแบรนด์ใน Mailchimp ได้
  •  รู้ว่าอะไรที่ได้ผลและสามารถปรับปรุงได้อย่างมั่นใจ: แดชบอร์ดการตลาดแบบ Omnichannel ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้ได้รวมอีเมล SMS ประสิทธิภาพการทำงานอัตโนมัติ และกิจกรรมอีคอมเมิร์ซไว้ในมุมมองเดียว นักการตลาดสามารถดูได้ว่าข้อความและเส้นทางใดที่สร้างรายได้ ลูกค้าเลิกใช้บริการที่จุดใด และจะเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายในทุกช่องทางได้อย่างไร
  •  ย้ายไปใช้ Mailchimp ได้อย่างราบรื่นโดยไม่ทำให้ช้าลง: เครื่องมือการย้ายข้อมูลใหม่และการสนับสนุนเฉพาะสำหรับอีคอมเมิร์ซทำให้ลูกค้าที่ย้ายมาใช้ Mailchimp สามารถถ่ายโอนรายชื่อติดต่อ กลุ่มเป้าหมาย เทมเพลต และขั้นตอนการทำงานหลักๆ ได้ง่ายขึ้น โดยมีระยะเวลาหยุดทำงานที่น้อยที่สุด
  •  AI ที่เปลี่ยนจากข้อมูลเชิงลึกไปสู่การปฏิบัติ: Mailchimp เปลี่ยนข้อมูลของคุณให้เป็นการลงมือปฏิบัติจริงด้วยการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์เพื่อระบุลูกค้าที่มีมูลค่าสูงและมีความเสี่ยง เครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อสร้างเนื้อหาที่สอดคล้องกับแบรนด์และเทมเพลตที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างรวดเร็ว และการผสานรวมกับ ChatGPT ที่ช่วยให้คุณสร้าง ปรับแต่ง และเปิดตัวแคมเปญแบบ Omni-channel ที่สนับสนุนด้วยข้อมูลผ่านอีเมล SMS และระบบอัตโนมัติ

ROI ที่พิสูจน์ได้สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

Mailchimp มอบผลลัพธ์ที่วัดผลได้ให้กับลูกค้าอีคอมเมิร์ซอยู่แล้ว และความสามารถใหม่เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อขยายผลกระทบนั้นให้ดียิ่งขึ้น ลองพิจารณา Gruppo Terroni กลุ่มธุรกิจโรงแรมในโตรอนโตและลอสแอนเจลิส ที่ใช้ระบบอัตโนมัติอีคอมเมิร์ซของ Mailchimp ร่วมกับร้านค้าที่เชื่อมต่อกับ Shopify เพื่อกำหนดเป้าหมายสมาชิกชมรมไวน์ที่ยกเลิกการสมัครไปแล้ว แคมเปญแบบแบ่งกลุ่มเดียวของพวกเขา ซึ่งเสนอการเข้าถึงคลังคู่มือไวน์ได้ทันที ส่งผลให้มีอัตราการเปิดอ่าน 77% และอัตราการคลิกผ่าน 28% สร้างรายได้ประจำรายเดือน 8,000 ดอลลาร์

การเข้าถึงเครื่องมือเหล่านี้โดยการเปลี่ยนมาใช้ Mailchimp นั้นง่ายกว่าที่เคย “ฉันประทับใจมาก” กล่าวโดย Ali Mann จาก Kaylin + Kaylin Pickles ลูกค้าของ Mailchimp ที่เปลี่ยนจาก Klaviyo ในปี 2025 เพื่อลดต้นทุนและเข้าถึงการสนับสนุนเชิงกลยุทธ์มากขึ้นกล่าว แคมเปญแรกของแบรนด์เปิดใช้งานได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน และอัตราการเปิดอ่านอีเมลเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมถึงสองเท่า

ลูกค้าอีคอมเมิร์ซรายงานว่าประหยัดเวลาได้เฉลี่ย 16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หลังจากใช้งาน Mailchimp 3 ในขณะที่ผู้ใช้ Mailchimp SMS สำหรับอีคอมเมิร์ซเห็น ROI สูงถึง 22 เท่า4 หลังจากเปิดตัวแคมเปญการตลาด SMS ครั้งแรก และลูกค้า Mailchimp ที่เชื่อมต่อบัญชีกับ Shopify กำลังเห็นผลตอบแทนจากการลงทุนสูงถึง 41 ดอลลาร์สำหรับทุกๆ ดอลลาร์ที่ใช้ไปกับ Mailchimp5

“เราเป็นธุรกิจระดับโลกที่มีให้บริการในเกือบทุกประเทศทั่วโลก และเรากำลังนำเสนอนวัตกรรมอีคอมเมิร์ซที่น่าทึ่งซึ่งให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่แท้จริง” Ciarán Quilty รองประธานอาวุโสฝ่ายต่างประเทศของ Intuit กล่าว “เรามอบข้อมูลที่เชื่อมต่อกัน ระบบอัตโนมัติ และ AI ที่ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัวให้กับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้ Intuit Mailchimp จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกที่ง่ายในวันนี้ แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเติบโตของพวกเขาในอนาคต”

ด้วยการผสานรวมความสามารถด้านการตลาดขั้นสูงเข้ากับผลลัพธ์ทางการค้าและแพลตฟอร์มทางการเงินที่ครอบคลุมของ Intuit ทำให้ Mailchimp ช่วยให้ธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ไม่เพียงแต่ดำเนินแคมเปญได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้บริษัทดำเนินงานได้อย่างมีกำไรและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากขึ้นอีกด้วย

ความพร้อมใช้งาน

ความสามารถใหม่ที่เน้นอีคอมเมิร์ซ ซึ่งรวมถึง Site Tracking Pixel เอกสิทธิ์เฉพาะของ Mailchimp, การส่งข้อความ SMS และข้อความธุรกรรมที่ขยายเพิ่มเติม, แดชบอร์ดการตลาดแบบ Omni-channel และเครื่องมือการย้ายข้อมูลที่ได้รับการปรับปรุง คาดว่าจะเริ่มทยอยเปิดใช้งานทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ สำหรับแผน Mailchimp ที่เข้าเกณฑ์

1

อ้างอิงจากรายได้อีคอมเมิร์ซทั้งหมดที่มาจากแคมเปญ Mailchimp ของผู้ใช้แพ็กเกจแบบชำระเงิน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 ถึงเดือนสิงหาคม 2025 การคำนวณ ROI จำเป็นต้องมีร้านค้าอีคอมเมิร์ซที่เชื่อมต่อกับบัญชี Mailchimp ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไป

2

ปัจจุบัน บริการการตลาดผ่าน SMS จาก Mailchimp มีให้บริการใน 37 ประเทศและดินแดนทั่วโลก รวมถึง 34 ประเทศในยุโรป โดยในเดือนนี้ได้ขยายไปยังประเทศเบลเยียม สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ โปรตุเกส กรีซ โปแลนด์ โครเอเชีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย เอสโตเนีย ไอซ์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก ลัตเวีย มอลตา ลิทัวเนีย เจอร์ซีย์ เกาะแมน เกิร์นซีย์ อัลบาเนีย ซานมาริโน หมู่เกาะแฟโร มอลโดวา และยิบรอลตาร์

3

ลูกค้าอีคอมเมิร์ซที่รายงานว่าประหยัดเวลาได้หลังจากนำ Mailchimp มาใช้ ระบุว่าประหยัดเวลาได้เฉลี่ย 16.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในด้านการจัดการกลุ่มเป้าหมาย การสร้างเนื้อหาอีเมลและ SMS การตั้งค่าและการจัดการแคมเปญ และการรายงานและการวิเคราะห์

4

ROI สูงถึง 22 เท่า: อ้างอิงจากรายได้จากอีคอมเมิร์ซที่เกิดจากแคมเปญการตลาด SMS ของผู้ใช้ Mailchimp และค่าใช้จ่ายในการส่ง SMS ของ Mailchimp (ไม่รวมค่าแพ็กเกจ) ภายในหนึ่งปีนับจากการเปิดตัวแคมเปญ SMS ครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2024 ถึง 17 ตุลาคม 2025 การคำนวณ ROI ต้องใช้ร้านค้าอีคอมเมิร์ซที่เชื่อมต่อกับบัญชี Mailchimp ไม่รวม SMS รหัสสั้น ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไป

5

ข้อมูลที่อ้างอิงนี้มาจากข้อมูลของ Intuit เท่านั้น และไม่รวมหรือสะท้อนข้อมูลของ Shopify

เกี่ยวกับ Intuit: Intuit คือแพลตฟอร์มเทคโนโลยีทางการเงินระดับโลกที่ขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรืองให้กับผู้คนและชุมชนที่เราให้บริการ โดยมีลูกค้าประมาณ 100 ล้านรายทั่วโลกที่ใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น TurboTax, Credit Karma, QuickBooks และ Mailchimp เราเชื่อว่าทุกคนควรมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ เราไม่เคยหยุดที่จะค้นหาวิธีการใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์เพื่อทำให้สิ่งนั้นเป็นไปได้ โปรดเยี่ยมชมเราได้ที่ Intuit.com และติดตามเราบนโซเชียลมีเดียเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ Intuit และผลิตภัณฑ์และบริการของเรา

ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปทิศทางผลิตภัณฑ์โดยทั่วไปของเรา แต่ไม่ถือเป็นข้อผูกมัดและไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจซื้อ อาจมีข้อกำหนด เงื่อนไข และค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับคุณสมบัติและฟังก์ชันการทำงานบางอย่าง อาจมีเกณฑ์คุณสมบัติในการใช้งาน ข้อเสนอผลิตภัณฑ์ คุณสมบัติ และฟังก์ชันการทำงานอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า คุณสมบัติและฟังก์ชันการทำงานจะแตกต่างกันไปตามประเภทของแพ็กเกจ Mailchimp และ Shopify จำหน่ายแยกต่างหาก สามารถเชื่อมต่อระบบได้ บริการ SMS (รวมถึง SMS ธุรกรรม) มีให้บริการเป็นบริการเสริมสำหรับแพ็กเกจแบบชำระเงินในบางประเทศ หลังจากสมัครและตกลงตามข้อกำหนดแล้ว

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260210726144/en

Contacts

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อเราได้ที่ mc-pr@intuit.com

ที่มา: Intuit Inc.

HKTDC เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมเครื่องประดับครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Logo

พาวิลเลียนใหม่จะจัดแสดงทองคำบริสุทธิ์ที่จะนำเสนอเทคโนโลยีทองคำล้ำสมัย

ฮ่องกง–(BUSINESS WIRE)–09 กุมภาพันธ์ 2026

งานมหกรรมแสดงเครื่องประดับครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งจัดโดยสภาส่งเสริมการค้าฮ่องกง (HKTDC) ที่จะกลับมาอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมีนาคม ภายใต้รูปแบบ “สองงาน สองสถานที่” ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ งานแสดงเพชรพลอยและไข่มุกนานาชาติฮ่องกงครั้งที่ 12 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ถึง 6 มีนาคมที่ AsiaWorld‑Expo โดยจะจัดแสดงวัตถุดิบสำหรับทำเครื่องประดับหลากหลายประเภท นอกจากนี้ งานแสดงเครื่องประดับนานาชาติฮ่องกง ครั้งที่ 42 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 ถึง 8 มีนาคม ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง โดยจะจัดแสดงเครื่องประดับสำเร็จรูปต่างๆ

Hong Kong International Jewellery Show and Hong Kong International Diamond, Gem & Pearl Show

งานแสดงเครื่องประดับนานาชาติฮ่องกง และงานแสดงเพชรพลอยและไข่มุกนานาชาติฮ่องกง

Jenny Koo รองผู้อำนวยการบริหารของ HKTDC กล่าวว่า “งานแสดงเครื่องประดับคู่ขนานในปีนี้ได้รวบรวมผู้จัดแสดงสินค้าประมาณ 4,000 รายจากกว่า 40 ประเทศและภูมิภาค โดยเกือบ 70% มาจากนอกฮ่องกง โดย HKTDC จะนำเสนอตลาดเครื่องประดับแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อเน้นย้ำถึงสถานะของฮ่องกงในฐานะเมืองหลวงการค้าระหว่างประเทศและศูนย์กลางการจัดหาเครื่องประดับ”

มีพาวิลเลียนจัดแสดงตามธีมต่างๆ มากกว่า 40 แห่ง รวมถึงพาวิลเลียนใหม่ที่จัดแสดงทองคำบริสุทธิ์
งานแสดงสินค้าทั้งสองงานนี้ดึงดูดการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากอุตสาหกรรมทั่วโลก โดยมีผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าจากกว่า 40 ภูมิภาคและพาวิลเลียนจากอุตสาหกรรมต่างๆ โดยสภาทองคำโลกจะเปิดตัวพาวิลเลียนจัดแสดงทองคำบริสุทธิ์เป็นครั้งแรก เพื่อนำเสนองานฝีมือทองคำที่ล้ำสมัยสู่ตลาดโลก โดยสมาคมผู้ผลิตนาฬิกาฮ่องกงจะเข้าร่วมจัดแสดงพาวิลเลียนเป็นครั้งแรก ขณะที่พาวิลเลียนจัดแสดงหินเทอร์ควอยซ์จูซานจากมณฑลหูเป่ยก็จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกเช่นกัน

หอเกียรติยศในงานแสดงเครื่องประดับนานาชาติฮ่องกงกลับมาอีกครั้งในปีนี้ พร้อมขนาดที่ขยายมากกว่าเดิม 40% และต้อนรับแบรนด์เครื่องประดับระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงมากมาย

มีการจัดเวทีเสวนามากกว่า 20 หัวข้อที่น่าสนใจ รวมถึง AI และการตลาดดิจิทัล
จะมีการจัดสัมมนาและกิจกรรมสร้างเครือข่ายมากกว่า 20 รายการ ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น แนวโน้มอุตสาหกรรม การตลาดดิจิทัล และเทคโนโลยีเครื่องประดับ โดยจะมีเซสชันที่วิเคราะห์ว่าปัญญาประดิษฐ์จะเปลี่ยนจากขั้นตอนการออกแบบไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ได้อย่างไร เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องประดับ นอกจากนี้ยังมีสัมมนาที่อินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ จะมาแบ่งปันวิธีการใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อเพิ่มการมองเห็นแบรนด์เครื่องประดับและกระตุ้นยอดขาย

เว็บไซต์สำหรับแอปงานมหกรรมแสดงสินค้า
https://tinyurl.com/4dzvd3s4

เว็บไซต์งานแสดงสินค้า
งานแสดงเครื่องประดับนานาชาติฮ่องกง: hkjewelleryshow.hktdc.com
งานแสดงเพชรพลอยและไข่มุกนานาชาติฮ่องกง: hkdgp.hktdc.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20260207153040/en

Contacts

การสอบถามจากสื่อ
ฝ่ายจัดนิทรรศการของ HKTDC:
Ken Tsang
โทร.: (852) 2240 4136
อีเมล: ken.mc.tsang@hktdc.org

ที่มา: Hong Kong Trade Development Council (HKTDC)


TRENDS ได้รวมระบบกว่า 50 ระบบเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานการผลิตที่พร้อมสำหรับ AI

Logo

ผู้ผลิตสินค้าแบรนด์เนมรายใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้รวมระบบที่กระจัดกระจายกว่า 50 ระบบเข้ากับ Boomi เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่มีการกำกับดูแลและเกือบจะเรียลไทม์

เวลลิงตัน นิวซีแลนด์–(BUSINESS WIRE)–10 กุมภาพันธ์ 2026

Boomi ผู้นำด้านระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ประกาศในวันนี้ว่า TRENDS Promotional Products ได้ใช้แพลตฟอร์ม Boomi Enterprise เพื่อรวมแอปพลิเคชันที่กำหนดเองมากกว่า 50 รายการและระบบเดิมเข้าไว้ในรากฐานที่ปรับขนาดได้และพร้อมใช้งานด้าน AI ที่จะช่วยให้ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้นและตอบสนองต่อลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น โดยโครงสร้างพื้นฐานใหม่นี้ยังจะช่วยรองรับการใช้งานในอนาคต รวมถึงการพยากรณ์และการจัดตารางเวลาอัจฉริยะอีกด้วย

TRENDS ผู้จัดจำหน่ายสินค้าส่งเสริมการขายขายส่งชั้นนำทั่วออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และหมู่เกาะแปซิฟิก บริหารจัดการผลิตภัณฑ์มากกว่า 6,000 รายการ และงานสั่งทำพิเศษกว่า 700 รายการต่อวัน แต่การเติบโตตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งทำให้รายได้จากประมาณ 10 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์เพิ่มขึ้นเป็น 130 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ ก็ได้สร้างระบบเทคโนโลยีที่กระจัดกระจาย ประกอบด้วยแอปพลิเคชันเฉพาะทางและการไหลเวียนของข้อมูลแบบแมนนวล ซึ่งจำกัดการมองเห็นภาพรวม ทำให้การรายงานช้าลง และเพิ่มความเสี่ยงในการดำเนินงานต่างๆ

“เราเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ความซับซ้อนเบื้องหลังนั้นเติบโตเร็วกว่า” Jonathan Elliott ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศของ TRENDS กล่าว “เรามีการเชื่อมต่อระบบเฉพาะทางหลายสิบระบบ ทุกการเปลี่ยนแปลงต้องใช้ความพยายามและสร้างความเสี่ยงใหม่ เป้าหมายของเราคือการสร้างรากฐานข้อมูลที่จะสามารถรองรับการเติบโตขององค์กรได้ ไม่ใช่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโต”

TRENDS ร่วมมือกับ Adaptiv ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านการบูรณาการ โดยได้นำแพลตฟอร์ม Boomi Enterprise มาใช้เป็นเลเยอร์การบูรณาการหลัก เชื่อมต่อแอปพลิเคชันทางธุรกิจที่กำหนดเองหลายสิบรายการและบริการ Microsoft Azure เข้าด้วยกัน ปัจจุบันไปป์ไลน์ที่รับรู้เหตุการณ์และกำหนดเวลาได้เคลื่อนย้ายข้อมูลที่เชื่อถือได้จากระบบในสายการผลิตและแอปพลิเคชันหลักไปยังสภาพแวดล้อมการวิเคราะห์ในเวลาเกือบเรียลไทม์

จากเดิมที่การบูรณาการต้องพึ่งพาโซลูชันที่กำหนดเองและวิธีแก้ปัญหาแบบแมนนวล ปัจจุบัน TRENDS ใช้การบูรณาการที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้และกระบวนการที่มีการกำกับดูแล ทำให้การเปลี่ยนแปลงปลอดภัยและรวดเร็วยิ่งขึ้น การตรวจสอบจากส่วนกลางและการจัดการข้อผิดพลาดที่สม่ำเสมอช่วยให้ทีมไอทีเห็นภาพรวมของสิ่งที่เกิดขึ้นในระบบต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ช่วยให้พวกเขาแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และทำให้ข้อมูลเคลื่อนย้ายไปยังเครื่องมือรายงานหลักได้อย่างน่าเชื่อถือ

“หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดคือการเปลี่ยนจากการใช้สคริปต์แบบครั้งเดียวจบ มาเป็นโซลูชันการบูรณาการที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้และมีการกำกับดูแลที่ดี” Elliott กล่าว “แทนที่จะสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาทุกครั้ง ด้วย Boomi เรามีกระบวนการที่สม่ำเสมอและทำซ้ำได้ ซึ่งเราสามารถนำไปใช้ได้ทั่วทั้งธุรกิจ”

โครงสร้างพื้นฐานใหม่นี้กำลังช่วยให้เกิดกรณีการใช้งานใหม่ๆ ในสายการผลิต โดยในแผนกเครื่องอัดความร้อนของ TREND ข้อมูลแบบเรียลไทม์จากเครื่องจักร รวมถึงข้อมูลงาน อุณหภูมิ และการตั้งค่าแรงดัน จะถูกส่งไปยังแดชบอร์ดสำหรับหัวหน้างาน ช่วยให้พวกเขาสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพและตรวจพบปัญหาที่อาจส่งผลต่อคุณภาพหรือปริมาณงานได้อย่างรวดเร็ว

ความง่ายในการเปิดใช้งานกรณีการใช้งานใหม่ๆ ยังส่งผลให้ความคาดหวังภายในองค์กรเปลี่ยนไปอีกด้วย

“TRENDS นำมาซึ่งขนาดและความทะเยอทะยาน และบทบาทของเราคือการวางโซลูชันการบูรณาการและการกำกับดูแลที่เหมาะสม” Nikolai Blackie ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีและผู้ร่วมก่อตั้ง Adaptiv กล่าว “เมื่อวางระบบเรียบร้อยแล้ว พวกเขาสามารถเปลี่ยนจากแนวคิดไปสู่มูลค่าได้เร็วกว่าที่คาดไว้มาก ซึ่งช่วยเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการบูรณาการต่างๆ จากสิ่งที่ทำให้ธุรกิจช้าลงไปเป็นสิ่งที่ช่วยเปิดทางให้ได้รับข้อมูลเชิงลึกที่ดีขึ้นและตัดสินใจได้เร็วขึ้น”

ในอนาคต TRENDS วางแผนที่จะใช้แพลตฟอร์ม Boomi เพื่อผสานรวมระบบการจัดการข้อมูลผลิตภัณฑ์ (PIM) ใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพข้อมูลผลิตภัณฑ์ เปิดใช้งานประสบการณ์อีคอมเมิร์ซที่ดียิ่งขึ้น และสนับสนุนการปฏิบัติตามมาตรฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ของออสเตรเลียที่กำลังเกิดขึ้น โครงสร้างการผสานรวมเดียวกันนี้จะรองรับโครงการริเริ่มด้าน AI ใหม่ๆ เช่น การพยากรณ์และการจัดตารางเวลาอัจฉริยะด้วย

“ไม่ว่าระบบในอนาคตของเราจะมีหน้าตาอย่างไร สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคือ ความต้องการข้อมูลที่เชื่อถือได้และไหลเวียนแบบเรียลไทม์ระหว่างระบบเหล่านั้น” Elliott กล่าว “แพลตฟอร์ม Boomi Enterprise ช่วยให้เราพัฒนาไปได้โดยไม่ต้องสร้างการเชื่อมต่อใหม่ทุกครั้ง ซึ่งทำให้องค์กรมีพื้นที่ในการเติบโต”

David Irecki ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นของ Boomi กล่าวว่า “การเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องดี แต่ก็มาพร้อมกับแรงกดดันด้านการดำเนินงาน เมื่อคุณต้องดำเนินการประมวลผลงานเฉพาะทางหลายร้อยงานต่อวัน การบูรณาการที่กระจัดกระจายจะทำให้ธุรกิจช้าลง โดย TRENDS ได้สร้างรากฐานนั้นขึ้นมาใหม่ ทำให้ทีมงานได้รับข้อมูลที่ทันท่วงทีและเชื่อถือได้ รวมถึงแพลตฟอร์มที่สามารถรองรับตลาดใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป”

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับ Boomi

Boomi ผู้นำด้านระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้องค์กรทั่วโลกเชื่อมต่อทุกสิ่งเข้าด้วยกัน ทำงานอัตโนมัติ และเร่งผลลัพธ์ให้เร็วขึ้น แพลตฟอร์ม Boomi Enterprise รวมถึง Boomi Agentstudio จะผสานรวมการบูรณาการและระบบอัตโนมัติ พร้อมด้วยข้อมูล API และการจัดการเอเจนต์ AI ไว้ในโซลูชันเดียวที่ครอบคลุม โดย Boomi ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 30,000 ราย และได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายพันธมิตรมากกว่า 800 ราย Boomi กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบเอเจนต์ ช่วยให้องค์กรทุกขนาดบรรลุความคล่องตัว ประสิทธิภาพ และนวัตกรรมในวงกว้าง ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ boomi.com

© 2026 Boomi, LP. Boomi, โลโก้ ‘Boomi’, โลโก้ ‘B’ และ Boomiverse เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Boomi, LP หรือบริษัทในเครือหรือบริษัทร่วมในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ ชื่อหรือเครื่องหมายอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Jasmine Ee
หัวหน้าฝ่ายความสัมพันธ์กับอินฟลูเอนเซอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น
jasmine.ee@boomi.com

ที่มา: Boomi

Wisely Ai สร้างมาตรฐานด้านผลกระทบใหม่ด้วยการปกป้องผู้ใช้ Indosat กว่า 100 ล้านคนจากข้อความหลอกลวงและสแปมกว่า 2 พันล้านข้อความในอินโดนีเซีย

Logo

Indosat จัดงานเฉลิมฉลองความสำเร็จ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและกิจการดิจิทัลของอินโดนีเซียเข้าร่วมงานด้วย

HYDERABAD, India–(BUSINESS WIRE)–07 กุมภาพันธ์ 2026

Tanla Platforms Limited ประกาศในวันนี้ถึงความสำเร็จครั้งสำคัญของ Wisely Ai ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI ของบริษัท โดย Indosat Ooredoo Hutchison (Indosat หรือ IOH) จัดงานเฉลิมฉลองความสำเร็จดังกล่าวขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย

ในงานดังกล่าว Indosat ได้นำเสนอผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงจากการใช้งาน Wisely Ai ภายในหกเดือนแรกของการติดตั้งใช้งาน:

  •  มีการวิเคราะห์การสื่อสารกว่า 11 พันล้านครั้ง จากผู้ใช้ 100 ล้านคน
  •  ตรวจพบการโต้ตอบที่เป็นสแปมและหลอกลวงมากกว่า 2 พันล้านครั้ง
  •  ตรวจพบผู้ส่งและ CTA (รวมถึง URL) ที่เป็นอันตรายมากกว่า 2 ล้านรายการ
  •  คาดการณ์ว่าสามารถป้องกันความสูญเสียทางการเงินได้ถึง 500 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  •  ประสิทธิภาพของโมเดล AI สูงถึง 99% โดยสามารถตัดสินใจได้ภายในไม่กี่มิลลิวินาที

Wisely Ai คือพลังขับเคลื่อนให้ Indosat สามารถสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัย ซึ่งได้รับการยืนยันจากลูกค้ากว่า 95% ที่รู้สึกได้รับการปกป้องมากขึ้น และได้รับคะแนนประสบการณ์ลูกค้าชั้นนำในอุตสาหกรรมจากการวิจัยตลาดอิสระ

Wisely Ai ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการประมวลผล AI ที่ขับเคลื่อนโซลูชันต่างๆ มากมาย Indosat ได้เปิดตัวโซลูชันป้องกันสแปมและป้องกันการหลอกลวง โดยผสานรวม Wisely Ai ทั้งในระดับเครือข่ายและแอปพลิเคชันบนมือถือ Indosat ประกาศเปิดตัวคุณสมบัติใหม่ที่ทำให้เครือข่ายปลอดจากการหลอกลวง และขยายการครอบคลุมช่องสัญญาณไปยัง VoIP ซึ่งช่วยให้สามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและแบบเรียลไทม์ในทุกช่องทางการสื่อสาร

Vikram Sinha ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอของ Indosat Ooredoo Hutchison กล่าว:
เรามองเห็นว่า โทรศัพท์มือถือได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของชาวอินโดนีเซียไปแล้ว ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีอย่าง Tanla เราจึงสามารถมอบการปกป้องที่เชิงรุกและปรับตัวได้ดียิ่งขึ้น เทคโนโลยี AI ในเครือข่ายของเราช่วยกรองภัยคุกคามก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อลูกค้าของเรา

Uday Reddy ผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอของ Tanla Platforms Limited กล่าว:
“Wisely Ai เป็นแพลตฟอร์ม AI ดั้งเดิมแห่งแรกที่ถูกนำมาใช้ในระดับนี้ เราตื่นเต้นกับผลลัพธ์ที่ Indosat ได้รับ ซึ่งเกิดจากเทคโนโลยี AI ความเชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคมอย่างลึกซึ้ง และความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในระบบนิเวศของเรา ความสำเร็จของลูกค้าอย่าง Indosat กำลังส่งผลให้เกิดความสนใจอย่างมากจากบริษัทโทรคมนาคมอื่นๆ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ EMEA”

ความร่วมมือกันระหว่าง Tanla และ Indosat แสดงให้เห็นถึงการที่ AI ในระดับประเทศสามารถรักษาความปลอดภัยในการสื่อสารแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับความน่าเชื่อถือในด้านโทรคมนาคม

เกี่ยวกับ Tanla

Tanla Platforms Limited ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 เป็นบริษัทแพลตฟอร์มที่ใช้เทคโนโลยี AI เป็นหลัก โดยมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงปฏิสัมพันธ์ทางดิจิทัลผ่านโซลูชัน SaaS ที่ล้ำสมัย ด้วยแนวทางที่เน้นองค์กรและผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง Tanla ช่วยยกระดับความปลอดภัยของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และการป้องกันสแปมและการหลอกลวง Tanla ร่วมมือกับบริษัทโทรคมนาคมชั้นนำ ให้บริการองค์กรกว่า 2,500 แห่งทั่วโลก และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NSE (TANLA) และ BSE (532790) ในฐานะพันธมิตรที่น่าเชื่อถือในระบบนิเวศ

Safe Harbor

เอกสารนี้ประกอบด้วยข้อความที่ “คาดการณ์ล่วงหน้า” ซึ่งมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนสูง ข้อความที่ไม่ได้อ้างอิงจากข้อมูลในอดีต—สำหรับผลลัพธ์ในอนาคต การเงิน ตลาด ตัวชี้วัด การดำเนินงาน การแข่งขัน เทคโนโลยี ความสัมพันธ์ และข้อสมมติฐาน—เป็นข้อความที่คาดการณ์ล่วงหน้าและไม่สามารถรับประกันได้

ข้อความเหล่านี้ประกอบด้วยความเสี่ยงโดยธรรมชาติ ซึ่งมักอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา โดยจะมีการใช้คำว่า “คาดหวัง” “คาดการณ์” “เชื่อ” “วางแผน” “ประเมิน” “ศักยภาพ” “อาจ” “จะ” “สามารถ” (หรือคำอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน)

เราจะอัปเดตข้อมูลเฉพาะเมื่อกฎหมายกำหนดเท่านั้น สำหรับข้อมูลจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ/อุตสาหกรรมที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ เราไม่รับประกันความถูกต้อง ความครบถ้วน หรือการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Navya Gollapalli
Associate Director – Marketing
marketing@tanla.com

ที่มา: Tanla Platforms Limited

Levi’s® เปิดตัวแคมเปญ “Behind Every Original” ด้วยภาพยนตร์ที่ฉายในงาน Super Bowl ที่เน้นเรื่องราวเบื้องหลังและรายละเอียดต่างๆ

Logo

ซานฟรานซิสโก–(BUSINESS WIRE)–09 กุมภาพันธ์ 2026

Levi’s® เปิดตัวแคมเปญระดับโลกใหม่สุดโดดเด่น “Behind Every Original” ในวันนี้ ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองบุคคลผู้ผลักดันวัฒนธรรมไปข้างหน้า พร้อมด้วยลูกเล่นสุดเก๋ไก๋ แคมเปญนี้เปิดตัวครั้งแรกในช่วง Super Bowl พร้อมกับภาพยนตร์เพลงประกอบ “Backstory” กำกับโดย Kim Gehrig โดย Levi’s® พลิกความคาดหวังด้วยการนำเสนอบั้นท้ายของเหล่าคนดังและบุคคลต้นแบบทั่วไป เพื่อให้พวกเขาได้แบ่งปันเรื่องราวเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Levi’s®

Doechii

Doechii

ทำไมต้องเป็นบั้นท้าย เพราะเป็นมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของกางเกงยีนส์ Levi’s ® เพราะเป็นมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของกางเกงยีนส์ Levi’s การเย็บตะเข็บโค้ง รูปทรง และป้ายสีแดง Red Tab™ บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ได้ทันที กว่า 150 ปีที่กางเกงยีนส์ Levi’s ® เป็นเครื่องแบบของผู้สร้างแรงบันดาลใจทางวัฒนธรรมที่ก้าวออกจากกรอบเดิมๆ และกำหนดทิศทางสิ่งใหม่ๆ ในวงการดนตรี กีฬา แฟชั่น และศิลปะ พวกมันเป็นเครื่องแบบของการเคลื่อนไหวและช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงโลกและหล่อหลอมวัฒนธรรม – สวมใส่โดยผู้ที่แสวงหาความก้าวหน้า เครื่องแบบเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหวและช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงโลกและหล่อหลอมวัฒนธรรม โดยผู้ที่มุ่งมั่นสู่ความก้าวหน้าเป็นผู้สวมใส่ 

“หนึ่งในสิ่งที่ผมชื่นชอบมากที่สุดเกี่ยวกับแคมเปญ ‘Behind Every Original’ คือการร้อยเรียงเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของ Levi’s ® เข้าด้วยกัน” Kenny Mitchell ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดระดับโลกของ Levi Strauss & Co. กล่าว “แคมเปญระดับโลกนี้เฉลิมฉลองบทบาทของเราในฐานะศูนย์กลางของดนตรี กีฬา และวัฒนธรรมแฟชั่นรวมถึงในตู้เสื้อผ้าของแฟนๆ ทุกรุ่นทุกวัยด้วย การเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้ในช่วง Super Bowl ที่ Levi’s ® Stadium จึงเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะการแข่งขันครั้งนี้ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมด้วยพลังแห่งการรวมใจของกีฬา”

“Backstory” นำเสนอเหล่าคนดังจากค่าย Top Dawg Entertainment อาทิ เจ้าของรางวัลแกรมมี่ Doechii ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ROSÉ แชมป์ NBA และ MVP คนปัจจุบัน Shai Gilgeous-Alexander ผู้สร้างภาพยนตร์ ศิลปิน และดีเจ เจ้าของรางวัลแกรมมี่และออสการ์ และเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอมมี่ Questlove นางแบบและเสียงทางวัฒนธรรม Stefanie Giesinger และตัวละคร Woody จาก “Toy Story” ของ Disney-Pixar รวมถึงตัวละครจาก Originals อีกมากมาย ทุกเฟรมคือการเฉลิมฉลองบั้นท้ายในความงดงามที่ปกคลุมด้วยกางเกงยีนส์: เดินเฉิดฉาย เต้นรำ เคลื่อนไหว และเหนือสิ่งอื่นใด คือการใช้ชีวิตอยู่ในกางเกงยีนส์ Levi's® ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดความมั่นใจที่หาใครเทียบไม่ได้ของผู้ที่กำลังสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ พร้อมทั้งยกย่องบุคคลสำคัญที่มาก่อนพวกเขา ตั้งแต่ความเท่แบบไม่พยายามของ George Michael ในยุค “Faith” ไปจนถึงการตีความใหม่ในยุคปัจจุบันของปกอัลบั้ม “Born in the U.S.A.” อันเป็นเอกลักษณ์ เรื่องราวนี้หยั่งรากอยู่ในช่วงเวลาทางวัฒนธรรมที่แท้จริงซึ่ง Levi's® ได้สัมผัสมา ครอบคลุมหลายรุ่น และเชิญชวนให้ทุกคนได้เห็นตัวเองสะท้อนอยู่ในแบรนด์นี้

เพลง “Get Up Offa That Thing” ของ James Brown เติมเต็มความสุขและพลังให้กับเพลงประกอบภาพยนตร์ โดยมีการกล่าวถึงบั้นท้ายที่สวมกางเกงยีนส์ ซึ่งเปรียบเสมือนเพลงปลุกใจสำหรับผู้ที่มุ่งมั่นและสร้างความเปลี่ยนแปลง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำตลอดระยะเวลาหกวันในลอสแอนเจลิส โอคลาโฮมาซิตี และลอนดอน โดยทีมงานเน้นการคัดเลือกคาวบอยตัวจริง คนงานก่อสร้าง นักปีนเขา และเยาวชน เพื่อให้ได้ภาพที่สมจริง ทีมงานยังได้ร่วมมือกับ Robbie Blue นักออกแบบท่าเต้นของ Doechii เพื่อสร้างสรรค์ท่าเต้นสุดอลังการที่ปิดท้ายโฆษณาชิ้นนี้ด้วย

“Behind Every Original” จะเปิดเผยเหล่าดาราผู้เป็นต้นแบบหลังจบการแข่งขัน Super Bowl ในรูปแบบของภาพยนตร์สั้นความยาวหกวินาทีที่เน้นเรื่องราวของแต่ละบุคคลสำคัญ โดยเปลี่ยนความสนใจไปที่การเคลื่อนไหวและการแสดงออกของตัวตนของแต่ละคน มากกว่าชื่อเสียงของพวกเขา

แคมเปญนี้ครอบคลุมทั้งสื่อสังคมออนไลน์ สื่อดิจิทัล ในร้านค้า และสื่อโฆษณานอกบ้าน โดยเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวระดับโลกที่กว้างขึ้น ซึ่งจะเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังของสินค้าคอลเลคชั่น Originals มากขึ้นตลอดทั้งปี โดยมีผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Levi's ® เป็นจุดศูนย์กลาง ภาพถ่ายบันทึกช่วงเวลาดิบๆ เบื้องหลังการถ่ายทำของเหล่านักแสดง ตั้งแต่ตอนที่พวกเขาสวมกางเกงยีนส์ Levi’s ® แล้วก้าวออกไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางส่วนตัวและเรื่องราวเบื้องหลังที่หล่อหลอมนักแสดงแต่ละคนในซีรีส์ Original ได้อย่างน่าประทับใจ

แคมเปญนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์กับ TBWA\Chiat\Day LA

กางเกงยีนส์ Levi’s® คือหัวใจสำคัญของแคมเปญนี้ ตั้งแต่คาวบอยยุคเก่า ไอคอนมิวสิกวิดีโอแห่งยุค 80 ไปจนถึงยุคปัจจุบัน สไตล์การแต่งตัวครอบคลุมทุกแง่มุมของมรดกแบรนด์ Levi’s ® Doechii สวมกางเกงยีนส์ Low Slim Boot cut ในขณะที่ Rosé สวมกางเกงยีนส์ Loose Boot cut กับเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์รุ่น Relaxed Fit Trucker, Shai Gilgeous-Alexander สวมกางเกงยีนส์ 578 Baggy ® และเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์รุ่น Relaxed Fit Trucker ส่วน Questlove สวมกางเกงยีนส์ 505 Regular Fit ส่วน Stefanie Giesinger ก็เลือกกางเกงยีนส์ Ribcage Slim และเสื้อโปโลแขนยาว Super Soft ที่ดูลงตัว

สไตล์และยุคสมัยที่หลากหลายเป็นเครื่องย้ำเตือนว่า Levi’s ® อยู่เบื้องหลังช่วงเวลาสำคัญ (และเรื่องเล็กๆ น้อยๆ) ในชีวิตมากว่าศตวรรษแล้ว ทีมงานได้ออกแบบกางเกงยีนส์ให้เข้ากับสไตล์และบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ของเหล่า Originals โดยมีการสร้างชิ้นงานพิเศษสำหรับแอมบาสเดอร์โดยเฉพาะ เช่น แจ็คเก็ตยีนส์สั่งทำพิเศษสำหรับ Questlove และถุงมือยีนส์สำหรับ Shai Gilgeous-Alexander

รับชม “Backstory” ได้ที่นี่

เกี่ยวกับแบรนด์ Levi’s®

Levi’s® แบรนด์ Levi’s เป็นตัวแทนของสไตล์อเมริกันคลาสสิกและความเท่แบบไม่ปรุงแต่ง นับตั้งแต่การคิดค้นโดย Levi Strauss & Co. ในปี 1873 กางเกงยีนส์ Levi’s ® ได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องแต่งกายที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก ครองใจและสร้างความภักดีให้กับผู้คนมาหลายรุ่น ปัจจุบัน กลุ่มผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Levi’s ® ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกและนวัตกรรมที่ไม่หยุดยั้ง ซึ่งหาที่เปรียบไม่ได้ในอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์เดนิมและเครื่องประดับชั้นนำของเรามีจำหน่ายในกว่า 110 ประเทศทั่วโลก ช่วยให้ผู้คนทั่วโลกสามารถแสดงออกถึงสไตล์ส่วนตัวของตนเองได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์ Levi’s ® ผลิตภัณฑ์ และร้านค้า โปรดเยี่ยมชมที่ levi.com.

เกี่ยวกับ Levi Strauss & Co.

Levi Strauss & Co. (LS&Co.) เป็นหนึ่งในบริษัทเครื่องแต่งกายแบรนด์เนมที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นผู้นำระดับโลกในด้านกางเกงยีนส์ บริษัทออกแบบและทำการตลาดกางเกงยีนส์ เสื้อผ้าลำลอง และเครื่องประดับที่เกี่ยวข้องสำหรับผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ภายใต้แบรนด์ Levi's®, Levi Strauss Signature™ และ Beyond Yoga® ผลิตภัณฑ์ของบริษัทจำหน่ายในประมาณ 120 ประเทศทั่วโลก ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า เว็บไซต์ออนไลน์ และเครือข่ายร้านค้าปลีกและร้านค้าภายในห้างสรรพสินค้าประมาณ 3,300 แห่งทั่วโลก Levi Strauss & Co. รายงานรายได้สุทธิในปี 2025 อยู่ที่ 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ http://levistrauss.com และสำหรับข่าวสารและประกาศทางการเงิน โปรดไปที่ http://investors.levistrauss.com.

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260208761156/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ช่องทางติดต่อสื่อ
Levi Strauss & Co.
(415) 501-7777
NewsMediaRequests@levi.com

ที่มา: Levi Strauss & Co.


การส่งออกสาเกในปี 2025 ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการขยายตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 81 แห่ง สูงสุดเป็นประวัติการณ์

Logo

เมืองโตเกียว–(BUSINESS WIRE)–06 กุมภาพันธ์ 2026

การส่งออกสาเกยังคงขยายตัวต่อเนื่องในปี 2025 ทั้งในด้านมูลค่าและปริมาณ โดยจำนวนประเทศและภูมิภาคปลายทางมีการขยายตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 81 แห่ง สูงสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่าการส่งออกมีปริมาณเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็น 45.9 พันล้านเยน ขณะที่การส่งออกมีปริมาณเพิ่มขึ้น 8% เป็น 33.55 ล้านลิตร (3.73 ล้านลัง คำนวณตามฐานลังละ 9 ลิตร) ซึ่งเป็นผลงานในการส่งออกสูงสุดเป็นอันดับสองในประวัติการณ์ แต่ราคาหน่วยในการส่งออกเฉลี่ยต่อขวดขนาด 750 มล. มีปริมาณลดลง 2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจะอยู่ที่ 1,026 เยน

Sake Export Performance by Country (Top 10, 2025)

ผลงานในการส่งออกสาเกโดยจำแนกตามประเทศ (10 อันดับแรก ในปี 2025)

มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นเกือบเป็นสองเท่านับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา และอัตรา CAGR ในช่วงห้าปีที่ผ่านมาแตะอยู่ที่ 14% ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าสาเกเป็นหมวดสินค้าที่มีอัตราการเติบโตสูงในตลาดโลก

เอเชียก็ยังคงเป็นปลายทางการส่งออกที่ใหญ่ที่สุด โดยมีมูลค่าการส่งออกรวมทั้งหมด 28.8 พันล้านเยน แสดงให้เห็นว่ามีปริมาณเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคิดเป็น 63% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ในอเมริกาเหนือมีบันทึกการส่งออกอยู่ที่ 12.4 พันล้านเยน มีปริมาณลดลง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จึงเป็นเพียงภูมิภาคเดียวที่มูลค่าการส่งออกต่ำกว่าระดับของปีก่อนหน้า ส่วนทางลาตินอเมริกา แม้มูลค่าการส่งออกในปัจจุบันยังอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก แต่ก็ยังสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นสี่เท่านับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา และขยายออกไปยังประเทศปลายทางถึง 10 ประเทศด้วยกัน

จีนก็เป็นประเทศปลายทางที่ใหญ่ที่สุด โดยมีมูลค่าการส่งออกแตะอยู่ที่ 13.3 พันล้านเยน มีปริมาณเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในทางตรงกันข้าม การส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกามีปริมาณลดลง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็น 11 พันล้านเยน ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะที่ชะลอตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ในบรรดาตลาดการส่งออกหลัก เกาหลีใต้มีบันทึกการเติบโตที่โดดเด่นอย่างมาก โดยมูลค่าการส่งออกมีปริมาณเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็น 4.4 พันล้านเยน ซึ่งสูงกว่าในปี 2020 ถึง 4.5 เท่า แม้ว่าราคาหน่วยการส่งออกเฉลี่ยของเกาหลีใต้จะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก็ตาม แต่ก็มีแนวโน้มที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในความเห็นต่อการเติบโตดังกล่าว Hitoshi Utsunomiya ผู้อำนวยการสมาคมผู้ผลิตสาเกและโชจูแห่งญี่ปุ่น (Japan Sake and Shochu Makers Association: JSS) ระบุว่า ความสนใจจากนานาชาติที่เพิ่มสูงมากขึ้นภายหลังการขึ้นทะเบียนองค์ความรู้และทักษะแบบดั้งเดิมในการผลิตสาเกด้วยเชื้อราโคจิ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO ในปี 2024 เขายังชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการเสริมความแข็งแกร่งทางด้านการส่งเสริมและการให้ความรู้ต่างๆ อย่างเช่น การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานเอ็กซ์โป และโครงการด้านการศึกษาที่ดำเนินการร่วมกับสมาคมซอมเมอลิเยร์นานาชาติ (Association de la Sommellerie Internationale) ด้วย

ในระยะต่อไป JSS จะยังคงดำเนินการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงในตลาดที่มีความมั่นคงอยู่แล้ว แต่ยังรวมถึงภูมิภาคเกิดใหม่ต่างๆ เช่น ยุโรปตอนกลางและยุโรปตะวันออก รวมถึงลาตินอเมริกา ผ่านโครงการที่เน้นในเรื่องของการจับสาเกคู่กับอาหาร คุณค่าเชิงประสบการณ์ และความสำคัญทางวัฒนธรรมของสาเก ทาง JSS มีเป้าหมายที่จะ สื่อสารเสน่ห์ของสาเกให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกมากยิ่งขึ้น

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20260205671686/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Takeshi Itani
takeshi.itani@sakeexperiencejapan.com

ที่มา: Japan Sake and Shochu Makers Association

Multi-Color Corporation ได้รับการอนุมัติจากศาลให้ดำเนินการตามคำร้องในวันแรก

Logo

ได้รับอนุมัติเบื้องต้นให้เข้าถึงเงินทุน DIP จำนวน 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การดำเนินงานและการให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลกยังคงดำเนินต่อไปตามปกติโดยไม่หยุดชะงักในระหว่างกระบวนการปรับโครงสร้างองค์กร ผู้ค้าและซัพพลายเออร์ทุกรายจะต้องได้รับการชำระเงินเต็มจำนวน

แอตแลนตา–(BUSINESS WIRE)–05 กุมภาพันธ์ 2026

Multi-Color Corporation (“MCC” หรือ “บริษัท”) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันฉลากคุณภาพสูง ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้รับการอนุมัติจากศาลล้มละลายแห่งสหรัฐอเมริกาประจำเขตปกครองนิวเจอร์ซีย์ (“ศาล”) สำหรับการบรรเทาทุกข์ในวันแรกที่เกี่ยวข้องกับการยื่นขอคุ้มครองตามหมวดที่ 11 ของกฎหมายล้มละลายสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 การอนุมัติดังกล่าวเป็นการยืนยันว่าบริษัทจะดำเนินงานตามปกติ ชำระเงินให้แก่ผู้ขายและซัพพลายเออร์ทั้งหมดอย่างครบถ้วน และรักษาสถานะสภาพคล่องที่แข็งแกร่งในระหว่างการปรับโครงสร้าง

ในส่วนหนึ่งของมาตรการบรรเทาความทุกข์นี้ ศาลได้อนุมัติให้ MCC เข้าถึงเงินทุนใหม่จำนวน 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทั้งหมด 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงการฟื้นฟูกิจการ (DIP) ซึ่งจัดหาโดยผู้ถือหนี้ที่มีหลักประกันลำดับแรกของ MCC และผู้สนับสนุนด้านทุนของ MCC คือ CD&R เงินทุนนี้จะใช้เป็นทุนในการดำเนินธุรกิจในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการฟื้นฟูกิจการแบบเร่งรัดตามหมวดที่ 11 นอกจากนี้ ศาลยังอนุมัติให้ MCC ชำระเงินให้แก่ผู้ขายและซัพพลายเออร์เต็มจำนวนตามปกติ รักษาค่าจ้างและสวัสดิการโดยไม่หยุดชะงัก ชำระข้อเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน และดำเนินงานและกระบวนการสำคัญอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อให้ MCC สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก 

“การอนุมัติมติในวันแรกของเราถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างทางการเงิน ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถดำเนินงานได้ตามปกติ ในขณะที่เราลดภาระหนี้สินในงบดุลและเสริมสร้างโครงสร้างเงินทุนของเรา” Hassan Rmaile ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MCC กล่าว “เมื่อมองไปข้างหน้า เรายังคงมุ่งเน้นที่จะมอบโซลูชันที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา และดำเนินการตามลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของเรา เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะก้าวหน้าผ่านกระบวนการนี้ เพื่อวางตำแหน่ง MCC ให้พร้อมสำหรับการเติบโตและการลงทุนในระยะยาว เพื่อให้บริการลูกค้าของเราอย่างดีที่สุด”

ตามที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ MCC ได้เข้าทำข้อตกลงสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ (“RSA”) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหนี้ที่มีหลักประกันลำดับแรกของ MCC ประมาณ 72% และ CD&R ธุรกรรมนี้จะช่วยลดภาระหนี้ของ MCC อย่างมีนัยสำคัญ โดยลดภาระหนี้สุทธิจากประมาณ 5.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเหลือประมาณ 2.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ RSA ยังระบุว่า CD&R และกลุ่มเจ้าหนี้ที่มีหลักประกันเดิมของ MCC จะให้เงินลงทุนใหม่ในหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ์จำนวน 889 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการลงทุนในระยะยาว เมื่อการปรับโครงสร้างหนี้เสร็จสิ้น MCC จะมีสภาพคล่องมากกว่า 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างของ MCC รวมถึงการเข้าถึงเอกสารของศาล โปรดไปที่ www.veritaglobal.net/MCC ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีข้อสงสัยสามารถติดต่อ Verita ซึ่งเป็นตัวแทนรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเตือนของบริษัทได้ที่หมายเลข (866) 967-1788 (โทรฟรีในสหรัฐอเมริกา/แคนาดา) หรือ +1 (310) 751-2688 (ต่างประเทศ) หรือส่งคำถามไปยังwww.veritaglobal.net/MCC/inquiry สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่MCCForward.com

ที่ปรึกษา

Kirkland & Ellis LLP และ Cole Schotz P.C. ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย Evercore ทำหน้าที่เป็นวาณิชธนกิจ AlixPartners ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน Quinn Emanuel Urquhart & Sullivan, LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพิเศษของคณะกรรมการพิเศษของคณะกรรมการบริหารของ LABL, Inc. และ FGS Global ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ของบริษัท Debevoise & Plimpton LLP และ Latham & Watkins LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับ CD&R และ Moelis & Company LLC ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน Milbank LLP และ PJT Partners ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายและที่ปรึกษาทางการเงินตามลำดับ ให้กับกลุ่มเจ้าหนี้ที่มีหลักประกันเฉพาะกิจ

เกี่ยวกับ MCC

Multi-Color Corporation (MCC) เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันฉลากคุณภาพสูง โดยนำเสนอโซลูชันที่สร้างสรรค์และยั่งยืนแก่แบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมายในหลากหลายกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค MCC มุ่งมั่นที่จะส่งมอบโซลูชันฉลากที่ดีที่สุดในโลกให้แก่ลูกค้า เพื่อช่วยสร้างแบรนด์และเพิ่มมูลค่าให้กับชุมชนที่พวกเขาดำเนินธุรกิจอยู่

ข้อมูลคาดการณ์อนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีข้อความคาดการณ์อนาคตบางประการเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และธุรกิจของ MCC และบริษัทย่อย ตลอดจนแผนงานและวัตถุประสงค์บางประการที่เกี่ยวข้อง ข้อความคาดการณ์อนาคตเหล่านี้สามารถระบุได้จากข้อเท็จจริงที่ว่าข้อความเหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับข้อเท็จจริงในอดีตหรือปัจจุบันเท่านั้น ข้อความคาดการณ์อนาคตมักใช้คำต่างๆ เช่น “คาดการณ์”, “เป้าหมาย”, “คาดหวัง”, “ทำให้เป็นไปได้”, “ประมาณการ”, “ตั้งใจ”, “วางแผน”, “เป้าหมาย”, “เชื่อ”, “หวัง”, “มุ่งหมาย”, “ดำเนินการต่อ”, “จะ”, “อาจ”, “ควร”, “น่าจะ”, “สามารถ” หรือคำอื่นๆ ที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน ข้อความเหล่านี้อิงตามสมมติฐานและการประเมินที่บริษัทได้จัดทำขึ้น และการรับรู้ของบริษัทเกี่ยวกับแนวโน้มในอดีต สภาพปัจจุบัน การพัฒนาในอนาคต และปัจจัยอื่นๆ โดยธรรมชาติแล้ว ข้อความคาดการณ์อนาคตมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และปัจจัยต่างๆ ที่อธิบายไว้ในบริบทของข้อความคาดการณ์อนาคตในเอกสารนี้ อาจทำให้ผลลัพธ์และพัฒนาการที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างอย่างมากจากที่แสดงหรือโดยนัยในข้อความคาดการณ์อนาคตดังกล่าว แม้ว่าจะเชื่อว่าความคาดหวังที่สะท้อนอยู่ในข้อความคาดการณ์อนาคตนั้นสมเหตุสมผล แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าความคาดหวังเหล่านั้นจะถูกต้อง และท่านจึงควรระมัดระวังอย่าเชื่อถือข้อความคาดการณ์อนาคตเหล่านี้มากเกินไป ซึ่งมีผลใช้ได้เฉพาะ ณ วันที่ของเอกสารนี้เท่านั้น บริษัทไม่มีภาระผูกพันใดๆ ในการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อมูลที่อยู่ในเอกสารนี้ (ไม่ว่าจะเกิดจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่นๆ) เว้นแต่จะได้รับการกำหนดโดยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีหลายปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างอย่างมากจากที่แสดงหรือโดยนัยในข้อความคาดการณ์อนาคต

ปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากที่อธิบายไว้ในข้อความคาดการณ์อนาคต ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงในระดับโลก การเมือง เศรษฐกิจ ธุรกิจ การแข่งขัน ตลาด ห่วงโซ่อุปทาน และกฎระเบียบ อัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยในอนาคต การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษี และการควบรวมกิจการหรือการจำหน่ายกิจการในอนาคต ความไม่แน่นอนและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับ RSA และกระบวนการตามหมวดที่ 11 รวมถึงผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการตามบทที่ 11 ต่อสภาพคล่องและผลการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงความสัมพันธ์กับลูกค้า พันธมิตรการจัดจำหน่าย ซัพพลายเออร์ และบุคคลที่สามอื่นๆ การลาออกของพนักงานและความสามารถของบริษัทในการรักษาผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรสำคัญอื่นๆ เนื่องจากความวุ่นวายและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในกระบวนการตามหมวดที่ 11 ผลกระทบจากโครงการลดต้นทุนใด การดำเนินคดีทางกฎหมายหรือข้อบังคับอื่นๆ ความสามารถของบริษัทในการจัดหาเงินทุนดำเนินงาน รวมถึงการปฏิบัติตามข้อจำกัดที่กำหนดโดยข้อกำหนดและเงื่อนไขของการจัดหาเงินทุนสำหรับลูกหนี้ที่ยังคงครอบครองทรัพย์สิน เช่น การจัดหาเงินทุนที่กล่าวถึงในที่นี้ ระยะเวลาที่บริษัทจะดำเนินงานภายใต้การคุ้มครองตามหมวดที่ 11 ระยะเวลาในการออกจากกระบวนการตามหมวดที่ 11 และความเสี่ยงที่แผนการปรับโครงสร้างองค์กรที่เกิดขึ้นจากกระบวนการดังกล่าวอาจไม่ได้รับการอนุมัติหรือนำไปปฏิบัติเลย โปรดดูที่แผนการปรับโครงสร้างองค์กรแบบเตรียมการร่วมกันของ MultiColor Corporation และบริษัทในเครือลูกหนี้ ตามหมวดที่ 11 ของประมวลกฎหมายล้มละลาย [หมายเลขคดี 17] และ คำชี้แจงเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างองค์กรแบบร่วมกันของ MultiColor Corporation และบริษัทในเครือที่เป็นลูกหนี้ ภายใต้หมวดที่ 11 ของประมวลกฎหมายล้มละลาย [หมายเลขคดี 18] (แต่ละฉบับอาจมีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม) สำหรับข้อพิจารณาเพิ่มเติมและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการล้มละลายตามหมวดที่ 11 ของบริษัท ไม่มีข้อความใดในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ที่มุ่งหมายให้เป็นการคาดการณ์หรือประมาณการกำไรสำหรับช่วงเวลาใดๆ และไม่มีข้อความใดในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ที่ควรตีความว่าผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัทสำหรับปีงบประมาณปัจจุบันหรือในอนาคตจะตรงหรือเกินกว่าผลการดำเนินงานในอดีต ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ไม่ได้มีเจตนาและไม่ถือเป็น และไม่ควรตีความว่าเป็นส่วนหนึ่งหรือใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงใดๆ ในเอกสารข้อมูลหรือเอกสารเสนอขายหลักทรัพย์ ข้อตกลงการซื้อหลักทรัพย์ หรือข้อเสนอ คำเชิญ หรือคำแนะนำในการรับประกัน ซื้อ สมัครรับ ได้มา หรือขายหลักทรัพย์หรือเครื่องมือทางการเงินหรือผลประโยชน์อื่นๆ หรือธุรกรรมอื่นๆ

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ช่องทางติดต่อสื่อ
FGS Global สำหรับ MCC
mcclabel@fgsglobal.com

ที่มา: Multi-Color Corporation

The Bangkok Reporter