Korea Newswire เปิดตัว MediaBee ที่เป็นแพลตฟอร์มประชาสัมพันธ์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยฐานข้อมูลสื่อที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี

Logo

โซล เกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–03 มีนาคม 2026

Korea Newswire ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ชั้นนำ ได้เปิดตัว MediaBeeแพลตฟอร์มข่าวกรองด้านประชาสัมพันธ์แบบครบวงจร ที่ใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลสื่อที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี เพื่อลดความซับซ้อนของพลวัตตลาดท้องถิ่นสำหรับบริษัทและเอเจนซี่ระดับโลก

แม้ว่าเกาหลีใต้ยังคงเป็นตลาดสำคัญในเอเชีย แต่ภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของประเทศก็มักจะสร้างอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดสำหรับองค์กรระดับโลก โดย MediaBee จะช่วยลดความซับซ้อนเหล่านี้โดยการรวมการค้นหานักข่าว การเผยแพร่ การติดตามแบบเรียลไทม์ และการทำงานร่วมกันของทีมเข้าไว้ในพื้นที่ทำงานเชิงกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูง

การกำหนดเป้าหมายที่แม่นยำด้วยฐานข้อมูลสื่อที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี

MediaBee จะผสานรวมฐานข้อมูลที่ครอบคลุมของนักข่าว 40,000 คนและสำนักข่าว 7,000 แห่ง ที่ได้รับการอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่องด้วยการอัปเดตโปรไฟล์อัตโนมัติมากกว่า 900 ครั้งต่อวัน ด้วยการติดตามกิจกรรมบทความแบบเรียลไทม์ แพลตฟอร์มนี้จึงสามารถมอบข้อมูลเชิงลึกแก่ทีมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่ประเด็นข่าวเฉพาะด้านไปจนถึงอิทธิพลของสำนักข่าวต่างๆ ทำให้พวกเขาสามารถดำเนินกลยุทธ์ด้านสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

การติดตามสื่อแบบไดนามิกและการวิเคราะห์ความรู้สึก

ด้วยกำลังการประมวลผล 200,000 บทความต่อวัน ทาง MediaBee จึงสามารถนำเสนอภาพรวมที่เหนือกว่าของสื่อในเกาหลีใต้ เครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูงของแพลตฟอร์มจะประเมินแนวโน้มความรู้สึกและกระแสตอบรับของสื่อ ที่สามารถช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประชาสัมพันธ์สามารถวัดประสิทธิภาพของแคมเปญและลดความเสี่ยงด้านชื่อเสียงผ่านข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

การผสานรวมอย่างราบรื่นและการทำงานอัตโนมัติด้านประชาสัมพันธ์ที่คำนึงถึงบริบท

MediaBee รวมศูนย์ห่วงโซ่คุณค่าด้านประชาสัมพันธ์โดยการผสานการจัดการข่าวประชาสัมพันธ์เข้ากับการสร้างความสัมพันธ์กับสื่อเป้าหมายและการติดตามผลกระทบแบบเรียลไทม์ โดยชุด AI ที่ผสานรวมเข้าด้วยกันนั้นจะถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อรับมือกับความแตกต่างเฉพาะตัวของวงการสื่อสารมวลชนเกาหลี โดยให้การสนับสนุนที่ซับซ้อนสำหรับการจัดโครงสร้างเนื้อหาและการออกแบบหัวข้อข่าวที่สอดคล้องกับมาตรฐานบรรณาธิการในท้องถิ่นอย่างสมบูรณ์แบบ

Dong-Ho Shin ซีอีโอของ Korea Newswire กล่าวว่า “ความสำเร็จในสภาพแวดล้อมสื่อที่มีพลวัตของเกาหลีใต้ ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ข้อมูลเท่านั้น แต่ยังต้องการข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและเฉพาะเจาะจงในแต่ละพื้นที่ โดย MediaBee ได้ผสานรวมความเชี่ยวชาญด้านสื่อที่น่าเชื่อถือของเรามานานหลายทศวรรษเข้ากับ AI ที่ล้ำสมัย เพื่อเสริมศักยภาพให้แบรนด์ระดับโลกสามารถดำเนินแคมเปญประชาสัมพันธ์ได้อย่างแม่นยำและมีกลยุทธ์เช่นเดียวกับผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่น”

ขณะนี้ MediaBee พร้อมให้บริการแก่องค์กรระดับโลกและเอเจนซี่ประชาสัมพันธ์ที่ต้องการขยายอิทธิพลด้านสื่อในเกาหลีใต้ หากต้องการสำรวจความสามารถทั้งหมดของแพลตฟอร์ม โปรดไปที่ www.mediabee.com

เกี่ยวกับ Korea Newswire

Korea Newswire ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 โดยเป็นผู้บุกเบิกการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ออนไลน์ในเกาหลีใต้ และได้ให้การสนับสนุนบริษัทและหน่วยงานต่างๆ มากกว่า 45,000 แห่ง บริษัทฯ มีช่องทางการเผยแพร่โดยตรงกับห้องข่าวมากกว่า 4,300 แห่งทั่วประเทศ และเป็นพันธมิตรแต่เพียงผู้เดียวของ Business Wire ในการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ไปยังกว่า 160 ประเทศทั่วโลก www.koreanewswire.co.kr

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
Korea Newswire
Yongjae Shin
shin.yongjae@newswire.co.kr

ที่มา: Korea Newswire

KIRIN HYOKETSU ขยายตลาดสู่เครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ในสหรัฐอเมริกาด้วยการผลิตในประเทศ

Logo

รสสตรอว์เบอร์รีและสับปะรดที่เปิดตัวครั้งแรกในฟลอริดาและฮาวาย

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–28 กุมภาพันธ์ 2026

New Belgium Brewing ที่เป็นบริษัทในเครือ Kirin Group ที่เป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสหรัฐอเมริกา จะเปิดตัวเบียร์รสชาติใหม่ 2 รสชาติ KIRIN HYOKETSU STRAWBERRY และ KIRIN HYOKETSU PINEAPPLE ภายใต้แบรนด์ KIRIN HYOKETSU (HYOKETSU) ที่ผลิตและจำหน่ายโดย Kirin Brewery Company, Limited (Kirin Brewery) โดยค็อกเทลพร้อมดื่มนี้จะวางจำหน่ายในฮาวาย แทมปา รัฐฟลอริดา และพาวิลเลี่ยนญี่ปุ่นในสวนสนุก EPCOT ที่ดำเนินการโดย Mitsukoshi (U.S.A.) ในวันที่ 2 มีนาคม

KIRIN HYOKETSU STRAWBERRY and KIRIN HYOKETSU PINEAPPLE

KIRIN HYOKETSU STRAWBERRY และ KIRIN HYOKETSU PINEAPPLE E

รสชาติใหม่เหล่านี้ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยคำนึงถึงผู้บริโภคชาวอเมริกันเป็นหลัก โดยนำเสนอรสชาติที่สดชื่นและกลิ่นผลไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของ HYOKETSU สู่สองตลาดสำคัญในสหรัฐฯ ที่ผลิตและจำหน่ายในท้องถิ่นของสหรัฐฯ โดยเครื่องดื่มเหล่านี้จะมอบรสชาติผลไม้ที่สดใหม่ในรูปแบบที่สะดวกและดื่มง่าย

สหรัฐอเมริกานั้นเป็นตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยครองส่วนแบ่งตลาดประมาณครึ่งหนึ่งของตลาดโลก*1 ซึ่งรสชาติที่เน้นผลไม้และความสะดวกสบายยังคงทำให้เครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) เป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุดในหมวดหมู่นี้

*1

IWSR (2024)

 นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2001 ทาง HYOKETSU ได้กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องดื่มพร้อมดื่มชั้นนำของญี่ปุ่น ที่เป็นที่รู้จักในด้านรสชาติที่สดชื่นและกลิ่นผลไม้อันเด่นชัด โดยในประเทศญี่ปุ่น แบรนด์นี้มียอดขายรวมประมาณ 15 พันล้านหน่วย*2 ที่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคในระยะยาวและความแข็งแกร่งของแบรนด์

*2

เทียบเท่า 350 มิลลิลิตร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025

 ด้วยการผลิตและจำหน่ายในท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา ทาง Kirin Brewery มุ่งมั่นที่จะส่งมอบรสชาติผลไม้สดในรูปแบบที่สะดวกสบาย พร้อมทั้งสร้าง HYOKETSU ให้เป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีศักยภาพในการขยายตัว

 รายละเอียดผลิตภัณฑ์

 ผลิตภัณฑ์

  • รสชาติสตรอว์เบอร์รีและสับปะรด ที่เป็นสองรสชาติยอดนิยมในหมู่ผู้บริโภคชาวอเมริกัน ได้รับเลือกสำหรับการเปิดตัวในครั้งนี้
  • เครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ของ HYOKETSU ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์รสนิยมของชาวอเมริกัน โดยคงไว้ซึ่งรสชาติผลไม้อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ด้วยรสชาติผลไม้สดและเนื้อสัมผัสที่เบา ดื่มง่าย

 การออกแบบบรรจุภัณฑ์

  • บรรจุภัณฑ์โดดเด่นด้วยโทนสีฟ้าและเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของ HYOKTSUHYOKETSU ซึ่งสื่อถึงความสดใหม่และรสชาติของผลไม้
  • ชื่อแบรนด์ “KIRIN” และ HYOKETSU ถูกแสดงไว้อย่างชัดเจน ในขณะที่คำอธิบาย “CHU-HI” จะอ้างอิงถึงต้นกำเนิดของผลิตภัณฑ์จากประเทศญี่ปุ่น

เกี่ยวกับ Kirin Holdings

Kirin Holdings Company, Limited เป็นบริษัทระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจหลักสามด้าน ประกอบด้วย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ และยา โดยบริษัทนั้นมีต้นกำเนิดมาจากโรงเบียร์ญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1885 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น Kirin Brewery ในปี 1907 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทาง Kirin ได้ขยายการดำเนินธุรกิจโดยใช้กระบวนการหมักและเทคโนโลยีชีวภาพเป็นจุดแข็งหลัก บริษัทได้เข้าสู่ธุรกิจยาในช่วงทศวรรษ 1980 ที่ได้เติบโตขึ้นเป็นธุรกิจระดับโลก โดยในปี 2007 บริษัทได้เปลี่ยนโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้งอย่างเต็มรูปแบบในชื่อ Kirin Holdings และปัจจุบันได้เสริมความแข็งแกร่งด้วยธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และวิทยาศาสตร์สุขภาพด้วย

ภายใต้วิสัยทัศน์ระยะยาว “ Innovate2035!” ทาง Kirin Group ได้มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในหมู่ผู้บริโภคและผู้ป่วย สร้างนิสัยการใช้ชีวิตใหม่ๆ ในด้านอาหารและสุขภาพ ด้วยกลุ่มธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ครอบคลุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ และยา โดยกลุ่มบริษัทได้ขยายโครงการริเริ่มทั่วทั้งกลุ่มเพื่อสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีทั้งทางด้านจิตใจและร่างกายต่อไป

โดย Kirin Group จะยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยผสานพลังของบุคลากรและเทคโนโลยี เพื่อสร้างคุณค่าทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจในฐานะผู้นำระดับโลกด้าน CSV* พร้อมทั้งแสวงหาการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวของมูลค่าองค์กร

*การสร้างคุณค่าร่วมกัน: คุณค่าที่เพิ่มขึ้นทั้งสำหรับผู้บริโภคและสังคมโดยรวม

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260227374991/en

Contacts

การติดต่อสำหรับสื่อมวลชน
ฝ่ายสื่อสารองค์กร
Kirin Holdings Company, Limited
Nakano Central Park South, 4-10-2 Nakano, Nakano-ku, Tokyo
+81-3-6837-7028
การสอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ | KIRIN – Kirin Holdings Company, Limited
www.kirinholdings.com/en/
kirin-cc@kirin.co.jp

ที่มา: Kirin Holdings Company, Limited

GIGABYTE เสริมศักยภาพการเปลี่ยนแปลงด้าน AI ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมด้วยโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจรในงาน MWC 2026

Logo

ตั้งแต่โรงงาน AI และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงแบบจำลองดิจิทัล (Digital Twin), การโฮสติ้งบนคลาวด์ และ Edge AI ซึ่งทาง GIGABYTE จะช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถเปลี่ยนข้อมูลเครือข่ายให้เป็นข้อมูลอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ และแหล่งรายได้ใหม่ๆ ได้

ไทเป–(BUSINESS WIRE)–02 มีนาคม 2026

GIGABYTE Technology ที่เป็นผู้นำระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในด้านความเป็นเลิศทางวิศวกรรมในด้านการประมวลผลประสิทธิภาพสูงและเซิร์ฟเวอร์ AI ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน AI แบบครบวงจรที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ในงาน MWC 2026 โดยโซลูชันผลิตภัณฑ์แบบครบวงจรของ GIGABYTE จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถแปลงข้อมูลเครือข่ายจำนวนมหาศาลให้เป็นข้อมูลอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ และแหล่งรายได้ใหม่ๆ ได้ ในขณะที่เครือข่ายโทรคมนาคมได้พัฒนาจากผู้ให้บริการข้อมูลไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI

GIGABYTE Powers Telecom AI Transformation with End-to-End Infrastructure at MWC 2026

GIGABYTE เสริมศักยภาพการเปลี่ยนแปลงด้าน AI ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมด้วยโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจรในงาน MWC 2026

จากข้อมูลเครือข่ายสู่คุณค่าของ AI: การสร้างโรงงาน AI สำหรับธุรกิจโทรคมนาคม

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงจากโทรคมนาคมไป AI คือ โรงงาน AI ซึ่งข้อมูลเครือข่ายและข้อมูลผู้สมัครใช้บริการจะถูกแปลงเป็นข้อมูลเชิงลึกในการดำเนินงานและบริการ AI เชิงพาณิชย์ ซึ่งทาง GIGABYTE สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ด้วย GB300 NVL72 ที่เป็นแพลตฟอร์มแบบแร็คสเกลระบายความร้อนด้วยของเหลว ที่ผสานรวม GPU NVIDIA Blackwell Ultra 72 ตัวและ CPU NVIDIA Grace™ 36 ตัวไว้ในระบบเดียว เชื่อมต่อผ่าน NVIDIA Quantum-X800 InfiniBand หรือ NVIDIA Spectrum-X™ Ethernet และ NVIDIA ConnectX®-8 SuperNIC™ โดย GB300 NVL72 ได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับภาระงานด้านการเทรนและการอนุมาน AI ขนาดใหญ่ ที่จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถทำงานอัตโนมัติ ปรับการวางแผนเครือข่ายให้เหมาะสม และใช้งานบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในระดับโทรคมนาคมได้

เสริมศักยภาพกระบวนการแปลงข้อมูลเป็น AI ด้วย AI และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง (HPC)

เพื่อขจัดปัญหาคอขวดตลอดกระบวนการแปลงข้อมูลเป็นAI นั้น ทาง GIGABYTE ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ AI และ HPCไปสู่ภาคโทรคมนาคมด้วยแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมตัวเร่งความเร็วของ NVIDIA และ AMD โดย G894-SD3-AAX7 จะขับเคลื่อนด้วย NVIDIA HGX™ B300ที่สามารถรองรับเวิร์กโหลดต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ทราฟฟิกแบบเรียลไทม์ โมเดลการให้เหตุผล และการเทรน AI ขนาดใหญ่ สำหรับสภาพแวดล้อม AI และ HPC แบบบูรณาการ ส่วน XN24-VC0-LA61 ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม NVIDIA MGX™ และ NVIDIA GB200 Grace Blackwell NVL4 Superchips จะใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างหนาแน่นและประหยัดพลังงาน

นอกจากนี้ GIGABYTE ยังได้เปิดตัว G893-ZX1-AAX4 ที่เป็นการผสานรวม AMD EPYC™ 9005/9004 CPUเข้ากับ AMD Instinct™ MI355X GPUที่จะช่วยมอบประสิทธิภาพสูงต่อวัตต์สำหรับการประมวลผลเชิงอนุมาน การจำลอง และการสร้างแบบจำลองขั้นสูง ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการพลังงานและต้นทุนได้

แบบจำลองดิจิทัลสำหรับปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI

แบบจำลองดิจิทัลกำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการดำเนินงานเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยทาง GIGABYTE จะช่วยให้การจำลองแบบเรียลไทม์ที่มีความแม่นยำสูงเป็นไปได้ด้วย XL44-SX2-AAS1 ที่สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม NVIDIA MGX™ และติดตั้ง GPU NVIDIA RTX PRO™ 6000 Blackwell Server Edition จำนวน 8 ตัว ด้วยแบนด์วิดท์ 800 GB/s ผ่าน NVIDIA ConnectX®-8 SuperNIC™ และการเชื่อมต่อ PCIe Gen6 แพลตฟอร์มนี้จึงสามารถรองรับปริมาณงานที่สูงขึ้นและมีความสามารถในการขยายระบบที่ดียิ่งขึ้น ทำให้เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับงานที่ต้องการความพร้อมใช้งานสูงตลอด 24 ชั่วโมง

การเปิดใช้งานการโฮสติ้งบนคลาวด์อย่างมีประสิทธิภาพในระดับโทรคมนาคม

ในขณะที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมขยายตัวเข้าสู่บริการคลาวด์ AI และนีโอคลาวด์ เซิร์ฟเวอร์เบลดความหนาแน่นสูงของ GIGABYTE จะมอบโครงสร้างที่สามารถปรับขนาดได้สำหรับการโฮสต์ AI และ HPC โดยในงาน MWC GIGABYTE จะมีการเปิดตัว B683-Z80-LAS1 ที่เป็นระบบเบลด 6U 10 โหนด ที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ พร้อมการกำหนดค่า CPU ต่อ NIC ในอัตราส่วน 1:1 โดดเด่นด้วยระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรงทั้งระบบ โดยท่อส่งที่ผสานรวมจะสามารถระบายความร้อนของระบบได้มากกว่า 90% ทำให้เกิดการประมวลผลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (PUE) ที่เหมาะสมที่สุด

การขยายขีดความสามารถของ AI จาก Core สู่ Edge

การเปลี่ยนแปลงด้าน AI จะขยายไปถึงเครือข่าย ซึ่งความหน่วงต่ำ ความใกล้ชิดของข้อมูล และความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญ เวิร์กสเตชัน AI ของ GIGABYTE จะช่วยให้การพัฒนา การประมวลผล และการใช้งาน AI ในระดับท้องถิ่นเป็นไปได้ในสภาพแวดล้อมเครือข่ายองค์กรและเครือข่ายส่วนตัว W775-V10-L01 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล NVIDIA GB300 Grace™ Blackwell Ultra Desktop Superchip รองรับหน่วยความจำแบบ Coherent ได้สูงสุด 775 GB สำหรับเวิร์กโหลด AI ขนาดใหญ่บนโต๊ะทำงาน โดยแพลตฟอร์มเพิ่มเติม รวมถึงเวิร์กสเตชันที่ใช้ AMD EPYC™ และ Intel® Xeon® จะให้ความยืดหยุ่นสำหรับ Edge AI และเครือข่ายส่วนตัวที่หลากหลาย โดย AI TOP ATOM ขนาดกะทัดรัดจะให้ประสิทธิภาพการประมวลผล AI สูงถึง 1 petaFLOP ที่จะช่วยให้การสร้างต้นแบบและการใช้งาน AI บนอุปกรณ์ปลายทางเป็นไปอย่างรวดเร็วในรูปแบบขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ

โซลูชันแบบครบวงจร ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลจนถึงอุปกรณ์ปลายทาง
https://www.gigabyte.com/Events/MWC
#5F60, ฮอลล์ 5, Fira Gran Via

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260223386188/en

Contacts

Michael Pao brand@GIGABYTE.com

ที่มา: GIGABYTE Technology

Cowellnex และ Metagen เปิดตัวงานวิจัยร่วมกันโดยใช้ ข้อมูลจุลินทรีย์ในลำไส้ที่มีความแม่นยำสูงที่ได้มาจากการศึกษาแยกกัน

Logo

มุ่งพัฒนาชุดทดสอบจุลินทรีย์ในลำไส้แบบใหม่และอัลกอริทึมแนะนำอาหารเฉพาะบุคคล

โตเกียวและยามากาตะ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–27 กุมภาพันธ์ 2026

Cowellnex Co., Ltd. (Cowellnex) ที่ก่อตั้งร่วมกันโดย Kirin Holdings Company, Limited (Kirin Holdings) (TOKYO:2503) และ Kyowa Kirin Co., Ltd. (Kyowa Kirin) กับ Metagen, Inc. (Metagen) ที่ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในลำไส้ไปจนถึงการนำไปใช้ในสังคม จะร่วมเริ่มทำการวิจัยร่วมกันในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทดสอบใหม่โดยอิงจากข้อมูลจุลินทรีย์ในลำไส้ของชาวญี่ปุ่น รวมถึงอัลกอริทึม (กลไก) ที่แนะนำอาหารที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลโดยอิงจากผลิตภัณฑ์ทดสอบเหล่านี้
งานวิจัยนี้จะใช้ประโยชน์จากข้อมูลจุลินทรีย์ในลำไส้ที่มีความแม่นยำสูงของ Cowellnex ที่ได้มาจากการวิเคราะห์เมตาจีโนมิกแบบช็อตกัน*1 ซึ่งเป็นการทดสอบจุลินทรีย์ในลำไส้ที่ละเอียดที่สุดวิธีหนึ่งในญี่ปุ่น โดยได้ทำการรวบรวมข้อมูลนี้มาเป็นเวลาประมาณสามปีผ่านบริการ “MicroBio Me” ของบริษัท *2 โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะนำบริการทดสอบใหม่ที่ได้นี้ไปสู่ตลาดในอนาคต

*1

ได้รับการยืนยันจาก Kirin ในเดือนมกราคม 2026 ว่าการวิเคราะห์เมตาจีโนมิกแบบช็อตกันเป็นวิธีการทดสอบที่วัดแบคทีเรียในลำไส้ได้อย่างครอบคลุม และช่วยให้สามารถวิเคราะห์ในระดับอนุกรมวิธานที่ละเอียดที่สุด ได้แก่ สปีชีส์ และสายพันธุ์ ตลอดจนยีนของแบคทีเรียแต่ละตัวได้

*2

 (ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น) https://microbiome.kirin.co.jp/

ความเป็นมาของการวิจัยร่วม
จุลินทรีย์ในลำไส้ได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาในแง่ของการดูแลสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากองค์ประกอบ (ชนิดและอัตราส่วน) ของแบคทีเรียในลำไส้นั้นมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละบุคคล วิธีการรับประทานอาหารจึงมีความแตกต่างกันไปด้วย ส่งผลให้ตัวชี้วัดที่แสดงถึงสภาวะจุลินทรีย์ในลำไส้ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลและแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเพียงพอ
การวิเคราะห์ยีน 16S rRNA ที่ใช้กันทั่วไป*3 จะช่วยให้เข้าใจการจำแนกประเภทของแบคทีเรียในวงกว้างได้ แต่ให้ข้อมูลที่จำกัดเมื่อเทียบกับการวิเคราะห์เมตาจีโนมิกแบบช็อตกัน นอกจากนี้ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดที่ได้รับการยอมรับในเชิงวิชาการสำหรับการทดสอบผลิตภัณฑ์หรือคำแนะนำด้านอาหารโดยอิงจากข้อมูลจุลินทรีย์ในลำไส้โดยเฉพาะสำหรับชาวญี่ปุ่น
จากสถานการณ์ดังกล่าว ความคาดหวังจึงเพิ่มสูงขึ้นสำหรับการทดสอบจุลินทรีย์ในลำไส้ที่มีความแม่นยำยิ่งขึ้น และสำหรับการทดสอบผลิตภัณฑ์ รวมถึงคำแนะนำด้านอาหารเฉพาะบุคคลโดยอิงจากข้อมูลดังกล่าว

*3

การวิเคราะห์ยีน 16S rRNA เป็นวิธีการที่ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ได้ถึงระดับสกุลภายในลำดับชั้นทางอนุกรมวิธานของแบคทีเรียเป็นหลัก

ขอบเขตของการวิจัยร่วม
ในธุรกิจ MicroBio Me ที่ดำเนินการโดย Cowellnex นั้น ทางบริษัทได้รวบรวมข้อมูลที่มีความแม่นยำสูงมาเป็นเวลาประมาณสามปี โดยใช้การวิเคราะห์เมตาจีโนมิกแบบช็อตกัน ซึ่งเป็นการทดสอบจุลินทรีย์ในลำไส้ที่ละเอียดที่สุดวิธีหนึ่งในญี่ปุ่น จากการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ ทาง Cowellnex จะสร้างพารามิเตอร์การทดสอบใหม่ที่คำนึงถึงลักษณะเฉพาะของสภาพแวดล้อมในลำไส้ของชาวญี่ปุ่น และจะพัฒนาอัลกอริทึม (กลไก) ที่แนะนำอาหารตามพารามิเตอร์เหล่านั้น
ในการวิจัยร่วมนี้ ทาง Cowellnex จะรับผิดชอบในการจัดหาข้อมูล การกำหนดสมมติฐานสำหรับพารามิเตอร์การทดสอบและข้อแนะนำด้านอาหารต่างๆ รวมถึงการตรวจสอบความยอมรับได้ ในขณะที่ทาง Metagen จะรับผิดชอบในด้านการวิเคราะห์เส้นทางของเมตาบอลิก*4 โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยสภาพแวดล้อมในลำไส้และชีวสารสนเทศ รวมถึงการพัฒนาอัลกอริทึม (กลไก) สำหรับข้อแนะนำด้านอาหารต่างๆ การวิจัยร่วมนี้จะทำให้สามารถระบุได้ไม่เพียงแต่ว่ามีแบคทีเรียในลำไส้ชนิดใดบ้าง แต่ยังสามารถคาดการณ์ความสามารถโดยรวมของสภาพแวดล้อมในลำไส้ รวมถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบคทีเรียในลำไส้ ในการผลิตสารเมตาบอไลต์ที่เป็นประโยชน์ได้อีกด้วย

*4

กระบวนการทางเคมีต่อเนื่องหลายขั้นตอนตามวิถีการเผาผลาญที่เกิดขึ้นโดยแบคทีเรียในลำไส้ ด้วยการผ่านกระบวนการเหล่านี้ เส้นใยอาหารจะถูกย่อยสลายและเกิดสารเมตาบอไลต์ต่างๆ ขึ้น

โอกาสในอนาคต
Cowellnex วางแผนที่จะนำผลการวิจัยร่วมนี้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ในรูปแบบบริการทดสอบใหม่ๆ และเปิดตัวสู่ตลาด แม้หลังจากที่การวิจัยสิ้นสุดลงแล้ว Cowellnex ก็จะยังคงเก็บรวบรวมข้อมูลและศึกษาหาแนวทางในการนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป เพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการทดสอบและพัฒนาส่วนผสมที่จะช่วยควบคุมจุลินทรีย์ในลำไส้
ด้วยการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของตนในด้านข้อมูลความแม่นยำสูงที่ได้จากการวิเคราะห์เมตาจีโนมิกส์แบบช็อตกัน ทาง Cowellnex จะเร่งสร้างนวัตกรรมในด้านจุลินทรีย์ในลำไส้ และสร้างตลาดสำหรับโซลูชันด้านสุขภาพลำไส้เฉพาะบุคคลโดยอิงจากองค์ประกอบของจุลินทรีย์ในลำไส้

เกี่ยวกับ Cowellnex
Cowellnex Corporation ก่อตั้งขึ้นในเดือนกันยายน 2024 โดยเป็นการร่วมทุนระหว่าง Kirin Holdings (50%) และ Kyowa Kirin (50%)
Cowellnex ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนา การลงทุนในธุรกิจใหม่ ตลอดจนการพัฒนาธุรกิจ และมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนผู้บริโภคให้มีชีวิตที่สมบูรณ์โดยการแก้ไขปัญหาสังคมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ

เกี่ยวกับ Metagen
ด้วยพันธกิจที่ว่า “การยกระดับการดูแลสุขภาพด้วยการยึดสภาพแวดล้อมในลำไส้ให้เป็นมาตรฐานใหม่” ทางกลุ่มทั้งหมดจึงมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมาย “การปราศจากโรค” ผ่านแนวทางที่อิงตามแนวคิด Gut Design®
ด้วยการใช้ประโยชน์จาก Metabologenomics® เทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา ที่จะช่วยให้สามารถเข้าใจสภาพแวดล้อมในลำไส้ได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ เราจึงให้การสนับสนุนแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยจุลินทรีย์ในลำไส้ที่ล้ำสมัยไปจนถึงการนำไปใช้ในโลกแห่งความเป็นจริง โดยครอบคลุมทั้งสามด้านธุรกิจ ประกอบด้วยการเพิ่มมูลค่าการวิจัย การสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการประชาสัมพันธ์ทางวิทยาศาสตร์
นอกจากนี้ เรายังได้ดำเนินโครงการ Gut Design (การออกแบบลำไส้) ที่เป็นชุมชนความร่วมมือระหว่างองค์กรที่ออกแบบมาเพื่อร่วมกันสร้าง “ตลาดการออกแบบลำไส้” ใหม่ โดย ณ เดือนธันวาคม 2025 มีบริษัทเข้าร่วมโครงการมากกว่า 40 แห่งแล้ว

เกี่ยวกับ Kirin Holdings
Kirin Holdings Company, Limited เป็นบริษัทระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจหลัก 3 ด้าน ได้แก่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ และยา โดยบริษัทมีต้นกำเนิดมาจากโรงเบียร์ญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1885 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นโรงเบียร์คิรินในปี 1907 ตั้งแต่นั้นมา Kirin ได้ขยายการดำเนินธุรกิจโดยใช้กระบวนการหมักและเทคโนโลยีชีวภาพเป็นจุดแข็งหลัก โดยบริษัทได้เข้าสู่ธุรกิจยาในช่วงทศวรรษ 1980 ที่ได้เติบโตขึ้นเป็นธุรกิจระดับโลก ในปี 2007 บริษัทได้เปลี่ยนโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้งอย่างเต็มรูปแบบในชื่อ Kirin Holdings และปัจจุบันได้เสริมความแข็งแกร่งด้วยกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และวิทยาศาสตร์สุขภาพอีกด้วย

ภายใต้วิสัยทัศน์ระยะยาวขององค์กร “ Innovate2035! ” ทาง Kirin Group ได้มุ่งเน้นไปที่การสร้างคุณค่าที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในหมู่ผู้บริโภคและผู้ป่วย สร้างนิสัยการใช้ชีวิตใหม่ๆ ในด้านอาหารและสุขภาพ ด้วยกลุ่มธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ครอบคลุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพ และยา กลุ่มบริษัทจึงได้ขยายโครงการริเริ่มไปทั่วทั้งกลุ่มเพื่อสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีทั้งทางด้านจิตใจและร่างกายต่อไป

โดย Kirin Group จะยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยผสานพลังของบุคลากรและเทคโนโลยี เพื่อสร้างคุณค่าทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจในฐานะผู้นำระดับโลกด้าน CSV* พร้อมทั้งแสวงหาการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวของมูลค่าองค์กร
*การสร้างคุณค่าร่วมกัน: คุณค่าที่เพิ่มขึ้นทั้งสำหรับผู้บริโภคและสังคมโดยรวม

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260226353314/en

Contacts

การติดต่อสำหรับสื่อมวลชน
 
ฝ่ายสื่อสารองค์กร
Kirin Holdings Company, Limited
Nakano Central Park South, 4-10-2 Nakano, Nakano-ku, Tokyo
+81-3-6837-7028
การติดต่อสำหรับสื่อมวลชน | ห้องข่าว | KIRIN – Kirin Holdings Company, Limited
www.kirinholdings.com/en/
kirin-cc@kirin.co.jp
 
Metagen Inc.
246-2 Mizukami, Kakuganji, Tsuruoka-shi, Yamagata
อีเมล: public-relations@metagen.co.jp
โทร.: +81-235-64-0330

ที่มา: Kirin Holdings Company, Limited

NIPPON KINZOKU เตรียมขยายการจำหน่ายฟอยล์โลหะผสมแมกนีเซียมน้ำหนักเบาพิเศษ: เสริมสร้างอนาคตด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Logo

ขับเคลื่อนนวัตกรรม XR และการขนส่ง ด้วยความเบาและประสิทธิภาพการลดแรงสั่นสะเทือนที่เหนือชั้น

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–26 กุมภาพันธ์ 2026

NIPPON KINZOKU CO., LTD. (TOKYO: 5491) (สำนักงานใหญ่: เขตมินาโตะ กรุงโตเกียว) มีความภูมิใจที่จะประกาศการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ด้านการขายฟอยล์โลหะผสมแมกนีเซียม ผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงนี้ได้รับการวางตำแหน่งให้เป็น “ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก” หลัก ที่มีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยตอบสนองความต้องการทางอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ด้วยน้ำหนักที่เบาที่สุดในบรรดาโลหะที่ใช้งานได้จริง ผสานกับคุณสมบัติการลดแรงสั่นสะเทือนที่ยอดเยี่ยม

Magnesium Alloy Foil (Alloy: AZ31B, Thickness: 0.05 mm, Width: 100 mm)

ฟอยล์โลหะผสมแมกนีเซียม (โลหะผสม AZ31B ความหนา 0.05 มม. ความกว้าง 100 มม.)

โลหะผสมแมกนีเซียมกำลังได้รับความสนใจไปทั่วโลกเนื่องจากมีค่าความหนาแน่นจำเพาะต่ำอย่างเหลือเชื่อ โดยมีค่าประมาณ 1/4.5 ของเหล็กและ 1/2.5 ของไทเทเนียม ในขณะที่ยังคงรักษาความแข็งแรงจำเพาะ ความแข็งแกร่ง และประสิทธิภาพการลดแรงสั่นสะเทือนที่ดีเยี่ยม

ตลาดเป้าหมาย นอกเหนือจากพีซีพกพาและสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์แล้ว เราคาดว่าตลาดอุปกรณ์ XR ที่กำลังขยายตัวจะมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
XR (Extended Reality): คำรวมที่ใช้เรียกเทคโนโลยีล้ำสมัยต่างๆ ซึ่งรวมถึงความเป็นจริงเสมือน (VR) ความเป็นจริงเสริม (AR) และความเป็นจริงผสม (MR) ที่ผสานสภาพแวดล้อมทางกายภาพและเสมือนจริงเข้าด้วยกันเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่สมจริง
ความยั่งยืนและการสัญจร: เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนให้เป็นศูนย์ ความต้องการวัสดุน้ำหนักเบาในอุปกรณ์ขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการบินและอวกาศ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

1. ภูมิหลังการพัฒนา

ในฐานะผู้บุกเบิกด้านการรีดโลหะผสมแมกนีเซียม เราเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมมาตั้งแต่เริ่มการวิจัยขั้นพื้นฐานในปี 1998 และในปี 2002 เราเป็นบริษัทแรกในญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จในการผลิตจำนวนมากโดยใช้ขดลวดขนาดใหญ่ ผลิตภัณฑ์นี้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในตัวเครื่องของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและสมาร์ทโฟน รวมถึงการใช้งานอื่นๆ อีกมากมาย
และในปัจจุบัน ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีการรีดและการพัฒนาวัสดุที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา เราได้สร้างเทคโนโลยีการผลิตจำนวนมากสำหรับฟอยล์โลหะผสมแมกนีเซียมบางพิเศษ ซึ่งมีความหนาต่ำสุดถึง 0.044 มิลลิเมตร

2. คุณสมบัติหลักของฟอยล์โลหะผสมแมกนีเซียม

ฟอยล์โลหะผสมแมกนีเซียมของเรามีข้อดีที่โดดเด่นสามประการสำหรับผู้ผลิต:

คุณสมบัติ

ลักษณะ

คุณประโยชน์

1. ขดลวดความยาวสูง

สามารถผลิตขดลวดได้อย่างเสถียรแม้กับแมกนีเซียมซึ่งรีดยาก

ช่วยให้สามารถประมวลผลได้อย่างต่อเนื่อง (เครื่องพิมพ์แบบต่อเนื่อง/แบบถ่ายโอน) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

2. มีความแข็งแรงสูงและขึ้นรูปได้ง่าย

รักษาความแข็งแรงและความยืดหยุ่นได้เทียบเท่ากับแผ่นเหล็กหนา

สามารถขึ้นรูปด้วยแรงกดได้ง่ายเช่นเดียวกับโลหะผสมแมกนีเซียมที่มีความหนามาตรฐาน

3. ระบบลดแรงสั่นสะเทือนที่เหนือกว่า

ช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนและลดเสียงรบกวนได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ช่วยเพิ่มคุณภาพเสียงในไดอะแฟรมลำโพงและปรับปรุงความเสถียรในตัวเครื่องอุปกรณ์พกพา

คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.nipponkinzoku.co.jp/assets/images/2026/02/20260226-En-Press-Release.pdf

เกี่ยวกับกลุ่มบริษัท NIPPON KINZOKU

ผลิตภัณฑ์ของเราถูกนำไปใช้ในหลากหลายด้าน ตั้งแต่ด้านความแม่นยำสูงไปจนถึงอุตสาหกรรมการก่อสร้าง https://www.nipponkinzoku.co.jp/en/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260226621455/en

Contacts

NIPPON KINZOKU CO., LTD.
ฝ่ายกระบวนการผลิตและสนับสนุน
https://www.nipponkinzoku.co.jp/en/inquiry

ที่มา: NIPPON KINZOKU CO., LTD.

Kioxia กำลังทดสอบอุปกรณ์หน่วยความจำแฟลชแบบฝังตัว UFS 5.0 สำหรับแอปพลิเคชันมือถือยุคใหม่

Logo

ความเร็วของอินเทอร์เฟซที่ได้รับการพัฒนาจะช่วยให้ฟีเจอร์ AI บนอุปกรณ์มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในสมาร์ทโฟน

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–24 กุมภาพันธ์ 2026

Kioxia Corporation บริษัทผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ ประกาศในวันนี้ว่าได้เริ่มจัดส่งตัวอย่างสำหรับการประเมินทดสอบ(1) หน่วยความจำแฟลชแบบฝังตัวที่เข้ากันได้กับมาตรฐาน UFS รุ่นใหม่ นั่นคือ UFS 5.0 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการกำหนดมาตรฐานโดย JEDEC(2)
UFS 5.0 เป็นมาตรฐานใหม่สำหรับหน่วยเก็บข้อมูลแฟลชแบบฝังตัว ซึ่งกำลังได้รับการพัฒนาโดย JEDEC เพื่อตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพของอุปกรณ์พกพารุ่นใหม่ เช่น สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ที่มีฟังก์ชัน AI ในตัว โดยใช้ MIPI M-PHY เวอร์ชัน 6.0 สำหรับเลเยอร์ทางกายภาพ และ UniPro เวอร์ชัน 3.0 สำหรับโปรโตคอล โดย M-PHY เวอร์ชัน 6.0 จะนำเสนอโหมด HS-GEAR6 ใหม่ ซึ่งในทางทฤษฎีนั้นสามารถรองรับความเร็วอินเทอร์เฟซได้สูงสุดถึง 46.6 Gbps ต่อเลน ด้วย 2 เลน โดย UFS 5.0 สามารถบรรลุประสิทธิภาพด้านการอ่าน/เขียนที่มีประสิทธิภาพประมาณ 10.8 GB/s ได้

UFS 5.0 Embedded Flash Memory Devices

อุปกรณ์หน่วยความจำแฟลชแบบฝังตัว UFS 5.0

ตัวอย่างสำหรับการประเมินทดสอบประกอบด้วยคอนโทรลเลอร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ภายในบริษัทสำหรับ UFS 5.0 และ BiCS FLASH™ รุ่นที่ 8 ของ Kioxia โดยมีให้เลือกในความจุ 512 GB และ 1 TB โดยแพ็คเกจได้รับการออกแบบใหม่ให้มีขนาดเล็กเพียง 7.5 x 13 มม. ที่จะช่วยประหยัดพื้นที่บนแผงวงจรและช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบได้

ตัวอย่างเหล่านี้มีไว้สำหรับลูกค้าที่กำลังพัฒนาระบบโฮสต์ที่เข้ากันได้กับ UFS 5.0 เพื่อให้พวกเขาสามารถประเมินประสิทธิภาพและทำการทดสอบการทำงานร่วมกันได้

Kioxia จะยังคงนำเทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลชใหม่ๆ มาใช้ในผลิตภัณฑ์ UFS อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับความจุที่มากขึ้นและประสิทธิภาพที่สูงขึ้นในตลาดโทรศัพท์มือถือ

หมายเหตุ:

  1. ตัวอย่างเหล่านี้มีไว้สำหรับการประเมินการทำงานเท่านั้น คุณสมบัติของตัวอย่างจะแตกต่างจากผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
  2. การจัดส่งตัวอย่างสำหรับการประเมิน 512 GB ได้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และการจัดส่งตัวอย่าง 1 TB มีกำหนดจะเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป

• ในทุกการกล่าวถึงผลิตภัณฑ์ Kioxia: ความหนาแน่นของผลิตภัณฑ์จะระบุตามความหนาแน่นของชิปหน่วยความจำภายในผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ปริมาณความจุหน่วยความจำที่ผู้ใช้ปลายทางสามารถใช้จัดเก็บข้อมูลได้ ความจุที่ผู้บริโภคใช้งานได้จะน้อยกว่าเนื่องจากพื้นที่ข้อมูลส่วนเกิน การจัดรูปแบบ บล็อกเสีย และข้อจำกัดอื่นๆ และอาจแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์โฮสต์และแอปพลิเคชัน สำหรับรายละเอียด โปรดดูข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง คำจำกัดความของ 1 KB = 2^10 ไบต์ = 1,024 ไบต์ คำจำกัดความของ 1 Gb = 2^30 บิต = 1,073,741,824 บิต คำจำกัดความของ 1 GB = 2^30 ไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์ คำจำกัดความของ 1 Tb = 2^40 บิต = 1,099,511,627,776 บิต

• 1 Gbps คำนวณได้เป็น 1,000,000,000 บิต/วินาที และ 1 GB/วินาที คำนวณได้เป็น 1,000,000,000 ไบต์/วินาที

• ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทบุคคลที่สาม

เกี่ยวกับ Kioxia

Kioxia เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำ ซึ่งทุ่มเทให้กับการพัฒนา การผลิต และการจำหน่ายหน่วยความจำแฟลชและโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) ในเดือนเมษายน 2017 บริษัท Toshiba Memory ซึ่งเป็นชื่อก่อนหน้าของบริษัทได้แยกตัวออกมาจาก Toshiba Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่คิดค้นหน่วยความจำแฟลช NAND ในปี 1987 Kioxia มุ่งมั่นที่จะยกระดับโลกด้วย “หน่วยความจำ” โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบที่สร้างทางเลือกให้กับลูกค้าและสร้างคุณค่าจากหน่วยความจำให้กับสังคม เทคโนโลยีหน่วยความจำแฟลช 3D เชิงนวัตกรรมของ Kioxia อย่าง BiCS FLASH™ กำลังสร้างอนาคตของการจัดเก็บข้อมูลในแอปพลิเคชันความหนาแน่นสูง รวมถึงสมาร์ทโฟนขั้นสูง พีซี ระบบยานยนต์ ศูนย์ข้อมูล และระบบ AI เชิงสร้างสรรค์

ข้อมูลในเอกสารนี้ รวมถึงราคาและรายละเอียดสินค้า เนื้อหาของบริการ และข้อมูลติดต่อ มีความถูกต้อง ณ วันที่ประกาศ แต่ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260220218622/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

การสอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ:
Kioxia Corporation
ฝ่ายบริหารการส่งเสริมการขาย
Satoshi Shindo
โทร.: +81-3-6478-2404

ที่มา: Kioxia Corporation

Toshiba ได้เปิดตัวโฟโตรีเลย์ขนาดเล็กที่มีพิกัดรองรับอุณหภูมิ 135°C สำหรับการทำงานของอุปกรณ์ในสภาพแวดล้อมอุณหภูมิสูง

Logo

เมืองคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–25 กุมภาพันธ์ 2026

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) ได้เปิดตัวโฟโตรีเลย์ชนิดขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าจำนวน 4 รุ่น “ TLP3407SRB,” “ TLP3412SRB,“ ” TLP3412SRHB,“ และ “ TLP3412SRLB ” ซึ่งบรรจุอยู่ในแพ็กเกจขนาดเล็กแบบ S-VSON4T โฟโตรีเลย์รุ่นใหม่นี้รองรับพิกัดอุณหภูมิการทำงานสูงสุดที่ 135°C สำหรับอุปกรณ์ที่ทำงานในสภาพอุณหภูมิสูง เริ่มการจัดส่งเชิงพาณิชย์แล้วตั้งแต่วันนี้

Toshiba: small photorelays with 135°C rating for high-temperature equipment operation.

Toshiba: โฟโตรีเลย์ขนาดเล็กที่มีพิกัดรองรับอุณหภูมิ 135°C สำหรับการทำงานของอุปกรณ์ในสภาพอุณหภูมิสูง

จากความก้าวหน้าในด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าและการขับขี่ที่เป็นอัตโนมัติในปัจจุบันทำให้ต้องมีการจัดวางชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในอุปกรณ์ยานยนต์ไว้อย่างหนาแน่นสูง ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิการทำงานของเซมิคอนดักเตอร์ทางด้านยานยนต์สูงขึ้น และจำเป็นต้องมีการทดสอบภายใต้สภาวะที่ใกล้เคียงกันเพื่อประเมินความเชื่อถือได้ ดังนั้น เครื่องทดสอบ อุปกรณ์เบิร์นอิน โพรบการ์ด และอุปกรณ์อื่นๆ สำหรับเซมิคอนดักเตอร์ทางด้านยานยนต์จะต้องทำงานที่อุณหภูมิสูงได้ รวมถึงต้องใช้โฟโตรีเลย์ภายในอุปกรณ์เหล่านั้นด้วย

 มีการปรับอุณหภูมิการทำงานสูงสุดในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของ Toshiba เพิ่มขึ้นจาก 125°C ในผลิตภัณฑ์รุ่นปัจจุบัน[1] เป็น 135°C ด้วยการปรับปรุงการออกแบบองค์ประกอบภายในให้เหมาะสม นอกจากนี้ เนื่องจากเป็นโฟโตรีเลย์ชนิดขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าที่ติดตั้งตัวต้านทานไว้ภายในด้านอินพุต จึงไม่จำเป็นต้องใช้ตัวต้านทานภายนอก เพื่อลดความต้องการใช้พื้นที่บนแผงวงจร ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังบรรจุอยู่ในแพ็กเกจขนาดเล็กแบบ S-VSON4T ซึ่งมีขนาด 1.45 × 2.0 มม. (ทั่วไป)

การรวมปัจจัยเหล่านี้ทำให้โฟโตรีเลย์รุ่นใหม่เหมาะกับการใช้งานในเครื่องทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ทางด้านยานยนต์ โพรบการ์ด และอุปกรณ์ทดสอบเบิร์นอิน ซึ่งจำเป็นต้องติดตั้งโฟโตรีเลย์จำนวนมากภายในพื้นที่แผงวงจรที่จำกัด และต้องการการทำงานในอุณหภูมิสูงที่เชื่อถือได้

Toshiba จะยังคงนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นที่รองรับการทำงานในอุณหภูมิสูงในอุปกรณ์ต่างๆ ต่อไป

 หมายเหตุ:
 [1] TLP3407SRA, TLP3412SRA, TLP3412SRHA และ TLP3412SRLA

 การใช้งาน

  • เครื่องทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ที่ใช้ประเมินหน่วยความจำ, SoC, LSI เป็นต้น
  • โพรบการ์ด
  • อุปกรณ์ทดสอบเบิร์นอิน

 คุณลักษณะ

  • พิกัดอุณหภูมิการทำงาน: 135°C
  • แพ็กเกจขนาดเล็ก: S-VSON4T (1.45 มม. × 2.0 มม. (ทั่วไป))

 ข้อมูลจำเพาะหลัก

 (เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น, Ta =25°C)

 TLP3407SRB

 TLP3412SRB

 TLP3412SRHB

 TLP3412SRLB

 แพ็กเกจ

ชื่อ

S-VSON4T

ขนาด (มม.)

1.45×2.0 (ทั่วไป), t=1.4 (สูงสุด)

 หน้าสัมผัส

แบบ 1 ฟอร์ม A
 (ปกติเปิด)

 ค่าพิกัด
ขีดจำกัด
 สูงสุด

 อุณหภูมิการทำงาน Topr (°C)

-40 ถึง 135

 แรงดันเอาต์พุตขณะปิด VOFF (V)

60

60

60

60

 กระแสขณะเปิด ION (A)

1

0.4

0.4

0.4

 กระแสขณะเปิด (แบบพัลส์) IONP (A)

3

1.2

1.2

1.2

 สภาวะ
 การทำงาน
 ที่แนะนำ

 แรงดันอินพุตขณะไบอัสตรง VIN (V)

ทั่วไป

3.3

3.3

5

1.8

สูงสุด

6

6

5.5

3.3

 คุณลักษณะทางไฟฟ้า
 แบบเชื่อมโยง

 กระแส LED ที่จำกัด ILIM(LED) (mA)

 VIN =5.5V,
 Ta =135°C

สูงสุด

2

 VIN =3.3V,
 Ta =135°C

สูงสุด

1

2

 VIN =1.8V,
 Ta =135°C

สูงสุด

10

 แรงดันไฟฟ้าการทำงาน VFON (V)

 ION =100mA

สูงสุด

3

3

3.9

1.6

 ความต้านทานขณะเปิด RON (Ω)

สูงสุด

0.3

1.5

1.5

1.5

 คุณลักษณะ
 ทางไฟฟ้า

 ค่าความจุเอาต์พุต COFF (pF)

 V=0V,
 f=1MHz,
 t<1s

สูงสุด

150

20

20

20

 กระแสขณะปิด IOFF (nA)

 VOFF =50V

สูงสุด

1

1

1

1

 คุณลักษณะ
 การสวิตช์

 เวลาเปิด tON (ms)

 RL =200Ω,
 VDD =20V,
 VIN =5.0V

สูงสุด

1.5

 RL =200Ω,
 VDD =20V,
 VIN =3.3V

สูงสุด

10

1

0.1

 RL =200Ω,
 VDD =20V,
 VIN =1.8V

สูงสุด

0.3

 เวลาปิด tOFF (ms)

 RL =200Ω,
 VDD =20V,
 VIN =5.0V

สูงสุด

0.5

 RL =200Ω,
 VDD =20V,
 VIN =3.3V

สูงสุด

1

0.5

0.225

 RL =200Ω,
 VDD =20V,
 VIN =1.8V

สูงสุด

0.15

 คุณลักษณะ
 การแยกวงจร

 แรงดันไฟฟ้าฉนวน BVS (Vrms )

AC, 60s

ต่ำสุด

500

500

500

500

การตรวจสอบตัวอย่าง และสถานะการจัดจำหน่าย

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

 ซื้อออนไลน์

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

บทความทางเทคนิค
โฟโตรีเลย์ขนาดเล็กที่มาพร้อมกับการสวิตช์ความเร็วสูง
โฟโตรีเลย์ขนาดกะทัดรัดที่ขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าต่ำ และมีพิกัดอุณหภูมิการทำงานสูง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ดูได้จากลิงก์ด้านล่าง
TLP3407SRB
TLP3412SRB
TLP3412SRHB
TLP3412SRLB

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์แยกสัญญาณไฟฟ้าและรีเลย์สารกึ่งตัวนำของ Toshiba ดูได้จากลิงก์ด้านล่าง
อุปกรณ์แยกสัญญาณไฟฟ้า / รีเลย์สารกึ่งตัวนำ

หากต้องการตรวจสอบสถานะการวางจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผู้จัดจำหน่ายออนไลน์ โปรดไปที่:
TLP3407SRB
ซื้อออนไลน์
TLP3412SRB
ซื้อออนไลน์
TLP3412SRHB
ซื้อออนไลน์
TLP3412SRLB
ซื้อออนไลน์

* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้อง
* ข้อมูลที่อยู่ในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์ ข้อมูลจำเพาะ เนื้อหาของบริการ และข้อมูลรายชื่อผู้ติดต่อ เป็นข้อมูลในวันที่ประกาศ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าได้

 เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์และการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง ใช้ประสบการณ์และนวัตกรรมมากกว่าครึ่งศตวรรษเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์แบบแยกส่วน ระบบ LSI และผลิตภัณฑ์ HDD ที่โดดเด่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ

พนักงานทั่วโลกจำนวน 17,000 คน มีปณิธานที่จะเพิ่มคุณค่าสูงสุดให้กับทุกผลิตภัณฑ์ และสนับสนุนการทำงานกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างคุณค่าและตลาดใหม่ร่วมกัน บริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างและมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับผู้คนทั่วโลก

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260224680610/en

Contacts

การสอบถามของลูกค้า
แผนกขายและการตลาดอุปกรณ์ออปโตอิเล็กทรอนิกส์
โทรศัพท์: +81-44-548-2218
ติดต่อเรา

การสอบถามของสื่อ:
C. Nagasawa
แผนกการติดต่อสื่อสารและข่าวกรองทางการตลาด
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

ที่มา: Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Ben Hart ได้เข้าร่วมงานกับ Evercore ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการอาวุโส และหัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านเงินทุนส่วนบุคคลในเอเชีย

Logo

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–23 กุมภาพันธ์ 2026

Evercore (NYSE: EVR) ประกาศในวันนี้ว่า Ben Hart ได้เข้าร่วมบริษัทในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านเงินทุนส่วนบุคคล (PCA) ในเอเชีย โดยประจำอยู่ที่สิงคโปร์ โดยคุณ Hart จะดูแลกิจกรรมของ Evercore PCA ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีม PCA ระดับโลกเพื่อขยายขีดความสามารถด้านการให้คำปรึกษาในตลาดรองและการตลาดส่วนบุคคลในวงกว้างของบริษัทในภูมิภาคนี้

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Ben เข้าสู่ Evercore” Nigel Dawn หัวหน้าฝ่าย PCA ระดับโลกของ Evercore กล่าว “Ben สร้างชื่อเสียงที่ยอดเยี่ยมและมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในระบบนิเวศของตลาดส่วนบุคคลในเอเชีย ประสบการณ์มากมายของเขาในการระดมทุน รวมถึงการกระจายเงินทุนทั่ว APAC จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มของเราในภูมิภาคที่เรามองเห็นโอกาสการเติบโตที่สำคัญและรวดเร็วนี้”

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Ben สู่สำนักงานสิงคโปร์ การแต่งตั้งเขาแสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่เราให้กับการขยายขีดความสามารถด้านการให้คำปรึกษาด้านเงินทุนส่วนบุคคลในภูมิภาค” Keith Magnus ประธานของ Evercore Asia กล่าว “Ben นำมาซึ่งความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและประสบการณ์ในระบบนิเวศตลาดส่วนบุคคลในเอเชีย และเราเชื่อว่าเขาจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเราสร้างแฟรนไชส์ของเราให้เติบโตอย่างมีระเบียบวินัยและรอบคอบ”

“ทีม PCA ของ Evercore เป็นผู้นำระดับโลกอย่างชัดเจนในด้านการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับตลาดรอง” คุณ Hart กล่าว “ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เข้าร่วมทีมและช่วยต่อยอดความสำเร็จในภูมิภาคตลาดส่วนบุคคลที่มีพลวัตมากที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งโอกาสในตลาดรองกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว”

คุณ Hart มีประสบการณ์มากกว่าสองทศวรรษในด้านการระดมทุนในตลาดส่วนบุคคล ความสัมพันธ์กับนักลงทุนสถาบัน การจัดหาเงินทุน และการพัฒนาธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยก่อนหน้านี้ เขาได้ดำรงตำแหน่งหุ้นส่วนและหัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ (เอเชีย) ที่ Adams Street Partners ซึ่งเขาเป็นผู้นำด้านการพัฒนาธุรกิจและการบริการลูกค้าของบริษัทในช่องทางนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนส่วนบุคคล

โดยคุณ Hart สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัย Colorado Boulder

เกี่ยวกับ Evercore
Evercore (NYSE: EVR) เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนระดับโลกชั้นนำที่เป็นอิสระ เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้ลูกค้าของเราบรรลุผลลัพธ์ที่เหนือกว่าผ่านคำแนะนำที่เป็นอิสระและสร้างสรรค์ในเรื่องที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์และการเงินสำหรับคณะกรรมการบริษัท ทีมผู้บริหาร และผู้ถือหุ้น รวมถึงการควบรวมกิจการและการซื้อกิจการ การให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์แก่ผู้ถือหุ้น การปรับโครงสร้าง และโครงสร้างเงินทุน โดย Evercore ยังช่วยลูกค้าในการระดมทุนทั้งในภาครัฐและเอกชน ดำเนินการวิจัยหุ้น การขายหุ้น และการดำเนินการซื้อขายหุ้น รวมถึงการให้บริการด้านการบริหารความมั่งคั่งและการลงทุนแก่นักลงทุนที่มีฐานะร่ำรวยและนักลงทุนสถาบัน โดยบริษัทนั้นก่อตั้งขึ้นในปี 1995 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นิวยอร์ก และมีสำนักงานและสำนักงานสาขาในศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญในทวีปอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.evercore.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อทางธุรกิจ:
Nigel Dawn
หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษาด้านเงินทุนส่วนบุคคลระดับโลกของ Evercore
Communications@Evercore.com
 
ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Jamie Easton
หัวหน้าฝ่ายสื่อสารและกิจการภายนอก
Communications@Evercore.com
 
ผู้ติดต่อสำหรับนักลงทุน:
Katy Haber
หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และ ESG
InvestorRelations@Evercore.com

ที่มา: Evercore

Project B ดึงตัว William Kim ผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นมาดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายไลฟ์สไตล์

Logo

แพลตฟอร์มบาสเกตบอลระดับโลกที่ผสานกีฬาระดับสูงเข้ากับแฟชั่น การออกแบบ และวัฒนธรรม

สิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–19 กุมภาพันธ์ 2026.

Project B เป็นการแข่งขันบาสเกตบอลหญิงและชายระดับโลกชั้นนำที่สร้างขึ้นมาสำหรับนักกีฬาและเหล่าแฟนๆ รุ่นใหม่ ได้ประกาศในวันนี้ว่าได้แต่งตั้ง William Kim ให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายไลฟ์สไตล์ โดยในบทบาทเชิงกลยุทธ์นี้ Kim จะเป็นผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมของ Project B ในด้านสินค้า การร่วมมือกับแบรนด์ และความร่วมมือทางวัฒนธรรม ในขณะที่ Project B ได้ขยายตัวไปทั่วยุโรป เอเชีย และอเมริกา เพื่อสร้างแพลตฟอร์มทางวัฒนธรรมระดับพรีเมียมที่สุดในวงการกีฬาระดับโลก

“เรากำลังสร้างโมเดลที่ออกแบบมาสำหรับปี 2030 รวมถึงอนาคตข้างหน้า” Kim กล่าว “เราจะเริ่มต้นด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม เราคัดสรรเส้นใยธรรมชาติคุณภาพสูงสุดสำหรับทุกช่วงเวลาในแต่ละวันของนักกีฬา และนำเสนอคอลเลกชันเดียวกันนั้นให้กับกลุ่มแฟนคลับในวงกว้าง ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงประสบการณ์ของผู้บริโภคขั้นสุดท้าย เราดำเนินงานด้วยระเบียบวินัยและการควบคุมเช่นเดียวกับแบรนด์หรู โดยดูแลผลิตภัณฑ์ การจัดจำหน่าย และประสบการณ์ของแบรนด์อย่างครบวงจร”

Kim จะเป็นผู้นำด้านกลยุทธ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกของ Project B โดยผสานกีฬา แฟชั่น และชุมชนเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว โดยจะเน้นคุณภาพและการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และจะเป็นผู้ดูแลการพัฒนาเครื่องแต่งกายคุณภาพสูงสำหรับนักกีฬาโดยใช้เส้นใยธรรมชาติ คอลเลกชันระดับพรีเมียมสำหรับแฟนๆ และความร่วมมือกับแบรนด์ต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับเมืองเจ้าภาพและพันธมิตรที่กำหนดวัฒนธรรมต่างๆ นอกจากนี้ เขายังจะกำหนดรูปแบบการค้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่สร้างขึ้นสำหรับแพลตฟอร์มที่เน้นการสตรีมมิ่งและโซเชียลเป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ การจัดจำหน่าย และประสบการณ์ของแบรนด์นั้นมีความสอดคล้องกันในทุกๆ ตลาด

“บาสเกตบอลคือวัฒนธรรม” Geoff Prentice ผู้ร่วมก่อตั้ง Project B กล่าว “ตั้งแต่วันแรก เราสร้างแพลตฟอร์มระดับพรีเมียมที่ยึดมั่นในคุณภาพอย่างไม่ลดละ คอลเลกชันของเราจะผลิตจากผ้าธรรมชาติโดยไม่มีใยสังเคราะห์และไม่มีการลดทอนคุณภาพ โดยมีการออกแบบและพัฒนาภายในบริษัทเพื่อให้เราสามารถควบคุมมาตรฐานได้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดย William นั้นเข้าใจถึงวิธีการในการสร้างแบรนด์ที่อยู่เหนือกาลเวลา และมุมมองระดับโลก ซึ่งความรู้สึกด้านการออกแบบของเขาจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อเราขยายธุรกิจ”

Kim นำประสบการณ์ระดับนานาชาติมากมายในด้านการสร้างแบรนด์ นวัตกรรมค้าปลีก และกลยุทธ์ทางวัฒนธรรมมาด้วย โดยมีประวัติความสำเร็จในการยกระดับธุรกิจระดับโลกที่มีจุดตัดของกีฬา แฟชั่น และประสบการณ์ของผู้บริโภคร่วมกัน โดยก่อนหน้านี้เขาได้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Shinsegae International, CEO ของ Rapha, CEO ของ AllSaints, Global EVP ที่ Samsung Mobile, SVP ที่ Burberry และดำรงตำแหน่งผู้บริหารใน Gucci Group

ในขณะที่ Project B ขยายตัวเข้าสู่ตลาดต่างประเทศที่สำคัญ การแต่งตั้งครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างแพลตฟอร์มทางวัฒนธรรมระดับโลกในการจัดหาผลิตภัณฑ์จากเส้นใยธรรมชาติที่ดีที่สุดและสิ่งทอคุณภาพสูงให้กับผู้เล่นและเหล่าแฟนๆ

เกี่ยวกับ Project B

Project B คือแพลตฟอร์มกีฬาระดับโลกที่สร้างขึ้นเพื่อผู้เล่นและแฟนๆ โดยเริ่มต้นจากบาสเกตบอล โดย Project B กำลังสร้างวงจรการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเดิมพันสูง ที่ได้รวบรวมเหล่าผู้เล่นชายและหญิงชั้นนำของโลกมาแข่งขันในเมืองระดับโลกทั่วเอเชีย ยุโรป และอเมริกา โดยออกแบบมาเพื่อโลกแห่งการสตรีมมิ่ง โซเชียล และมือถือเป็นหลัก โดย Project B นั้นได้ผสมผสานการแข่งขันระดับสูงแบบสดๆ เข้ากับการเล่าเรื่องที่ลึกซึ้งเพื่อให้ผู้ชมทั่วโลกได้เข้าถึง

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
johanna@trailrunnerint.com

ที่มา: Project B

Red Sea Global เปิดตัว ADRENA ที่เป็นเขตผจญภัยและความบันเทิงแห่งใหม่

Logo

ดยเป็นแห่งแรกในภูมิภาคนี้ที่มีกิจกรรมที่หลากหลายทั้งทางบกและทางน้ำมากกว่า 20 รูปแบบ

ริยาด ซาอุดีอาระเบีย–(BUSINESS WIRE)–17 กุมภาพันธ์ 2026

Red Sea Global (RSG) ที่เป็นผู้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่าง The Red Sea และ AMAALA ได้เปิดเผยแผนการเปิดเขตผจญภัยและความบันเทิงแห่งใหม่ โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชมตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม หลังจากเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการสำหรับแขกรับเชิญตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์

ADRENA is located a short drive away from the recently opened Shura Island

ADRENA ตั้งอยู่ห่างจากเกาะชูราที่เพิ่งเปิดใหม่เพียงไม่กี่นาทีโดยรถยนต์

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า ADRENA ที่จะให้บริการแก่แขกที่มาจากทั่วบริเวณทะเลแดงและพื้นที่อื่นๆ โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเกาะชูรา สถานที่แห่งนี้จะนำเสนอกิจกรรมที่ไม่เหมือนใครให้แก่ผู้มาเยือน ตั้งแต่การเล่นเซิร์ฟ เวคบอร์ด การกระโดดหน้าผา ไปจนถึงสเก็ตบอร์ด

โดย ADRENA ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และงดงาม ให้บริการความบันเทิงทั้งกลางวันและกลางคืนที่ตอบโจทย์อารมณ์ที่หลากหลาย ซึ่งหลังพระอาทิตย์ตกดิน บีชคลับจะกลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ในขณะที่ดีเจจะเปิดเพลงแนวเฮาส์ในจังหวะสนุกสนาน พร้อมด้วยอาหารอเมริกาใต้รสเลิศที่จะเสิร์ฟพร้อมม็อกเทลที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ และบริการไปจนถึงช่วงดึก

“ย่านผจญภัยและความบันเทิงอันเป็นเอกลักษณ์ของเราไม่ได้เป็นเพียงแค่การมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงอิสรภาพของวิถีชีวิตริมทะเล ทั้งพลังงาน ชุมชน และการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ เราสร้าง ADRENA โดยใช้หลักการของความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู และรับประกันประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับแขกทุกท่านทั้งกลางวันและกลางคืน เราหวังว่าจะได้ต้อนรับผู้มาเยือนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” John Pagano ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท Red Sea Global กล่าว

ADRENA ได้รับแรงบันดาลใจจากคำว่า ‘อะดรีนาลีน (adrenaline)’ ‘สนาม (arena)’ และ ‘ความฝัน (dream)’ จึงเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความตื่นเต้น พลัง และจินตนาการ ที่บริหารงานโดย Red Sea Sports & Entertainment Co. ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงาน WAMA ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาทางน้ำ โดย Galaxea จะให้บริการประสบการณ์ใต้น้ำ และ Akun จะให้บริการการผจญภัยบนบก ซึ่ง ADRENA นั้นออกแบบมาเพื่อให้แขกได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ และลองเล่นกีฬาผาดโผนในสถานที่ระดับโลก พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญ และขยายการผจญภัยออกไปนอกสวนสนุกสู่ธรรมชาติ

ADRENA จะมีสระว่ายน้ำเล่นกระดานโต้คลื่นน้ำเค็ม โดยมีความยาว 215 เมตร นับเป็นสระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในซาอุดีอาระเบียเมื่อเปิดให้บริการ ซึ่งสามารถทำความสูงคลื่นได้ถึง 2.1 เมตร และสามารถปรับแต่งได้ตามระดับทักษะของผู้เล่น

นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบสำหรับเล่นเวคบอร์ด เส้นทางดำน้ำตื้น สระดำน้ำลึก 6 เมตร และกิจกรรมและความสนุกสนานสำหรับทุกคนในครอบครัว รวมถึงพื้นที่เล่นน้ำสำหรับเด็ก และสนามอุปสรรคลอยน้ำแบบเป่าลม โดยยังมีลานสเก็ตบอร์ด สนามปั่นจักรยาน BMX ​​และพื้นที่สำหรับกีฬาชายหาด เช่น ฟุตบอลและวอลเลย์บอล และสำหรับกิจกรรมสุดมันส์ก็มีซิปไลน์ข้ามน้ำและสไลเดอร์สูง 10 เมตร ที่เรียกว่า ‘slip 'n’ fly’

นอกจากนี้ ADRENA ยังมีศูนย์รวมความบันเทิงที่คึกคัก รวมถึงบีชคลับ การแสดงดนตรีสด และสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ที่มองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินเหนือทะเลแดงอันงดงาม

พื้นที่นี้ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการเข้าถึงได้ง่าย โดยมีทางเข้าแบบระดับน้ำตื้นในสระว่ายน้ำหลายแห่ง และมีตัวเลือกที่ปรับเปลี่ยนได้สำหรับกิจกรรมต่างๆ เช่น บอดี้บอร์ด แพดเดิลบอร์ด ดำน้ำ และดำน้ำตื้น เพื่อให้มั่นใจว่าแขกที่มีความต้องการด้านการเคลื่อนไหวและการเข้าถึงสามารถเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้

การออกแบบของ ADRENA เป็นไปตามหลักการพัฒนาอย่างมีความรับผิดชอบของ RSG โดยใช้ระบบหมุนเวียนแบบปิดที่ยั่งยืน โดยดึงน้ำทะเลเข้ามา กรอง และหมุนเวียนผ่านสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แล้วส่งกลับคืนสู่ระบบเดิมที่สะอาดและผ่านการกรองแล้ว โดยน้ำจืดที่ใช้ทั่วทั้งโครงการจะถูกนำกลับมาใช้ในการชลประทานที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากยิ่งขึ้น

ทะเลแดงได้ต้อนรับแขกกลุ่มแรกในปี 2023 และปัจจุบันมีโรงแรมเปิดให้บริการแล้ว 9 แห่ง รวมถึง Thuwal Private Retreat ที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งเมืองเจดดาห์ โดยสนามบินนานาชาติทะเลแดง (RSI) เป็นประตูสู่จุดหมายปลายทางสำหรับทั้งแขกและผู้อยู่อาศัย โดยมีเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศจากริยาด เจดดาห์ ดูไบ โดฮา และมิลานให้บริการอยู่เป็นประจำ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Red Sea Global และ ADRENA ย่านผจญภัยและความบันเทิง โปรดเยี่ยมชม www.redseaglobal.com

เกี่ยวกับ Red Sea Global
Red Sea Global (RSG) เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรที่มีพอร์ตโฟลิโอหลากหลายในด้านการท่องเที่ยว ที่อยู่อาศัย ประสบการณ์ โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง การดูแลสุขภาพ และบริการต่างๆ ซึ่งรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟูระดับหรูอย่าง The Red Sea ที่เริ่มเปิดรับแขกในปี 2023 และ AMAALA ที่ยังคงดำเนินการตามแผนที่จะเปิดรับแขกกลุ่มแรกในปีนี้

นอกจากนี้ RSG ยังได้รับความไว้วางใจให้ดำเนินการปรับปรุงสนามบินอัลวาจห์ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางแห่งที่สาม โดยเน้นการยกระดับอาคารผู้โดยสารและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ รวมถึงการสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศแห่งใหม่

RSG เป็นบริษัทในเครือ PIF และเป็นรากฐานสำคัญของความมุ่งมั่นของซาอุดีอาระเบียในการกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจ ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่กำลังเติบโตของจุดหมายปลายทาง บริษัทในเครือ และธุรกิจต่างๆ โดย RSG มุ่งมั่นที่จะนำโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาอย่างมีความรับผิดชอบสามารถยกระดับชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และปรับปรุงสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร

www.redseaglobal.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20260216890688/en

Contacts

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:

Jack Williams: ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ jack.williams@redseaglobal.com

ที่มา: Red Sea Global






The Bangkok Reporter