Mobix Labs เตรียมเข้าซื้อ Vision Aerial ผู้ผลิตโดรนสัญชาติอเมริกัน เพื่อขยายธุรกิจสู่ตลาดโดรนและข่าวกรองทางอากาศระดับโลก

Logo

เออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–04 มิถุนายน 2026

Mobix Labs, Inc. (Nasdaq: MOBX) ประกาศในวันนี้ว่าได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงที่มีผลผูกพันในการเข้าซื้อ Vision Aerial, Inc. ที่เป็นผู้ผลิตโดรนสัญชาติอเมริกันจากรัฐมอนแทนา ซึ่งได้รับความไว้วางใจในด้านความมั่นคงแห่งชาติ ภาครัฐ พลังงาน ความปลอดภัยสาธารณะ และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ โดยการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยขยายธุรกิจของ Mobix Labs ไปสู่ตลาดโลกที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นก้าวล่าสุดในกลยุทธ์ที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ในการเติบโตผ่านการเข้าซื้อกิจการที่ตรงเป้าหมายและมีความสำคัญต่อภารกิจ

ผลิตในอเมริกา เชื่อถือได้ในเรื่องประสิทธิภาพ

Vision Aerial ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 โดยออกแบบ ผลิต และให้การสนับสนุนระบบโดรนที่ทนทาน สร้างขึ้นเพื่อการปฏิบัติงานภาคสนามที่ต้องการประสิทธิภาพสูงที่สุด โดรนแต่ละลำสามารถติดตั้งกล้องและเซนเซอร์ที่สามารถเปลี่ยนได้ ตั้งแต่กล้องถ่ายภาพความร้อนความละเอียดสูง ไปจนถึงระบบสร้างแผนที่ 3 มิติด้วยเลเซอร์ รวมถึงระบบตรวจจับการรั่วไหลของก๊าซ ทำให้แพลตฟอร์มเดียวสามารถรองรับภารกิจได้หลากหลายรูปแบบในการปฏิบัติงานภาคสนามที่ต้องการประสิทธิภาพสูง

โดรนของ Vision Aerial จะช่วยสนับสนุนการปฏิบัติการด้านความมั่นคงแห่งชาติและความปลอดภัยสาธารณะ การค้นหาและกู้ภัย การรับมือกับไฟป่า การตรวจสอบพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน การเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม การเกษตร และการสำรวจทางอากาศขั้นสูง โดยฐานลูกค้าและผู้ใช้งานของบริษัทประกอบด้วยกองทัพอากาศสหรัฐฯ กองทัพเรือสหรัฐฯ กรมป่าไม้ของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ และ L3Harris รวมถึงผู้ประกอบการด้านพลังงานและสาธารณูปโภครายใหญ่ เช่น Marathon Oil, DTE Energy และ Northwestern Energy และมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่ต้องใช้เวลาหลายปีในการสร้าง

โอกาสระดับโลก กำลังเร่งตัวขึ้นในขณะนี้

ความต้องการระบบโดรนที่มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากรัฐบาล บริษัทสาธารณูปโภค ผู้ผลิตพลังงาน หน่วยงานด้านความปลอดภัยสาธารณะ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่างนำโดรนมาใช้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ ตรวจสอบทรัพย์สินที่สำคัญ ตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ตรวจสอบการดำเนินงาน และเข้าถึงสถานที่ที่อันตราย ห่างไกล หรือมีค่าใช้จ่ายสูงเกินกว่าที่คนจะเข้าถึงได้ด้วยตนเอง

ในสหรัฐอเมริกา ข้อจำกัดของรัฐบาลกลางเกี่ยวกับโดรนที่ผลิตจากต่างประเทศบางประเภท กำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้ระบบที่ผลิตในประเทศที่น่าเชื่อถือมากขึ้น และผู้ซื้อระหว่างประเทศก็เริ่มใช้มาตรฐานที่คล้ายคลึงกันมากขึ้นเรื่อยๆ ในด้านความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความสมบูรณ์ของห่วงโซ่อุปทาน โดยแพลตฟอร์มที่ผลิตในอเมริกาของ Vision Aerial จะช่วยให้ Mobix Labs เข้าถึงความต้องการทั่วโลกได้โดยตรง ซึ่งเทคโนโลยีที่ผลิตในอเมริกามีความน่าเชื่อถือสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด

มากกว่าการเป็นแค่เครื่องบิน แต่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับข่าวกรองทางอากาศ

โอกาสนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฮาร์ดแวร์เท่านั้น โดยข่าวกรองทางอากาศจะผสานทั้งโดรน เซนเซอร์ การสื่อสาร และข้อมูลต่างๆ เพื่อแสดงให้องค์กรเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนพื้นดินและสินทรัพย์สำคัญต่างๆ แบบเรียลไทม์ โดรนของ Vision Aerial จะเสริมจุดแข็งของ Mobix Labs ในด้านอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง การเชื่อมต่อ RF และการตรวจจับสำหรับอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ การป้องกันประเทศ และตลาดอื่นๆ ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง รวมถึงการสร้างเส้นทางการเติบโตที่ชัดเจนสำหรับระบบอัตโนมัติ การตรวจจับขั้นสูง ข้อมูลที่สำคัญต่อภารกิจ และการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ

นี่คือการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญสำหรับ Mobix Labs เรากำลังเข้าซื้อแพลตฟอร์มโดรนที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ผลิตในอเมริกา และได้รับความไว้วางใจจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ กองทัพเรือสหรัฐฯ และลูกค้ารายใหญ่ในอุตสาหกรรม ในขณะที่ความต้องการโดรนที่มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงกำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก ทาง Vision Aerial จะช่วยขยาย Mobix Labs ไปสู่หนึ่งในตลาดเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดในโลก และผลักดันกลยุทธ์การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการเข้าซื้อกิจการที่เราได้สื่อสารไปก่อนหน้านี้ — Phil Sansone ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Mobix Labs

“Vision Aerial ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับภารกิจที่ท้าทายและใช้งานได้จริง การเข้าร่วมกับ Mobix Labs จะช่วยให้เราสามารถนำโดรนที่ผลิตในอเมริกาไปสู่มือลูกค้าได้มากขึ้น ในช่วงเวลาที่ความต้องการระบบที่น่าเชื่อถือและผลิตในสหรัฐฯ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง — Shane Beams ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Vision Aerial

ภาพรวมของธุรกรรม

ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงที่มีผลผูกพันแล้ว แต่ไม่ได้เปิดเผยเงื่อนไขของธุรกรรม ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารหลักของ Vision Aerial คาดว่าจะยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปภายใต้ข้อตกลงระยะยาวหลายปี และคาดว่าการผลิตจะยังคงอยู่ในสหรัฐอเมริกา การทำธุรกรรมจะเสร็จสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อมีการเจรจาและลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้าย การตรวจสอบสถานะกิจการอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนเป็นที่น่าพอใจ และเงื่อนไขและการอนุมัติการปิดธุรกรรมตามปกติ ไม่สามารถรับประกันได้ว่าธุรกรรมจะเสร็จสมบูรณ์ตามเงื่อนไขที่คาดการณ์ไว้ หรือจะเสร็จสมบูรณ์เลยก็ตาม

เกี่ยวกับ Vision Aerial, Inc.

Vision Aerial, Inc. ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่รัฐมอนแทนา ออกแบบ ผลิต และให้การสนับสนุนอากาศยานไร้คนขับที่มีภารกิจสำคัญในด้านการป้องกันประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน การทำแผนที่ พลังงาน การตรวจสอบสิ่งแวดล้อม และการเกษตร อากาศยานของบริษัทได้รับการออกแบบ สร้าง และให้การสนับสนุนในสหรัฐอเมริกา

เกี่ยวกับ Mobix Labs, Inc.

Mobix Labs, Inc. (Nasdaq: MOBX) เป็นบริษัทเทคโนโลยีในเมืองเออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ส่งมอบเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง การเชื่อมต่อ RF และเทคโนโลยีการตรวจจับสำหรับอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ การป้องกันประเทศ และตลาดอื่นๆ ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง โดยเทคโนโลยีของบริษัทถูกนำไปใช้ในแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น เครื่องบินรบ F-22 Raptor เฮลิคอปเตอร์ Apache โครงการของกองทัพเรือสหรัฐฯ และเครื่องบิน Boeing 737NG และ Gulfstream ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ mobixlabs.com

คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์อนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มี “คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์อนาคต” ตามความหมายของพระราชบัญญัติปฏิรูปการดำเนินคดีหลักทรัพย์เอกชนปี 1995 และกฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลางอื่นๆ โดยคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์อนาคต รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงคำแถลงการณ์เกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการ Vision Aerial, Inc. โดย Mobix Labs, Inc. ที่เสนอ; โครงสร้าง ระยะเวลา ผลประโยชน์ และความสำคัญเชิงกลยุทธ์ที่คาดการณ์ไว้ของธุรกรรมที่เสนอ; การเจรจาและการลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้าย; การปฏิบัติตามเงื่อนไขการตรวจสอบสถานะ การปิดธุรกรรม และการอนุมัติที่จำเป็น; การคาดการณ์ว่า Vision Aerial จะดำเนินกิจกรรมด้านความเป็นผู้นำ การดำเนินงาน และการผลิตต่อไป; การเข้าสู่ตลาด การวางตำแหน่ง และความสามารถในการแข่งขันของ Mobix Labs ในตลาดโดรน ระบบอัตโนมัติ และระบบข่าวกรองทางอากาศในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก; ความต้องการระบบโดรนที่ผลิตในสหรัฐอเมริกาและแพลตฟอร์มทางอากาศที่เชื่อถือได้ที่คาดการณ์ไว้; ผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี ความสัมพันธ์กับลูกค้า และตำแหน่งทางการตลาดของ Vision Aerial; การทำงานร่วมกันที่อาจเกิดขึ้นกับเทคโนโลยีและความสามารถที่มีอยู่ของ Mobix Labs; กลยุทธ์การเติบโตที่นำโดยการเข้าซื้อกิจการของ Mobix Labs; และโอกาสในอนาคต แนวโน้มการเติบโต และตำแหน่งทางการตลาดของ Mobix Labs

คำต่างๆ เช่น “คาดการณ์” “เชื่อ” “ดำเนินการต่อ” “อาจ” “ประมาณการ” “คาดหวัง” “ตั้งใจ” “อาจจะ” “วางแผน” “ศักยภาพ” “ตำแหน่ง” “แสวงหา” “ควร” “เป้าหมาย” “จะ” “น่าจะ” และสำนวนที่คล้ายคลึงกัน อาจบ่งชี้ถึงคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์อนาคต แม้ว่าคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์อนาคตทั้งหมดจะไม่จำเป็นต้องมีคำเหล่านี้ก็ตาม โดยคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์อนาคตเหล่านี้อิงตามความคาดหวัง การประมาณการ การคาดการณ์ ความเชื่อ และสมมติฐานในปัจจุบันของฝ่ายบริหาร และไม่ใช่การรับประกันผลการดำเนินงานในอนาคต

คำแถลงการณ์ที่คาดการณ์อนาคตมีความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ ที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างอย่างมากจากที่แสดงหรือบอกเป็นนัยไว้ ความเสี่ยงเหล่านี้รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การที่ Mobix Labs และ Vision Aerial อาจไม่สามารถเจรจาหรือทำข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้ การตรวจสอบสถานะกิจการอย่างละเอียดอาจไม่เสร็จสมบูรณ์อย่างน่าพอใจ เงื่อนไขการปิดธุรกรรมหรือการอนุมัติที่จำเป็นอาจไม่เป็นไปตามที่กำหนดหรือได้รับ การทำธุรกรรมที่เสนออาจมีการเปลี่ยนแปลง ล่าช้า หรือไม่เสร็จสมบูรณ์ตามเงื่อนไขที่คาดการณ์ไว้ในปัจจุบันหรือเลยก็ได้ ผลประโยชน์ที่คาดหวัง การผนึกกำลัง โอกาสของลูกค้า โอกาสทางการตลาด โอกาสในการเติบโต หรือข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์อาจไม่เกิดขึ้นจริง ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี ความสัมพันธ์กับลูกค้า สภาพทางการเงิน หนี้สิน ทรัพย์สินทางปัญญา ห่วงโซ่อุปทาน การปฏิบัติตามกฎระเบียบ หรือผลการดำเนินงานของ Vision Aerial อาจแตกต่างจากที่คาดการณ์ไว้ในปัจจุบัน Mobix Labs อาจไม่สามารถบูรณาการ Vision Aerial ได้สำเร็จหรือรักษาบุคลากรหลักไว้ได้ Mobix Labs อาจไม่สามารถเข้าสู่ แข่งขัน หรือขยายขนาดในตลาดโดรน ระบบอัตโนมัติ หรือระบบข่าวกรองทางอากาศในสหรัฐอเมริกาหรือต่างประเทศได้สำเร็จ การประมาณการการเติบโตของตลาดอาจไม่ถูกต้อง ความต้องการระบบโดรนที่ผลิตในสหรัฐฯ หรือแพลตฟอร์มทางอากาศที่เชื่อถือได้ อาจไม่พัฒนาไปตามที่คาดไว้ การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโดรนอาจเกิดขึ้น ธุรกรรมที่เสนอหรือข้อตกลงทางการเงินที่เกี่ยวข้องใดๆ อาจส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นเดิม และความเสี่ยงอื่นๆ ที่อธิบายไว้ภายใต้หัวข้อ “ปัจจัยเสี่ยง” ในเอกสารที่ Mobix Labs ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงรายงานประจำปีล่าสุดในแบบฟอร์ม 10-K และรายงานรายไตรมาสในแบบฟอร์ม 10-Q และรายงานปัจจุบันในแบบฟอร์ม 8-K ที่ตามมา

ข้อมูลตลาดและการประมาณการอุตสาหกรรมที่อ้างอิงในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ มาจากแหล่งข้อมูลภายนอก และไม่ได้ผ่านการตรวจสอบอย่างอิสระโดย Mobix Labs ผู้อ่านควรระมัดระวังอย่าเชื่อถือคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์อนาคตมากเกินไป ซึ่งมีผลใช้ได้เฉพาะ ณ วันที่ออกข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เท่านั้น เว้นแต่จะได้รับการกำหนดโดยกฎหมาย Mobix Labs ไม่มีภาระผูกพันที่จะปรับปรุงหรือแก้ไขคำแถลงการณ์ที่คาดการณ์อนาคตใดๆ ไม่ว่าจะเป็นผลจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่นๆ

ติดตามเราได้ที่ X: @MobixLabs_MOBX
ติดตามได้ที่ StockTwits: MobixLabs
ติดตามเราได้ทาง LinkedIn: Mobix Labs

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260604386607/en

Contacts

ช่องทางการติดต่อฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของ Mobix Labs
Chris Eddy หรือ David Collins
Catalyst IR
mobx@catalyst-ir.com หรือ 212-924-9800

ที่มา: Mobix Labs, Inc.

Onimusha: Way of the Sword กำหนดวางจำหน่าย 25 กันยายน 2026 นี้!

Logo

– จะมีการปล่อยเดโมให้เล่นก่อนการเปิดตัวเกมอย่างเป็นทางการ –

โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–03 มิถุนายน 2026

Capcom Co., Ltd. (TOKYO:9697) ได้ประกาศในวันนี้ว่า Onimusha: Way of the Sword เกมล่าสุดในซีรีส์ Onimusha มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 กันยายน 2026 นี้

Onimusha: Way of the Sword key art

ภาพอาร์ตหลักของ Onimusha: Way of the Sword

Onimusha: Way of the Sword เป็นเกมใหม่ล่าสุดในซีรีส์นี้ในรอบกว่า 20 ปี เป็นเกมแนวแฟนตาซีดาร์คที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมญี่ปุ่น โดยมี Miyamoto Musashi เป็นตัวเอก และฉากหลังเป็นเมืองเกียวโตในยุคเอโดะที่ถูกบิดเบือนด้วยเมฆแห่งความชั่วร้าย โดย Capcom ได้พัฒนาเกมนี้โดยมีเป้าหมายที่จะดึงดูดผู้เล่นหลากหลายกลุ่มด้วยแอ็กชันการต่อสู้ด้วยดาบที่เร้าใจและตัวละครที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

โดยก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ บริษัทได้ปล่อยเดโมให้เล่นได้ในวันนี้* 3 มิถุนายน 2026 ในชื่อ Onimusha: Way of the Sword DEMO เพื่อให้ผู้เล่นได้มีโอกาสสัมผัสเสน่ห์ของเกมตั้งแต่เนิ่นๆ ในเดโมนี้ ผู้เล่นจะได้สัมผัสกับการต่อสู้ด้วยดาบที่เต็มไปด้วยแอ็กชันมากมาย รวมถึงการต่อสู้กับศัตรูที่น่าเกรงขามอย่าง Sasaki Ganryu นอกจากนี้ บริษัทยังเริ่มเปิดรับการสั่งซื้อล่วงหน้าแล้ว โดยโบนัสสำหรับการสั่งซื้อล่วงหน้านั้น ผู้เล่นจะได้รับอุปกรณ์ที่สามารถใช้ในเกมได้

นอกจากการปล่อยเกมใหม่ๆ ออกมาอย่างสม่ำเสมอทุกปีแล้ว Capcom ยังมุ่งเน้นไปที่การฟื้นคืนชีพ IP ที่ไม่ได้ออกเกมใหม่มานานแล้ว โดยบริษัทกำลังทำงานเพื่อเพิ่มมูลค่าของบริษัทให้สูงสุดโดยการใช้ประโยชน์จากคลังเนื้อหาที่หลากหลายต่างๆ รวมถึงเกมนี้ด้วย

* เวอร์ชัน Windows มีกำหนดวางจำหน่ายในภายหลัง

เกี่ยวกับซีรีส์ Onimusha

ซีรีส์ Onimusha ประกอบด้วยเกมแอ็กชันที่ต่อสู้ด้วยดาบที่ผู้เล่นจะสวมบทบาทเป็นนักรบผู้มีพลังเหนือมนุษย์ของ Oni และต่อสู้กับเหล่าอสุรกายที่มุ่งมั่นจะครองโลก โดยยอดขายเกมสะสมตั้งแต่เกมแรกที่วางจำหน่ายในปี 2001 นั้นเกิน 9.1 ล้านชุดแล้ว*

* ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026

เกี่ยวกับ CAPCOM

Capcom เป็นผู้พัฒนา ผู้จัดจำหน่าย และผู้เผยแพร่เกมชั้นนำระดับโลกสำหรับเครื่องเล่นเกมคอนโซล พีซี อุปกรณ์พกพา และอุปกรณ์ไร้สาย ก่อตั้งขึ้นในปี 1983 โดยบริษัทได้สร้างเกมต่างๆ หลายร้อยเกม รวมถึงแฟรนไชส์ที่สร้างปรากฏการณ์อย่าง Resident Evil™, Monster Hunter™, Street Fighter™, Mega Man™, Devil May Cry™ และ Ace Attorney™ โดย Capcom มีการดำเนินงานในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และโตเกียว และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Capcom ได้ที่ https://www.capcom.co.jp/ir/english/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260603903549/en

Contacts

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และนักลงทุนสัมพันธ์ของ Capcom
+81-6-6920-3623

ที่มา: Capcom Co., Ltd.


Blackstone ระดมทุนในกองทุนไพรเวทอิควิตี้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียได้ถึง 13.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Logo

กองทุนที่ได้รับความสนใจเกินความคาดหมายนี้สามารถระดมทุนได้มากกว่าสองเท่าของเงินทุนที่ระดมได้ในกองทุนในรุ่นก่อนหน้า

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–02 มิถุนายน 2026

วันนี้ Blackstone (NYSE: BX) ได้ประกาศปิดการระดมทุนรอบสุดท้ายสำหรับ Blackstone Capital Partners Asia III (“BCP Asia III”) ที่ 13.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และนับเป็นการระดมทุนในรูปแบบไพรเวทอิควิตี้ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทในภูมิภาคนี้ โดยกองทุนได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมและสามารถระดมทุนได้เกินเป้าหมาย โดยต่อยอดจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของกองทุนในสองรุ่นแรก และการปิดการระดมทุนในครั้งนี้คิดเป็นจำนวนเงินที่มากกว่าสองเท่าของเงินทุนที่ระดมได้จากกองทุนรุ่นก่อนหน้า

Joe Baratta หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ไพรเวทอิควิตี้ระดับโลกของ Blackstone กล่าวว่า “เรารู้สึกขอบคุณที่นักลงทุนยังคงไว้วางใจ Blackstone และแฟรนไชส์ไพรเวทอิควิตี้ชั้นนำในเอเชียของเรา การระดมทุนที่ประสบความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มของเราและความสามารถในการดำเนินงานผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ที่ได้นำเสนอโอกาสที่น่าสนใจในการลงทุนในระดับใหญ่ตามแนวคิดที่เราเชื่อมั่นและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนของเรา”

 Amit Dixit หัวหน้าฝ่ายเอเชียของไพรเวทอีควิตี้ของ Blackstone กล่าวว่า “ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา เรามุ่งเน้นการสร้างธุรกิจให้เป็นผู้นำตลาดและขับเคลื่อนผลการดำเนินงานให้แก่นักลงทุนของเรา เราเชื่อว่าจุดเด่นของเราอยู่ที่ขนาดที่ใหญ่โต ที่ได้รับการสนับสนุนจากทีมงานท้องถิ่นในตลาดหลักๆ ของภูมิภาค โดยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งควบคู่กับกลยุทธ์ที่เน้นการควบคุมนั้นช่วยให้เราสามารถลงมือปฏิบัติและดำเนินการเชิงรุกเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจได้ เราขอขอบคุณทุกนักลงทุนสำหรับการสนับสนุนและความร่วมมือ”

โดยในช่วง 24 เดือนที่ผ่านมานั้น Blackstone เป็นหนึ่งในนักลงทุนระดับโลกที่กระตือรือร้นที่สุดในภูมิภาคนี้ ที่ได้ช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในอินเดียและญี่ปุ่น โดยบริษัทได้ลงทุนไปกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ใน 12 ธุรกรรม ซึ่งรวมถึง

  •  Neysa แพลตฟอร์มคลาวด์ AI ของอินเดียที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
  •  TechnoPro บริษัทผู้ให้บริการด้านวิศวกรรมเฉพาะทางชั้นนำของญี่ปุ่น
  •  JUNO แฟรนไชส์ร้านทำผมชั้นนำของเกาหลีใต้

นอกจากนี้ บริษัทยังมีการขายกิจการที่ได้รับผลตอบแทนแล้วถึง 15 ครั้งในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งรวมถึง

  •  International Gemological Institute ที่เป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในการรับรองเพชรสังเคราะห์
  •  Aadhar Housing Finance ที่เป็นธุรกิจสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยราคาประหยัดที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
  • ขาย Alinamin Pharmaceutical หลังจากมีส่วนช่วยสร้างธุรกิจให้เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในบริษัทด้านผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผู้บริโภคชั้นนำของญี่ปุ่น

เกี่ยวกับ Blackstone
Blackstone เป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์ทางเลือกที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย Blackstone มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างผลตอบแทนที่น่าดึงดูดใจให้กับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายบุคคลด้วยการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทที่บริษัทลงทุน โดย Blackstone มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการมากกว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมกลยุทธ์การลงทุนระดับโลกที่มุ่งเน้นด้านอสังหาริมทรัพย์ ไพรเวทอิควิตี้ สินเชื่อ โครงสร้างพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ชีวภาพ หุ้นเติบโต การลงทุนในตลาดรอง และกองทุนเฮดจ์ฟันด์ต่างๆ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.blackstone.com ติดตาม @blackstone ได้บน LinkedIn, X (Twitter) และ Instagram

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
Ellen Bogard
Ellen.Bogard@Blackstone.com
โทร.: +852 3651 7737

ที่มา: Blackstone

DB Insurance เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการ Fortegra

Logo

JACKSONVILLE, Fla.–(BUSINESS WIRE)–30 พฤษภาคม 2026

Fortegra Group, Inc. (“Fortegra”) ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยเฉพาะทางระดับโลก ได้ประกาศในวันนี้ถึงความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการโดย DB Insurance Co., Ltd. (“DB”) หนึ่งในบริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำของประเทศเกาหลีใต้ โดยธุรกรรมดังกล่าวซึ่งได้มีการประกาศไปเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2025 นั้น ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ถือหุ้นครบถ้วนตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องแล้ว

Fortegra จะดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ โดยยังคงรักษาทีมผู้บริหารชุดปัจจุบัน ความสัมพันธ์กับเครือข่ายการจัดจำหน่าย และวินัยในการรับประกันภัยไว้ดังเดิม ทั้งนี้ ตัวแทนจำหน่าย พันธมิตรทางธุรกิจ และลูกค้า จะยังคงได้รับประสบการณ์ความเป็นเลิศด้านการบริการ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Fortegra สืบต่อไป

Richard Kahlbaugh ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Fortegra กล่าวว่า: “ทุกบริษัทล้วนต้องมีการเปลี่ยนมือผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ในท้ายที่สุด ซึ่งนั่นถือเป็นธรรมชาติของโลกธุรกิจ การเสร็จสิ้นกระบวนการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นใหม่ ในฐานะส่วนหนึ่งของ DB Insurance นั้น Fortegra จะพร้อมในการขยายขอบเขตธุรกิจไปยังพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ใหม่ๆ การยกระดับขีดความสามารถ ตลอดจนการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในตลาดสหรัฐอเมริกา ยุโรป สหราชอาณาจักร และเอเชีย โดยทั้ง DB Insurance และ Fortegra ต่างมีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำที่ได้รับการยอมรับในตลาดประกันภัยเฉพาะทางระดับโลก”

เกี่ยวกับ Fortegra

ตลอดระยะเวลากว่า 45 ปีที่ผ่านมา Fortegra ได้ดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทในเครือ โดยมีการรับประกันภัยในรูปแบบโซลูชันการบริหารจัดการความเสี่ยง ซึ่งช่วยให้ผู้คนและภาคธุรกิจสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ท่ามกลางสภาวการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ในฐานะบริษัทประกันภัยเฉพาะทางระดับนานาชาติ ซึ่งบริษัทประกันภัยในเครือได้รับอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินจาก A.M. Best ในระดับ A- (Excellent) และจัดอยู่ในหมวดขนาดฐานะทางการเงินระดับ ‘X’ เราจึงพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลาย ทั้งในกลุ่มประกันภัยทั่วไปที่ได้รับการรับรอง (Admitted Lines) กลุ่มประกันภัยส่วนเกินและส่วนเกินพิเศษ (Excess and Surplus Lines) รวมถึงโซลูชันด้านการรับประกันสินค้าและบริการ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.fortegra.com

เกี่ยวกับ DB Insurance

ตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา DB Insurance Co., Ltd. ได้สร้างรากฐานอันแข็งแกร่งจนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทประกันภัยชั้นนำของประเทศเกาหลี โดยทำหน้าที่คุ้มครองดูแลทั้งบุคคลทั่วไปและภาคธุรกิจ พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมประกันภัยระดับชาติ บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1962 ในฐานะบริษัทประกันภัยรถยนต์สาธารณะแห่งแรกของเกาหลี และได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อ “DB Insurance” ในปี ค.ศ. 2017 เพื่อสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการก้าวสู่การเป็นกลุ่มบริษัทประกันภัยระดับโลก ด้วยการจัดอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินจาก A.M. Best ในระดับ A+ (Superior) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มขนาดทางการเงินประเภท ‘XV’ และได้รับการจัดอันดับจาก S&P ในระดับ A+ (Stable) เสริมให้ DB Insurance สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ครอบคลุมครบวงจร ทั้งประกันวินาศภัย ประกันภัยระยะยาว และประกันภัยรถยนต์ รวมถึงบริการทางการเงินที่หลากหลายผ่านบริษัทในเครือ ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านประกันชีวิต หลักทรัพย์ ธนาคารออมทรัพย์ และการบริหารจัดการสินทรัพย์ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.idbins.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Vijaya Singh
vsingh@fortegra.com

Katie Butler
Katie@Aartrijk.com

ที่มา: Fortegra Group, Inc.

GIGABYTE นำเสนอโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบครบวงจร ตั้งแต่ระบบระดับแร็คไปจนถึงการใช้งานจริงในงาน COMPUTEX 2026

Logo

ไทเป–(BUSINESS WIRE)–01 มิถุนายน 2026

หลังจากเปิดตัววิสัยทัศน์ “Future Landing” แล้ว ทาง GIGABYTE Technology ผู้นำระดับโลกด้านการประมวลผลประสิทธิภาพสูงและโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้นำวิสัยทัศน์นั้นมาสู่ความจริงแล้วในงาน COMPUTEX 2026 ผ่านการจัดแสดงระบบ ซอฟต์แวร์ และการใช้งานจริงอย่างครอบคลุม ที่แสดงให้เห็นถึงวิธีการสร้าง การใช้งาน และการดำเนินงานของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระดับขนาดใหญ่ ตั้งแต่โรงงาน AI ระดับแร็คและศูนย์ข้อมูลแบบโมดูลาร์ ไปจนถึงเวิร์กโฟลว์ AI ทางกายภาพ, แอปพลิเคชัน AI ทางการแพทย์ และเอเจนต์ AI ในองค์กร โดย GIGABYTE จะแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐาน AI นั้นสามารถก้าวข้ามขั้นตอนการวางแผนไปสู่การใช้งานจริงได้อย่างไร

โครงสร้างพื้นฐานระดับแร็คที่ผ่านการตรวจสอบแล้วสำหรับโรงงาน AI

หัวใจสำคัญของ “Future Landing” คือ พอร์ตโฟลิโอโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับแร็คที่กำลังขยายตัวของ GIGABYTE ที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับโรงงาน AI ยุคใหม่

โดยหนึ่งในไฮไลท์ล่าสุด คือ NVIDIA Vera Rubin NVL72ที่ได้จัดแสดงเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอระดับแร็คของ GIGABYTE โดยนอกจากแพลตฟอร์มระดับแร็คแล้ว ทาง GIGABYTE ยังนำเสนอ GAIFA (GIGABYTE AI Factory Accelerator) ที่เป็นโรงงาน AI ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะในไต้หวันที่ผสานรวมการประมวลผลยุคใหม่ เครือข่ายความเร็วสูง และชุดซอฟต์แวร์ของ NVIDIA เข้าไว้ในสภาพแวดล้อมที่ได้รับการตรวจสอบอย่างสมบูรณ์เพื่อการตรวจสอบระบบ การเพิ่มประสิทธิภาพภาระงาน และความพร้อมในการใช้งานต่างๆ

ในระดับการปฏิบัติงาน GPM (GIGABYTE POD Manager) จะให้การมองเห็นแบบครบวงจรและการตรวจสอบระดับโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมระบบประมวลผล เครือข่าย ระบบระบายความร้อน และระบบจ่ายไฟต่างๆ ทำให้โรงงาน AI สามารถทำงานและขยายขนาดได้อย่างเป็นระบบและประสานงานกัน

โครงสร้างพื้นฐานที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานที่รวดเร็ว

ในการเร่งการใช้งานให้เร็วขึ้นกว่าการสร้างศูนย์ข้อมูลแบบเดิม ทาง GIGABYTE ขอแนะนำ GADU (GIGABYTE Accelerated Deployment Unit) ที่เป็นแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบโมดูลาร์ที่ผสานรวมการประมวลผลความหนาแน่นสูง ระบบระบายความร้อนขั้นสูง และการกระจายพลังงานเข้าไว้ในระบบที่สามารถเคลื่อนย้ายได้และพร้อมใช้งาน โดย GADU นั้นรองรับสถาปัตยกรรมระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรงและการระบายความร้อนแบบจุ่ม ที่จะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถขยายขีดความสามารถด้าน AI ได้ด้วยระยะเวลาการดำเนินงานที่ลดลงเป็นอย่างมาก ในขณะที่ยังคงรักษาความยืดหยุ่นในสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่หลากหลายได้

โดยเมื่อใช้งานร่วมกับระบบระดับแร็คและซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานของ GIGABYTE แล้ว GADU จะเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นแพลตฟอร์มที่ปรับขนาดได้และสามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

AI ทางกายภาพ จากการจำลองสู่การปฏิบัติจริง

เพื่อแสดงให้เห็นว่า AI สามารถก้าวข้ามการจำลองไปสู่การใช้งานจริงได้อย่างไร ทาง GIGABYTE จะนำเสนอเวิร์กโฟลว์แบบครบวงจรตั้งแต่โลกจริงไปจนถึงการจำลองและกลับสู่โลกจริง ที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม AI แบบครบวงจรของ NVIDIA

ขั้นตอนการทำงานจะเริ่มต้นด้วยการสร้างแบบจำลองดิจิทัลที่มีความแม่นยำสูงผ่านระบบ NVIDIA OVX ที่ขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์ม XLS4-SX2-LAS1 บนสถาปัตยกรรม NVIDIA MGX™ พร้อมด้วย GPU RTX™ PRO สำหรับการจำลอง Omniverse ขนาดใหญ่จากนั้น การเทรน AI จะดำเนินต่อไปบนแพลตฟอร์ม G2L4-SD4-LA08 บนสถาปัตยกรรม NVIDIA HGX™ ซึ่งเป็นที่ที่เกิดการสร้างข้อมูลสังเคราะห์และการเรียนรู้แบบเสริมแรง เมื่อตรวจสอบความถูกต้องแล้ว โมเดลที่ได้รับการเทรนจะถูกนำไปใช้ในระบบ Edge ที่ขับเคลื่อนด้วย NVIDIA Jetson เพื่อควบคุมหุ่นยนต์แบบเรียลไทม์ ที่จะแสดงให้เห็นผ่านการสาธิตสดควบคู่ไปกับการแสดงภาพจำลองของ Isaac Sim

AI ทางการแพทย์ จุดดูแลผู้ป่วย

นอกจากนี้ GIGABYTE ยังแสดงให้เห็นถึงระบบนิเวศ AI ทางการแพทย์ที่กำลังเติบโตสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์แบบเรียลไทม์ ณ จุดดูแลผู้ป่วย ที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรด้านการดูแลสุขภาพต่างๆ โดย GIGABYTE ได้ผสานรวมพีซีขนาดเล็ก BRIXเข้ากับระบบวินิจฉัยโรคที่ใช้ AI ช่วยเหลือ ที่สนับสนุนการจำแนกประเภทเซลล์ไขกระดูกและการตรวจจับติ่งเนื้อแบบเรียลไทม์ระหว่างการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ โดยแพลตฟอร์มการประมวลผลภาพ VFG100 ที่เร่งความเร็วด้วย FPGA จะช่วยให้การประมวลผลภาพแบบเรียลไทม์ด้วยภาระ CPU ที่ต่ำมาก ในขณะที่ AI TOP ATOMจะช่วยให้การวิเคราะห์ภาพปอดสามารถทำได้ในพื้นที่ซึ่งตรงตามข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลทางการแพทย์และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

นำ AI เข้าใกล้จุดตัดสินใจมากขึ้น

เพื่อขยายขีดความสามารถของ AI ให้ก้าวพ้นโครงสร้างพื้นฐานแบบรวมศูนย์ ทาง GIGABYTE ยังได้จัดแสดงเวิร์กสเตชัน W775และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI แบบเดสก์ท็อป AI TOP ATOM สำหรับการเทรนส่วนตัว การปรับแต่งโมเดล และเวิร์กโฟลว์ AI เชิงเอเจนต์ ที่ขับเคลื่อนโดย NVIDIA NemoClaw อีกด้วย

นอกเหนือจากพื้นที่จัดแสดงหลักบนชั้น 1 แล้ว ผู้เข้าชมยังสามารถสำรวจพื้นที่จัดแสดงเฉพาะของ GIGABYTE บนชั้น 4 ที่จะแสดงระบบ AI TOP และนวัตกรรม AI สำหรับผู้บริโภคว่าความสามารถในการประมวลผลของ GIGABYTE ได้ขยายจากโครงสร้างพื้นฐาน AI ไปสู่ประสบการณ์อัจฉริยะในชีวิตประจำวันได้อย่างไร โดยในงาน COMPUTEX 2026 GIGABYTE จะแสดงให้เห็นว่า “Future Landing” กำลังเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน AI ให้เป็นระบบที่พร้อมใช้งาน สามารถนำไปใช้งานได้ และเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร

GIGABYTE@COMPUTEX 2026
https://www.gigabyte.com/Events/Computex
วันที่ 2-5 มิถุนายน 2026
Taipei Nangang Exhibition Center, ฮอลล์ 1
ธุรกิจองค์กร (ชั้น 1 K0802) | ธุรกิจผู้บริโภค (ชั้น 4 M0520)

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260525486787/en

Contacts

brand@gigabyte.com

ที่มา: GIGABYTE Technology






งาน EmPOWER AI London ของ Bidgely ระดมผู้นำมาร่วมกำหนดทิศทางอนาคตของการใช้ไฟฟ้าทดแทนเชื้อเพลิง ความยืดหยุ่นในการจัดการโหลดไฟฟ้า ประสบการณ์ลูกค้า และความสามารถในการเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสม

Logo

รายงาน LCP Delta ฉบับใหม่นี้เป็นหัวใจสำคัญของวาระการประชุมเชิงโต้ตอบ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการสนทนาอย่างตรงไปตรงมากับนักวิจัยอิสระและผู้มีวิสัยทัศน์ในระดับภูมิภาค

LOS ALTOS, Calif.–(BUSINESS WIRE)–28 พฤษภาคม 2026

Bidgely นำเสนอข้อมูลเชิงลึกระดับโลกมาสู่กรุงลอนดอน ระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน ซึ่งถือเป็นจุดหมายสำคัญลำดับถัดไปของการประชุม EmPOWER AI ระดับพรีเมียม การประชุมที่ลอนดอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของฟอรั่มนานาชาติที่ครอบคลุม Toronto และ New York โดยเป็นศูนย์กลางการทำงานร่วมกันอย่างแข็งขันสำหรับผู้ค้าปลีกพลังงานที่พร้อมจะเป็นผู้นำ—มากกว่าที่จะตอบสนองต่อ—การเพิ่มขึ้นของการใช้ไฟฟ้า ความยืดหยุ่นในการใช้พลังงานที่สำคัญ ประสบการณ์ของลูกค้าในยุคใหม่ และความสามารถในการจ่ายค่าพลังงานที่เร่งด่วน

Bidgely's EmPOWER AI London features custom workshops and peer-to-peer dialogues to unlock insights needed to reshape energy engagement.

งาน EmPOWER AI London ของ Bidgely นำเสนอเวิร์กช็อปที่ออกแบบมาโดยเฉพาะและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ร่วมวงการ เพื่อปลดล็อกข้อมูลเชิงลึกที่จำเป็นต่อการพลิกโฉมรูปแบบการมีส่วนร่วมด้านพลังงาน

โดยผ่านการจัดเวิร์คช็อปเฉพาะด้านและการสนทนาแบบเปิดใจระหว่างผู้เชี่ยวชาญ EmPOWER AI London รวบรวมผู้ที่มีความรู้ความสามารถโดดเด่นที่สุดในอุตสาหกรรมมาร่วมกันสำรวจว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะช่วยปลดล็อกข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าที่จำเป็นต่อการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัยและปรับเปลี่ยนรูปแบบการมีส่วนร่วมด้านพลังงานทั่วโลกได้อย่างไร

เวิร์กช็อปเชิงความร่วมมือ: จากข้อมูลเชิงลึกสู่การลงมือทำ

รายงานฉบับใหม่ร่วมกับบริษัทวิจัยด้านพลังงาน LCP Delta เปิดตัวพร้อมกับการจัดงาน EmPOWER AI London การระบุสินทรัพย์ในบ้าน รายงานฉบับนี้ได้ทำการเปรียบเทียบวิธีการต่างๆ ที่มีอยู่สำหรับการระบุสินทรัพย์ เช่น ปั๊มความร้อน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แผงโซลาร์เซลล์ และอื่นๆ โดยยืนยันถึงข้อดีของการวิเคราะห์ข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI เหนือกว่าการประมาณค่าทางสถิติแบบมาตรฐานหรือการตรวจสอบโดยใช้ฮาร์ดแวร์

David Trevithick หัวหน้าฝ่ายข้อมูลด้านลูกค้าเชิงลึกของ LCP Delta จะนำเสนอผลการศึกษาจากการวิจัยเรื่องการตอบสนองต่อความต้องการใช้พลังงานเชิงพฤติกรรมของบริษัท

“เมื่อการซื้อสินทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยเพิ่มขึ้น รูปแบบความต้องการของครัวเรือนก็จะมีความแตกต่างและผันแปรมากขึ้น ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ค้าปลีกสามารถระบุสินทรัพย์ กำหนดเป้าหมายอัตราค่าบริการอัจฉริยะ และข้อเสนอที่ยืดหยุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปรับปรุงการคาดการณ์ความต้องการ และเพิ่มการรักษาฐานลูกค้า” Trevithick กล่าวเสริม

นอกจากนี้ ยังมีการจัดเวิร์คช็อปเพิ่มเติมโดยเน้นประเด็นสำคัญที่ระบุไว้ในรายงาน พร้อมทั้งสาธิตการประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติและเรื่องราวความสำเร็จในโลกแห่งความเป็นจริง:

  •  การเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า: เรียนรู้วิธีที่ AI สามารถช่วยระบุลูกค้า EV ที่มีศักยภาพสูง ค้นพบจุดที่มีการเติบโตของการใช้พลังงานสูง และขับเคลื่อนกลยุทธ์การสรรหาลูกค้าเป้าหมาย ในเวิร์กช็อปนี้ จะแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของผู้ให้บริการด้านพลังงานชั้นนำในการกำหนดเป้าหมายผู้ใช้ที่มีการใช้พลังงานสูงสุด และลดการใช้พลังงานต่อคันได้ถึง 3เท่าเมื่อเทียบกับประชากร EV โดยเฉลี่ย
     
  •  การยกระดับศูนย์บริการทางโทรศัพท์และประสบการณ์ลูกค้า: ด้วยการผสานรวมข้อมูลเชิงลึกจาก AI ของ Bidgely เข้ากับระบบนิเวศของศูนย์บริการลูกค้าและขั้นตอนการจัดการปัญหาผ่านการโทร ท่านจะได้พบกับผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในโลกความเป็นจริงซึ่งประกอบด้วยความพึงพอใจของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น 7% ระยะเวลาเฉลี่ยในการให้บริการต่อสายที่ลดลง 3% ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาได้สำเร็จตั้งแต่การโทรครั้งแรกที่เพิ่มขึ้น 3% และระดับความมั่นใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าที่สูงถึง 85-95%
     
     ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสกับระบบใหม่ของ Bidgely เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการผสานการทำงานของระบบตอบรับอัตโนมัติด้วยเสียง (Interactive Voice Response – IVR)เข้ากับแพลตฟอร์ม PolyAI, Genesys และ NiCE โดยระบบดังกล่าวใช้เทคโนโลยี AI เชิงสนทนาในการช่วยแก้ไขปัญหาด้านพลังงานที่มีความซับซ้อนได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยมอบประสบการณ์ที่เข้าใจง่ายและราบรื่นแก่ลูกค้า พร้อมทั้งช่วยลดระยะเวลารอคอยและต้นทุนในการดำเนินงานลงได้อีกด้วย
     

เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในลอนดอน

“EmPOWER AI London ไม่ใช่เพียงแค่เวทีสำหรับการมองเห็นภาพอนาคตของพลังงานเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่เราลงมือสร้างสรรค์อนาคตขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม” Abhay Gupta ซีอีโอของ Bidgely กล่าว “การเปลี่ยนผ่านของระบบโครงข่ายไฟฟ้าจำเป็นต้องอาศัยการลงมือทำควบคู่ไปกับข้อมูลเชิงลึกอันชาญฉลาด เราขอเชิญชวนผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกลจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา เพื่อท้าทายกรอบแนวคิดแบบเดิมๆ และปลดล็อกศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดที่จะเกิดขึ้น เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ผสานรวมเข้ากับความอัจฉริยะของมนุษย์”

สามารถสำรองที่นั่งของคุณในงาน EmPOWER AI London ได้ที่ empower.bidgely.com/london-2026

เกี่ยวกับ Bidgely

Bidgely เป็นผู้บุกเบิกด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวิเคราะห์พลังงาน โดยเปลี่ยนข้อมูลมิเตอร์ดิบให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่มีความละเอียดสูงสำหรับบริษัทสาธารณูปโภคทั่วโลก บริษัทให้บริการบ้านเรือนกว่า 50 ล้านหลัง แพลตฟอร์ม UtilityAI™ ของบริษัทใช้สิทธิบัตรพื้นฐาน 19 ฉบับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาพรวมของโครงข่ายไฟฟ้า การดำเนินงานศูนย์บริการลูกค้า และการมีส่วนร่วมกับลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล Bidgely ได้รับการยกย่องจาก Fast Company ว่า “เป็นหนึ่งใน 10 บริษัท AI ประยุกต์ที่มีนวัตกรรมที่ดีที่สุด” โดยผสานรวมการวิเคราะห์พลังงานที่แม่นยำเข้ากับระบบนิเวศ AI ในแนวนอน เช่น Microsoft Copilot และ AWS เพื่อปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัยด้วยความแม่นยำในระดับบ้านแต่ละหลัง www.bidgely.com | bidgely.com/insights

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260528875676/en

Contacts

Christine Bennett
Bidgely
press@bidgely.com

ที่มา: Bidgely

Toshiba เปิดตัวอุปกรณ์แยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานความเร็วสูงแบบสี่ช่องสัญญาณ พร้อมอุณหภูมิการทำงานสูงสุดที่ 125°C สำหรับอุปกรณ์อุตสาหกรรม

Logo

– ที่จะช่วยให้การส่งสัญญาณความเร็วสูงแบบแยกส่วนมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น –

คาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–28 พฤษภาคม 2026

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์แยกสัญญาณดิจิทัลด้วยซีรีส์ DCL54xx01A ซึ่งเป็นอุปกรณ์แยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานความเร็วสูงแบบสี่ช่องสัญญาณสำหรับอุปกรณ์อุตสาหกรรม โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งสิบรายการในซีรีส์นี้จะบรรจุอยู่ในแพ็คเกจ SOIC16-W และมีอุณหภูมิการทำงานสูงสุด 125°C และจะเริ่มจัดส่งสินค้าจำนวนมากตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Toshiba: DCL54xx01A series of quad-channel high-speed standard digital isolators for industrial equipment.

Toshiba: ซีรีส์ DCL54xx01A ของอุปกรณ์แยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานความเร็วสูงแบบสี่ช่องสัญญาณสำหรับอุปกรณ์อุตสาหกรรม

การนำอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำจากซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) และแกลเลียมไนไตรด์ (GaN) มาใช้กันอย่างแพร่หลาย ทำให้สามารถออกแบบอุปกรณ์อุตสาหกรรมที่ทำงานในสภาวะอุณหภูมิสูงได้ อย่างไรก็ตาม ในการส่งสัญญาณแบบแยกส่วน สัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าที่เกิดขึ้นระหว่างอินพุตและเอาต์พุตอาจทำให้เกิดความผิดปกติได้ ซึ่งนำไปสู่ความต้องการอุปกรณ์แยกสัญญาณที่สามารถช่วยให้การส่งสัญญาณควบคุมมีความเสถียร พร้อมทั้งมีความทนทานต่อสัญญาณรบกวนสูง และมีความน่าเชื่อถือที่เพิ่มมากขึ้น

อุปกรณ์แยกสัญญาณดิจิทัลรุ่นใหม่ของ Toshiba สามารถรองรับอุณหภูมิการทำงานได้สูงสุดที่ 125°C โดยการใช้เทคโนโลยีการส่งสัญญาณแบบแยกสัญญาณด้วยสนามแม่เหล็กที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท[1] จะทำให้มั่นใจได้ว่าตัวแยกสัญญาณเหล่านี้จะมีความสามารถในการทนทานต่อแรงดันไฟฟ้าโหมดร่วม (CMTI) สูงถึง 150kV/μs (โดยปกติ)[2] ซึ่งสามารถช่วยให้การทำงานของอุปกรณ์มีเสถียรภาพมากขึ้น

ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้มีให้เลือกใช้งานในรูปแบบช่องสัญญาณหลายแบบ ประกอบด้วย ช่องส่งสัญญาณไปข้างหน้าสี่ช่องและไม่มีช่องสัญญาณย้อนกลับ ช่องส่งสัญญาณไปข้างหน้าสามช่องและช่องสัญญาณย้อนกลับหนึ่งช่อง และช่องส่งสัญญาณไปข้างหน้าสองช่องและช่องสัญญาณย้อนกลับสองช่อง โดยความยืดหยุ่นนี้จะช่วยให้สามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายในอินเทอร์เฟซการสื่อสารแบบแยกส่วนสำหรับระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม รวมถึงอินเทอร์เฟซ I/O การควบคุมมอเตอร์ และอินเวอร์เตอร์ต่างๆ

ด้วยการเปิดตัวอุปกรณ์แยกสัญญาณดิจิทัลรุ่นใหม่เหล่านี้ควบคู่ไปกับอุปกรณ์แยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานซีรีส์ DCL341x0B สำหรับอุปกรณ์อุตสาหกรรม ซึ่งมีคุณสมบัติการใช้พลังงานต่ำและการสื่อสารความเร็วปานกลาง (สูงสุด 25Mbps) ในแพ็คเกจ SSOP16 ขนาดเล็ก ทำให้ Toshiba มีความมั่นใจว่าลูกค้าสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับช่วงความเร็วในการสื่อสารและข้อกำหนดในการใช้งานได้

Toshiba จะยังคงมีส่วนร่วมในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนโดยการพัฒนาอุปกรณ์แยกสัญญาณดิจิทัลสำหรับอุปกรณ์อุตสาหกรรมและยานยนต์ และจัดหาอุปกรณ์แยกสัญญาณคุณภาพสูงที่รองรับการสื่อสารและการควบคุมที่เสถียรในอุปกรณ์ที่ต้องการการแยกสัญญาณทางไฟฟ้าต่อไป

หมายเหตุ:
[1] วิธีการส่งสัญญาณที่รวมชิปรับสัญญาณและชิปถอดรหัสสัญญาณเข้าไว้ในแพ็คเกจเดียวพร้อมชั้นฉนวน และใช้สนามแม่เหล็กในการส่งสัญญาณ
[2] เงื่อนไขการวัด: VI = VDDI หรือ 0V, VCM =1500V, Ta=25°C (VDDI คือ VDD1 หรือ VDD2 ของด้านอินพุต)

การใช้งาน

  • ระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม: ตัวควบคุมลอจิกแบบโปรแกรมได้ (PLC), อินเทอร์เฟซอินพุต/เอาต์พุต เป็นต้น
  • การควบคุมมอเตอร์
  • อินเวอร์เตอร์
  • แหล่งจ่ายไฟแบบสวิตชิ่ง

ฟีเจอร์

  • อุณหภูมิใช้งานสูงสุด: 125°C (สูงสุด)
  • ความสามารถในการทนทานต่อแรงดันไฟฟ้าโหมดร่วมสูง: |CMTI|=150kV/μs (โดยปกติ)
  • อัตราการรับส่งข้อมูลความเร็วสูง: tbps =150Mbps (สูงสุด)
  • สี่ช่องสัญญาณ:
    สี่ช่องส่งสัญญาณไปข้างหน้าและไม่มีช่องสัญญาณย้อนกลับ
    สามช่องส่งสัญญาณไปข้างหน้าและหนึ่งช่องสัญญาณย้อนกลับ
    สองช่องส่งสัญญาณไปข้างหน้าและสองช่องสัญญาณย้อนกลับ

ข้อมูลจำเพาะหลัก

หมายเลขชิ้นส่วน

 DCL540C01A

 DCL540D01A

 DCL540L01A

 DCL540H01A

 DCL541A01A

จำนวนช่องสัญญาณ
 (ไปข้างหน้า: ย้อนกลับ)

 4
 (4:0)

 4
 (4:0)

 4
 (4:0)

 4
 (4:0)

 4
 (3:1)

ลอจิกเอาต์พุตเริ่มต้น

ต่ำ

สูง

ต่ำ

สูง

ต่ำ

เปิดใช้งานการควบคุม

ไม่มี

ไม่มี

เปิดใช้งาน

เอาต์พุต

เปิดใช้งาน

เอาต์พุต

ปิดใช้งาน

อินพุต

แพ็คเกจ

 SOIC16-W (P-SOP16-0811-1.27-002)

 พิกัดสูงสุด
สัมบูรณ์

 อุณหภูมิการทำงาน Topr (°C)

-40 ถึง 125

 อุณหภูมิการจัดเก็บ Tstg (°C)

-65 ถึง 150

แรงดันไฟฟ้าแยก (1นาที)

 BVS (Vrms)

 Ta =25°C

ต่ำสุด

5000

เงื่อนไขการใช้งาน
ที่แนะนำ

แรงดันไฟฟ้าแหล่งจ่ายไฟ
 VDD1 , VDD2 (V)

 Topr =-40 ถึง 125°C

2.25 ถึง 5.5

คุณลักษณะทางไฟฟ้า

ความสามารถในการทนทานต่อแรงดันไฟฟ้าโหมดร่วม |CMTI|

(kV/μs)

 VI =VDDI หรือ 0V,

 VCM =1500V,

 Ta =25°C

โดยปกติ

150

อัตราข้อมูล tbps (Mbps)

 VDD1 =VDD2 =

2.25 ถึง 5.5V

 Ta =-40 ถึง 125°C

สูงสุด

150

ความผิดเพี้ยนของความกว้างพัลส์ PWD (ns)

 VDD1 =VDD2 =5V,

 Ta =25°C

โดยปกติ

0.8

 ความหน่วงในการกระจาย tPHL , tPLH (ns)

โดยปกติ

10.9

ตรวจสอบตัวอย่างและความพร้อมใช้งาน

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

หมายเลขชิ้นส่วน

 DCL541B01A

 DCL541L01A

 DCL541H01A

 DCL542L01A

 DCL542H01A

 จำนวนช่องสัญญาณ
(ไปข้างหน้า: ย้อนกลับ)

 4
 (3:1)

 4
 (3:1)

 4
 (3:1)

 4
 (2:2)

 4
 (2:2)

ลอจิกเอาต์พุตเริ่มต้น

สูง

ต่ำ

สูง

ต่ำ

สูง

เปิดใช้งานการควบคุม

ปิดใช้งาน

อินพุต

เปิดใช้งาน

เอาต์พุต

เปิดใช้งาน

เอาต์พุต

เปิดใช้งาน

เอาต์พุต

เปิดใช้งาน

เอาต์พุต

แพ็คเกจ

 SOIC16-W (P-SOP16-0811-1.27-002)

พิกัดสูงสุด
สัมบูรณ์

 อุณหภูมิการทำงาน Topr (°C)

-40 ถึง 125

 อุณหภูมิการจัดเก็บ Tstg (°C)

-65 ถึง 150

แรงดันไฟฟ้าแยก (1นาที)

 BVS (Vrms)

 Ta =25°C

ต่ำสุด

5000

เงื่อนไขการใช้งาน
ที่แนะนำ

 แรงดันไฟฟ้าแหล่งจ่ายไฟ
 VDD1 , VDD2 (V)

 Topr =-40 ถึง 125°C

2.25 ถึง 5.5

คุณลักษณะทางไฟฟ้า

ความสามารถในการทนทานต่อแรงดันไฟฟ้าโหมดร่วม |CMTI|

(kV/μs)

 VI =VDDI หรือ 0V,

 VCM =1500V,

 Ta =25°C

โดยปกติ

150

 อัตราข้อมูล tbps (Mbps)

 VDD1 =VDD2 =

2.25 ถึง 5.5V

 Ta =-40 ถึง 125°C

สูงสุด

150

ความผิดเพี้ยนของความกว้างพัลส์ PWD (ns)

 VDD1 =VDD2 =5V,

 Ta =25°C

โดยปกติ

0.8

 ความหน่วงในการกระจาย tPHL , tPLH (ns)

โดยปกติ

10.9

ตรวจสอบตัวอย่างและความพร้อมใช้งาน

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

คลิกลิงก์ด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่

 DCL540C01A
 DCL540D01A
 DCL540L01A
 DCL540H01A

 DCL541A01A
 DCL541B01A
 DCL541L01A
 DCL541H01A

 DCL542L01A
 DCL542H01A

 คลิกลิงก์ด้านล่างเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์แยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐานของ Toshiba

 อุปกรณ์แยกสัญญาณดิจิทัลมาตรฐาน

 หากต้องการตรวจสอบความพร้อมจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ใหม่จากผู้จำหน่ายออนไลน์ โปรดไปที่:

DCL540C01A
ซื้อออนไลน์
DCL540D01A
ซื้อออนไลน์
DCL540L01A
ซื้อออนไลน์
DCL540H01A
ซื้อออนไลน์

DCL541A01A
ซื้อออนไลน์
DCL541B01A
ซื้อออนไลน์
DCL541L01A
ซื้อออนไลน์
DCL541H01A
ซื้อออนไลน์

DCL542L01A
ซื้อออนไลน์
DCL542H01A
ซื้อออนไลน์

* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้นๆ
* ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและรายละเอียดสินค้า เนื้อหาของบริการ และข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ประกาศ แต่ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์และการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง ใช้ประสบการณ์และนวัตกรรมมากกว่าครึ่งศตวรรษเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์แบบแยกส่วน ระบบ LSI และผลิตภัณฑ์ HDD ที่โดดเด่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ

โดยพนักงานกว่า 17,400 คนทั่วโลกของบริษัทยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ให้สูงสุด และส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในการร่วมสร้างมูลค่าและตลาดใหม่ๆ โดยบริษัทยังมุ่งหวังที่จะร่วมสร้างและสนับสนุนอนาคตที่ดีกว่าสำหรับผู้คนในทุกๆ ที่

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260527871751/en

Contacts

การสอบถามข้อมูลสำหรับลูกค้า:
แผนกขายและการตลาดอุปกรณ์ออปโตอิเล็กทรอนิกส์
โทร.: +81-44-548-2218
ติดต่อเรา

การสอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ:
C. Nagasawa
ฝ่ายสื่อสารและข้อมูลการตลาด
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

ที่มา: Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Mevion Medical Systems และ Tam Anh General Hospital จับมือร่วมกันนำเทคโนโลยีการรักษาด้วยโปรตอนขั้นสูงเข้าสู่ประเทศเวียดนาม

Logo

เพื่อเสริมศักยภาพในการดูแลรักษาโรคมะเร็ง ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง เข้าถึงง่าย และมีความแม่นยำสูง

LITTLETON, Mass.–(BUSINESS WIRE)–26 พฤษภาคม 2026

Mevion Medical Systems ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายฉบับสมบูรณ์ เพื่อนำระบบการรักษาด้วยโปรตอน MEVION S250-FIT Proton Therapy System™ เข้าติดตั้ง ณ Tam Anh General Hospital ในประเทศเวียดนาม ซึ่งนับเป็นระบบการรักษาด้วยโปรตอนระบบแรกที่จะมีขึ้นในประเทศเวียดนาม การลงนามในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในภาพรวมของการดูแลรักษาโรคมะเร็ง กล่าวคือ การรักษาด้วยโปรตอนนับเป็นวิธีการที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริงและมีความสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยให้โรงพยาบาลต่าง ๆ สามารถนำเสนอการรักษาขั้นสูงให้แก่ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ระบบ MEVION S250-FIT™ และระบบ MEVION S250i Proton Therapy System® เพิ่งได้รับการอนุมัติตามกฎระเบียบข้อบังคับในประเทศเวียดนามเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่การนำระบบดังกล่าวไปใช้ในการรักษาทางคลินิกจริง

การนำเทคโนโลยีการรักษาด้วยโปรตอนเข้ามาใช้ที่ Tam Anh General Hospital ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับการดูแลรักษาโรคมะเร็งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากบริษัท TD Tech ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Mevion ในประเทศเวียดนาม การสร้างขีดความสามารถในการรักษาขั้นสูงขึ้นภายในประเทศเช่นนี้ ส่งผลให้เวียดนามก้าวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มประเทศที่กำลังขยายโอกาสในการเข้าถึงการรักษาด้วยโปรตอนอันล้ำสมัย ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้ป่วยชาวเวียดนามจะสามารถเข้าถึงการรักษามาตรฐานระดับโลกได้ภายในประเทศของตนเอง ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าระบบ MEVION S250-FIT ที่ Tam Anh General Hospital จะเริ่มเปิดให้บริการได้เร็วที่สุดในช่วงปลายปี 2027 พร้อมกับการเปิดตัวอาคารสถานที่แห่งใหม่ของ Tam Anh ในย่าน Phu My Hung หนึ่งในพื้นที่เมืองที่มีความทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของเวียดนาม

การรักษาด้วยโปรตอนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบการรักษาด้วยรังสีที่ล้ำหน้าที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งแตกต่างจากการรักษาด้วยรังสีโฟตอน (รังสีเอกซ์) แบบดั้งเดิม ตรงที่ลำแสงโปรตอนสามารถยิงลำแสงเข้าโดยตรงสู่ก้อนเนื้องอกได้อย่างแม่นยำโดยตรง พร้อมทั้งช่วยลดปริมาณรังสีที่แผ่ออกไปนอกเหนือจากบริเวณเป้าหมายให้เหลือน้อยที่สุด ความแม่นยำในระดับนี้ช่วยลดปริมาณรังสีที่เนื้อเยื่อปกติได้รับ และช่วยบรรเทาผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษาในกรณีทางคลินิกบางรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการรักษาเนื้องอกที่มีความซับซ้อนและโรคมะเร็งในเด็ก

MEVION S250-FIT™: ทำให้การรักษาด้วยโปรตอนกลายเป็นความจริง

หัวใจสำคัญของความร่วมมือนี้คือ MEVION S250-FIT เทคโนโลยีล้ำสมัยที่ออกแบบมาเพื่อทำให้การรักษาด้วยโปรตอนเป็นไปได้จริงในโรงพยาบาลทั่วโลก ในอดีต การรักษาด้วยโปรตอนต้องใช้อาคารขนาดใหญ่หลายชั้นและวงจรการวางแผนที่ใช้เวลานานนับสิบปี แพลตฟอร์ม FIT™ เปลี่ยนกระบวนทัศน์นี้ ทำให้สามารถนำการดูแลรักษาขั้นสูงมาใช้ได้อย่างง่ายดายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน:

  •  การออกแบบที่พร้อมสำหรับห้องมาตรฐานขนาดเดิม: นี่คือระบบโปรตอนเพียงระบบเดียวที่ได้รับการรับรองจาก FDA ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อติดตั้งภายในห้องฉายรังสีมาตรฐานที่มีอยู่เดิม
  •  การติดตั้งใช้งานอย่างรวดเร็ว: ลดความจำเป็นในการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ขึ้นใหม่ ระบบ FIT จึงช่วยให้โรงพยาบาลสามารถเริ่มทำการรักษาผู้ป่วยได้รวดเร็วยิ่งกว่าระบบแบบดั้งเดิมเป็นอย่างมาก
  •  ดำเนินงานได้อย่างง่ายดาย: ระบบ FIT สามารถผสานเข้ากับขั้นตอนการทำงานด้านมะเร็งวิทยาแบบดั้งเดิมได้อย่างลงตัว โดยอาศัยการวางแผนการรักษาที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการบูรณาการภาพถ่าย CT เพื่อการวินิจฉัย
  •  กำหนดตำแหน่งผู้ป่วยในแนวตั้ง: ระบบที่ติดตั้งนี้จะประกอบด้วยระบบกำหนดตำแหน่งผู้ป่วยในแนวตั้งจาก Leo Cancer Care ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเตรียมผู้ป่วย และมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่เข้ารับการรักษาในท่านั่ง
  •  การวางแผนการรักษาที่ล้ำสมัย: ระบบวางแผนการรักษา RayStation®* ซึ่งขับเคลื่อนโดย RaySearch Laboratories มีคุณสมบัติที่สามารถปรับค่าได้อย่างเหมาะสมด้วยเกณฑ์หลายประการ (Multi-criteria optimization) ระบบการวางแผนแบบ HYPERSCAN® และ DirectARC™ รวมถึงกลไกการคำนวณปริมาณรังสีที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการรักษาด้วยโปรตอนขั้นสูง

วิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำ

“ความร่วมมือของเรากับ Tam Anh General Hospital ถือเป็นก้าวสำคัญในพันธกิจของ Mevion ในการช่วยให้ผู้ป่วยทั่วโลกสามารถเข้าถึงการดูแลรักษามะเร็งที่ทันสมัยที่สุดได้” Tina Yu, Ph.D., ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานบริษัท Mevion Medical Systems กล่าว “ด้วยการผสานระบบ MEVION S250-FIT เข้ากับโครงการรักษาโรคมะเร็ง Tam Anh ได้แสดงให้เห็นว่า ระบบสาธารณสุขชั้นนำสามารถนำเทคโนโลยีการรักษาด้วยโปรตอนรุ่นใหม่มาปรับใช้ได้อย่างราบรื่น พร้อมผลการรักษาที่แม่นยำและสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วย และสามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้นใกล้บ้านของทุกคน”

“ในฐานะหนึ่งในเครือโรงพยาบาลชั้นนำของเวียดนาม ซึ่งโดดเด่นในด้านความเป็นเลิศทางคลินิก เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและมีความเฉพาะทาง รวมถึงการให้บริการที่ครอบคลุมครบวงจรนั้น Tam Anh ได้ยืนหยัดเป็นผู้นำมาโดยตลอดในการสรรหาเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ระดับโลกที่ล้ำหน้าที่สุดมาใช้งาน” Ngo Chi Dung ประธานคณะกรรมการบริหารของ Tam Anh General Hospital Group กล่าว “การจัดซื้อระบบการรักษาด้วยโปรตอนรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง MEVION S250-FIT™ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ไม่เพียงแต่สำหรับ Tam Anh General Hospital Group เท่านั้น แต่ยังนับเป็นก้าวสำคัญของประเทศเวียดนามในการเข้าถึงและนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลกมาประยุกต์ใช้เพื่อการดูแลรักษาโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตอกย้ำวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของ Tam Anh ในการทุ่มเทลงทุนอย่างมหาศาลและครอบคลุมในภาคการดูแลสุขภาพโดยรวม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาโรคมะเร็ง เพื่อให้บริการแก่ชาวเวียดนามนับล้านคนรวมถึงผู้ป่วยจากต่างประเทศ โดยยึดมั่นในมาตรฐานสากลด้านคุณภาพ ประสิทธิผลทางคลินิก และความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ”

เกี่ยวกับ Mevion Medical Systems

Mevion Medical Systems คือผู้ให้บริการชั้นนำด้านระบบการรักษาด้วยโปรตอนขนาดเล็กรุ่นใหม่สำหรับการดูแลรักษามะเร็ง ด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการออกแบบและการเข้าถึงการรักษาด้วยโปรตอนให้แพร่หลายไปทั่วโลก Mevion จึงเป็นผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มระบบเดียว (Single-room platform) และยังคงเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการประยุกต์ใช้การรักษาด้วยโปรตอนอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา ระบบการรักษาโปรตอนขนาดเล็กแบบระบบเดียวรุ่นใหม่ของ Mevion ได้รับความไว้วางใจในการนำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยจากศูนย์รักษาโรคมะเร็งชั้นนำหลายแห่ง ชุดผลิตภัณฑ์ของ Mevion นั้นรวมถึงรุ่นเรือธงอย่าง MEVION S250i® และ MEVION S250-FIT™ with HYPERSCAN® ระบบ Pencil Beam Scanning ถือเป็นระบบการรักษาด้วยโปรตอนที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ซึ่งช่วยขจัดอุปสรรคในด้านขนาด ความซับซ้อน และต้นทุน Mevion มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Littleton, Massachusetts และมีฐานการดำเนินงานครอบคลุมทั้งในยุโรปและเอเชีย สามารถเข้าดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.mevion.com

เกี่ยวกับ Tam Anh General Hospital Group

Tam Anh General Hospital Group เป็นระบบโรงพยาบาลที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยให้บริการด้านการวินิจฉัยและการรักษาขั้นสูง การดูแลรักษาเฉพาะทาง รวมถึงการฝึกอบรมและการวิจัยที่ได้มาตรฐานระดับสากล หลังจากมีการทุ่มเทในการพัฒนามากว่าทศวรรษ Tam Anh General Hospital Group ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในระบบบริการสุขภาพภาคเอกชนที่ทันสมัยและชั้นนำที่สุดของประเทศเวียดนาม ปัจจุบันระบบนี้ประกอบด้วยสถานพยาบาลจำนวน 5 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ใน Hanoi และ Ho Chi Minh City โดยรองรับผู้มารับบริการทางการแพทย์กว่า 2 ล้านคนต่อปี ซึ่งรวมถึงผู้ป่วยจากต่างประเทศอีกหลายหมื่นราย สามารถเข้าดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://tamanhhospital.vn

เกี่ยวกับ TD Tech Company

Toan Dien Medical Technology Company Limited (TD Tech Company) เป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ในประเทศเวียดนาม โดยมีประสบการณ์ในสาขารังสีรักษามานานกว่า 20 ปี สามารถเข้าดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://xatri.vn

*ผลิตภัณฑ์ของ RaySearch จะต้องได้รับการอนุมัติตามกฎระเบียบในบางประเทศ

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ประสานงานด้านสื่อ:
Jacqueline Abner-Pongratz
Jacqueline.Pongratz@Mevion.com

ที่มา: Mevion Medical Systems

Toshiba เริ่มจัดส่งตัวอย่างทางวิศวกรรมของไมโครคอนโทรลเลอร์มาตรฐานระดับเริ่มต้นตระกูล TXZ+™ กลุ่ม M4H ที่ใช้แกนประมวลผล Arm® Cortex®‑M4 สำหรับแอปพลิเคชันควบคุมระบบ

Logo

ไมโครคอนโทรลเลอร์มาตรฐานที่รองรับการใช้งานควบคุมระบบที่หลากหลายสำหรับผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคและอุปกรณ์อุตสาหกรรม

คาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–26 พฤษภาคม 2026

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ประกาศเปิดตัว TXZ+™ Family Entry‑Class M4H Groupซึ่งเป็นไมโครคอนโทรลเลอร์มาตรฐาน[1] ประกอบด้วย Arm® Cortex® ‑ไมโครคอนโทรลเลอร์รุ่นใหม่นี้ใช้แกนประมวลผล M4 พร้อมหน่วยประมวลผลทศนิยม (FPU) ออกแบบมาเพื่อใช้งานในระบบควบคุมขนาดเล็กสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น เครื่องปรับอากาศและเครื่องซักผ้า รวมถึงอุปกรณ์อุตสาหกรรม เช่น เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันและระบบอัตโนมัติในโรงงาน ขณะนี้ Toshiba กำลังจัดส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใหม่เหล่านี้ให้แก่ฝ่ายวิศวกรรม

Toshiba: TXZ+™ Family Entry‑Class M4H Group, standard microcontrollers featuring an Arm® Cortex®‑M4 core with a floating-point unit (FPU).

Toshiba: TXZ+™ Family Entry‑Class M4H Group ไมโครคอนโทรลเลอร์มาตรฐานที่มีแกนประมวลผล Arm® Cortex®‑M4 พร้อมหน่วยประมวลผลทศนิยม (FPU)

เนื่องจากผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคและอุปกรณ์อุตสาหกรรมสมัยใหม่มีความซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ ไมโครคอนโทรลเลอร์ที่ใช้ในการควบคุมระบบจึงต้องมีประสิทธิภาพการทำงานแบบเรียลไทม์และความเสถียรที่สูงขึ้น รองรับการออกแบบที่ง่าย มีความหลากหลายในการใช้งานที่จำเป็นสำหรับการใช้งานในระยะยาว และมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อยอด โตชิบาได้แก้ไขความท้าทายเหล่านี้โดยการพัฒนา TXZ+™ Entry-Class M4H Group สำหรับการใช้งานควบคุมระบบ โดยเน้นที่ความหลากหลายในการใช้งาน

ไมโครคอนโทรลเลอร์รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบให้เป็นผลิตภัณฑ์ระดับเริ่มต้นที่มาพร้อมฟังก์ชันการทำงานที่จำเป็นครบครันที่ใช้สถาปัตยกรรม® Cortex® ‑หน่วยประมวลผล M4 พร้อม FPU และมีความถี่ในการทำงานสูงสุด 120MHz— ซึ่งให้ประสิทธิภาพการประมวลผลและการตอบสนองที่จำเป็นสำหรับผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคและอุปกรณ์อุตสาหกรรม และยังสามารถจัดการแอปพลิเคชันหลักของการควบคุมระบบได้ รวมถึงตรรกะการควบคุม การประมวลผลอินเทอร์เฟซ และการควบคุมเวลา

ผลิตภัณฑ์ M4H รองรับช่วงแรงดันไฟฟ้าตั้งแต่ 2.7V ถึง 5.5V และด้วยการรวมออสซิลเลเตอร์ความเร็วสูงที่มีความแม่นยำ ±1% ช่วยลดจำนวนชิ้นส่วนภายนอกและเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบ ทำให้เหมาะสำหรับการใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคและอุปกรณ์อุตสาหกรรมที่มีแหล่งจ่ายไฟ 5V

ไมโครคอนโทรลเลอร์ยังรวมฟังก์ชันอุปกรณ์ต่อพ่วงที่จำเป็นสำหรับการควบคุมระบบ รวมถึงตัวแปลงอนาล็อกเป็นดิจิทัล (ADC) 12 บิต ตัวจับเวลา ตัวรับ/ส่งสัญญาณแบบอะซิงโครนัสสากล (UART) อินเทอร์เฟซอุปกรณ์ต่อพ่วงแบบอนุกรม (SPI) วงจรรวมระหว่างกัน (I²C[2] )และการเข้าถึงหน่วยความจำโดยตรง (DMA[3] ) คุณสมบัติเพิ่มเติมคือไดรเวอร์มอเตอร์แบบตั้งโปรแกรมได้ขั้นสูง (A-PMD) ที่รองรับการควบคุมมอเตอร์ DC แบบไร้แปรงถ่าน ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นตามความต้องการของแอปพลิเคชันและการกำหนดค่าระบบ

Toshiba ให้การสนับสนุนการประเมินและตรวจสอบอุปกรณ์ด้วยการจัดหาตัวอย่างทางวิศวกรรมและสภาพแวดล้อมการพัฒนา บริษัทฯ ยังสนับสนุนให้กระบวนการตั้งแต่การประเมินเบื้องต้นไปจนถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันเป็นไปอย่างราบรื่น โดยการจัดหาชุดเริ่มต้น ซอฟต์แวร์ตัวอย่าง และระบบ CMSIS[4] -ไดรเวอร์ที่สอดคล้อง และสภาพแวดล้อมผู้ใช้สำหรับ IDE หลักๆ[5]

Toshiba โตชิบาจะยังคงขยายทรัพยากรสนับสนุนเหล่านี้ต่อไป รวมถึงเอกสารประกอบ และจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ไมโครคอนโทรลเลอร์เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย

หมายเหตุ:

[1]

ไมโครคอนโทรลเลอร์มาตรฐานที่ไม่จำเพาะเจาะจงกับการใช้งานใดการใช้งานหนึ่ง ออกแบบมาเพื่อเน้นความอเนกประสงค์ในการรองรับสภาวะการจ่ายไฟและฟังก์ชันอุปกรณ์ต่อพ่วง และเหมาะสมสำหรับการใช้งานควบคุมระบบที่หลากหลาย

[2]

วงจรรวมแบบอินทิเกรต (Inter-Integrated Circuit): มาตรฐานการสื่อสารแบบอนุกรมสำหรับการสื่อสารระยะสั้นและความเร็วต่ำระหว่างวงจรรวม (ICs)

[3]

การเข้าถึงหน่วยความจำโดยตรง (Direct Memory Access): กลไกที่ช่วยให้สามารถถ่ายโอนข้อมูลโดยตรงระหว่างอุปกรณ์ต่อพ่วงและหน่วยความจำโดยไม่ต้องมีการแทรกแซงจาก CPU

[4]

มาตรฐานอินเทอร์เฟซซอฟต์แวร์ไมโครคอนโทรลเลอร์ทั่วไป: มาตรฐานซอฟต์แวร์สำหรับไมโครคอนโทรลเลอร์ Arm® Cortex®‑M

[5]

สภาพแวดล้อมการพัฒนาแบบบูรณาการ (Integrated Development Environment): ชุดเครื่องมือแบบบูรณาการที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์

แอปพลิเคชัน

  • หน่วยควบคุมระบบสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค
  • อุปกรณ์อุตสาหกรรมและระบบอัตโนมัติในโรงงาน (FA)
  • อุปกรณ์สำนักงานและเชิงพาณิชย์

คุณสมบัติ

  • แกนประมวลผล Arm® Cortex®‑M4 พร้อม FPU: ทำงานที่ความเร็ว 120MHz (สูงสุด)
  • ช่วงแรงดันไฟฟ้าที่จ่าย: 2.7V ถึง 5.5V
  •  หน่วยความจำภายใน
     หน่วยความจำแฟลชสำหรับเขียนโค้ด: 256 KB
     แรม: 18 KB
  • ฟังก์ชันการวินิจฉัยตนเองเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
  • มีบรรจุภัณฑ์ให้เลือก 3 แบบ สามารถเลือกได้ตามพื้นที่ติดตั้งและเงื่อนไขการประกอบ

ข้อมูลจำเพาะหลัก

 กลุ่มผลิตภัณฑ์

 M4H group

 หมายเลขชิ้นส่วน

 TMPM4H4FYUG

 TMPM4H2FYDUG

 TMPM4H1FYUG

 แกนประมวลผล

 Arm® Cortex ® -M4
 – หน่วยประมวลผลจุดลอยตัว หน่วยประมวลผลจุดทศนิยม(FPU)
 ‒ หน่วยประมวลผลป้องกันหน่วยความจำ (MPU)

 กำลังใช้งานสูงสุด

120MHz

 ภายใน
 การสั่น

 ความถี่การสั่น

10MHz (±1%)

 ภายใน
 หน่วยความจำ

 หน่วยความจำแฟลช (รหัส)

256 KB (รอบการเขียน/ลบ: สูงสุด 100,000 ครั้ง)256 KB (รอบการเขียน/ลบ: สูงสุด 100,000 ครั้ง)

 แรม

18KB แบบ parity

 พอร์ต I/O

51 พิน

37 พิน

33 พิน

 สัญญาณขัดจังหวะที่มาจากอุปกรณ์ภายนอก

11 ปัจจัย 16 พิน

10 ปัจจัย 12 พิน

9 ปัจจัย 11 พิน

 ตัวควบคุม DMA (DMAC)

32 ช่อง

27 ช่อง

 ตัวจับเวลา
 ฟังก์ชัน

 32-bit timer event counter (T32A)

 6 ช่อง
 (12 ช่อง หากใช้เป็นตัวจับเวลา 16 บิต)

 การสื่อสาร
 ฟังก์ชัน

 UART

4 ช่อง

3 ช่อง

3 ช่อง

 I2 C อินเทอร์เฟซ/I2 C อินเทอร์เฟซ เวอร์ชัน A (I2C/EI2C)

1 ช่อง

 TSPI

4 ช่อง

2 ช่อง

 อนาล็อก
 ฟังก์ชัน

 ตัวแปลงสัญญาณอนาล็อกเป็นดิจิทัล (ADC) 12 บิต

12 อินพุตใน 1 ยูนิต

10 อินพุตใน 1 ยูนิต

9 อินพุตใน 1 ยูนิต

 วงจรควบคุมมอเตอร์

 วงจรควบคุมมอเตอร์แบบตั้งโปรแกรมได้ขั้นสูง

 (A-PMD)

1 ช่อง

 อื่นๆ

 วงจรคำนวณ CRC

 (CRC)

1ช่อง CRC32, CRC16

 ระบบ
 ฟังก์ชัน

 timerตัวจับเวลาเฝ้าระวัง

 (SIWDT)

1 ช่อง

 วงจรตรวจจับแรงดันไฟฟ้า

 (LVD)

1 ช่อง

 ตัวตรวจจับความถี่การสั่น

 (OFD)

1 ช่อง

 อินเทอร์เฟซดีบัก

JTAG/SW

TRACE (4 บิต)

NBDIF

JTAG/SW

 แรงดันไฟฟ้าขณะใช้งาน

2.7V to 5.5V แหล่งจ่ายไฟแรงดันเดียว

 แพ็คเกจ/พิน

LQFP64

(10mm×10mm,

0.5mm pitch)

LQFP48

(7mm×7mm,

0.5mm pitch)

LQFP44

(10mm×10mm,

0.8mm pitch)

โปรดคลิกลิงก์ด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่
TMPM4H4FYUG
TMPM4H2FYDUG
TMPM4H1FYUG

โปรดคลิกที่ลิงก์ด้านล่างเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไมโครคอนโทรลเลอร์ของ Toshiba
ไมโครคอนโทรลเลอร์

* Arm และ Cortex เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Arm Limited (หรือบริษัทในเครือ) ในสหรัฐอเมริกาและ/หรือประเทศอื่นๆ
* TXZ+™ เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้นๆ
* ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและรายละเอียดสินค้า เนื้อหาของบริการ และข้อมูลติดต่อ เป็นข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ประกาศ แต่ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์และการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง ใช้ประสบการณ์และนวัตกรรมมากกว่าครึ่งศตวรรษเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์แบบแยกส่วน ระบบ LSI และผลิตภัณฑ์ HDD ที่โดดเด่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ

โดยพนักงานกว่า 17,400 คนทั่วโลกของบริษัทยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ให้สูงสุด และส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในการร่วมสร้างมูลค่าและตลาดใหม่ๆ โดยบริษัทยังมุ่งหวังที่จะร่วมสร้างและสนับสนุนอนาคตที่ดีกว่าสำหรับผู้คนในทุกๆ ที่

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260525857546/en

Contacts

การสอบถามจากลูกค้า
แผนกขายและการตลาด ไมโครคอนโทรลเลอร์และอุปการณ์ดิจิทัล
Tel: +81-44-548-2233
ติดต่อเรา

การติดต่อสอบถามข้อมูล:
C. Nagasawa
ฝ่ายสื่อสารและข้อมูลการตลาด
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

ที่มา: Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Citycare Property ลดระยะเวลาในการรับพนักงานใหม่และ ปรับปรุงกระบวนการด้านทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย Boomi

Logo

Boomi ช่วยให้บริษัทโครงสร้างพื้นฐานแห่งหนึ่งในนิวซีแลนด์สามารถปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการพนักงานให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยการรวมข้อมูลจากระบบต่างๆ และเร่งกระบวนการรับพนักงานใหม่ให้เร็วขึ้น

โอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์–(BUSINESS WIRE)–26 พฤษภาคม 2026

Boomiผู้ให้บริการด้านการเปิดใช้งานข้อมูล ได้ประกาศในวันนี้ว่า Citycare Property ได้ปรับปรุงกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลและการจัดการพนักงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยใช้แพลตฟอร์ม Boomi Enterprise ที่ส่งผลให้กระบวนการรับพนักงานใหม่เร็วขึ้น คุณภาพข้อมูลดีขึ้น และมีความพึงพอใจของพนักงานเพิ่มขึ้น

Citycare Property Cuts Onboarding Times and Streamlines HR Processes With Boomi

Citycare Property ลดระยะเวลาในการรับพนักงานใหม่และปรับปรุงกระบวนการด้านทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย Boomi

Citycare Property เป็นองค์กรด้านโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมของนิวซีแลนด์ที่ให้บริการที่สำคัญต่างๆ เช่น การก่อสร้าง การบำรุงรักษา การดำเนินงาน รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นแก่รัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องและการพัฒนาธุรกิจ ทาง Citycare Property จึงต้องการปรับปรุงกระบวนการและระบบทรัพยากรบุคคลให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

Citycare Property ได้นำระบบสารสนเทศด้านทรัพยากรบุคคล (HRIS) ใหม่มาใช้ โดยองค์กรต้องการให้กระบวนการบริหารจัดการพนักงานมีความราบรื่นในทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบทรัพยากรบุคคล ระบบเงินเดือน และระบบไอที พร้อมทั้งการทำให้มีมุมมองที่สอดคล้องกันและเป็นหนึ่งเดียวกันสำหรับพนักงานทั้งหมด โดยการเชื่อมต่อนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลมีความถูกต้องและมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง พร้อมทั้งสนับสนุนการรับพนักงานเข้า การออกจากงาน รวมถึงการดำเนินงานด้านทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ โดย Citycare Property ได้ร่วมมือกับ Adaptiv ซึ่งเป็นพันธมิตรของ Boomi เพื่อระบุและนำโซลูชันที่ช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อดังกล่าวมาใช้

“การรับพนักงานใหม่ การตั้งค่าบัญชี และการทำให้บัญชีนั้นๆ สามารถใช้งานได้ในระบบของเรานั้นเคยใช้เวลาหลายวัน” Adam Doocey ซีไอโอของ Citycare Property กล่าว “ก่อนที่จะมีการเชื่อมต่อระบบ การตรวจสอบความคืบหน้าของพนักงานแต่ละคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป ทีมงาน Adaptiv ยินดีที่จะละทิ้งเรื่องเทคโนโลยีและพูดคุยกับพนักงานของเรา”

เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการบูรณาการของ Citycare Property ทาง Adaptiv ได้นำเอาความสามารถของฮับข้อมูลและการบูรณาการของแพลตฟอร์ม Boomi Enterprise มาใช้ ซึ่งทำให้เกิดมุมมองที่เป็นหนึ่งเดียวของข้อมูลพนักงานแต่ละคนในทุกแพลตฟอร์ม โดยเป็นการนำเสนอโครงสร้างที่สอดคล้องกัน และช่วยปรับปรุงความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของการเปลี่ยนแปลงข้อมูลพนักงานอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการรับเข้าทำงาน การเปลี่ยนบทบาท การออกจากงาน โดยไม่คำนึงถึงแพลตฟอร์มที่ใช้งานอยู่ การอัปเดตทั้งหมดจะถูกส่งไปยังระบบทรัพยากรบุคคล ระบบเงินเดือน และระบบไอทีโดยอัตโนมัติ ทำให้การเปลี่ยนแปลงมีประสิทธิภาพและปลอดภัยโดยไม่รบกวนการดำเนินงานประจำวัน ซึ่งเป็นการวางรากฐานที่ยืดหยุ่นเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

“เราคิดว่าด้วยความสามารถในการบูรณาการและข้อมูลหลัก ทำให้ Boomi เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ Citycare เพราะทำให้เราสามารถวางพนักงานไว้เป็นศูนย์กลางของการบูรณาการได้” Philip Durrant ที่ปรึกษาหลักของ Adaptiv กล่าว “การใช้แพลตฟอร์ม Boomi นั้นช่วยสร้างสมดุลระหว่างความต้องการเร่งด่วนของโครงการกับมุมมองในอนาคตของ Citycare ได้ โดยทำให้สามารถเชื่อมต่อระบบเพิ่มเติมเข้ากับฮับข้อมูลของ Boomi ได้โดยไม่ต้องแก้ไขระบบเดิมมากนัก”

ด้วยการรวมศูนย์และประสานข้อมูลข้ามแพลตฟอร์มทั้งหมด Boomi ได้สร้างการปรับปรุงที่วัดผลได้ให้กับงานด้านทรัพยากรบุคคลของ Citycare Property โดยทำให้ระยะเวลาในการรับพนักงานใหม่ลดลง ทำให้พนักงานใหม่สามารถเข้าสู่ระบบได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะเดียวกัน กระบวนการด้านทรัพยากรบุคคลก็ราบรื่นและน่าเชื่อถือมากขึ้น ซึ่งสังเกตเห็นได้จากความพึงพอใจของพนักงานที่เพิ่มขึ้น

“Boomi ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” Doocey กล่าว “เราเห็นการปรับปรุงในเรื่องระยะเวลาที่ใช้ในการลงทะเบียนพนักงานในระบบทรัพยากรบุคคล จนกระทั่งพนักงานสามารถใช้งานได้ในทุกระบบของเรา นอกจากนี้ เรายังเห็นคุณภาพของข้อมูลในระบบปลายทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยในอดีต เมื่อเกิดปัญหา พนักงานมักจะแก้ไขปัญหาโดยการปรับข้อมูลด้วยตนเอง การนำ Boomi มาใช้ทำให้วิธีการนั้นหมดไป”

David Irecki ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นของ Boomi กล่าวว่า “Citycare Property ได้พิสูจน์แล้วว่า การให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นศูนย์กลางของกลยุทธ์การบูรณาการ จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริงสำหรับองค์กรโดยรวม โดยทาง Boomi ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Adaptiv เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงระบบการทำงานของ Citycare ให้ทันสมัย ​​และเป็นรากฐานด้านข้อมูลที่ช่วยให้การดำเนินงานของพวกเขาราบรื่น”

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับ Boomi

Boomi เป็นบริษัทด้านการเปิดใช้งานข้อมูลสำหรับ AI ขับเคลื่อนองค์กรแบบเอเจนต์โดยการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ทั่วทั้งธุรกิจ โดยแพลตฟอร์ม Boomi Enterprise เป็นรากฐานข้อมูลที่ใช้งานได้จริง ที่ช่วยมอบโครงสร้างพื้นฐานเอเจนต์ที่จำเป็นในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงแบบเอเจนต์ ด้วยการรวมการออกแบบและการกำกับดูแลเอเจนต์ การจัดการ API และ MCP รวมถึงการบูรณาการและการทำงานอัตโนมัติ และการจัดการข้อมูลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว โดย Boomi นั้นช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากพลังของ AI ด้วยการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและปรับขนาดได้ โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 30,000 ราย และได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายพันธมิตรมากกว่า 800 ราย ซึ่ง Boomi สามารถช่วยให้องค์กรทุกขนาดบรรลุความคล่องตัว ประสิทธิภาพ และนวัตกรรมในการเติบโตได้ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ boomi.com

© 2026 Boomi, LP. Boomi, โลโก้ ‘Boomi’, โลโก้ ‘B’ และ Boomiverse เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Boomi, LP หรือบริษัทในเครือหรือบริษัทร่วมในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ ชื่อหรือเครื่องหมายอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20260525607586/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Jasmine Ee
การสื่อสารระดับโลก
jasmine.ee@boomi.com

ที่มา: Boomi

The Bangkok Reporter