ซาอุดีอาระเบียจะเป็นเจ้าภาพการประชุมความร่วมมือและการเติบโตระดับโลกของสภาเศรษฐกิจโลก: การสร้างจุดร่วมและการฟื้นฟูการเติบโต ในวันที่ 22-23 เมษายน 2026

Logo

ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์–(BUSINESS WIRE)–23 มกราคม 2026

ซาอุดีอาระเบียจะเป็นเจ้าภาพการประชุมความร่วมมือและการเติบโตระดับโลกของสภาเศรษฐกิจโลก (WEF): การสร้างจุดร่วมและการฟื้นฟูการเติบโต ที่เมืองเจดดาห์ ในวันที่ 22-23 เมษายน 2026 โดยมีการประกาศในวันปิดการประชุมประจำปีครั้งที่ 56 ของสภาเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

HE Faisal F. Alibrahim, Saudi Arabia’s Minister of Economy and Planning, announces that the Kingdom will host the World Economic Forum Global Collaboration and Growth Meeting in Jeddah in April 2026 (Photo: AETOSWire)

ฯพณฯ Faisal F. Alibrahim รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการวางแผนของซาอุดีอาระเบีย ประกาศว่าราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือและการเติบโตระดับโลกของสภาเศรษฐกิจโลก ที่เมืองเจดดาห์ ในเดือนเมษายน 2026 (ภาพ: AETOSWire)

ฯพณฯ Faisal F. Alibrahim รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการวางแผนของซาอุดีอาระเบีย ยืนยันรายละเอียดสำหรับการประชุมระดับสูงประจำปีของ WEF ในวันนี้ซึ่งได้ประกาศในการประชุมประจำปี 2025 ของ WEF

ฯพณฯ Alibrahim เรียกร้องให้มีการใช้หลักปฏิบัติและความร่วมมือท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยกล่าวว่า “เสถียรภาพไม่สามารถสร้างขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และไม่สามารถซื้อได้”

ฯพณฯ ได้บอกต่อกลุ่มผู้ฟังที่เป็นผู้นำระดับโลกว่า “เสถียรภาพจำเป็นต้องได้รับการวางรากฐาน บำรุงรักษา ปกป้อง เสริมสร้าง และชี้นำ โดยเสถียรภาพนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถต่อรองได้”

ฯพณฯ Alibrahim ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเจรจาอย่างต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูการเติบโตของโลก: “การประชุมเพียงครั้งเดียว ไม่ว่าจะด้วยเจตนารมณ์ที่ดีเพียงใด ก็จะไม่สามารถแก้ไขความท้าทายระดับโลกได้ทั้งหมด แต่ทุกครั้งคือโอกาส โอกาสที่เราจะมีความแน่วแน่และทุ่มเทอย่างเต็มที่ และสำหรับเราที่จะสร้างวัฒนธรรมที่เอื้อต่อความร่วมมือให้เกิดขึ้นได้ตั้งแต่แรก วัฒนธรรมที่หล่อเลี้ยงความแข็งแกร่งและความก้าวหน้า และปลดล็อกศักยภาพของเศรษฐกิจโลกในทุกแง่มุม”

ฯพณฯ Alibrahim กล่าวเชิญผู้แทนเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือและการเติบโตระดับโลก: การสร้างพื้นฐานร่วมกันและการฟื้นฟูการเติบโต โดยกล่าวว่าการประชุมครั้งนี้จะต่อยอดจากความสำเร็จของการประชุมพิเศษ WEF ที่จัดขึ้นในเมืองริยาด พร้อมเสริมว่าซาอุดีอาระเบียได้กลายเป็น “เมืองหลวงแห่งการปฏิบัติจริงและความสำคัญระดับโลก”

ฯพณฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ยืดเยื้อมานาน ความพยายามนี้จะช่วยผลักดันความร่วมมือจากความตั้งใจไปสู่ผลลัพธ์ โดยการกำหนดความคาดหวังที่ชัดเจน วางรากฐานความรับผิดชอบ และท้ายที่สุดคือทำให้การเจรจามีความหมาย”

Børge Brende ประธาน WEF กล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการประกาศนี้ โดยเน้นย้ำถึงการมีส่วนร่วมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นของฟอรัมกับราชอาณาจักร เขากล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีที่จะกลับมายังซาอุดีอาระเบียในปี 2026 เพื่อสานต่อการสนทนาที่เริ่มต้นในการประชุมประจำปีของเรา – สร้างพื้นที่ให้ผู้นำได้ทำงานร่วมกัน สร้างความไว้วางใจ และทำให้มั่นใจว่าการเจรจาจะนำไปสู่ความร่วมมือและการดำเนินการที่มีความหมาย”

การประชุมความร่วมมือและการเติบโตระดับโลกสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของซาอุดีอาระเบียในฐานะพันธมิตรที่น่าเชื่อถือในการส่งเสริมการสนทนาและสนับสนุนเสถียรภาพระหว่างประเทศเพื่อปลดล็อกความเจริญรุ่งเรือง ราชอาณาจักรยังคงนำมุมมองจากทั้งประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนามาร่วมกันสร้างการเติบโตและแก้ไขความท้าทายระดับโลกที่เผชิญร่วมกัน

*ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ https://www.businesswire.com/news/home/20260123725881/en

Contacts

Danah Alhumaid
dalhumaid@mep.gov.sa

ที่มา: Saudi Ministry of Economy and Planning

HUMAIN และ Infra ประกาศกรอบข้อตกลงการจัดหาเงินทุนด้าน AI และดิจิทัล

Logo

ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์–(BUSINESS WIRE)–23 มกราคม 2026

HUMAIN และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งชาติ (“Infra”) ประกาศในระหว่างการประชุมประจำปีของสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ปี 2026 ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถึงกรอบข้อตกลงการจัดหาเงินทุนเชิงกลยุทธ์มูลค่าสูงสุด 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการขยายโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และดิจิทัลในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

กรอบข้อตกลงนี้ระบุเงื่อนไขทางการจัดหาเงินทุนที่ไม่ผูกมัดสำหรับการพัฒนาศักยภาพศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่พิเศษของ HUMAIN ที่มีขนาดสูงสุด 250 เมกะวัตต์ ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้จะติดตั้ง GPU ล้ำสมัยสำหรับการฝึกฝน AI และการอนุมานด้วย AI และสนับสนุนลูกค้าของ HUMAIN ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับโลก

นอกจากนี้ Infra และ HUMAIN ยังตกลงที่จะสำรวจความเป็นไปได้ในการจัดตั้งแพลตฟอร์มการลงทุนในศูนย์ข้อมูล AI โดยแพลตฟอร์มนี้จะมีทั้งสององค์กรเป็นแกนหลัก และมีโครงสร้างที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของนักลงทุนทั้งจากสถาบันระดับท้องถิ่นและระดับโลก เพื่อสนับสนุนการขยายกลยุทธ์ด้าน AI ของ HUMAIN ต่อไป

กรอบข้อตกลงในวันนี้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของ Infra ในการร่วมมือกับหน่วยงานคู่ค้าเพื่อเร่งการส่งมอบสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและผลิตภาพในระยะยาว นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ HUMAIN ที่จะนำเอาศักยภาพด้านการประมวลผลที่ปรับขนาดได้มาใช้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการบริการ AI ขั้นสูงและบริการประมวลผลข้อมูลเชิงพาณิชย์ที่กำลังเพิ่มขึ้น

“ความต้องการใช้งานหน่วยประมวลผลขั้นสูงกำลังเพิ่มสูงขึ้น และกรอบข้อตกลงนี้จะช่วยให้ HUMAIN สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมในวงกว้าง ด้วยความร่วมมือกับ Infra เป้าหมายของเราคือการส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล AI ระดับโลกที่องค์กรต่างๆ สามารถพึ่งพาได้เมื่อความต้องการด้านการประมวลผลของพวกเขามีความซับซ้อนมากขึ้น”

TAREQ AMIN ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ HUMAIN

“กรอบข้อตกลงในวันนี้เป็นก้าวสำคัญในการขยายบทบาทของ Infra เพื่อปลดล็อกโอกาสการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในราชอาณาจักร ความร่วมมือของเรากับ HUMAIN จะช่วยเปิดเส้นทางใหม่ๆ ในการเพิ่มการลงทุนจากสถาบันและพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านการเปิดใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน AI”

วิศวกร ESMAIL ALSALLOM ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ INFRA

เกี่ยวกับ Infra

กองทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งชาติ (Infra) เป็นพันธมิตรหลักด้านการจัดหาเงินทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของราชอาณาจักร โดย Infra จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชนในระดับที่สูงขึ้น เพื่อเร่งการดำเนินงานโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจของราชอาณาจักร ซึ่งทาง Infra จะให้การสนับสนุนทางการเงินที่ยืดหยุ่น สนับสนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานในทุกภาคส่วน โดยมุ่งเน้นที่การบรรลุเป้าหมายของวิสัยทัศน์ปี 2030 และสนับสนุนวัตถุประสงค์ของโครงการริเริ่มสีเขียวของซาอุดีอาระเบีย โดยกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งชาติเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกองทุนพัฒนาแห่งชาติ

เกี่ยวกับ HUMAIN

HUMAIN ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ PIF เป็นบริษัทปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกที่ให้บริการด้าน AI แบบครบวงจรในสี่ด้านหลัก ได้แก่ ศูนย์ข้อมูลยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มคลาวด์ประสิทธิภาพสูง โมเดล AI ขั้นสูง รวมถึงโมเดลภาษาอาหรับขนาดใหญ่ที่ทันสมัยที่สุดในโลกซึ่งพัฒนาขึ้นในโลกอาหรับ และโซลูชัน AI ที่พลิกโฉมวงการซึ่งผสมผสานความเข้าใจเชิงลึกในแต่ละภาคส่วนเข้ากับการนำไปใช้งานจริง

โมเดลแบบครบวงจรของ HUMAIN ให้บริการทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน ปลดล็อกคุณค่าในอุตสาหกรรมต่างๆ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และเสริมสร้างศักยภาพผ่านความร่วมมือระหว่างมนุษย์และ AI ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ AI เฉพาะอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต และภารกิจหลักที่มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาและการเป็นผู้นำด้านบุคลากรระดับโลก HUMAIN จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติและความเป็นเลิศทางเทคโนโลยี

*ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Danah Alhumaid
dalhumaid@mep.gov.sa

ที่มา: Infra

WEF26: ซาอุดีอาระเบียกำลังก้าวสู่การเป็น ‘เศรษฐกิจเชื่อมโยง’ ในขณะที่การค้าโลกกำลังพัฒนา

Logo

ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์–(BUSINESS WIRE)–23 มกราคม 2026

ฯพณฯ Majid A. Alkassabi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แห่งซาอุดีอาระเบีย กล่าวในการประชุมประจำปีของสภาเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอสในวันนี้ว่า ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

Amid shifting global trade dynamics, Saudi Arabia underscores its role as a stable connector economy linking markets across regions (Photo: AETOSWire)

ท่ามกลางพลวัตการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ซาอุดีอาระเบียเน้นย้ำถึงบทบาทของตนในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มั่นคงซึ่งเชื่อมโยงตลาดต่างๆ ข้ามภูมิภาค (ภาพ: AETOSWire)

โดยการพูดคุยในเซสชันหัวข้อ ‘รูปแบบการค้าที่หลากหลาย’ ฯพณฯ ได้ให้ความเห็นว่า “การค้าในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนจากรูปแบบการค้าที่เป็นธรรมไปสู่รูปแบบการค้าที่มีการจัดการและควบคุมโดยกฎระเบียบ สำหรับเราในซาอุดีอาระเบีย เรามีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ เรามีทรัพยากรมากมาย เราสามารถเป็นเศรษฐกิจเชื่อมโยงได้ เราสามารถเป็นเศรษฐกิจเชื่อมโยงที่เราสามารถเชื่อมต่อกับแอฟริกา ยุโรป และเอเชีย กลายเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์”

ฯพณฯ Ahmed A. Alkhateeb รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว กล่าวในหัวข้อ “ภูมิศาสตร์ใหม่ของการท่องเที่ยว: ยกระดับจุดหมายปลายทางและขยายโอกาส” ว่า “องค์การการท่องเที่ยวแห่งสหประชาชาติคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 พันล้านคนภายในปี 2030 ซึ่งหมายถึงการเพิ่มขึ้น 500 ล้านคน นี่เป็นตัวเลขที่มาก และเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับซาอุดีอาระเบีย ทั้งผู้ประกอบการโรงแรม นักลงทุน และผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี เพราะนี่คืออุตสาหกรรมที่มีศักยภาพที่น่าทึ่ง”

ฯพณฯ Mohammed A. Aljadaan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า “บทบาทของเราในฐานะผู้กำหนดนโยบายคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับธุรกิจ และเรากำลังทำเช่นนั้นโดยการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจของเราและให้ความมั่นใจแก่ภาคเอกชน”

ฯพณฯ Abdullah A. Alswaha รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวในหัวข้อ ‘การผสานรวมเทคโนโลยีเพื่อชัยชนะ’ ว่า “ในด้าน AI ราชอาณาจักรกำลังจัดการกับกำแพงด้านพลังงานและกำแพงด้านหน่วยความจำ เรากำลังเรียกร้องไปยังพันธมิตรของเราว่า ในยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ คุณจำเป็นต้องมีพันธมิตรที่สามารถเร่งการพัฒนา AI แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการนำ AI มาใช้ และราชอาณาจักรคือพันธมิตรที่คุณสามารถเลือกได้”

ฯพณฯ Bandar I. Alkhorayef รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและทรัพยากรแร่ กล่าวในหัวข้อ ‘เสียงร่วมกันเกี่ยวกับอนาคตของแร่ธาตุ: การปรับนโยบาย การลงทุน และอุปทานให้สอดคล้องกัน’ ว่า “ราชอาณาจักรยึดมั่นในแนวทางพหุภาคีในการประสานงานระหว่างประเทศ โดยสร้างแพลตฟอร์มที่เอื้อต่อการเจรจาและความเป็นหุ้นส่วน การประชุม Future Minerals Forum เป็นผู้นำในด้านนี้ โดยปัจจุบันเป็นแพลตฟอร์มการประชุมระดับโลกที่รวมรัฐบาล อุตสาหกรรม การเงิน สถาบันการศึกษา และผู้นำด้านเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน”

โดยการพูดคุยในหัวข้อ ‘การกำหนดนิยามใหม่ของความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ: จากการเจรจาไปสู่การปฏิบัติ’ ฯพณฯ Faisal F. Alibrahim รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการวางแผน กล่าวว่า “ผมเชื่อว่ามีโลกที่ทุกประเทศสามารถปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจของตนเองได้ และยังคงเปิดการเจรจาไว้ได้” เขากล่าวเสริมว่า “ไม่เคยมีผืนผ้าใบว่างเปล่าหรือโอกาสที่กว้างขวางเช่นนี้มาก่อนสำหรับเราในการออกแบบอนาคต”

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แพลตฟอร์มนวัตกรรมระดับโลก ซึ่งเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง Saudi HoldCo และ GoldenPoint Global ได้เปิดตัวความร่วมมือด้านนวัตกรรมระหว่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับชาติที่ออกแบบมาเพื่อเร่งความร่วมมือทวิภาคีในด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ปัญญาประดิษฐ์ และการผลิตขั้นสูง โดยมีเมืองริยาดและออสตินเป็นศูนย์กลาง ความร่วมมือนี้เป็นการผสานรวมสองระบบนิเวศนวัตกรรมที่มีพลวัตมากที่สุดในโลกเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ Amplifai Health ยังได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะในโครงการ MINDS – AI Global Alliance รุ่นที่สองของ WEF อีกด้วย

*ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260123425621/en

Contacts

ผู้ติดต่อ:
Danah Alhumaid
dalhumaid@mep.gov.sa

ที่มา: Saudi Ministry of Economy and Planning

การประชุมสุดยอดรัฐบาลโลกปี 2026 จะมีผู้เข้าร่วมจากนานาชาติมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Logo

WGS 2026 เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับสูงด้านการลงทุนสำหรับภูมิภาคละตินอเมริกาและแคริบเบียน และการประชุมสุดยอดผู้ได้รับรางวัลระดับโลกครั้งแรกของโลก

ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ –(BUSINESS WIRE)–22 มกราคม 2026

การประชุมสุดยอดรัฐบาลโลก (WGS) ปี 2026 จะมีผู้เข้าร่วมจากนานาชาติมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดการประชุมมา และได้จัดการประชุมสำคัญหลายครั้ง ซึ่งเน้นย้ำถึงสถานะและความสำคัญระดับโลกที่เพิ่มสูงขึ้น

The 2026 edition of the World Governments Summit is set to welcome the largest-ever international participation in the Summit's history, including 35+ heads of state and 150+ governments, as well as landmark forums, such as the World Laureates Summit, that are marking their global debut (Photo: AETOSWire)

การประชุมสุดยอดรัฐบาลโลกปี 2026 เตรียมต้อนรับการเข้าร่วมจากนานาชาติมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของการประชุม รวมถึงประมุขแห่งรัฐกว่า 35 คน และรัฐบาลกว่า 150 ประเทศ ตลอดจนการประชุมสำคัญๆ เช่น การประชุมสุดยอดผู้ได้รับรางวัลระดับโลก ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในระดับโลก (ภาพ: AETOSWire)

รายชื่อขององค์กรชั้นนำระดับโลกและสถาบันความรู้ในการประชุมระดับโลกนี้ ได้แก่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC), สมาชิกของธนาคารโลก ตลอดจนประมุขแห่งรัฐกว่า 35 คน คณะผู้แทนรัฐบาล และรัฐบาลกว่า 150 ประเทศ

นอกจากนี้ WGS 2026 ยังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลกหลายรายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประชุมเส้นทางสายไหมใหม่ การประชุมด้านการลงทุนระดับสูงที่นำโดย IFC สำหรับภูมิภาคละตินอเมริกาและแคริบเบียน การประชุมความร่วมมือระหว่างประเทศครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับสมาคมรัฐแคริบเบียน และการประชุมอนาคตของเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ การประชุมสุดยอดผู้ได้รับรางวัลระดับโลก (WLS) ก็ได้เปิดตัวครั้งแรกนอกเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยเป็นการรวมตัวของผู้ได้รับรางวัลโนเบล รางวัลทัวริง เหรียญฟีลดส์ รางวัลบุคคลสำคัญทางความคิดของชาวอาหรับ และผู้ทรงเกียรติทางวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ โดยการประชุมครั้งนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดในประเภทเดียวกันที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือกับสมาคมผู้ได้รับรางวัลระดับโลก โดยจะนำผู้ได้รับรางวัลและผู้นำระดับโลกมาร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาทางวิทยาศาสตร์เพื่อมุ่งเป้าไปที่ความท้าทายระดับโลกที่เร่งด่วนต่างๆ

บุคคลสำคัญที่ยืนยันว่าจะเข้าร่วมงาน ได้แก่ Michael Levitt (ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี ปี 2013), Kip Thorne (ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ปี 2017) และ John Hopcroft (ผู้ได้รับรางวัลทัวริง ปี 1986)

ผลการประชุมสุดยอดผู้ได้รับรางวัลระดับโลกจะได้รับการประกาศในระหว่างการประชุม WGS 2026

การประชุมสุดยอดรัฐบาลโลกปี 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ ภายใต้หัวข้อ “การกำหนดรูปแบบรัฐบาลแห่งอนาคต” โดยมีประเทศสมาชิกจากนานาชาติเข้าร่วมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของการประชุม

การประชุมสุดยอดครั้งนี้ประกอบด้วยการประชุมมากกว่า 320 เซสชัน โดยมีองค์กรระหว่างประเทศและระดับภูมิภาคกว่า 100 แห่ง และบุคคลสำคัญระดับโลกกว่า 450 คน เข้าร่วม รวมถึงประธานาธิบดี รัฐมนตรี ผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำทางความคิด และผู้กำหนดนโยบาย

วาระการประชุมสุดยอดรัฐบาลโลกปี 2026 ประกอบด้วยการประชุมเฉพาะทางระดับโลก 24 หัวข้อ ซึ่งมุ่งเน้นการคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตของภาคส่วนสำคัญต่างๆ

*ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้

Contacts

Ahmed Yahya
ayahya@apcoworldwide.com

ที่มา: World Governments Summit

Xsolla ขยายตัวเลือกการชำระเงินในญี่ปุ่นด้วย Paidy ที่เป็นโซลูชัน BNPL ชั้นนำในท้องถิ่นที่มีผู้ดาวน์โหลดแอปกว่า 15 ล้านครั้ง ที่จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถเชื่อมต่อกับผู้เล่นได้มากขึ้น

Logo

การผสานรวมใหม่นี้จะนำเสนอการชำระเงินที่ราบรื่นโดยไม่ต้องใช้บัตร และขยายการเข้าถึงกลุ่มผู้เล่นเกมที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในญี่ปุ่นได้

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–22 มกราคม 2026

Xsolla บริษัทอีคอมเมิร์ซเกมวิดีโอระดับโลกที่ช่วยนักพัฒนาเกมในการเปิดตัว ขยาย และสร้างรายได้จากเกมของตน ประกาศในวันนี้ถึงการขยายโซลูชันการชำระเงินในญี่ปุ่นด้วยการเพิ่ม Paidy ซึ่งเป็นหนึ่งในบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) ชั้นนำของประเทศ โดยการผสานรวมใหม่นี้กับ Xsolla Pay Station จะช่วยให้นักพัฒนาเกมและผู้เผยแพร่เกมสามารถนำเสนอประสบการณ์การชำระเงินที่ปลอดภัย ยืดหยุ่น และคุ้นเคยแก่ผู้เล่นชาวญี่ปุ่นหลายล้านคนได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลบัตรเครดิต

Graphic: Xsolla

กราฟิก: Xsolla

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในตลาดเกมที่ใหญ่ที่สุดและก้าวหน้าทางดิจิทัลมากที่สุดในโลก โดยผู้เล่นต่างมองหาตัวเลือกการชำระเงินที่รวดเร็ว ปลอดภัย และเน้นการใช้งานผ่านมือถือเป็นหลัก ตลาด BNPL ของประเทศกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงผลักดันจากความต้องการของผู้บริโภคที่แข็งแกร่งสำหรับโซลูชันการชำระเงินที่ยืดหยุ่น ระหว่างปี 2021 ถึง 2024 ตลาดมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) สูงถึง 55.9% และคาดว่าโมเมนตัมขาขึ้นนี้จะยังคงดำเนินต่อไป โดยมีการคาดการณ์ CAGR ที่ 23.7% ตั้งแต่ปี 2025 ถึง 2030

Paidy ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดนี้ โดยได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานมากกว่า 6 ล้านคน และมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 15 ล้านครั้ง โดย Paidy จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าได้ทันทีและชำระเงินในภายหลัง ไม่ว่าจะชำระเป็นบิลเดียวรายเดือนหรือแบ่งชำระเป็น 3 ถึง 6 งวด ทำให้การทำธุรกรรมง่ายขึ้นและช่วยลดความยุ่งยากในการชำระเงิน

ประโยชน์หลักของการผสานรวม Paidy ประกอบด้วย

  •  วิธีการชำระเงินที่น่าเชื่อถือและยืดหยุ่น : Paidy เป็นบริการ BNPL ชั้นนำในญี่ปุ่น ที่จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถซื้อสินค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต การชำระเงินสามารถรวมไว้ในบิลรายเดือนเดียวหรือแบ่งชำระเป็นงวดๆ ได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้ผู้เล่นควบคุมการใช้จ่ายของตนเองได้มากขึ้น
  •  ประสบการณ์การเล่นที่ดียิ่งขึ้น : ผู้เล่นจะได้รับประโยชน์จากขั้นตอนการชำระเงินที่ราบรื่นและใช้งานง่ายบนมือถือ การเรียกเก็บเงินที่ชัดเจน และบริการที่ปรับให้เข้ากับท้องถิ่น สิ่งนี้จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวและราบรื่นยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจและความภักดีในกลุ่มผู้เล่นเกมของญี่ปุ่น
  •  เพิ่มคอนเวอร์ชั่นและรายได้สำหรับนักพัฒนา : ด้วยการสนับสนุนวิธีการชำระเงินยอดนิยมที่สุดวิธีหนึ่งในญี่ปุ่น นักพัฒนาสามารถพัฒนาคอนเวอร์ชั่น ลดการยกเลิกการชำระเงิน เพิ่มขนาดธุรกรรมเฉลี่ย ซึ่งหมายถึงรายได้โดยรวมที่เพิ่มขึ้น และขยายการเข้าถึงไปยังลูกค้าเป้าหมายหลายล้านคนที่ชื่นชอบตัวเลือก BNPL ที่น่าเชื่อถือในท้องถิ่น
  •  การชำระเงินที่ราบรื่นและปรับให้เหมาะกับมือถือ : Paidy ซึ่งผสานรวมเข้ากับ Xsolla Pay Station โดยตรง จะช่วยมอบประสบการณ์การชำระเงินในท้องถิ่นที่รวดเร็ว ปลอดภัย และใช้งานง่ายสำหรับผู้เล่นชาวญี่ปุ่น โดยบนมือถือ ผู้ใช้จะถูกนำไปยังแอป Paidy เพื่อยืนยันการซื้อในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ส่วนบนเดสก์ท็อป ขั้นตอนการยืนยันด้วย QR ก็ง่ายเช่นกัน

“ในระบบนิเวศดิจิทัลของญี่ปุ่นที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว การนำเสนอตัวเลือกการชำระเงินที่คุ้นเคยและยืดหยุ่นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ” Chris Hewish ประธานของ Xsolla กล่าว “ด้วยการผสานรวม Paidy เข้าไว้ด้วยกัน เรากำลังมอบวิธีการที่มีประสิทธิภาพให้แก่นักพัฒนาในการเชื่อมต่อกับผู้เล่นท้องถิ่นในญี่ปุ่น ตอบสนองความต้องการของพวกเขาด้วยประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่น น่าเชื่อถือ และเน้นการใช้งานบนมือถือเป็นหลัก”

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมหรือเปิดใช้งานการชำระเงิน Paidy สำหรับเกมของคุณ โปรดไปที่ xsolla.pro/paidy

เกี่ยวกับ Xsolla

Xsolla เป็นบริษัทพาณิชย์ระดับโลกที่มีเครื่องมือและบริการอันแข็งแกร่งเพื่อช่วยนักพัฒนาแก้ไขปัญหาสำคัญต่างๆ ของอุตสาหกรรมวิดีโอเกม ตั้งแต่เกมอินดี้ไปจนถึงเกมระดับ AAA บริษัทต่างๆ ร่วมมือกับ Xsolla เพื่อช่วยระดมทุน จัดจำหน่าย ทำการตลาด และสร้างรายได้ให้กับเกมของพวกเขา ด้วยความเชื่อมั่นในอนาคตของวิดีโอเกม Xsolla มุ่งมั่นในพันธกิจที่จะเชื่อมโยงโอกาสต่างๆ เข้าด้วยกัน และจัดหาทรัพยากรใหม่ๆ ให้กับเหล่าครีเอเตอร์อย่างต่อเนื่อง โดย Xsolla มีสำนักงานใหญ่และจดทะเบียนในลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย โดยดำเนินงานในฐานะผู้ค้าเกม และได้ช่วยเหลือนักพัฒนาเกมมากกว่า 1,500 คน ให้เข้าถึงผู้เล่นได้มากขึ้นและขยายธุรกิจไปทั่วโลก ด้วยเส้นทางสู่ผลกำไรและหนทางสู่ชัยชนะที่มากขึ้น นักพัฒนาเกมจึงมีทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเพลิดเพลินไปกับเกม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ xsolla.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260122499882/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ

Derrick Stembridge
รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลกของ Xsolla
d.stembridge@xsolla.com

ที่มา: Xsolla


WEF26: ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำการผลักดันระดับโลกในการปกป้องแนวปะการังและปลดล็อกศักยภาพของ AI

Logo

เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์–(BUSINESS WIRE)–22 มกราคม 2026

คณะผู้แทนซาอุดีอาระเบียในการประชุมประจำปีของเวทีเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) ปี 2026 ได้เข้าร่วมรับฟังการประกาศหลายรายการ เพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลกอย่างเร่งด่วนแล้วในวันนี้

Her Royal Highness Ambassador Reema Bandar Al-Saud, Ambassador of the Kingdom of Saudi Arabia to the United States of America, announced at the World Economic Forum Annual Meeting that Saudi Arabia will host the first Global Coral Reef Summit in 2026 (Photo: AETOSWire)

สมเด็จเจ้าหญิงเอกอัครราชทูตรีมา บินต์ บันดาร์ อัลซาอูด เอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประจำสหรัฐอเมริกา ทรงประกาศในที่ประชุมประจำปีของเวทีเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum Annual Meeting) ว่าประเทศซาอุดีอาระเบียจะเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมสุดยอดว่าด้วยเรื่องของแนวปะการังระดับโลก (Global Coral Reef Summit) ครั้งแรกในปี 2026 (รูปภาพ: AETOSWire)

สมเด็จเจ้าหญิงเอกอัครราชทูตรีมา บินต์ บันดาร์ อัลซาอูด เอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประจำสหรัฐอเมริกา ทรงประกาศว่า ประเทศซาอุดีอาระเบียจะเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมสุดยอดว่าด้วยเรื่องของแนวปะการังระดับโลก (Global Coral Reef Summit) ครั้งแรกในปี 2026 โดยจะรวบรวมผู้นำ นักวิทยาศาสตร์ และนักลงทุนระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขต่างๆ ในการปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศของแนวปะการัง

การประชุมจะแก้ไขความท้าทาย รวมถึงช่องว่างทางด้านนโยบายและข้อบังคับที่สำคัญต่างๆ พัฒนาแนวทางแก้ไขที่ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ และผลักดันกลไกทางด้านการเงินและการลงทุนที่ยั่งยืน เพื่อขยายขอบเขตการปกป้องและฟื้นฟูแนวปะการัง

เป็นการสานต่อจากการเรียกร้องให้เกิดการเสวนาอย่างสร้างสรรค์ท่ามกลางยุคแห่งความแตกแยก ฯพณฯ อาเหม็ด เอ. อัลคาเตบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวได้กล่าวว่า “การท่องเที่ยวสร้างสันติภาพในห้วงเวลาจำเป็นมากที่สุด ด้วยการเชื่อมโยงผู้คนและส่งเสริมการเสวนา การเติบโตของการท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่ดีสำหรับสันติภาพ เป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้คน ดีสำหรับเยาวชน และดีสำหรับสตรี”

เกี่ยวกับความมุ่งหมายของราชอาณาจักรในการก้าวเข้าสู่การเป็นศูนย์กลาง AI ระดับโลก ฯพณฯ อับดุลลอฮ์ เอ. อัลสวาฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศได้แสดงความเห็นไว้ว่า “วิสัยทัศน์ของซาอุดีอาระเบียในปี 2030 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกระจายโครงสร้างเศรษฐกิจและการเสริมพลังให้กับเยาวชน เมื่อมองย้อนมาถึงวันนี้ ทางเรามีส่วนร่วมต่อ GDP จากภาคที่ไม่ใช่น้ำมันอยู่ที่ 56% และกำลังคนด้านเทคโนโลยีของเราได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งในด้านบุคลากรและเยาวชน”

ในวันก่อนหน้านี้ HUMAIN และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งชาติ (National Infrastructure Fund: “Infra”) ได้ประกาศข้อตกลงกรอบการจัดหาเงินทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Financing Framework Agreement) ที่มีมูลค่าสูงถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการขยายโครงการเกี่ยวกับโครงสร้างทาง AI และทางดิจิทัลในราชอาณาจักร โดยข้อตกลงได้ระบุเงื่อนไขการจัดหาเงินทุนในลักษณะที่ไม่ผูกพันให้กับการพัฒนาความสามารถของศูนย์ข้อมูลทาง AI ระดับไฮเปอร์สเกลของ HUMAIN ที่สูงถึง 250 เมกะวัตต์

ฝ่ายประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย (United Nations Convention to Combat Desertification: UNCCD) สมัยที่ 16 (COP16) ยังได้เปิดตัวสภาผู้นำของ Business4Land (B4L) ด้วย ซึ่งเป็นการรวบรวมความร่วมมือระดับสูงนี้ของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้นำด้านความยั่งยืน นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบาย เพื่อเร่งการฟื้นฟูที่ดิน ต่อต้านการเสื่อมโทรมของที่ดิน และเสริมสร้างความสามารถในการรับมือภัยแล้ง

กระทรวงอุตสาหกรรมและทรัพยากรแร่ (Ministry of Industry and Mineral Resources: MIM) ร่วมกับ WEF ได้ประกาศเปิดตัว Lighthouse Operating System ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานระดับประเทศที่ออกแบบมาเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านของการผลิต ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกับศูนย์การผลิตและการผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing and Production Centre: AMPC) ของ WEF การเริ่มต้นของโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อกระจายเศรษฐกิจของราชอาณาจักร สร้างอุตสาหกรรมนอกภาคที่ไม่ใช่น้ำมันให้แข็งแกร่ง และยกระดับประเทศซาอุดีอาระเบียให้กลายเป็นศูนย์กลางสำหรับการผลิตและโลจิสติกส์ขั้นสูงระดับโลก

MIM และ WEF ได้ประกาศข้อตกลงความร่วมมือในระหว่างการประชุม Future Minerals Forum ซึ่งจัดขึ้นก่อนการประชุมประจำปีของ WEF หนึ่งสัปดาห์ ข้อตกลงจะมีผลจนถึงเดือนกันยายน 2027 และมีเป้าหมายเพื่อผนึกกำลังในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านแร่ธาตุสำคัญที่จำเป็นสำหรับพลังงานและเทคโนโลยีอื่นๆ การส่งเสริมหลักประกันทางด้านแหล่งของแร่ธาตุที่มีความยืดหยุ่น มีความยั่งยืน และมีความรับผิดชอบตามวัตถุประสงค์ทางด้านอุตสาหกรรมและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การเริ่มต้นของโครงการจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริหารร่วม ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนจากกระทรวงและ WEF ตามที่ระบุไว้ในข้อตกลง

*แหล่งข้อมูล: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260121465066/en

Contacts

Danah Alhumaid
dalhumaid@mep.gov.sa

ที่มา: Saudi Ministry of Economy and Planning

WEF26: ‘ทุนมนุษย์คือตัวขับเคลื่อนหลักของความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ’

Logo

ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์–(BUSINESS WIRE)–21 มกราคม 2026

เจ้าหญิง Reema Bandar Al-Saud เอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประจำสหรัฐอเมริกา ตรัสในการประชุมประจำปี 2026 ของสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ว่า เพื่อให้เศรษฐกิจยังคงสามารถแข่งขันได้ในอนาคต จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการลงทุนในทุนมนุษย์

Her Royal Highness Princess Reema Bandar Al-Saud, Ambassador of the Kingdom of Saudi Arabia to the United States of America, speaks on human capital and youth empowerment during the opening Saudi House session at the World Economic Forum Annual Meeting 2026 (Photo: AETOSWire)

เจ้าหญิง Reema Bandar Al-Saud เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประจำสหรัฐอเมริกา ทรงกล่าวถึงทุนมนุษย์และการเสริมสร้างศักยภาพเยาวชนระหว่างการเปิดการประชุม Saudi House ในการประชุมประจำปีของสภาเศรษฐกิจโลกปี 2026 (ภาพ: AETOSWire)

ในการกล่าวสุนทรพจน์บนเวที Saudi House เจ้าหญิงทรงแสดงความคิดเห็นว่า “ทุนมนุษย์ในปัจจุบันคือตัวขับเคลื่อนสำคัญ หากคุณต้องการเศรษฐกิจที่ทันสมัยที่สามารถแข่งขันได้”

พระองค์ทรงเสริมว่า “หากคุณให้อำนาจแก่ผู้คนและให้พื้นที่แก่พวกเขาในการเป็นผู้นำ พวกเขาจะใช้แรงผลักดันนั้นและสร้างผลลัพธ์ที่ดี และเมื่อคุณวางคนถูกที่ถูกเวลา สิ่งมหัศจรรย์ก็จะเกิดขึ้น ราชอาณาจักรคือสถานที่นั้น เรามีผู้คน และเวลานั้นก็คือตอนนี้”

ฯพณฯ Ahmed A. Alkhateeb รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว กล่าวว่า “เราตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้อนรับนักท่องเที่ยว 100 ล้านคนต่อปีภายในปี 2030 เราบรรลุเป้าหมายนั้นได้ก่อนกำหนดถึงเจ็ดปี และตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา เราก็ยังคงเกินเป้าหมายนั้นอย่างต่อเนื่องทุกปี พร้อมกับการเติบโตอย่างยั่งยืนของรายจ่ายของนักท่องเที่ยวในแต่ละปี”

ฯพณฯ Khalid A. Alfalih รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุน กล่าวว่า “การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของเราเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าจากก่อนวิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย 2030 นักลงทุนในประเทศกำลังใช้เงินของตนเองในการตัดสินใจ การลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และเราได้ก้าวไปถึงระดับเดียวกับจีนและอินเดียในแง่ของการก่อตัวของทุนคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของ GDP แล้ว”

ฯพณฯ Mohammed A. Aljadaan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย 2030 ว่าเป็นพิมพ์เขียวสำหรับการเปลี่ยนแปลงประเทศที่น่าเชื่อถือว่า “การปฏิรูปที่แท้จริงไม่ได้วัดจากความเร็วหรือชัยชนะในระยะแรก แต่ขึ้นอยู่กับว่าการปฏิรูปนั้นจะกลายเป็นความยั่งยืนหรือไม่ ซึ่งนั่นคือการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของสถาบันและตลาด”

ฯพณฯ Bandar I. Alkhorayef รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและทรัพยากรแร่ กล่าวว่า เยาวชนเป็นทรัพยากรที่ขาดแคลนในประเทศพัฒนาแล้ว และกล่าวเสริมว่า ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย “โชคดีที่มีคนหนุ่มสาวจำนวนมาก”

ฯพณฯ Faisal F. Alibrahim รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการวางแผน กล่าวว่า “ในการก้าวไปข้างหน้าสู่ความยืดหยุ่นและความยั่งยืนที่มากขึ้น ภาคเอกชนกำลังมีบทบาทมากขึ้น มีบทบาทร่วมนำ นวัตกรรมและการวิจัยและพัฒนาเป็นส่วนสำคัญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของเรามากขึ้น และเรากำลังเชื่อมโยงและบูรณาการกับตลาดโลก”

กระทรวงเศรษฐกิจและการวางแผนประกาศว่าจะเปิดตัวแพลตฟอร์ม SUSTAIN เวอร์ชันเบต้าในปี 2026 ระหว่างการเสวนา NextOn ที่ Saudi House โดย SUSTAIN เป็นเครือข่ายความร่วมมือแบบจับคู่ที่ใช้ AI ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือข้ามภาคส่วนและเร่งการดำเนินงานตามแผนพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยแพลตฟอร์มนี้ได้รับการพัฒนาร่วมกับ WEF และ Bain & Company

ศูนย์โครงการคุณภาพชีวิตและ UN-Habitat ร่วมกันประกาศผลลัพธ์ของโครงการริเริ่มคุณภาพชีวิต ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่สนับสนุนแนวทางการพัฒนาเมืองที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง

SDM ประกาศความร่วมมือกับ Weill Cornell Medicine – Cornell University ในชื่อโครงการ Frontier Science for Human Health: A Saudi–U.S. Space Research Collaboration โดยข้อตกลงนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและชีววิทยาเชิงคำนวณที่ล้ำสมัย โดยเน้นที่การวิจัยอวกาศและภารกิจด้านสุขภาพของมนุษย์

ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260120585206/en

Contacts

Danah Alhumaid
dalhumaid@mep.gov.sa

ที่มา: Saudi Ministry of Economy and Planning

สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีและสภาเศรษฐกิจโลก ประกาศจัดตั้ง ‘ศูนย์เทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งอาบูดาบี’ ที่เมืองดาวอส

Logo

อาบูดาบีกลายเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางแห่งใหม่สำหรับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ควอนตัม หุ่นยนต์ เทคโนโลยีอวกาศ รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI ที่เกี่ยวข้อง

ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์–(BUSINESS WIRE)–21 มกราคม 2026

สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี (TII) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยประยุกต์ของสภาวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งอาบูดาบี (ATRC) และสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ได้ประกาศเปิดตัวศูนย์เทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งอาบูดาบี ซึ่งเป็นศูนย์ใหม่ภายในเครือข่ายระดับโลกของศูนย์ปฏิวัติอุตสาหกรรมที่สี่ (C4IR) อันทรงเกียรติของ WEF

Technology Innovation Institute and World Economic Forum Announce ‘Abu Dhabi Centre for Frontier Technologies’ at Davos (Photo: AETOSWire)

สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีและเวทีเศรษฐกิจโลกประกาศจัดตั้ง ‘ศูนย์เทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งอาบูดาบี’ ที่เมืองดาวอส (ภาพ: AETOSWire)(Photo: AETOSWire)

ความร่วมมือดังกล่าวได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการในพิธีลงนามซึ่งจัดขึ้นนอกรอบการประชุมประจำปีของสภาเศรษฐกิจโลกปี 2026 ที่เมืองดาวอส ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อกำหนดอนาคตของเทคโนโลยีล้ำสมัย

ศูนย์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นด้วยพันธกิจที่ชัดเจนในการเป็นผู้นำด้านความก้าวหน้าในการวิจัยและพัฒนาที่ล้ำสมัย ช่วยส่งเสริมแนวนโยบายระดับโลกเกี่ยวกับเทคโนโลยีเกิดใหม่ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศที่นำนวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริง โดยสร้างขึ้นบนจุดแข็งของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในฐานะแหล่งทดสอบนวัตกรรมในโลกแห่งความเป็นจริง ด้วยสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่คล่องตัวและการเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งระหว่างการวิจัย นโยบาย และการดำเนินการ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จึงเป็นแพลตฟอร์มที่ไม่เหมือนใครสำหรับการทดลองใช้งาน การนำไปใช้ และการขยายขนาดเทคโนโลยีเกิดใหม่ในระดับประเทศ ซึ่งความสามารถนี้จะได้รับการขยายผลให้มากขึ้นผ่านเครือข่าย C4IR ที่เชื่อมโยงกันทั่วโลกของสภาเศรษฐกิจโลก

ศูนย์แห่งใหม่นี้จะทำให้เมืองอาบูดาบีเป็นศูนย์กลางระดับโลกสำหรับการวิจัยบุกเบิกเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมุ่งเน้นที่การคำนวณควอนตัม หุ่นยนต์ ระบบขับเคลื่อนและอวกาศ และการประยุกต์ใช้ AI ที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้ ทาง TII จะเข้าร่วมระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก ซึ่งออกแบบมาเพื่อเร่งการนำเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงโลกมาใช้อย่างมีความรับผิดชอบ

ดร. Najwa Aaraj ซีอีโอของ TII กล่าวว่า “เมื่อเทคโนโลยีล้ำสมัยพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ความจำเป็นและโอกาสในการชี้นำการนำไปใช้ที่รับผิดชอบและสร้างผลกระทบจึงเพิ่มมากขึ้น ศูนย์แห่งนี้ได้รวบรวมความเป็นเลิศด้านการวิจัย ความเป็นผู้นำด้านนโยบาย และความร่วมมือระดับโลกไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อผลักดันขอบเขตของการวิจัยและพัฒนาที่ล้ำสมัย ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้วิทยาศาสตร์ที่ก้าวล้ำสามารถก้าวข้ามห้องปฏิบัติการไปสู่การประยุกต์ใช้ในโลกแห่งความเป็นจริงได้ ด้วยการเปลี่ยนนวัตกรรมให้เป็นโซลูชันที่ปรับขนาดได้และมีการกำกับดูแลอย่างรับผิดชอบ เรากำลังเสริมสร้างบทบาทของอาบูดาบีในฐานะศูนย์กลางระดับโลกสำหรับวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และผลกระทบต่างๆ”

การประกาศในครั้งนี้ได้ช่วยเสริมสร้างบทบาทของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในเครือข่าย C4IR ระดับโลกของสภาเศรษฐกิจโลก โดยเข้าร่วมกลุ่มศูนย์กลางที่มีชื่อเสียงจากประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ซาอุดีอาระเบีย ญี่ปุ่น และอินเดีย

“การเพิ่มศูนย์เทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งอาบูดาบีเข้ามา จะช่วยเสริมศักยภาพของเครือข่าย C4IR ระดับโลก ในการกำหนดทิศทางวาระด้านเทคโนโลยีระดับโลก” กล่าวโดย Jeremy Jurgens, กรรมการผู้จัดการ สภาเศรษฐกิจโลก “ด้วยการนำศักยภาพด้านการวิจัยระดับโลกเข้ามาสู่เครือข่าย ศูนย์แห่งนี้จะสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในการเปลี่ยนนวัตกรรมให้เป็นโซลูชันที่ใช้งานได้จริงและมีความรับผิดชอบ ซึ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วม ความยั่งยืน และความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี”

ศูนย์แห่งนี้มีเป้าหมายที่จะผลักดันขอบเขตของการวิจัยและพัฒนาในเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สำคัญ พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำทางความคิดของอาบูดาบีผ่านโครงการนำร่องเพื่อพิสูจน์แนวคิด โครงการทดสอบด้านกฎระเบียบ และการประชุมระดับโลก โดยจะทำหน้าที่เป็นทั้งกลไกขับเคลื่อนนวัตกรรมและแพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างมีความรับผิดชอบ และเสริมสร้างสถานะของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในระดับโลกด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม

ที่มา: AETOSWire

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ https://www.businesswire.com/news/home/20260120284423/en

Contacts

Jinan Warrayat
jinan.warrayat@tii.ae

ที่มา: Technology Innovation Institute

หอการค้าระหว่างประเทศ และ Carbon Measures ประกาศรายชื่อกลุ่มผู้เชี่ยวชาญระดับโลกชุดแรกสำหรับคณะทำงานด้านการบัญชีคาร์บอน

Logo

ผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วยผู้นำระดับโลกจากภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม

ปารีสและนิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–19 มกราคม 2026

ในวันนี้ ทางหอการค้าระหว่างประเทศ (International Chamber of Commerce: ICC) และ Carbon Measures ประกาศรายชื่อกลุ่มผู้เชี่ยวชาญชุดแรกที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมเป็นคณะผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคด้านการบัญชีคาร์บอนซึ่งจะทำหน้าที่กำหนดหลักการ ขอบเขต และการประยุกต์ใช้จริงของระบบบัญชีในการปล่อยคาร์บอน

ผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วยผู้นำและผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วนอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นตัวแทนจากหลากหลายสาขา พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ และภูมิหลังทางวิชาชีพ คณะทำงานนี้จะนำประสบการณ์ด้านความยั่งยืน เทคโนโลยี นโยบายสาธารณะ รวมถึงระบบอุตสาหกรรมและการเงินมาปรับใช้ เพื่อจัดตั้งระบบบัญชีการปล่อยคาร์บอนแบบใช้บัญชีแยกประเภทตามระยะเวลาที่กำหนด มีความถูกต้องแม่นยำ และสามารถตรวจสอบได้ ระบบนี้จะติดตามการปล่อยมลพิษในระดับผลิตภัณฑ์ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงปฏิบัติในโลกแห่งความจริงของบริษัท หน่วยงานที่กำหนดมาตรฐาน และผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญชุดแรกประกอบด้วย:

  •  Alicia Seiger, ผู้อำนวยการด้านสภาพภูมิอากาศจากองค์กร Chan Zuckerberg Initiative (สหรัฐอเมริกา)
  •  Dr. Amy Luers, หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมด้านความยั่งยืนจากบริษัท Microsoft (สหรัฐอเมริกา)
  •  Armin Knors, อดีตหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมและเทคโนโลยีจากบริษัท Bayer (เยอรมนี)
  •  Dr. Benedikt Plümper, หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนด้าน ESG ของกลุ่ม CIB จากธนาคาร Banco Santander (สเปน)
  •  Billy Pizer, ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารจาก Resources for the Future (สหรัฐอเมริกา)
  •  Jakob Stausholm, นักวิจัยอาวุโสจากโรงเรียนรัฐบาล Blavatnik และมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด; อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารจากบริษัท Rio Tinto (เดนมาร์ก)
  •  Kate Maher, ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (สหรัฐอเมริกา)
  •  Koushik Chatterjee, ผู้อำนวยฝ่ายบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และกรรมการจากบริษัท Tata Steel Limited (อินเดีย)
  •  Rachel Teo, กรรมการผู้จัดการจากสำนักงานบริหารทรัพย์สินครอบครัวเอกชน (สิงคโปร์)
  •  Tatsuya “Todd” Hoshino, นักกลยุทธ์การบริหารจัดการของฝ่ายเมทานอลและแอมโมเนียจากบริษัท Mitsui & Co. (ญี่ปุ่น)

จะมีการประกาศรายชื่อผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมเพื่อเข้าร่วมคณะทำงานในประกาศครั้งถัดไป ก่อนการประชุมในครั้งแรกของกลุ่ม ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นภายในไตรมาสนี้ โดยสมาชิกทุกคนจะเข้าร่วมในนามส่วนบุคคล

“ผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านต่างก็มีความรู้ทางเทคนิคเชิงลึก และมีความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยมลพิษอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน” กล่าวโดย Amy Brachio, CEO ของ Carbon Measures “สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือคุณภาพของผู้สมัครที่เราได้เห็นจากทั่วโลก ผู้นำที่ได้สะสมประสบการณ์มาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานและต้องการนำประสบการณ์ของตนมาช่วยให้การดำเนินงานครั้งนี้ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง กลุ่มแรกนี้จะสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการจัดตั้งระบบที่สามารถแยกผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยให้การแข่งขันเชิงนโยบายและเชิงตลาดสามารถเร่งการลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมีนัยสำคัญ”

“การแต่งตั้งเข้าร่วมกับคณะทำงานในระยะแรกได้นำมาซึ่งความเชี่ยวชาญเชิงลึกและความหลากหลายของประสบการณ์ในระดับสูงเป็นพิเศษ ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายของความเชี่ยวชาญที่จำเป็นต่อการยกระดับการบัญชีคาร์บอนให้เป็นเครื่องมือในการเร่งการลดคาร์บอนทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจ” กล่าวโดย Andrew Wilson, รองเลขาธิการของ ICC “เราคาดหวังที่จะได้ทำงานร่วมกับ Carbon Measures เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับคณะทำงานในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า และเรารู้สึกดีใจอย่างมากจากการตอบรับอย่างเข้มแข็งของผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาวิชาและตลาด”

ICC เป็นผู้นำกระบวนการคัดเลือก ด้วยการคัดกรองผู้สมัครเพื่อให้มั่นใจถึงการเป็นตัวแทนในระดับโลกอย่างครอบคลุมและมีความเชี่ยวชาญเชิงลึกทางเทคนิค ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นจะได้รับการตรวจสอบโดยประธานร่วมของคณะทำงาน (Amy Brachio และ Karthik Ramanna ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด) โดยที่ ICC และ Carbon Measures จะเข้าร่วมในการตกลงเกี่ยวกับองค์ประกอบสุดท้ายด้วย

จากได้รับความสนใจในระดับโลกอย่างมากและคำขอให้ขยายระยะเวลาการรับสมัครออกไป ทาง ICC และ Carbon Measures จึงได้ขยายกำหนดส่งใบรับสมัครออกไปจนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 เพื่อให้มั่นใจว่าคณะทำงานจะประกอบด้วยบุคลากรที่มีทักษะสูงสุด การขยายระยะเวลานี้จะเปิดโอกาสให้มีการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพิ่มเติมจากทั่วโลกเข้าร่วมกับคณะทำงาน

เกี่ยวกับ Carbon Measures

Carbon Measures เป็นความร่วมมือระดับโลกของกลุ่มธุรกิจชั้นนำที่มุ่งมั่นในการผลักดันกรอบการทำงานทางการบัญชีคาร์บอนแบบใช้บัญชีแยกประเภท ซึ่งให้ข้อมูลในระดับบริษัทและระดับผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องแม่นยำ สามารถตรวจสอบได้ และอยู่ภายในระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ Carbon Measures ยังเรียกร้องให้นำเสนอนโยบายใหม่ๆ ที่ช่วยปลดล็อกนวัตกรรม การแข่งขัน และแนวทางแก้ไขบนพื้นฐานของตลาดในการลดการปล่อยมลพิษ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Carbon Measures โปรดเข้าชมได้ที่ carbonmeasures.org

เกี่ยวกับหอการค้าระหว่างประเทศ (ICC)

หอการค้าระหว่างประเทศ (International Chamber of Commerce: ICC) เป็นตัวแทนเชิงสถาบันของบริษัทมากกว่า 45 ล้านแห่งจาก 170 ประเทศทั่วโลก ภารกิจของ ICC คือการทำให้ภาคธุรกิจสามารถดำเนินงานได้สำหรับทุกคน ทุกวัน และทุกหนแห่ง ด้วยการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ระหว่างการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย การนำเสนอวิิธีแก้ปัญหา และการกำหนดมาตรฐาน ทางเราจะส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และแนวทางด้านกฎระเบียบในระดับสากลควบคู่ไปกับการให้บริการระงับข้อพิพาทที่เป็นผู้นำในตลาดด้วย สมาชิกของเราประกอบด้วยบริษัทชั้นนำของโลก, กลุ่ม SME, สมาคมธุรกิจ และหอการค้าท้องถิ่นจำนวนมาก โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหอการค้าระหว่างประเทศได้ที่ iccwbo.org

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260118104674/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อมวลชน
randa.eltahawy@iccwbo.org
media@carbonmeasures.org

ที่มา: International Chamber of Commerce and Carbon Measures

PT Valbury Asia Futures เปิดตัวการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ร่วมกับ Alpaca เพิ่มโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น

Logo

นิวยอร์ก และจาการ์ตา อินโดนีเซีย–(BUSINESS WIRE)–21 มกราคม 2026

บริษัท PT Valbury Asia Futures (“Valbury”) บริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ชั้นนำของอินโดนีเซียที่มีประสบการณ์ 30 ปีในการซื้อขายฟอเร็กซ์และสินค้าโภคภัณฑ์ ประกาศเปิดตัวการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ในวันนี้ การเปิดตัวครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดย Alpaca ผู้นำระดับโลกด้าน API โครงสร้างพื้นฐานสำหรับนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งให้บริการเข้าถึงออปชั่น หุ้น ETF และตราสารหนี้

PT Valbury Asia Futures Launches US Stock Trading with Alpaca, Increasing Access for Investors

PT Valbury Asia Futures เปิดตัวการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ร่วมกับ Alpaca เพิ่มโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น

ในอดีต นักลงทุนรายย่อยชาวอินโดนีเซียเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงการลงทุนในระดับโลก เนื่องจากค่าธรรมเนียมสูง กฎระเบียบที่ซับซ้อน และอุปสรรคอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนนักลงทุนรายย่อยที่คาดว่าจะแตะ 17 ล้านคนในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความรู้ทางการเงินและการมีส่วนร่วมในตลาด Valbury กำลังใช้ประโยชน์จากแรงผลักดันนี้โดยทำให้หุ้นสหรัฐฯ เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้คนในวงกว้าง

บริการนี้ช่วยให้ลูกค้าของ Valbury สามารถซื้อขายหุ้นของบริษัทใหญ่ๆ ในสหรัฐอเมริกาได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยังคงปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบของอินโดนีเซีย ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดสำหรับนักลงทุนในท้องถิ่นได้อย่างมาก ทำให้พวกเขาสามารถกระจายพอร์ตการลงทุนในตลาดทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้

“ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดึงดูดนักลงทุนชาวอินโดนีเซียเป็นอย่างมาก แต่พวกเขามักต้องมีบัญชีหลายบัญชีในแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อเข้าถึงทั้งสินทรัพย์ในประเทศและต่างประเทศ” Caroline Haryono ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ PT Valbury Asia Futures กล่าว “ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ของเรา ลูกค้าของ Valbury สามารถรวมสินทรัพย์ทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยลดความยุ่งยาก ปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า และทำให้การลงทุนในระดับโลกเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่มคนร่ำรวยเท่านั้น”

Valbury ใช้ Broker API ของ Alpaca เพื่อขับเคลื่อนบริการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการใช้เทคโนโลยี OmniSub ของ Alpaca ด้วย ซึ่งรวมถึงการใช้เทคโนโลยี OmniSub ของ Alpaca ซึ่งเป็นแบบจำลองบัญชีแยกประเภทย่อยที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานเบื้องหลังให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น OmniSub ช่วยให้ Valbury ปฏิบัติตามกฎระเบียบของอินโดนีเซียได้อย่างถูกต้อง ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดความซับซ้อนของการทำบัญชีที่ซับซ้อน รวมถึงการจัดการตำแหน่ง การกระทบยอด การดำเนินการของบริษัท และการจับคู่การซื้อขาย

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะสนับสนุน Valbury ในการนำเสนอโอกาสการลงทุนระดับโลกแก่นักลงทุนในอินโดนีเซีย” Yoshi Yokokawa ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Alpaca กล่าว “ด้วยเทคโนโลยี Broker API และ OmniSub ของเรา เราช่วยให้โบรกเกอร์สามารถเข้าถึงตลาดทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้มากขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น”

เกี่ยวกับ Alpaca

Alpaca เป็นบริษัทโบรกเกอร์-ดีลเลอร์ที่ดำเนินการชำระบัญชีด้วยตนเอง มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้นำระดับโลกด้าน API โครงสร้างพื้นฐานการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งช่วยให้เข้าถึงหุ้น ETF ออปชั่น และตราสารหนี้ได้ Alpaca นำเสนอโซลูชันทางการเงินที่สามารถปรับแต่งได้สำหรับการให้ยืมหลักทรัพย์ที่ชำระเงินเต็มจำนวน เงินสดผลตอบแทนสูง การซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ การลงทุนที่สอดคล้องกับหลักชะรีอะฮ์ และอื่นๆ ปัจจุบัน Alpaca ให้บริการบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กว่า 9 ล้านบัญชีผ่านฟินเทคและสถาบันต่างๆ หลายร้อยแห่งในกว่า 40 ประเทศ ด้วยเงินทุนกว่า 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมที่ alpaca.markets

เกี่ยวกับ Valbury

ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีในการช่วยเหลือนักลงทุนชาวอินโดนีเซียในการซื้อขายในตลาดฟิวเจอร์ส และชื่อเสียงด้านบริการที่เป็นเลิศ Valbury Asia Futures ได้สร้างชื่อเสียงที่มั่นคงในฐานะโบรกเกอร์และพันธมิตรการซื้อขายที่น่าเชื่อถือที่สุดในอินโดนีเซีย Valbury ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Badan Pengawas Perdagangan Berjangka Komoditi (BAPPEBTI) อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกของ Jakarta Futures Exchange และ PT Kliring Berjangka Indonesia (KBI) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเข้าชมที่ valbury.co.id/en/

ผลิตภัณฑ์ OmniSub นำเสนอโดย AlpacaDB, Inc. ในฐานะบริการเทคโนโลยีสำหรับการบัญชีย่อยที่เกี่ยวข้องกับบริการหักบัญชีแบบ omnibus การอนุมัติบริการเทคโนโลยีนี้ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะโดย Alpaca Securities LLC

บริษัท Alpaca และ PT Valbury Asia Futures ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กัน และจะไม่รับผิดชอบต่อหนี้สินของผู้อื่น

บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ให้บริการโดย Alpaca Securities LLC ซึ่งเป็นสมาชิกของ FINRA / SIPC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ AlpacaDB, Inc. เป็นเจ้าของทั้งหมด

การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ Disclosure Library

การซื้อขายหุ้นแบบเศษส่วนช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อและขายหุ้นในปริมาณและมูลค่าเป็นเศษส่วนของหลักทรัพย์บางประเภทได้ การซื้อขายหุ้นแบบเศษส่วนมีความเสี่ยงเฉพาะตัวและอยู่ภายใต้ข้อจำกัดบางประการที่คุณควรทราบก่อนที่จะดำเนินการดังกล่าว โปรดดู Alpaca Customer Agreement สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม

AlpacaDB, Inc. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Alpaca Securities LLC ให้บริการและเทคโนโลยี รวมถึง API โครงสร้างพื้นฐานการซื้อขายหลักทรัพย์ที่สนับสนุนบริการทางการเงินของ Alpaca

นี่ไม่ใช่ข้อเสนอ การชักชวนให้เสนอซื้อหรือขาย หรือคำแนะนำในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในเขตอำนาจศาลใดๆ ที่บริษัท Alpaca Securities ไม่ได้จดทะเบียนหรือได้รับใบอนุญาตตามที่กำหนด

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260120190817/en

Contacts

สื่อสัมพันธ์
Patrick Valoppi
press@alpaca.markets

ที่มา: Alpaca

The Bangkok Reporter