HEB Construction ได้นำข้อมูลด้านบุคลากรมาใช้เพื่อให้ได้ข้อเสนอสำหรับการประมูลงานที่แม่นยำและพร้อมสำหรับการเสนอราคา

Logo

Boomi เชื่อมโยงทุกอย่างตั้งแต่ระบบจ่ายเงินเดือนไปจนถึงหลุมบนถนนช่วยให้บริษัทก่อสร้างในนิวซีแลนด์สามารถเปลี่ยนบันทึกที่กระจัดกระจายให้เป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้สำหรับทีมประมูลงาน

โอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์–(BUSINESS WIRE)–02 กันยายน 2026

Boomiบริษัทผู้ให้บริการด้านการเปิดใช้งานข้อมูลสำหรับ AI ได้ประกาศในวันนี้ว่า HEB Construction ได้สร้างแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เพียงแหล่งเดียวสำหรับการสร้างประวัติและเรซูเม่โดยอัตโนมัติ เพื่อสนับสนุนส่วนหนึ่งของกระบวนการประมูลงานผ่านแพลตฟอร์ม Boomi Enterpriseทำให้ทีมงานสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทันที

HEB Construction Activates Talent Data for Accurate, Bid-Ready Tender Responses

HEB Construction ได้นำข้อมูลด้านบุคลากรมาใช้เพื่อให้ได้ข้อเสนอสำหรับการประมูลงานที่แม่นยำและพร้อมสำหรับการเสนอราคา

HEB Construction เป็นบริษัทในเครือของ VINCI Construction Group โดยเป็นบริษัทก่อสร้างในประเทศนิวซีแลนด์ที่เชี่ยวชาญด้านโครงการวิศวกรรมโยธาขนาดใหญ่ที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ ธุรกิจนี้มีการดำเนินงานในตลาดที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง ซึ่งการจะได้รับสัญญาสำคัญๆ นั้นต้องอาศัยการส่งมอบข้อเสนอการประมูลที่มีคุณภาพสูง รวมทั้งมีความน่าเชื่อถือในระดับสูงสำหรับโครงการพัฒนาทั้งในภาครัฐและเอกชน ในส่วนหนึ่งของกระบวนการนี้ HEB Construction ต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถของตนแก่ลูกค้าเป้าหมายผ่านประวัติการทำงานเฉพาะโครงการ รวมถึงประวัติส่วนตัวของสมาชิกในทีม

ข้อมูลคือหนึ่งในสินทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ HEB Construction เนื่องจากทุกโครงการ ทุกนวัตกรรม และทุกการมีส่วนร่วมกับลูกค้าล้วนสร้างข้อมูลที่มีค่า อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างเหล่านี้ส่วนใหญ่นั้นถูกจัดเก็บไว้ในแหล่งเก็บข้อมูลที่กระจัดกระจาย หากไม่มีแหล่งข้อมูลส่วนกลางที่น่าเชื่อถือ จะทำให้เกิดการสะสมของประวัติย่อและข้อมูลส่วนตัวหลายเวอร์ชันในโฟลเดอร์ต่างๆ และในสถานที่ต่างๆ

การจัดทำประวัติย่อที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับแต่ละโครงการกลายเป็นกระบวนการที่น่าหงุดหงิดและซ้ำซาก ทำให้เกิดแรงกดดันเรื่องกำหนดเวลามากขึ้น และต้องดึงพนักงานที่มีประสบการณ์ไปทำงานเอกสารที่มีมูลค่าต่ำด้วยตนเอง ซึ่งอาจทำให้ข้อเสนอในการประมูลมีความเสี่ยงที่จะล่าช้าหรือมีข้อผิดพลาดจากการเร่งรีบ ทาง HEB Construction จึงต้องการวิธีการที่จะทำให้บางส่วนของกระบวนการนี้เป็นไปโดยอัตโนมัติ เพื่อจัดการข้อมูลบุคลากรให้ดีขึ้น และลดเวลาที่ใช้ในการสร้างเนื้อหาในการประมูลงานเฉพาะโครงการ

“เรากำลังมองหาโซลูชันระดับองค์กรที่สามารถให้การสนับสนุน มีความน่าเชื่อถือ และมีความสม่ำเสมอของข้อมูลที่ทำให้เวลาในการใช้งานระบบทั่วทั้งธุรกิจของเราเร็วขึ้น” Annette Rangi หัวหน้าฝ่ายการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของ HEB Construction กล่าว

HEB Construction ได้นำแพลตฟอร์ม Boomi Enterprise มาใช้ในการสร้าง AI แบบเอเจนต์ที่สามารถช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการเข้าถึงและนำข้อมูลพนักงานที่เป็นปัจจุบันกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยบริษัทได้สร้าง ‘Shredder’ ขึ้นมาเป็นอันดับแรก เพื่อทำงานเบื้องหลังและแยกส่วน CV โดย Shredder จะใช้การค้นหาที่ปลอดภัยซึ่งเชื่อมโยงกับบันทึกข้อมูลพนักงานหลักของ HEB Construction ที่จะสร้างและจัดเก็บไว้ใน Boomi Data Hub ทำให้ได้ข้อมูลทักษะของบุคคลนั้นในรูปแบบที่มีโครงสร้าง เข้าถึงได้ง่าย และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และเอเจนต์ตัวที่สองคือ ‘Bob’ เป็นเอเจนต์สนทนาที่ใช้ส่วนต่อประสานการแชทเพื่อดึงโปรไฟล์ที่เหมาะสมและสร้างประวัติย่อหรือประวัติย่อแบบเฉพาะสำหรับทีมประมูล

“องค์กรส่วนใหญ่มีข้อมูลจำนวนมาก แต่สิ่งที่สำคัญคือการนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์และทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้” Rangi กล่าว “เมื่อข้อมูลที่ธุรกิจเข้าถึงได้มีความน่าเชื่อถือสูง ผู้คนก็จะสามารถมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่มีความสำคัญจริงๆ ได้”

HEB Construction เข้าใจดีว่า เมื่อมีการนำ AI หรือระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการ คุณภาพของผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลพื้นฐาน เพื่อเสริมสร้างความถูกต้องแม่นยำของข้อมูล ทาง HEB จึงสร้างแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เพื่อช่วยให้มั่นใจได้ถึงความสม่ำเสมอทั่วทั้งธุรกิจ โดยการระบุข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในบันทึก ดึงข้อมูลออกมา วิเคราะห์ และจัดเก็บในรูปแบบที่มีโครงสร้างมากขึ้น

“นี่ไม่ใช่เรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีโดยตรง แต่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับบุคลากรของเรา ความรู้ของพวกเขา และวิธีที่เราจะทำให้ความรู้นั้นเข้าถึงได้ง่ายและมีประโยชน์มากขึ้น เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยปลดล็อกคุณค่าที่มีอยู่แล้วภายในองค์กรของเรา” Rangi กล่าว “เรามักอธิบาย Boomi ว่าเป็นทุกสิ่งที่เชื่อมต่อ ‘ระบบจ่ายเงินเดือนไปจนถึงหลุมบนถนน’ ”

โดย AI แบบเอเจนต์ของ Boomi ที่สร้างโดย HEB Construction นั้นได้เปลี่ยนเอกสารที่ไม่เป็นระเบียบและค้นหายากให้กลายเป็นฐานข้อมูลโปรไฟล์พนักงานที่มีโครงสร้างและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ แทนที่จะเริ่มต้นจากหน้าที่ว่างเปล่าเพื่อสร้างประวัติย่อและข้อมูลส่วนตัวเฉพาะโครงการ ทีมงานสามารถเริ่มต้นด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้ซึ่งมีอยู่แล้วภายในธุรกิจ โดยจะช่วยให้สามารถประหยัดเวลาในการทำงานในแต่ละข้อเสนอได้หลายชั่วโมง โดยทางบริษัทกำลังผลิตร่างเอกสารที่มีความสม่ำเสมอมากขึ้นและมีระยะเวลาดำเนินการที่เร็วขึ้น ทำให้สามารถมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงคุณภาพของข้อเสนอและการจัดการประมูลงานในระดับสูงได้

“ก่อนที่เราจะนำ Boomi มาใช้ ทีมงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการค้นหาเอกสารและประวัติส่วนตัว ข้อมูลมีอยู่แล้ว แต่ถูกเก็บไว้ในเอกสาร และมักยากที่จะนำมาใช้ซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ” Medcen Fatuloa วิศวกรด้านการบูรณาการของ HEB Construction กล่าว “ข้อมูลเหล่านี้มีค่า เพราะแสดงถึงความรู้และประสบการณ์ของบุคลากรของเราที่ HEB Construction ยิ่งเราสามารถเข้าถึงและสามารถนำมาใช้ซ้ำได้ดีเท่าไหร่ เราก็ยิ่งสร้างคุณค่าให้กับทีมงานและลูกค้าของเราได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น”

แม้ว่า Boomi จะช่วยจัดการขั้นตอนการทำงานของเอเจนต์และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ HEB Construction เชื่อว่าความรับผิดชอบยังคงอยู่ที่บุคลากรของตน ซึ่งหมายความว่ามนุษย์ยังคงต้องควบคุมกระบวนการอย่างมั่นคง เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจะทำอย่างดีที่สุดเสมอ เนื่องจากความสำเร็จและศักยภาพในการขยายโครงการ บริษัทจึงวางแผนที่จะเพิ่มเอเจนต์เพิ่มเติมในกระบวนการเสนอราคา เช่น เอเจนต์จัดรูปแบบเฉพาะสำหรับลูกค้าแต่ละราย

“HEB Construction ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เมื่อข้อมูลถูกปลดล็อกและเชื่อมโยงเข้าด้วยกันทั่วทั้งองค์กร ประโยชน์ที่ได้รับจะมากกว่าแค่เอกสารฉบับเดียว” David Irecki ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นของ Boomi กล่าว “Boomi ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ช่วย HEB Construction เปลี่ยนข้อมูลที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและมีโครงสร้างที่ชัดเจน ซึ่งช่วยขับเคลื่อนเวิร์กโฟลว์ AI ในการช่วยให้ทีมประมูลสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทันที”

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับ Boomi

Boomi เป็นบริษัทด้านการเปิดใช้งานข้อมูลสำหรับ AI ที่ขับเคลื่อนองค์กรโดยใช้เอเจนต์ด้วยการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ทั่วทั้งธุรกิจ โดยแพลตฟอร์ม Boomi Enterprise เป็นฐานข้อมูลที่สามารถใช้งานได้จริง ที่ช่วยมอบโครงสร้างพื้นฐานเอเจนต์ที่จำเป็นในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงแบบเอเจนต์ ด้วยการรวมการออกแบบและการกำกับดูแลเอเจนต์ การจัดการ API และ MCP การบูรณาการและการทำงานอัตโนมัติ และการจัดการข้อมูลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว โดย Boomi สามารถช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากพลังของ AI ได้ด้วยการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและสามารถปรับขนาดได้ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 30,000 ราย รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายพันธมิตรมากกว่า 800 ราย โดย Boomi สามารถช่วยให้องค์กรทุกขนาดบรรลุความคล่องตัว ประสิทธิภาพ และนวัตกรรมต่างๆ ในวงกว้าง ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ boomi.com

© 2026 Boomi, LP. Boomi, โลโก้ ‘Boomi’, โลโก้ ‘B’ และ Boomiverse เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Boomi, LP หรือบริษัทในเครือหรือบริษัทร่วมในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ ชื่อหรือเครื่องหมายอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260901620235/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Jasmine Ee
ฝ่ายการสื่อสารระดับโลก
jasmine.ee@boomi.com

ที่มา: Boomi

Bakers Delight ยกระดับระบบการตลาดดิจิทัลและเร่งเวลาการใช้งานด้วย Boomi

Logo

Boomi ช่วยให้แฟรนไชส์เบเกอรี่สัญชาติออสเตรเลียสามารถสร้างสถาปัตยกรรมการบูรณาการที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ด้วยการเชื่อมต่อและเปิดใช้งานข้อมูลลูกค้าในระบบต่างๆ

ซิดนีย์–(BUSINESS WIRE)–02 กันยายน 2026

Boomi บริษัทด้านการเปิดใช้งานข้อมูลสำหรับ AI ได้ประกาศในวันนี้ว่า Bakers Delight ได้ยกระดับระบบการตลาดดิจิทัลโดยใช้แพลตฟอร์ม Boomi Enterpriseที่สามารถช่วยลดระยะเวลาในการติดตั้งระบบใหม่ได้เป็นอย่างมาก และทำให้ธุรกิจมีความคล่องตัวในการตอบสนองต่อสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Bakers Delight Modernises Digital Marketing Systems and Accelerates Deployment Times With Boomi

Bakers Delight ยกระดับระบบการตลาดดิจิทัลและเร่งเวลาการใช้งานด้วย Boomi

Bakers Delight เป็นแฟรนไชส์เบเกอรี่ข้ามชาติสัญชาติออสเตรเลีย ดำเนินธุรกิจในชื่อ Bakers Delight ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ และในชื่อ COBS Bread ในแคนาดาและสหรัฐอเมริกา โดยธุรกิจครอบครัวแห่งนี้เติบโตจนมีสาขากว่า 700 แห่งในสี่ประเทศ และมีพนักงานมากกว่า 10,000 คนทั่วเครือข่ายแฟรนไชส์ ​​การดำเนินงานในระดับนี้ครอบคลุมหลายภูมิภาคและหลายแบรนด์ ทำให้เกิดข้อมูลลูกค้า ราคา ผลิตภัณฑ์ และสถานที่ตั้งจำนวนมหาศาลจากระบบหน้าร้าน ระบบอีคอมเมิร์ซ และระบบสะสมแต้ม เพื่อสนับสนุนการค้าขายในแต่ละวันและการตัดสินใจอย่างรวดเร็วตามความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ข้อมูลจึงมีความจำเป็นต้องไหลเวียนอย่างสม่ำเสมอระหว่างระบบและแพลตฟอร์มต่างๆ

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นในต้นปี 2027 ทาง Bakers Delight จึงต้องการแทนที่การเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุดที่แข็งทื่อด้วยสถาปัตยกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ และสามารถเชื่อมต่อแพลตฟอร์มการตลาดใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่า เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

“เราต้องการรากฐานที่สามารถรองรับการใช้งานระบบใหม่ได้อย่างรวดเร็วและต้นทุนต่ำ เพื่อลดต้นทุนและความซับซ้อนของการออกแบบระบบใหม่ทุกครั้งที่เราเพิ่มแพลตฟอร์มใหม่” Keng Ng ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Bakers Delight กล่าว “นี่เป็นการวางรากฐานให้ธุรกิจสามารถนำระบบและฟังก์ชันการทำงานใหม่ๆ มาใช้ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่รบกวนระบบที่มีอยู่เดิม”

Bakers Delight ได้นำแพลตฟอร์มข้อมูล Boomi Enterprise Data Hubและความสามารถในการจัดการ APIมาใช้กับลูกค้า ผลิตภัณฑ์ สถานที่ตั้งร้านค้า โปรโมชั่น คูปอง และกระบวนการสั่งซื้อต่างๆ ในขณะที่ธุรกิจกำลังเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ๆ โดยในปัจจุบัน Boomi ทำหน้าที่ประสานการบูรณาการข้อมูลทั่วทั้งระบบการตลาดดิจิทัลของบริษัท โดยทำหน้าที่เป็นแกนหลักที่เชื่อมต่อแพลตฟอร์มใหม่ๆ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงระบบ ERP และ POS หลักๆ ที่มีค่าใช้จ่ายสูง รวมถึง Microsoft Dynamics 365 Commerce ด้วย

เมื่อนำ Talon.One มาใช้สำหรับโปรแกรมสะสมแต้มและโปรโมชั่น และ Shopify สำหรับอีคอมเมิร์ซ ทาง Bakers Delight สามารถนำระบบการผสานรวมข้อมูลลูกค้า สินค้า ราคา และสถานที่ตั้งที่มีอยู่เดิมมาใช้ซ้ำได้ ซึ่งช่วยลดเวลาและต้นทุนในการดำเนินการแต่ละครั้งได้เป็นอย่างมาก

“เนื่องจากการเชื่อมต่อหลักถูกสร้างขึ้นเพียงครั้งเดียวและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ แพลตฟอร์มใหม่ทุกแพลตฟอร์มจึงถูกนำไปใช้งานเร็วกว่าที่คาดไว้มาก โดย Klaviyo สามารถใช้งานได้ในเวลาเพียงสามเดือน ส่วน Shopify สามารถใช้งานได้ในสี่เดือน และ Talon.One สามารถใช้งานได้ในเก้าเดือน ทั่วทั้งเครือข่ายแฟรนไชส์ทั่วโลกของเรา” Ng กล่าว “การมีระบบเชื่อมต่อส่วนกลางและข้อมูลหลักได้พิสูจน์แล้วว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อธุรกิจจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วในระบบต่างๆ”

ในช่วงต้นปี 2026 ขณะที่เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางทำให้ต้นทุนผันผวนอย่างรวดเร็ว Bakers Delight สามารถปรับราคาในระบบต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากสถาปัตยกรรมแบบรวมศูนย์ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

แม้ว่า Bakers Delight จะสร้างความสามารถด้านการบูรณาการและวิศวกรรมข้อมูลภายในของตนเองขึ้นมาแล้ว แต่การสนับสนุนจาก Boomi Consulting ก็เป็นกุญแจสำคัญในการเริ่มต้นโครงการ โดยกระบวนการวางแผนแสดงให้เห็นถึงคุณค่าอย่างรวดเร็ว โดยสร้างระบบที่มีเสถียรภาพและเชื่อถือได้ โดยผู้จำหน่ายระบบใหม่ รวมถึง Klaviyo และ Talon.One ได้จัดหาทรัพยากรภายในของตนเองเพื่อสนับสนุนการใช้งาน ในขณะที่ได้ว่าจ้างพันธมิตรภายนอกสำหรับ Shopify และ Microsoft Dynamics 365 Commerce

“สิ่งที่เริ่มต้นจากความต้องการปรับปรุงให้ทันสมัยอย่างรวดเร็วและประหยัด ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีการเพิ่มเติม ทำให้ธุรกิจมีความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นและมีความมั่นใจมากขึ้นในแต่ละครั้ง” นาย Ng กล่าว

ความสามารถในการบูรณาการนี้จะยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการที่ Bakers Delight จะนำระบบใหม่ๆ เข้ามาใช้ในธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว เมื่อส่วนต่างๆ ขององค์กรเชื่อมต่อกันมากขึ้น จะทำให้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลองค์กรที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานให้ AI และ AI แบบเอเจนต์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งธุรกิจ

“Bakers Delight ได้แสดงให้เห็นว่าการมองการบูรณาการเป็นความสามารถทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้เร็วขึ้นและตอบสนองได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น” David Irecki ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นของ Boomi กล่าว “ด้วยการสร้างรากฐานการบูรณาการที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ Bakers Delight สามารถนำความสามารถทางดิจิทัลใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็สร้างฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่จำเป็นต่อการสนับสนุนนวัตกรรมในอนาคตได้อีกด้วย”

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับ Boomi

Boomi เป็นบริษัทด้านการเปิดใช้งานข้อมูลสำหรับ AI ที่ขับเคลื่อนองค์กรแบบเอเจนต์ด้วยการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ทั่วทั้งธุรกิจ โดยแพลตฟอร์ม Boomi Enterprise เป็นฐานข้อมูลที่สามารถใช้งานได้จริง ที่ช่วยมอบโครงสร้างพื้นฐานเอเจนต์ที่จำเป็นในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงแบบเอเจนต์ ด้วยการรวมการออกแบบและการกำกับดูแลเอเจนต์ การจัดการ API และ MCP การบูรณาการและการทำงานอัตโนมัติ และการจัดการข้อมูลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว โดย Boomi สามารถช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากพลังของ AI ได้ด้วยการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและสามารถปรับขนาดได้ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 30,000 ราย รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายพันธมิตรมากกว่า 800 ราย โดย Boomi สามารถช่วยให้องค์กรทุกขนาดบรรลุความคล่องตัว ประสิทธิภาพ และนวัตกรรมต่างๆ ในวงกว้าง ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ boomi.com

© 2026 Boomi, LP. Boomi, โลโก้ ‘Boomi’, โลโก้ ‘B’ และ Boomiverse เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Boomi, LP หรือบริษัทในเครือหรือบริษัทร่วมในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ ชื่อหรือเครื่องหมายอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260901569534/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Jasmine Ee
ฝ่ายการสื่อสารระดับโลก
jasmine.ee@boomi.com

ที่มา: Boomi

Boomi ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัลนวัตกรรมลูกค้าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกปี 2026

Logo

ซิดนีย์–(BUSINESS WIRE)–02 กันยายน 2026

Boomi บริษัทด้านการเปิดใช้งานข้อมูลสำหรับ AI ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัลนวัตกรรมลูกค้าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ปี 2026ซึ่งได้รับการยอมรับในงาน Boomi World Tour ปี 2026 ที่ซิดนีย์

Boomi Announces 2026 APAC Customer Innovation Award Winners

Boomi ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัลนวัตกรรมลูกค้าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกปี 2026

ผู้ชนะในปีนี้ได้รับการคัดเลือกจากการบุกเบิกโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Boomi Enterpriseสำหรับการส่งมอบผลลัพธ์ที่โดดเด่นในหมวดหมู่ต่อไปนี้: ผลกระทบทางธุรกิจ; การเปิดใช้งานข้อมูล; การปรับเปลี่ยนด้วย AI และเอเจนต์; และความเป็นเลิศของแพลตฟอร์ม

ผู้ชนะรางวัลนวัตกรรมลูกค้าแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกปี 2026 ได้แก่:

  •  CLP Power Hong Kong – รางวัลลูกค้าแห่งปีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก CLP Power Hong Kong ได้ใช้ประโยชน์จากความสามารถในการบูรณาการระดับองค์กรเพื่อขับเคลื่อนโครงการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยการเชื่อมต่อมิเตอร์อัจฉริยะกว่า 2.9 ล้านเครื่อง แอปพลิเคชันระดับองค์กร และเทคโนโลยีการดำเนินงาน CLP ได้ปลดล็อกข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อปรับปรุงการดำเนินงานของระบบไฟฟ้า สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงระบบ ERP และขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการความต้องการใช้พลังงานที่ขับเคลื่อนโดยลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โครงการนี้ช่วยลดเวลาในการพัฒนาการบูรณาการข้ามระบบลง 70 เปอร์เซ็นต์ ช่วยให้สามารถบริหารจัดการความต้องการใช้พลังงานสูงสุดแบบคาดการณ์ล่วงหน้าได้ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลการอ่านมิเตอร์อัจฉริยะกว่า 51 พันล้านครั้งต่อปี และช่วยให้ลูกค้ากว่า 1.6 ล้านรายสามารถมีส่วนร่วมในการลดความต้องการใช้พลังงานสูงสุดผ่านโครงการประหยัดพลังงาน เสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน
  •  Bakers Delight – รางวัลด้านผลกระทบทางธุรกิจ Bakers Delight ได้ปรับปรุงระบบนิเวศการตลาดดิจิทัลให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยสร้างสถาปัตยกรรมที่ปรับเปลี่ยนได้และพร้อมสำหรับอนาคต ซึ่งช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจ ด้วยการใช้ Boomi Integration, Data Hub และการจัดการ API โดยบริษัทสามารถใช้งานแพลตฟอร์มข้อมูลลูกค้าและการมีส่วนร่วมใหม่ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงสามเดือน พร้อมทั้งเปลี่ยนจากระบบเดิมได้อย่างราบรื่นโดยไม่กระทบต่อการดำเนินงาน ด้วยการรวมศูนย์การผสานรวมและข้อมูลหลักระหว่างลูกค้า ผลิตภัณฑ์ ร้านค้า โปรโมชั่น และคำสั่งซื้อ ทำให้ Bakers Delight สามารถนำการผสานรวมหลักกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างเต็มที่ในโครงการดิจิทัลต่อๆ ไป ทำให้เกิดนวัตกรรมที่รวดเร็วขึ้น ลดต้นทุนการดำเนินการ และตอบสนองต่อสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการอัปเดตราคาในระดับองค์กร
  •  Brickworks – รางวัลด้านการเปิดใช้งานข้อมูล Brickworks ได้เปลี่ยนใบแจ้งหนี้ซัพพลายเออร์ที่ไม่เป็นระเบียบหลายพันรายการให้เป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้และพร้อมสำหรับการวิเคราะห์ ซึ่งช่วยให้การตัดสินใจจัดซื้อจัดจ้างชาญฉลาดขึ้นและเพิ่มความโปร่งใสในการใช้จ่าย โดยใช้แพลตฟอร์ม Boomi Enterprise โดยบริษัทได้ทำการดึงข้อมูล ตรวจสอบความถูกต้อง และผสานรวมข้อมูลใบแจ้งหนี้แต่ละรายการลงใน Snowflake โดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถมองเห็นการใช้จ่ายขององค์กรได้แบบเรียลไทม์ โซลูชันที่ปรับขนาดได้นี้ส่งมอบภายในเวลาเพียงสามวัน และได้ประมวลผลใบแจ้งหนี้ไปแล้วกว่า 135,000 รายการ และยังคงรับใบแจ้งหนี้มากกว่า 1,000 รายการต่อสัปดาห์ ซึ่งช่วยให้สามารถวิเคราะห์ซัพพลายเออร์ได้อย่างละเอียด กำกับดูแลข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น และตัดสินใจจัดซื้อจัดจ้างได้เร็วขึ้นโดยใช้ข้อมูลเป็นหลัก
  •  HEB Construction – รางวัลการปรับเปลี่ยนด้วย AI และเอเจนต์ HEB Construction ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการประมูลงานด้วยเอเจนต์ AI ที่ได้รับการกำกับดูแล ซึ่งสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Boomi Enterprise โดยร่วมมือกับศูนย์ความเป็นเลิศด้าน AI ของ Boomi ทั้งนี้ HEB ได้นำเอเจนต์ AI มาใช้ในการแปลงประวัติย่อของพนักงานที่ไม่เป็นระเบียบให้เป็นโปรไฟล์ที่น่าเชื่อถือและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ พร้อมทั้งสร้างเอกสารประกอบการประมูลเฉพาะโครงการโดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระงานด้วยตนเองและเร่งกระบวนการเตรียมการเสนอราคาได้อย่างมาก ด้วยการใช้ Boomi Agentstudio, Integration, Data Hub และ Agent Control Tower โดย HEB ได้สร้างกรอบการทำงานที่ปรับขนาดได้และได้รับการกำกับดูแลสำหรับ AI ระดับองค์กร พร้อมด้วยระบบตรวจสอบ การวิเคราะห์ต้นทุน และข้อมูลที่เชื่อถือได้ ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานสำหรับการเปลี่ยนแปลงด้วยเอเจนต์ในอนาคตทั่วทั้งธุรกิจ
  •  Flinders University – รางวัลความเป็นเลิศด้านแพลตฟอร์ม Flinders University ได้สร้างรากฐานที่น่าเชื่อถือ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และปรับขนาดได้ ซึ่งสนับสนุนบริการที่สำคัญสำหรับนักศึกษา บุคลากร การวิจัย การเงิน และการดำเนินงานทั่วทั้งสถาบัน โดยใช้แพลตฟอร์ม Boomi Enterprise Platform, Data Hub และการจัดการ API โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการบูรณาการได้จัดการการบูรณาการที่ใช้งานอยู่ 278 รายการ และมี API ที่ใช้งานจริง 26 รายการ รวมถึงการดำเนินการกระบวนการเกือบ 28 ล้านครั้งต่อปี โดยแพลตฟอร์มนี้ได้ช่วยให้การย้ายข้อมูลไปยังคลาวด์เป็นไปได้ ปรับปรุงคุณภาพข้อมูล เร่งการอัปเดตข้อมูลหลักสูตรได้ 300 เปอร์เซ็นต์ กำจัดเทคโนโลยีแบบเก่า และทำให้กระบวนการที่เคยทำด้วยมือเป็นไปโดยอัตโนมัติ

“องค์กรที่ได้รับการยอมรับในรางวัลนวัตกรรมลูกค้าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปีนี้ แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเริ่มต้นด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้ ระบบที่เชื่อมต่อถึงกัน และความมั่นใจที่จะคิดใหม่เกี่ยวกับวิธีการทำงาน” David Irecki ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นของ Boomi กล่าว

“ไม่ว่าจะเป็นการสร้างผลกระทบทางธุรกิจที่วัดผลได้ การเปิดใช้งานข้อมูลองค์กร การนำ AI และการปรับเปลี่ยนด้วยเอเจนต์มาใช้ หรือการสร้างขีดความสามารถของแพลตฟอร์มเพื่อการเติบโตในอนาคต องค์กรเหล่านี้ล้วนส่งมอบผลลัพธ์ที่ก้าวไกลเกินกว่าแค่เทคโนโลยี เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางร่วมกับผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมเหล่านี้ ในขณะที่พวกเขากำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมของตน และแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นไปได้ผ่านพลังของการใช้ประโยชน์จากข้อมูล”

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับ Boomi

Boomi เป็นบริษัทด้านการเปิดใช้งานข้อมูลสำหรับ AI ที่ขับเคลื่อนองค์กรแบบเอเจนต์ด้วยการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ทั่วทั้งธุรกิจ โดยแพลตฟอร์ม Boomi Enterprise เป็นฐานข้อมูลที่สามารถใช้งานได้จริง ที่ช่วยมอบโครงสร้างพื้นฐานเอเจนต์ที่จำเป็นในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงแบบเอเจนต์ ด้วยการรวมการออกแบบและการกำกับดูแลเอเจนต์ การจัดการ API และ MCP การบูรณาการและการทำงานอัตโนมัติ และการจัดการข้อมูลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว โดย Boomi สามารถช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากพลังของ AI ได้ด้วยการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและสามารถปรับขนาดได้ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 30,000 ราย รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายพันธมิตรมากกว่า 800 ราย โดย Boomi สามารถช่วยให้องค์กรทุกขนาดบรรลุความคล่องตัว ประสิทธิภาพ และนวัตกรรมต่างๆ ในวงกว้าง ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ boomi.com

© 2026 Boomi, LP. Boomi, โลโก้ ‘Boomi’, โลโก้ ‘B’ และ Boomiverse เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Boomi, LP หรือบริษัทในเครือหรือบริษัทร่วมในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ ชื่อหรือเครื่องหมายอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260901735213/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Jasmine Ee
ฝ่ายการสื่อสารระดับโลก
jasmine.ee@boomi.com

ที่มา: Boomi

Brickworks ปรับปรุงสถาปัตยกรรมการบูรณาการและเปิดใช้งานข้อมูลระดับองค์กรด้วย Boomi

Logo

Boomi ช่วยให้ผู้ผลิตสัญชาติออสเตรเลียลดความซับซ้อนในการบูรณาการ เร่งการส่งมอบโครงการ และเปิดใช้งานข้อมูลระดับองค์กรผ่านสถาปัตยกรรมการบูรณาการที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้

ซิดนีย์–(BUSINESS WIRE)–02 กันยายน 2026

Boomiบริษัทผู้ให้บริการการเปิดใช้งานข้อมูลสำหรับ AI ได้ประกาศในวันนี้ว่า Brickworks ได้ปรับปรุงสถาปัตยกรรมการบูรณาการโดยใช้แพลตฟอร์ม Boomi Enterpriseที่สามารถช่วยปลดล็อกข้อมูลองค์กรที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ก่อนหน้านี้ ช่วยเร่งการส่งมอบเทคโนโลยี และสร้างรากฐานที่สามารถปรับขนาดได้สำหรับการเติบโตในอนาคต

Brickworks Modernises Integration Architecture and Activates Enterprise Data With Boomi

Brickworks ปรับปรุงสถาปัตยกรรมการบูรณาการและเปิดใช้งานข้อมูลระดับองค์กรด้วย Boomi

Brickworks เป็นหนึ่งในธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้างชั้นนำของออสเตรเลีย มีประวัติมาอย่างยาวนานในการผลิต จัดจำหน่าย และดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยองค์กรนี้เป็นที่รู้จักกันดีในด้านกลุ่มแบรนด์ที่แข็งแกร่งทั่วออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอเมริกาเหนือ โดยมีแบรนด์ต่างๆ เช่น Austral Bricks, Austral Masonry, Bristile Roofing และ Glen Gery ที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อสร้างหลากหลายประเภทให้กับตลาดที่อยู่อาศัย พาณิชย์ และโครงสร้างพื้นฐาน โดยหัวใจสำคัญของ Brickworks คือการผสมผสานความสามารถในการผลิตที่น่าเชื่อถือ ผลิตภัณฑ์ที่เน้นการออกแบบ และการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งเพื่อส่งมอบให้แก่ลูกค้า

Brickworks มีพนักงานประมาณ 1,800 คนทั่วโลก และดำเนินงานผ่านเครือข่ายโรงงานผลิต ศูนย์ออกแบบ และร้านค้าปลีกที่กว้างขวางต่างๆ ฐานลูกค้าของบริษัทมีความหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ผู้รับเหมาก่อสร้าง สถาปนิก นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้รับเหมา ผู้ค้าปลีก และเจ้าของบ้านในตลาดที่อยู่อาศัย พาณิชย์ และโครงสร้างพื้นฐาน แทนที่จะให้บริการเฉพาะกลุ่มลูกค้าเล็กๆ Brickworks กลับให้การสนับสนุนระบบนิเวศที่กว้างขวางในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง

Brickworks ตระหนักถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการดำเนินงานหลักและปรับปรุงรากฐานทางเทคโนโลยีให้ทันสมัยเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

ระบบการเชื่อมต่อข้อมูลของ Brickworks ในอดีตนั้นสร้างขึ้นจากการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุดที่ใช้ครั้งเดียว ซึ่งจำกัดความสามารถขององค์กรในการเข้าถึง แบ่งปัน และดำเนินการกับข้อมูล โดยข้อมูลที่มีค่าจำนวนมากยังคงติดอยู่ในเอกสารและระบบที่ไม่เชื่อมต่อกัน การสร้างการเชื่อมต่อใหม่ๆ จึงช้าลงและมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต Brickworks จึงเริ่มสร้างสถาปัตยกรรมการเชื่อมต่อข้อมูลที่สามารถปรับขนาดได้และนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งสามารถเปิดใช้งานข้อมูลองค์กรที่เชื่อถือได้

“โดยพื้นฐานแล้ว เราต้องการย้ายข้อมูลของเราไปไว้บนทางหลวง พร้อมทั้งสร้างการนำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่และปลดล็อกข้อมูลที่เราไม่สามารถเข้าถึงได้ก่อนหน้านี้” Keiren Lawrence ซีไอโอของ Brickworks กล่าว “สิ่งนี้จะเปลี่ยนการบูรณาการจากความสามารถเบื้องหลังแบบครั้งเดียวไปเป็นตัวขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์หลักสำหรับทีมในการขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจจากเทคโนโลยีหลักอย่างแท้จริง”

Brickworks ได้ร่วมมือกับ Atturraที่เป็นพันธมิตรของ Boomi มาอย่างยาวนาน และเคยติดตั้งแพลตฟอร์ม Boomi Enterprise ในระบบต่างๆ ของ Brickworks มาก่อน เพื่อนำ Boomi Companion มาใช้งานร่วมกับ Atturra Integration Accelerator (AIA) ของตนเอง เพื่อเชื่อมต่อระบบการจัดการข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Brickworks กับระบบการจัดการเนื้อหาของบริษัท

“เราได้ร่วมงานกับ Brickworks ในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจและปลดล็อกผลประโยชน์ทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์โดยการปรับปรุงและยกระดับสถาปัตยกรรมแอปพลิเคชันและการบูรณาการ” Peter Savage ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีภาคสนามด้านข้อมูลและการบูรณาการของ Atturra กล่าว

แทนที่จะใช้วิธีการสร้างระบบบูรณาการแบบเดิม ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่า 80 วันทำการ วิธีการที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะสามารถช่วยลดระยะเวลาในการส่งมอบให้เหลือเพียง 12 วัน โดยสามารถสร้างอินเทอร์เฟซได้ถึง 18 รายการ พร้อมทั้งลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ โซลูชันนี้สร้างเอกสารที่ครบถ้วนและบำรุงรักษาได้ง่าย ซึ่งหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนสุดท้ายสามารถจัดการได้ด้วยการทำซ้ำอย่างง่ายๆ แทนที่จะเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด โดย AIA ของ Attura นั้นมีความพร้อมกับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของพวกเขา ทำให้ทีม Brickworks มั่นใจในด้านการออกแบบที่อยู่เบื้องหลังระบบอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างของแนวทางการบูรณาการของ Brickworks โดยการสร้างรูปแบบสถาปัตยกรรมบนแพลตฟอร์มที่ช่วยเพิ่มความเร็ว ความน่าเชื่อถือ และการนำกลับมาใช้ใหม่ได้สำหรับโครงการในอนาคต ในการบูรณาการด้านการตลาดที่ซับซ้อนเมื่อเร็วๆ นี้ ที่เกี่ยวข้องกับการย้ายข้อมูลผลิตภัณฑ์ไปยังเว็บไซต์ที่เพิ่งเปิดตัว ทีมงานได้ส่งมอบการบูรณาการทั้งหมดโดยไม่หยุดชะงัก แม้จะมีกำหนดเวลาที่จำกัดและการเปลี่ยนแปลงในนาทีสุดท้ายหลายอย่าง ซึ่งโดยปกติแล้วจะทำให้เกิดความล่าช้าเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน

“นอกเหนือจากการได้รับประโยชน์จากการไม่ต้องย้ายข้อมูลด้วยตนเองแล้ว Brickworks ยังได้ปลดล็อกศักยภาพในอนาคตที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่กว้างขึ้น” Savage กล่าว “เมื่อเราเปิดตัว Atturra Integration Accelerator ร่วมกับ Boomi Companion เราก็สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกประการ และนับเป็นความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก”

ขณะที่ Brickworks กำลังดำเนินการปรับปรุงแพลตฟอร์มให้ทันสมัย ​​สิ่งสำคัญคือต้องทำเช่นนั้นโดยไม่สร้างความซับซ้อน Lawrence กล่าวว่า “Boomi เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในกลยุทธ์ของเรา และช่วยให้เรามีวิธีการเชื่อมต่อระบบและใช้งานข้อมูลของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถปรับขนาดได้”

“นับตั้งแต่เราปรับปรุงสถาปัตยกรรมบูรณาการให้ทันสมัยด้วย Boomi การใช้งานแพลตฟอร์มของเราเพิ่มขึ้น 700 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ทีมต่างๆ สามารถทำงานได้เร็วขึ้นและให้ข้อมูลที่ถูกต้องได้ในเวลาและสถานที่ที่ต้องการ ที่ช่วยปลดล็อกข้อมูลเชิงลึกที่ไม่เคยมีมาก่อน” Lawrence กล่าว

การใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาพร้อมกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหมายความว่า Brickworks ได้กำหนดรูปแบบสถาปัตยกรรมเหล่านั้นเพื่อลดต้นทุนและความซับซ้อนของการบูรณาการ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนและความน่าเชื่อถือที่ดีขึ้นแก่ลูกค้า ตัวอย่างหนึ่งมาจากด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่ง Boomi ได้ปลดล็อกข้อมูลการใช้จ่ายกว่า 40,000 รายการที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเข้าถึงได้ และบันทึกรายละเอียดระดับรายการ ซึ่งปัจจุบันป้อนข้อมูลเข้าสู่การวิเคราะห์การจัดการหมวดหมู่โดยการจัดการการดึงข้อมูลจากกล่องจดหมายและการกำหนดเส้นทางไฟล์ PDF จำนวน 135,000 ไฟล์ผ่าน Azure Document Understanding ทำให้ทีมงานของ Brickworks มีข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น เปิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับการเจรจาต่อรองกับผู้ขาย การตัดสินใจด้านราคา และการวิเคราะห์การใช้จ่ายในวงกว้างขึ้นได้

ในอนาคต กลยุทธ์ของ Brickworks คือการต่อยอดจากรากฐานที่ปรับขนาดได้และปลอดภัยซึ่งได้สร้างไว้แล้ว โดยขยายการกำกับดูแลที่เข้มแข็งไปสู่การบูรณาการข้อมูลและการทำงานอัตโนมัติควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจ สิ่งนี้จะช่วยให้การส่งมอบบริการแก่ลูกค้ามีความรวดเร็วและมีความมั่นใจยิ่งขึ้น ด้วยความแม่นยำที่มากขึ้นและประสบการณ์โดยรวมของลูกค้าที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น Brickworks วางแผนที่จะขยายการใช้ความสามารถของ AI แบบเอเจนต์ภายในแพลตฟอร์ม Boomi Enterprise ในขณะเดียวกันก็ยังคงสานต่อความร่วมมือที่น่าเชื่อถือที่ได้สร้างไว้

“Brickworks ได้แสดงให้เห็นว่า เมื่อการบูรณาการกลายเป็นความสามารถเชิงกลยุทธ์ องค์กรต่างๆ จะสามารถปลดล็อกคุณค่าสูงสุดของข้อมูลของตนได้” David Irecki ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นของ Boomi กล่าว “เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ร่วมกับ Atturra ในการช่วยให้ Brickworks สร้างรากฐานการบูรณาการที่สามารถปรับขนาดได้และนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ที่ช่วยให้การส่งมอบงานรวดเร็วยิ่งขึ้นในปัจจุบัน พร้อมทั้งสร้างข้อมูลที่น่าเชื่อถือซึ่งจำเป็นต่อการขยายธุรกิจอย่างมั่นใจ”

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

  • รับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าทั่วโลกของ Boomi
  • ติดตาม Boomi ได้บน X, LinkedIn, Facebook และ YouTube

เกี่ยวกับ Boomi

Boomi เป็นบริษัทด้านการเปิดใช้งานข้อมูลสำหรับ AI ที่ขับเคลื่อนองค์กรโดยใช้เอเจนต์ด้วยการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ทั่วทั้งธุรกิจ โดยแพลตฟอร์ม Boomi Enterprise เป็นฐานข้อมูลที่สามารถใช้งานได้จริง ที่ช่วยมอบโครงสร้างพื้นฐานเอเจนต์ที่จำเป็นในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงแบบเอเจนต์ ด้วยการรวมการออกแบบและการกำกับดูแลเอเจนต์ การจัดการ API และ MCP การบูรณาการและการทำงานอัตโนมัติ และการจัดการข้อมูลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว โดย Boomi สามารถช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากพลังของ AI ได้ด้วยการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและสามารถปรับขนาดได้ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 30,000 ราย รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายพันธมิตรมากกว่า 800 ราย โดย Boomi สามารถช่วยให้องค์กรทุกขนาดบรรลุความคล่องตัว ประสิทธิภาพ และนวัตกรรมต่างๆ ในวงกว้าง ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ boomi.com

© 2026 Boomi, LP. Boomi, โลโก้ ‘Boomi’, โลโก้ ‘B’ และ Boomiverse เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Boomi, LP หรือบริษัทในเครือหรือบริษัทร่วมในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ ชื่อหรือเครื่องหมายอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260901523932/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Jasmine Ee
ฝ่ายการสื่อสารระดับโลก
jasmine.ee@boomi.com

ที่มา: Boomi

Peregrine และ Sinar Primera ผนึกกำลังเพื่อสร้างคลังสินค้าห้องเย็นแห่งใหม่ของอินโดนีเซีย

Logo

การเข้าซื้อกิจการคลังสินค้าห้องเย็นที่มีอยู่แล้วในย่านพลูอิต และการพัฒนาโครงการใหม่ในย่านนาโรโกง คาดว่าจะช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บรวมประมาณ 35,000 ตารางเมตรในเขตมหานครจาการ์ตา

สิงคโปร์และจาการ์ตา อินโดนีเซีย–(BUSINESS WIRE)–31 สิงหาคม 2026

Peregrine Cold Logistics (“Peregrine” หรือ “PCL”) แพลตฟอร์มคลังสินค้าห้องเย็นและโลจิสติกส์แบบครบวงจรของเอเชีย ประกาศในวันนี้ถึงการเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียผ่านการร่วมทุนกับ Sinar Primera หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เศรษฐกิจใหม่ชั้นนำของอินโดนีเซีย เพื่อซื้อและสร้างคลังสินค้าห้องเย็นระดับชั้นนำทั่วประเทศอินโดนีเซีย โดยความร่วมมือนี้เป็นการรวมการเข้าซื้อคลังสินค้าที่มีอยู่แล้วของ Sinar Primera ในย่านพลูอิตเข้ากับการพัฒนาโครงการใหม่ในย่านนาโรโกง

ความร่วมมือกับ Sinar Primera ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวต่อไปของการขยายธุรกิจของ Peregrine โดยเป็นการเสริมแพลตฟอร์มห่วงโซ่ความเย็นที่มีอยู่เดิมในฟิลิปปินส์ และเครือข่ายแบบบูรณาการของ Peregrine ที่เชื่อมโยงตลาดที่มีการเติบโตสูงทั่วอาเซียนและกลุ่มประเทศ GCC โดยการเข้าสู่เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Peregrine นี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยและควบคุมอุณหภูมิได้ทั่วประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของเมือง และภาคอาหารและค้าปลีกที่ทันสมัยมากขึ้นกำลังผลักดันความต้องการคลังสินค้าแช่เย็นระดับชั้นนำที่สร้างขึ้นตามมาตรฐานสากล โดยอินโดนีเซียกำลังจะมีบทบาทสำคัญในเครือข่ายระดับภูมิภาคของ Peregrine โดยเชื่อมโยงผู้ผลิตอาหาร ผู้นำเข้าและผู้ส่งออก บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) และเครือร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานทั่วทั้งหมู่เกาะเข้าไว้ด้วยกัน

โรงงานเดิมของ Sinar Primera ในพลูอิต ตั้งอยู่ในทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์และให้บริการลูกค้าทั่วจาการ์ตาตอนเหนือและตะวันตก ในขณะที่โรงงานแห่งใหม่ในนาโรโกง ซึ่งมีระบบแช่แข็งและแช่เย็นแบบกึ่งอัตโนมัติที่ได้มาตรฐานระดับโลก เป็นศูนย์กลางของโมเดลแบบฮับแอนด์สโปค เมื่อรวมกันแล้ว ทั้งสองแห่งจะส่งมอบคุณภาพ ระบบ และกระบวนการที่แบรนด์ระดับโลกและบริษัทอาหารชั้นนำในท้องถิ่นของอินโดนีเซียต้องการ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหารที่เพิ่มขึ้น ด้วยการใช้ประโยชน์จากความรู้เชิงลึกด้านการพัฒนาตลาดในท้องถิ่น การเข้าถึงที่ดิน ความสามารถในการดำเนินการในพื้นที่ของ Sinar Primera และเครือข่ายห่วงโซ่ความเย็นระดับโลก โดยความมุ่งมั่นในคุณภาพ และความเป็นเลิศในการดำเนินงานของ Peregrine จะช่วยให้กิจการร่วมค้านี้สามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง

Jeff Hogarth ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Peregrine Cold Logistics กล่าวว่า “การเข้ามาดำเนินธุรกิจในอินโดนีเซียถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์ของ Peregrine ในการสร้างแพลตฟอร์มห่วงโซ่ความเย็นระดับนานาชาติแบบครบวงจร ด้วยความร่วมมือกับ Sinar Primera เราได้ผสานความรู้ความเข้าใจในตลาดท้องถิ่นอย่างลึกซึ้งและโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง เข้ากับประสบการณ์การดำเนินงานระดับนานาชาติและความสัมพันธ์กับลูกค้าของ Peregrine เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงแค่การสร้างศักยภาพในอินโดนีเซีย แต่เป็นการเชื่อมโยงตลาดเข้ากับเครือข่าย ASEAN และ GCC ที่กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อสร้างโซลูชันด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจรสำหรับลูกค้า และเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการเติบโตในระยะยาวทั่วทั้งภูมิภาค”

Hong Kah Jin หัวหน้า Sinar Primera Group ล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Peregrine ซึ่งเป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่ความเย็นและฐานลูกค้าระดับนานาชาติของพวกเขา เข้ากับการดำเนินงานในตลาดท้องถิ่นที่แข็งแกร่งและความสามารถในการส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพของเรา เราตั้งใจที่จะตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับโครงสร้างพื้นฐานควบคุมอุณหภูมิในอินโดนีเซีย สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าของเรา และกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับความปลอดภัย ความมั่นคง และคุณภาพด้านอาหารที่ยั่งยืนในอินโดนีเซีย”

เกี่ยวกับ Peregrine Cold Logistics

Peregrine Cold Logistics คือแพลตฟอร์มห่วงโซ่ความเย็นที่ได้รับการสนับสนุนจาก Stonepeak บริษัทชั้นนำด้านการลงทุนทางเลือกที่เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานและสินทรัพย์จริง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ควบคุมอุณหภูมิที่ทันสมัยทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและกลุ่มประเทศ GCC โดย Peregrine มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ ให้บริการคลังสินค้าห้องเย็น การขนส่งแช่เย็น และบริการเสริมต่างๆ ที่สนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร ความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน และการเติบโตของภูมิภาค สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.peregrinecold.com

เกี่ยวกับ Sinar Primera

Sinar Primera Group เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยการพัฒนาสินทรัพย์ที่สร้างสรรค์และยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจใหม่นี้ เรานำความแม่นยำทางเทคนิคและความเชี่ยวชาญเชิงลึกในอุตสาหกรรมมาใช้ เพื่อส่งมอบสินทรัพย์ที่พร้อมสำหรับอนาคต ซึ่งได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความต้องการในระยะยาว พอร์ตโฟลิโอหลักของกลุ่มบริษัท Sinar Primera ประกอบด้วยนิคมอุตสาหกรรมที่เน้นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โซลูชันด้านโลจิสติกส์ และศูนย์ข้อมูลที่ทันสมัย ​​สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Sinar Primera โปรดไปที่เว็บไซต์ของบริษัทที่ https://sinarprimera.com/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
James Buck
รองประธานและหัวหน้าฝ่ายพาณิชย์
Peregrine Cold Logistics
comms@peregrinecold.com

ที่มา: Peregrine Cold Logistics

เกม Star Wars Zero Company™ พร้อมให้เล่นแล้วบน PC, PlayStation 5 และคอนโซล Xbox Series

Logo

เกมเปิดตัวของ Bit Reactor ได้ผสานความลึกซึ้งเชิงกลยุทธ์และความงดงามแบบภาพยนตร์เข้าด้วยกันเพื่อเรื่องราว Star Wars รูปแบบใหม่

รับชม ตัวอย่างสุดท้าย เพื่อดูว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับกาแล็กซี

เรดวูดซิตี รัฐแคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–27 สิงหาคม 2026

Electronic Arts Inc. และ Bit Reactor ร่วมกับ Lucasfilm Games ประกาศในวันนี้ว่า Star Wars Zero Company เกมวางแผนการรบแบบผลัดตาเล่นสำหรับผู้เล่นคนเดียว ที่ดำเนินเรื่องในช่วง Clone Wars™ พร้อมให้เล่นแล้วบน PC ผ่านแอป EA, Steam และ Epic Games Store รวมถึงเครื่องเล่นเกม PlayStation®5 และคอนโซล XBOX Series โดยในเกม Star Wars Zero Company อดีตเจ้าหน้าที่สาธารณรัฐอย่าง Hawks และ Zero Company ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษที่ไม่ธรรมดา ได้รับการคัดเลือกให้ปฏิบัติภารกิจโดยหน่วยข่าวกรองของสาธารณรัฐ จากอดีตขุนนางไปจนถึงอดีตนักโทษ โดยพวกเขามีภารกิจเดียวกันคือ หยุดยั้ง Infinite Coil ลัทธิที่อยู่ฝ่ายแบ่งแยกดินแดน และผู้นำของพวกเขา Kundri Fathom ก่อนที่โรคระบาด Shadow Plague ที่ร้ายแรงจะแผ่ขยายไปทั่วกาแล็กซี

“หลังจากที่ทีมงานที่ยอดเยี่ยมของเราทุ่มเททำงานอย่างหนักมาหลายปี ในที่สุดเกม Star Wars Zero Company ก็พร้อมเปิดตัวแล้ว” Greg Foertsch ผู้อำนวยการเกมและซีอีโอของ Bit Reactor กล่าว “ในนามของทุกคนที่ Bit Reactor ผมขอขอบคุณผู้เล่นทุกท่านสำหรับกำลังใจและความมุ่งมั่นที่มอบให้ตลอดการเดินทางครั้งนี้ เราภูมิใจในเกมนี้อย่างมากและตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่า Zero Company ในแบบของคุณจะเป็นอย่างไรบ้างผ่านการเลือกและสไตล์การเล่นของคุณ การได้สร้างเกม Star Wars™ นี้ร่วมกับ Lucasfilm Games ถือเป็นความฝันที่เป็นจริง”

การนำทีมปฏิบัติการสุดชาญฉลาดแห่งสงครามโคลนในปฏิบัติการทางยุทธวิธี การสืบสวน และภารกิจสุดระทึกอื่นๆ ผ่านเรื่องราวต้นฉบับแบบภาพยนตร์ สร้างความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างเพื่อนร่วมทีมเพื่อปลดล็อกพลังการต่อสู้ใหม่ๆ และพลิกสถานการณ์ ปรับแต่งความเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้และรูปลักษณ์ของ Hawk จากนั้นเติมเต็มทีมด้วยตัวละคร Star Wars ดั้งเดิมและที่สร้างขึ้นเอง ปรับแต่งรูปลักษณ์ อุปกรณ์ และความสามารถของพวกเขา วางแผนและปรับตัวทั้งในสนามรบและที่ฐานปฏิบัติการของคุณ The Den เพื่อให้ทุกการเคลื่อนไหวมีความหมาย Star Wars Zero Company กำหนดอนาคตของเกมวางแผนการรบแบบผลัดตาเล่น โดยผสมผสานการเล่นเกมเชิงกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งเข้ากับความงดงามแบบภาพยนตร์ เพื่อสร้างประสบการณ์การรบที่ตื่นเต้นเร้าใจระดับบล็อกบัสเตอร์

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมมือกับ Bit Reactor และ EA เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมเชิงกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งในมุมมืดของสงครามโคลน” Douglas Reilly รองประธานและผู้จัดการทั่วไปของ Lucasfilm Games กล่าว “ทีมงานของ Bit Reactor ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในเกมแนวนี้ นำมุมมองใหม่มาสู่เกมเปิดตัวนี้ ซึ่งจะผลักดันขอบเขตและสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างสำหรับแฟนๆ Star Wars เราแทบรอไม่ไหวที่จะให้ผู้เล่นได้เข้าบัญชาการ Zero Company และค้นพบเรื่องราวStar Wars ที่สมจริง ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่พวกเขาเคยสัมผัสมาก่อน”

Star Wars Zero Company วางจำหน่ายแล้วทั้งในรูปแบบร้านค้าปลีกและร้านค้าดิจิทัลสำหรับ PC ผ่านแอป EA, Steamและ Epic Games Store รวมถึง PlayStation 5 และคอนโซล XBOX Series โดยเวอร์ชัน Digital Deluxe Editionมาพร้อมไอเทมตกแต่งพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Clone Wars โดยวางจำหน่ายในราคา 59.99 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับ PC และ 69.99 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับคอนโซล ส่วนเวอร์ชัน Collector’s Editionวางจำหน่ายในราคา 299.99 ดอลลาร์สหรัฐโดยมามาพร้อมกับของเล่นธีม Star Wars Zero Company จาก Hasbro Black Series เช่น ระเบิดความร้อน กล่องเหล็ก แผ่นรองโต๊ะ และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ เพลงประกอบเกม Star Wars Zero Company มีดนตรีประกอบต้นฉบับโดย Gordy Haab นักแต่งเพลงเจ้าของรางวัล GRAMMY® ก็วางจำหน่ายแล้วผ่านทาง Walt Disney Records

ติดตาม EA Star Wars ได้ที่ X, Facebook, YouTube และ Instagram เพื่อรับข่าวสารล่าสุดเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม นอกจากนี้ สามารถร่วมพูดคุยอย่างเป็นทางการได้ที่ เซิร์ฟเวอร์ Discord อย่างเป็นทางการของ EA Star Wars.

ดูข้อมูลสื่อประชาสัมพันธ์ได้ที่ EAPressPortal.com

เกี่ยวกับ Bit Reactor

Bit Reactor, LLC ก่อตั้งขึ้นโดยนักพัฒนาเกมกลยุทธ์ที่มีประสบการณ์ยาวนาน ในฐานะสตูดิโอเกมอิสระที่เน้นการพัฒนาเกมเป็นหลัก โดยสร้างและปรับปรุงประสบการณ์ที่ผสมผสานการออกแบบเกม ศิลปะ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันด้วยความหลงใหลในการสร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยม ทีมงานมากความสามารถประกอบด้วยผู้ที่อยู่เบื้องหลังเกมชื่อดังมากมาย เช่น XCOM, Civilization, Gears of War, Elder Scrolls Online และอื่นๆ ติดตาม Bit Reactor ได้ที่ X, Facebook และ Instagram สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม

เกี่ยวกับ Electronic Arts

Electronic Arts เป็นผู้นำระดับโลกด้านความบันเทิงดิจิทัลแบบโต้ตอบ บริษัทพัฒนาและส่งมอบเกม เนื้อหา และบริการออนไลน์สำหรับเครื่องเล่นเกมคอนโซลที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต อุปกรณ์พกพา และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

EA มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเรดวูดซิตี รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเป็นที่รู้จักจากผลงานเกมคุณภาพสูงที่ได้รับคำวิจารณ์ชื่นชมมากมาย เช่น EA SPORTS FC™, Battlefield™, Apex Legends™, The Sims™, EA SPORTS™ Madden NFL และ EA SPORTS™ College Football สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ EA ได้ที่ www.ea.com/news

Lucasfilm, โลโก้ Lucasfilm, STAR WARS และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เป็นเครื่องหมายการค้าและ/หรือลิขสิทธิ์ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ของ Lucasfilm Ltd. และ/หรือบริษัทในเครือ © & TM 2026 Lucasfilm Ltd. สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260827012810/en

Contacts

Elizabeth Jackson
ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลก
ejackson@ea.com

ที่มา: Electronic Arts Inc.

กำเนิดที่ริยาด ขายหมดเกลี้ยงที่ปารีส — stc และ EWC พันธมิตรแห่งชัยชนะ

Logo

  • stc group เป็นผู้ก่อตั้งและพันธมิตรระดับ Elite ของการแข่งขัน Esports World Cup ต่อเนื่องกันเป็นปีที่สาม
  • EWC 2026 ซึ่งเป็นการแข่งขันครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดการแข่งขันมา ได้รวบรวมผู้เล่นกว่า 2,000 คน และสโมสรกว่า 200 สโมสร จากมากกว่า 100 ประเทศ เข้าร่วมในการแข่งขัน 25 รายการ ครอบคลุมเกม 24 เกม

กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย–(BUSINESS WIRE)–25 สิงหาคม 2026

stc group ซึ่งเป็นผู้นำด้านการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ได้ปิดฉากการเป็นพันธมิตรผู้ก่อตั้งและพันธมิตรระดับ Elite ของการแข่งขัน Esports World Cup (EWC) ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยให้การสนับสนุนการแข่งขันซึ่งจัดขึ้นนอกประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นครั้งแรก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส EWC ครั้งนี้ ถือเป็นการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดมา โดยมีนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพกว่า 2,000 คน และสโมสรกว่า 200 สโมสร จากมากกว่า 100 ประเทศ เข้าร่วมแข่งขันใน 25 รายการแข่งขัน ครอบคลุมเกม 24 เกม ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Fans hold up the stc/EWC banner during the Esports World Cup 2026 grand final at the Accor Arena in Paris (Photo: AETOSWire)

แฟนๆ ชูแบนเนอร์ stc/EWC ระหว่างการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ Esports World Cup 2026 ที่ Accor Arena ในปารีส (ภาพ: AETOSWire)

การย้ายการแข่งขันมาจัดที่กรุงปารีสถือเป็นบทใหม่ของการแข่งขันที่เริ่มต้นขึ้นที่กรุงริยาดเมื่อปี 2024 สะท้อนให้เห็นถึงการขยายฐานไปสู่ระดับนานาชาติและบทบาทที่เพิ่มขึ้นของกีฬาอีสปอร์ต ขณะที่ stc ยังคงเป็นพันธมิตรอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงการเติบโตดังกล่าว ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในวงกว้างต่อระบบนิเวศของวงการเกม ทั้งการสนับสนุนการแข่งขันระดับมืออาชีพ ผู้เล่นสมัครเล่น การเข้าถึงการถ่ายทอดสด และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่อยู่เบื้องหลังการจัดการแข่งขันอีสปอร์ต

ตลอดการแข่งขัน EWC 2026 stc มีบทบาทโดดเด่นตลอดทั้งการแข่งขัน โดย stc Arena เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน VALORANT, League of Legends, Counter-Strike 2, Rocket League, EA FC 26, Overwatch 2 และ Call of Duty: Black Ops 7 รวมถึงเลานจ์สำหรับผู้เล่นของ stc และ stc Contenders ด้วย

ความร่วมมือนี้ยังได้สร้างโอกาสให้แก่ผู้เล่นนอกเหนือจากการแข่งขันในระดับมืออาชีพ โดยผ่านรายการ Warriors Cup ซึ่งมีผู้เล่นมือสมัครเล่นกว่า 10,000 คนเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 200 รายการใน 16 เกม เปิดโอกาสให้ผู้เล่นดาวรุ่งได้ก้าวเข้าสู่การแข่งขันอย่างเป็นระบบ

stc ยังได้ขยายการรับชมการแข่งขันไปสู่ผู้ชมที่อยู่นอกสถานที่จัดการแข่งขันผ่านช่อง EWC โดยเฉพาะบน stc tv โดยช่องดังกล่าวได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม และนำเสนอเนื้อหาการแข่งขันวันละ 10–12 ชั่วโมง ครอบคลุมการถ่ายทอดสด ไฮไลต์ และบทวิเคราะห์การแข่งขัน และมียอดการรับชมมากกว่า 3 ล้านครั้ง ณ วันที่ 23 สิงหาคม

กระแสความสนใจต่อการแข่งขัน EWC ยังคงอยู่ในระดับสูงจนถึงช่วงท้ายของการแข่งขันที่กรุงปารีส โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ได้ย้ายไปจัดที่ Accor Arena ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่จัดงานในร่มที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง เพื่อรองรับแฟน ๆ ได้มากขึ้น และเป็นเวทีปิดฉากการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่สำหรับ EWC ครั้งแรกที่จัดขึ้นนอกประเทศซาอุดีอาระเบีย

ความร่วมมือดังกล่าวได้เติบโตไปพร้อมกับ EWC นับตั้งแต่การแข่งขันครั้งแรกที่กรุงริยาดในปี 2024 โดยในปีดังกล่าว การแข่งขันมีผู้ชมทั่วโลกมากกว่า 500 ล้านคน ขณะที่ stc ให้การสนับสนุนด้านการเชื่อมต่อแก่ผู้เล่นกว่า 10,000 คน โดยมีความพร้อมใช้งานของเครือข่ายสูงถึง 99.9% ในปีถัดมา EWC มีนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพเข้าร่วมกว่า 2,000 คน และมีผู้เข้าชมภายในสถานที่จัดงานกว่า 3 ล้านคน ขณะที่ stc ได้เพิ่มพื้นที่ครอบคลุมของเครือข่ายมากกว่า 20% เพื่อรองรับการแข่งขันดังกล่าว

นอกจากนี้ บทบาทของ stc ในวงการเกมยังได้รับการยอมรับจากหน่วยงานกำกับดูแลกิจการด้านการสื่อสาร อวกาศ และเทคโนโลยีของประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งได้มอบรางวัลผู้ประกอบการเกมระดับแพลตินัมให้แก่กลุ่มบริษัทนี้ติดต่อกันถึงสิบวาระ

สามปีต่อมา ความร่วมมือนี้ได้พัฒนาไปพร้อมกับ EWC ซึ่งเติบโตจากงานเปิดตัวในกรุงริยาดสู่เวทีระดับนานาชาติ stc ยังคงสนับสนุนการเติบโตในด้านการเชื่อมต่อ การออกอากาศ และการแข่งขัน ช่วยขยายช่องทางให้ผู้เล่นและผู้ชมมีส่วนร่วมในรูปแบบความบันเทิงที่เติบโตเร็วที่สุดรูปแบบหนึ่งของโลก

*ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260825372468/en

Contacts

Mohammad Khan
STC-ME@fgsglobal.com

ที่มา: stc group

NIPPON KINZOKU เริ่มการผลิตสแตนเลสสตีลชนิดบางและแคบเป็นพิเศษจำนวนมากเพื่อใช้ในการทำเข็มฉีดอินซูลิน

Logo

การรับมือกับการเพิ่มขึ้นของโรคเบาหวานทั่วโลก

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–26 สิงหาคม 2026

NIPPON KINZOKU CO., LTD. (สำนักงานใหญ่: เขตมินาโตะ โตเกียว; ประธาน: Yasushi Shimokawa; TOKYO: 5491) มีความยินดีที่จะประกาศการเริ่มต้นการผลิตจำนวนมากสำหรับ “สแตนเลสสตีลชนิดบางและแคบเป็นพิเศษ” ที่ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมสำหรับการเชื่อมด้วยเลเซอร์ในเข็มฉีดอินซูลินขนาดเล็กพิเศษ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยทางบริษัทได้สร้างระบบการจัดหาที่มั่นคงสำหรับวัสดุคุณภาพสูงเหล่านี้แล้ว

วิกฤตโรคเบาหวานทั่วโลกกำลังขยายตัว ความต้องการเข็มฉีดยาอินซูลินทั่วโลกนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับแนวโน้มนี้ ยิ่งไปกว่านั้น การฉีดอินซูลินกำลังพัฒนาไปสู่ประสบการณ์ “ไร้ความเจ็บปวด” ที่ช่วยลดภาระของผู้ป่วย การออกแบบที่ทันสมัยให้ความสำคัญกับการลดความเจ็บปวดและรอยช้ำ ทำให้มีการใช้เข็มขนาดเล็กพิเศษอย่างแพร่หลาย แนวโน้มนี้ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นของปากกาฉีดอินซูลินแบบพกพาขนาดกะทัดรัด นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของยาควบคุมน้ำหนักทั่วโลกที่ใช้เข็มขนาดเล็กพิเศษเหล่านี้กำลังเร่งการขยายตัวของตลาดให้เร็วขึ้นเช่นกัน โดยเราจัดจำหน่าย NK-304NKM ที่เป็นเหล็กกล้าไร้สนิมชนิดพิเศษสำหรับท่อเชื่อมผนังบางที่ใช้ในทางการแพทย์และเครื่องสำอาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ “เข็มไร้ความเจ็บปวด” โดยวัสดุนี้ให้คุณสมบัติที่เหนือกว่าทั้งด้านการเชื่อมที่เสถียรและการขึ้นรูปที่ดีเยี่ยม ข้อได้เปรียบด้านคุณภาพของเราได้รับการยอมรับและมีคุณค่าอย่างสูงในตลาดโลก

นวัตกรรมทางเทคโนโลยี: การเปลี่ยนไปใช้การเชื่อมด้วยเลเซอร์และการสร้างระบบการผลิตจำนวนมากแบบใหม่
โดยทั่วไปแล้ว การผลิตเข็มฉีดอินซูลินนั้นจะเกี่ยวข้องกับการขึ้นรูปท่อจากวัสดุฐานที่มีความหนา 0.2 มม. โดยใช้การเชื่อม TIG หรือการเชื่อมพลาสมา ตามด้วยการดึงและการอบชุบความร้อนซ้ำๆ เพื่อให้ได้ความหนาที่บางเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก อุตสาหกรรมจึงได้เปลี่ยนมาใช้การเชื่อมด้วยเลเซอร์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้ความเร็วในการเชื่อมสูงขึ้นอย่างมาก และทำให้วัสดุพื้นฐานมีความบางลงกว่า 50% (เช่น 0.08 มม.) จากขั้นตอนเริ่มต้น
เพื่อตอบสนองคำขอจำนวนมากจากลูกค้าทั่วโลกที่ต้องการวัสดุคุณภาพสูงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเชื่อมด้วยเลเซอร์ เราได้ทำการทดลองอย่างกว้างขวางร่วมกับผู้ผลิตชั้นนำ ส่งผลให้เราสามารถสร้างระบบการผลิตและจัดหาวัสดุผนังบางและแคบในปริมาณมากได้อย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งตรงตามมาตรฐานคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด

คุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์และจุดแข็งในการแข่งขัน
วัสดุที่ใช้ในการเชื่อมด้วยเลเซอร์นั้นต้องการการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดเช่นเดียวกับวัสดุที่ใช้ในการเชื่อม TIG และการเชื่อมพลาสมาแบบดั้งเดิม ด้วยจุดแข็งทางเทคนิคหลักของเรา เราจึงสามารถสร้างเสถียรภาพที่ยอดเยี่ยมแม้ในวัสดุที่บางมากได้

  1.  คุณภาพขอบคมที่เหนือกว่า:
     การควบคุม “อัตราส่วนพื้นผิวเฉือน” ขั้นสูง เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในการเชื่อม โดยสามารถช่วยลดข้อบกพร่องในการเชื่อมได้
  2.  ความเสถียรอย่างต่อเนื่องสำหรับม้วนยาว:
     ความสามารถในการเชื่อมที่สม่ำเสมอจะคงอยู่ตลอดความยาวม้วน 4,000 เมตร ทำให้มั่นใจได้ถึงการจัดหาที่เสถียรสำหรับการผลิตในปริมาณมาก
  3.  ความคลาดเคลื่อนของขนาดที่มีความแม่นยำสูง:
     เราผลักดันขีดจำกัดของความคลาดเคลื่อนด้านความหนาและความกว้าง เพื่อตอบสนองความต้องการที่เข้มงวดของการเชื่อมด้วยเลเซอร์ความเร็วสูง
  4.  ความสามารถในการใช้งานยอดเยี่ยม:
     วัสดุของเรามีความยืดหยุ่นสูงและมีความแข็งแรงบริเวณรอยเชื่อมที่ดีเยี่ยม ทำให้สามารถดึงขึ้นรูปเป็นเข็มขนาดเล็กพิเศษได้โดยไม่แตกหัก

คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.nipponkinzoku.co.jp/assets/images/2026/08/20260826-En-Press-Release.pdf

เกี่ยวกับ NIPPON KINZOKU Group
มีการนำผลิตภัณฑ์ของเราไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่อุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูงไปจนถึงอุตสาหกรรมก่อสร้าง https://www.nipponkinzoku.co.jp/en/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260826770424/en

Contacts

NIPPON KINZOKU CO., LTD.
ฝ่ายกระบวนการผลิตและสนับสนุน
https://www.nipponkinzoku.co.jp/en/inquiry

ที่มา: NIPPON KINZOKU CO., LTD.

Bidgely เปิดตัวซีรีส์งานประชุม EmPOWER AI ปี 2027 เร่งความก้าวหน้าของ AI ในระบบนิเวศพลังงาน

Logo

กำหนดการจัดงานประกอบด้วยงานประชุมสุดยอดหลักที่ชิคาโก โดยมี PSEG Long Island เป็นเจ้าภาพ และฟอรัมระดับภูมิภาคเฉพาะในแคลการีและ EMEA

ลอสอัลทอส รัฐแคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–26 สิงหาคม 2026

เพื่อขยายโครงการริเริ่มในการส่งเสริมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ปลอดภัยและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึกในภาคพลังงาน Bidgely ได้ประกาศปฏิทินซีรีส์งานประชุม EmPOWER AI ปี 2027 ซึ่งประกอบด้วยการประชุมระดับโลกครั้งสำคัญในชิคาโก โดยมี PSEG Long Island บริษัทสาธารณูปโภคเป็นเจ้าภาพ ควบคู่ไปกับการประชุมระดับภูมิภาคในแคลการีและ EMEA งานประชุมนี้จัดขึ้นในขณะที่บริษัทสาธารณูปโภคกำลังย้ายข้อมูลที่กระจัดกระจายมานานหลายทศวรรษไปยังดาต้าเลคบนคลาวด์ และใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน GenAI ในแนวนอน

Bidgely's 2027 EmPOWER AI series demonstrates how to turn raw data investments into practical, bottom-line ROI.

ซีรีส์ EmPOWER AI ปี 2027 ของ Bidgely แสดงให้เห็นถึงวิธีการเปลี่ยนการลงทุนในข้อมูลดิบให้เป็น ROI ที่จับต้องได้

 ภายใต้หัวข้อหลักของงานในปีนี้ Shift and Build งาน EmPOWER AI 2027 จะกล่าวถึงความเป็นจริงที่สำคัญที่ภาคพลังงานกำลังเผชิญอยู่ นั่นคือ โครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างมูลค่าได้ แต่ชั้นของปัญญาประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นบนโครงสร้างพื้นฐานนั้นต่างหากที่จะสร้างมูลค่าได้ สำหรับบริษัทสาธารณูปโภคที่กำลังประเมินว่าเมื่อใดและอย่างไรจึงจะเริ่มการเปลี่ยนแปลงนี้ การประชุมจะแสดงให้เห็นถึงวิธีการเปลี่ยนการลงทุนในข้อมูลดิบให้เป็นผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่จับต้องได้ในสามเป้าหมาย ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ การเปลี่ยนแปลงภาระการใช้พลังงาน และการเปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (CapEx)

“การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม EmPOWER AI ปี 2027 มอบโอกาสอันดีเยี่ยมให้ PSEG Long Island ได้สานต่อความร่วมมืออันยาวนานกับ Bidgely และเน้นย้ำถึงประโยชน์ที่เราได้รับร่วมกัน” Lou DeBrino รองประธานฝ่ายปฏิบัติการลูกค้าของ PSEG Long Island กล่าว “งานนี้ช่วยลดความสับสนวุ่นวายในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่เที่ยงตรงและได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับวิธีการที่ AI และข้อมูลด้านพลังงานไม่เพียงแต่แก้ปัญหาความท้าทายในการดำเนินงานในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ยังช่วยปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าที่เราให้บริการได้อย่างแท้จริง”

ผลงานที่พิสูจน์แล้วด้านนวัตกรรมและความร่วมมือในสาธารณูปโภค

งานประชุมประจำปีของ Bidgely ได้สร้างชื่อเสียงให้ตัวเองในฐานะเวทีสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมพลังงานที่มุ่งเน้นด้านสาธารณูปโภคเป็นหลัก โดยได้รับการสนับสนุนจากเจ้าภาพในอดีตมากมาย รวมถึง OG&E, PacifiCorp และ Avista

โดยงานประชุม EmPOWER AI จะนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่นำไปใช้ได้จริงสำหรับการปรับปรุงการดำเนินงานให้ทันสมัย ​​โดยเน้นการนำไปใช้และการริเริ่มในโลกแห่งความเป็นจริง ซีรีส์นี้จัดให้มีการบรรยายจากผู้บริหารและผู้เข้าร่วมจากผู้ให้บริการด้านพลังงานชั้นนำเป็นประจำ เช่น SDG&E, APS, Dominion Energy, Ameren Illinois, SoCalGas, Southern Company, NV Energy, Rocky Mountain Power, DEWA, ​​Tata Power และ Electric Ireland ร่วมกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่สำคัญ เช่น Glean, Itron, Infosys, AWS และ Microsoft

ผู้เข้าร่วมงานจะได้ค้นพบว่าแพลตฟอร์ม UtilityAI™ ของ Bidgely ที่เป็นเอนจิ้นของแมนชีนเลิร์นนิ่งที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพเหนือใครในด้านประสบการณ์ของลูกค้าในภาคสาธารณูปโภคมานานกว่าทศวรรษ สามารถสร้างผลกระทบที่จับต้องได้ในด้านต่างๆ เช่น การใช้ไฟฟ้า การกำหนดเป้าหมายการจัดการด้านอุปสงค์ (DSM) การปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย ​​ความสามารถในการจ่าย และการยื่นแผนทรัพยากรแบบบูรณาการ (IRP) งานนี้จะเน้นย้ำถึงวิธีการที่ AI แบบสร้างสรรค์และแบบตัวแทนกำลังพัฒนาเทคโนโลยีนี้ โดยจะแสดงให้เห็นถึงการใช้งานจริงที่หลากหลาย ตั้งแต่ส่วนต่อประสานการสนทนาและบริการตนเอง IVR ไปจนถึงโมเดล MCP ที่ล้ำสมัยและตัวแทน AI นอกจากนี้ ผ่านเวิร์กช็อปแบบโต้ตอบ โดยผู้นำในภาคสาธารณูปโภคจะได้สำรวจตัวเลือกการใช้งานที่ยืดหยุ่นและปลอดภัยของ Bidgely ในการเลือก “สร้างเองหรือซื้อ” ในสภาพแวดล้อมคลาวด์สาธารณะ คลาวด์ส่วนตัว และแบบบนเครื่อง

หัวข้อหลักที่เน้นในงานประชุมปี 2027

งานประชุมนี้จัดขึ้นสำหรับบริษัทสาธารณูปโภค ผู้ค้าปลีกพลังงาน และผู้ประกอบการระบบจำหน่าย (DSO) ในด้านไฟฟ้า ก๊าซ และพลังงานร่วม โดยแต่ละงานประชุมจะมีเวิร์กช็อปเชิงโต้ตอบและโต๊ะกลมที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะภูมิภาค ซึ่งรวมถึง:

การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล ครอบคลุมความสามารถในการจ่าย ค่าใช้จ่ายสูง และการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

  •  ความพึงพอใจและการมีส่วนร่วมของลูกค้าที่สูงขึ้น: เพิ่มปฏิสัมพันธ์และความพึงพอใจของลูกค้า (CSAT) ด้วยการติดตามการใช้พลังงานแบบไดนามิก ข้อมูลเชิงลึกส่วนบุคคล การแจ้งเตือนทันท่วงที และคำแนะนำแบบสนทนาที่จะช่วยให้เข้าใจบิลค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นและส่งเสริมการดำเนินการ
  •  ความสามารถในการจ่ายและประสิทธิภาพด้านพลังงาน: ลดภาระด้านพลังงานสำหรับลูกค้าที่มีรายได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ผ่านข้อมูลเชิงลึกระดับเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เชื่อมโยงครัวเรือนเข้ากับการประหยัดค่าใช้จ่ายโดยตรง ขั้นตอนการเพิ่มประสิทธิภาพที่ปฏิบัติได้จริง และโปรแกรมช่วยเหลือต่างๆ
  •  ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนการให้บริการ: ลดจำนวนการโทรที่มีค่าใช้จ่ายสูงด้วยระบบตอบคำถามอัตโนมัติ ระบบ IVR ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลด้านพลังงาน ลดเวลาเฉลี่ยในการจัดการสาย (AHT) ปรับปรุงการแก้ไขปัญหาในการติดต่อครั้งแรก (FCR) และลดจำนวนการเดินทางไปให้บริการถึงที่

การปรับเปลี่ยนการใช้ไฟฟ้าด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพตามช่วงเวลาการใช้งาน (TOU)

  •  การจัดการโหลดสูงสุด: ใช้ระบบอัจฉริยะระดับวงจรเพื่อตรวจจับช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด จัดลำดับความสำคัญของสายส่งที่มีข้อจำกัด และดำเนินการแทรกแซงที่ตรงเป้าหมาย (การคิดค่าบริการแบบจัดการ การตอบสนองต่อความต้องการ) ก่อนที่โครงสร้างพื้นฐานจะรับภาระเกินกำลัง
  •  การเพิ่มประสิทธิภาพตามช่วงเวลาการใช้งาน: จัดทำแผนที่แสดงปริมาณการใช้ไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดเทียบกับข้อจำกัดของโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อชี้นำการใช้พลังงานอย่างยืดหยุ่น (รถยนต์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่) ให้หลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มีต้นทุนสูง และลดความผันผวนของความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด
  •  เงินคืนให้กับลูกค้าและการนำโปรแกรมไปใช้: การให้ความรู้เกี่ยวกับอัตราค่าไฟฟ้าควบคู่ไปกับแบบจำลองผลกระทบต่อบิลค่าไฟฟ้าเฉพาะบุคคล แรงจูงใจและส่วนลดที่ตรงเป้าหมาย เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมและวัดผลการประหยัดจากพฤติกรรม

การวิเคราะห์ขั้นสูง

  •  การกำหนดเป้าหมายของโปรแกรม: ระบุกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพสูงสำหรับโครงการด้านระบบปรับอากาศ (HVAC), ปั๊มสระว่ายน้ำ, พลังงานแสงอาทิตย์, แบตเตอรี่ และรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อมุ่งเน้นการลงทุนและผลักดันให้เกิด ROI 3 เท่าตามเป้าหมาย
  •  ผลลัพธ์เชิงโปรแกรมด้านสาธารณูปโภค: เร่งดำเนินการปรับปรุงบ้านให้ประหยัดพลังงาน อัพเกรดเครื่องใช้ไฟฟ้า และลงทะเบียนใช้พลังงานหมุนเวียนแบบกระจายศูนย์ (DER) พร้อมใช้การวัดผลแบบครบวงจรเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการประหยัดพลังงานและปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณ
  •  โปรแกรมการตลาดแบบเจาะกลุ่มเป้าหมาย: เปลี่ยนจากการโฆษณาแบบกว้างๆ มาเป็นการแบ่งกลุ่มลูกค้าตามแนวโน้มและสถานที่ตั้ง เพื่อลดค่าใช้จ่ายโฆษณาที่สูญเปล่า เพิ่มอัตราการเปลี่ยนลูกค้า และส่งมอบข้อความที่ตรงเป้าหมาย

การวางแผนโครงข่ายจำหน่ายไฟฟ้าและการเปิดใช้งาน DER

  •  ความยืดหยุ่นด้านการไฟฟ้าและความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้า: ระบุตำแหน่งโหลดที่ยืดหยุ่นในระดับสายป้อนและเปิดใช้งาน DER ที่กำหนดเป้าหมาย เพื่อลดความเครียดด้านการใช้ไฟฟ้าและชะลอการอัพเกรดทุนที่มีค่าใช้จ่ายสูง
  •  การวางแผนและโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ: ผสานรวมข้อมูลการใช้พลังงานระดับอุปกรณ์และแนวโน้มการนำ DER มาใช้ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์ระยะยาว สร้างแบบจำลองการเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูล และเป็นแนวทางในการลงทุนด้านกำลังการผลิต

โมเดล Generative AI และ Agentic AI

  •  การผสานรวม Agentic AI อย่างราบรื่น: ปรับใช้ AI Agent ที่ทำงานได้เองบนระบบคลาวด์เดิมที่มีอยู่ เพื่อดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในลำดับถัดไปในด้านการดูแล การตลาด และการวางแผน โดยไม่ต้องทำการปรับปรุงระบบใหม่ทั้งหมด

แพลตฟอร์ม AI เฉพาะทาง สำหรับสาธารณูปโภคสมัยใหม่

  •  ความก้าวหน้าใน UtilityAI™: พัฒนา AMI 2.0 ด้วยเอเจนต์ DI แบบเรียลไทม์บนมิเตอร์ เวิร์กโฟลว์การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการวิเคราะห์เชิงพยากรณ์ที่เปลี่ยนจากการวิเคราะห์ข้อมูลในอดีตไปสู่การตอบสนองของโครงข่ายไฟฟ้าแบบเรียลไทม์
  •  การสร้างมูลค่าจาก AMI 1.0 สู่การใช้งาน AMI 2.0: ดึงผลตอบแทนการลงทุนสูงสุดจาก AMI 1.0 รุ่นเก่า ก่อนที่จะขยายขีดความสามารถด้านระบบอัจฉริยะที่ขอบเครือข่ายไปยัง AMI 2.0
  •  แพลตฟอร์ม AI เฉพาะทาง: เลเยอร์ปัญญาประดิษฐ์แบบครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านสาธารณูปโภคสมัยใหม่ แทนที่จะเป็นระบบ AI ทั่วไปที่นำมาปรับใช้ภายหลัง

“บริษัทสาธารณูปโภคกำลังเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลบนคลาวด์และนำ GenAI มาใช้ แต่เครื่องมือทั่วไปยังขาดบริบทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสาธารณูปโภค Bidgely นำเสนอเลเยอร์ AI เฉพาะทางที่จำเป็น ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงานของบริษัทสาธารณูปโภคและเร่งการพัฒนาของเราจากโซลูชันประสบการณ์ลูกค้าเฉพาะทางไปสู่แพลตฟอร์ม AI ระดับองค์กรสำหรับระบบนิเวศพลังงานทั้งหมด” Abhay Gupta ซีอีโอของ Bidgely กล่าว

กำหนดการงานอีเวนต์ระดับโลกปี 2027

  •  แคลการี รัฐอัลเบอร์ตา: กุมภาพันธ์ 2027
  •  ชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ (งานหลัก): 11-13 พฤษภาคม 2027
  •  EMEA: ตุลาคม 2027

“ผู้ให้บริการด้านพลังงานกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญที่คุณภาพของข้อมูลและระบบอัตโนมัติอัจฉริยะจะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จในการดำเนินงาน” Gautam M. Aggarwal ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ของ Bidgely กล่าวเสริม “เป้าหมายของเรากับ EmPOWER AI คือการส่งมอบเนื้อหาที่มีผลกระทบสูงซึ่งมีรากฐานมาจากประสบการณ์จริงของผู้เชี่ยวชาญ ด้วยการรวมพันธมิตร นักวิเคราะห์ ผู้บริหาร ผู้นำโครงการ และผู้เชี่ยวชาญด้าน AI เข้าด้วยกัน บริษัทสาธารณูปโภคจะได้เรียนรู้วิธีรับมือกับความท้าทายในปัจจุบัน พร้อมทั้งวางแผนสำหรับอนาคต”

เปิดลงทะเบียนสำหรับงาน EmPOWER AI ปี 2027 แล้ว ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.bidgely.com/empower-ai/

เกี่ยวกับ Bidgely

Bidgely เป็นผู้บุกเบิกด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวิเคราะห์พลังงาน โดยเปลี่ยนข้อมูลมิเตอร์ดิบให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่มีความละเอียดสูงสำหรับบริษัทสาธารณูปโภคทั่วโลก บริษัทให้บริการบ้านเรือนกว่า 50 ล้านหลัง แพลตฟอร์ม UtilityAI™ ของบริษัทใช้สิทธิบัตรพื้นฐาน 19 ฉบับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาพรวมของโครงข่ายไฟฟ้า การดำเนินงานศูนย์บริการลูกค้า และการมีส่วนร่วมกับลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล Bidgely ได้รับการยกย่องจาก Fast Company ว่า “เป็นหนึ่งใน 10 บริษัท AI ประยุกต์ที่มีนวัตกรรมที่ดีที่สุด” โดยผสานรวมการวิเคราะห์พลังงานที่แม่นยำเข้ากับระบบนิเวศ AI ในแนวนอน เช่น Microsoft Copilot และ AWS เพื่อปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัยด้วยความแม่นยำในระดับบ้านแต่ละหลัง www.bidgely.com | bidgely.com/insights

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260826516391/en

Contacts

Christine Bennett
Bidgely
press@bidgely.com

ที่มา: Bidgely

FlightSafety International บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อ Commercial Training Solutions ของ Acron Technologies

Logo

ข้อตกลงนี้จะช่วยขยายขีดความสามารถด้านการฝึกอบรมและการจำลองสถานการณ์ของ FlightSafety ในตลาดการบินพาณิชย์ทั่วโลก

โคลัมบัส รัฐโอไฮโอ–(BUSINESS WIRE)–26 สิงหาคม 2026

FlightSafety International Inc. (FSI) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีการฝึกอบรมและการจำลองการบินชั้นนำระดับโลก ประกาศในวันนี้ว่าได้ลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับ Acron Technologies บริษัทในเครือ TJC LP ในการเข้าซื้อธุรกิจ Commercial Training Solutions (CTS) ซึ่งรวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ Training Systems, Training Services, Aviation Academy และ Driver Training โดยข้อตกลงนี้ถือเป็นการขยายขีดความสามารถของ FSI ในตลาดการบินพาณิชย์อย่างมีนัยสำคัญ โดยจะช่วยเสริมสร้างและขยายขีดความสามารถในการผลิตเครื่องจำลองและเครือข่ายการฝึกอบรมทั่วโลกของบริษัท

โดย CTS มีประสบการณ์มากกว่าแปดทศวรรษในด้านการฝึกอบรมและการจำลองการบินพาณิชย์ ด้วยมรดกอันยาวนานในการผลิตเครื่องจำลองการบินพาณิชย์ ทาง CTS ได้ส่งมอบอุปกรณ์ฝึกอบรมมาแล้วมากกว่า 850 เครื่องตลอดประวัติศาสตร์ของบริษัท โดยมีเครื่องจำลองการบินเต็มรูปแบบมากกว่า 300 เครื่องที่ใช้งานอยู่ทั่วโลกในปัจจุบัน โดยสถานที่ฝึกอบรมและการผลิตของบริษัทในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และประเทศไทยนั้นสามารถช่วยสนับสนุนระบบการฝึกอบรมนักบินและผู้ขับขี่ รวมถึงโครงการโรงเรียนฝึกอบรมของสายการบินได้

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ CTS เข้าสู่ FlightSafety” Eric Hinson ซีอีโอของ FlightSafety International กล่าว “ความเชี่ยวชาญด้านการจำลองและการฝึกอบรมเชิงพาณิชย์ของ CTS นั้นสอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตระยะยาวของเรา และจะช่วยให้ FlightSafety สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านการฝึกอบรมของสายการบินทั่วโลกได้ดียิ่งขึ้น”

“FlightSafety International คือผู้ลงทุนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ CTS โดยเราทั้งสองบริษัทต่างมีศักยภาพที่เสริมซึ่งกันและกัน มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคอย่างลึกซึ้ง และมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการส่งมอบโซลูชันการฝึกอบรมระดับโลกสำหรับอุตสาหกรรมการบินพาณิชย์” David Coward ประธาน CTS กล่าว “ด้วยธุรกรรมนี้ เราจะสามารถลงทุนเพิ่มเติมในเทคโนโลยีการฝึกอบรม ขยายขอบเขตการดำเนินงานไปทั่วโลก และมอบมูลค่าที่มากขึ้นให้กับลูกค้าของเราได้ ในขณะที่ยังคงรักษาระดับการบริการที่สูงตามที่พวกเขาคาดหวัง”

ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความต้องการฝึกอบรมด้านการบินพาณิชย์ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าฝูงบินพาณิชย์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 28,000 ลำในปี 2025 เป็นมากกว่า 50,000 ลำในปี 2045 ซึ่งจะทำให้ความต้องการด้านขีดความสามารถในการฝึกอบรมเชิงพาณิชย์และเทคโนโลยีการจำลองขั้นสูงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

คาดว่าการทำธุรกรรมจะเสร็จสิ้นในไตรมาสที่ 4 ปี 2026 โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการปิดธุรกรรมตามปกติ

RBC Capital Markets, LLC และ Harris Williams ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับ Acron Technologies ในธุรกรรมนี้ ขณะที่ Kirkland & Ellis LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย และ Baker McKenzie ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายให้กับ FSI

เกี่ยวกับ FlightSafety International Inc.

FlightSafety International (FSI) เป็นบริษัทฝึกอบรมด้านการบินระดับมืออาชีพชั้นนำ และเป็นผู้จัดจำหน่ายเครื่องจำลองการบิน ระบบภาพ และจอแสดงผลให้กับองค์กรด้านการศึกษา การพาณิชย์ รัฐบาล และกองทัพ โดยในปี 2026 บริษัทฉลองครบรอบ 75 ปี ซึ่งเป็นการครบรอบกว่าเจ็ดทศวรรษของการพัฒนาความปลอดภัยด้านการบินผ่านโปรแกรมการฝึกอบรมที่เข้มงวดและสมจริงสำหรับนักบิน ช่างเทคนิค และผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ จากกว่า 170 ประเทศ ปัจจุบัน FSI ดำเนินการเกี่ยวกับเครื่องจำลองการบินเต็มรูปแบบขั้นสูงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ณ ศูนย์การเรียนรู้และสถานที่ฝึกอบรมในหกทวีป สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม flightsafety.com

เกี่ยวกับ Acron Technologies

Acron Technologies คือแพลตฟอร์มเทคโนโลยีด้านการบินและอวกาศและการป้องกันประเทศที่สำคัญยิ่ง โดยได้รับการสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยชีวิตและสร้างน่านฟ้าที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น โครงสร้างองค์กรแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ โซลูชันด้านการบินและอวกาศ และเทคโนโลยีด้านการป้องกันและกู้ภัย โดยแพลตฟอร์ม Acron จะรวบรวมธุรกิจเฉพาะทางด้านการบิน ระบบเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่น การประมวลผลภาพและการวิเคราะห์ขั้นสูง การระบุตำแหน่ง การนำทางและการกำหนดเวลา การกู้ภัย และบริการข้อมูลการบิน รวมถึง Acron Aviation, ACR Electronics, ARTEX, Ocean Signal, NAL Technologies, SKYTRAC, Flight Data Systems, FreeFlight Systems, APS Aerospace, TRX Systems, Trakka Systems, Digital Barriers, Sightline Intelligence และ Alereon โดยกลุ่มบริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการมากกว่า 17 ครั้งตั้งแต่ปี 2013 ถือครองสิทธิบัตรมากกว่า 200 ฉบับ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในกว่า 35 ประเทศ ในด้านการบินและอวกาศ การป้องกันประเทศ และการกู้ภัยทั่วโลก โดยธุรกิจของ Acron นั้นครองตำแหน่งที่น่าเชื่อถือที่มักจะเป็นผู้จัดหาเพียงรายเดียว โดยสามารถช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานบินได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น เชื่อมต่อได้ตลอดเวลา และตอบสนองได้ทันท่วงทีเมื่อชีวิตตกอยู่ในอันตราย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม www.acrontechnologies.com

เกี่ยวกับ TJC

TJC LP มีชื่อเดิมคือ The Jordan Company ได้ทำงานร่วมกับ CEO ผู้ก่อตั้ง และผู้ประกอบการในหลากหลายอุตสาหกรรมมากว่า 40 ปี รวมถึงอุตสาหกรรม เทคโนโลยีอุตสาหกรรม โลจิสติกส์และบริการทางธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและพลังงาน การดูแลสุขภาพ และสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภท โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 นั้น TJC มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการมูลค่า 31.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ บริหารงานโดยทีมผู้บริหารระดับสูงที่ร่วมลงทุนมานานกว่า 24 ปี ในกว่า 90 โครงการ โดย TJC มีสำนักงานอยู่ในนิวยอร์ก ชิคาโก ไมอามี และสแตมฟอร์ด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม www.tjclp.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
FSIpress@apcoworldwide.com

ที่มา: FlightSafety International Inc.

The Bangkok Reporter