รายงานระดับโลกของ NIQ เผยความท้าทายและโอกาสสำหรับการเติบโตของผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตและผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์

Logo

เมื่ออคติที่ผู้คนมีต่อผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตลดลงไปเรื่อยๆ ยอดขายทั่วโลกก็เติบโตขึ้นถึง 4.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

10 แบรนด์ชั้นนำของโลกมียอดขายเติบโตแซงหน้าผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตถึงกว่า 4.8%

ผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตที่ต่างต้องแข่งกันช่วงชิงความสนใจจากผู้บริโภคอาจหันมาร่วมมือกันเพื่อเติบโตไปด้วยกันได้

ชิคาโก–(BUSINESS WIRE)–27 มีนาคม 2025

ในวันนี้ NielsenIQ (NIQ) เผยแพร่รายงาน Finding Harmony on the Shelf: 2025 Global Outlook on Private Label & Branded Products (หาจุดร่วมในตลาดไปด้วยกัน: มุมมองทั่วโลกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตและผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์ในปี 2025) เป็นรายงานฉบับใหม่ที่ให้การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับทัศนคติของผู้บริโภคทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงไปต่อผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตและผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์ ตัวเร่งปฏิกิริยาที่ผลักดันแนวโน้มเหล่านี้ในระดับโลกและระดับภูมิภาค และข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญที่ผู้ค้าปลีกและผู้ผลิต CPG ควรคำนึงถึง เพื่อให้สามารถวางกลยุทธ์เข้าถึงผู้บริโภคภายในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาคที่เดินหน้าไปอย่างรวดเร็วได้

จากรายงานของ NIQ พบว่าผู้ตอบแบบสำรวจทั่วโลกกว่าครึ่ง (53%) ซื้อผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตมากขึ้น ในขณะเดียวกัน 10 แบรนด์ชั้นนำของโลกก็มียอดขายทั่วโลกที่ฟื้นตัวขึ้นในปี 2024 ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผู้ค้าปลีกและผู้ผลิต CPG จะยังคงแข่งกันช่วงชิงความสนใจจากผู้บริโภคบนชั้นวางสินค้าในร้านขายของชำและร้านค้าปลีกทั้งเล็กและใหญ่ต่อไป

“ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้ออย่างต่อเนื่องเพื่อให้เข้ากับสภาพตลาดปัจจุบัน รายงานของเราย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกจะต้องร่วมมือกันเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของ CPG ระลอกต่อไปและดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ” Marta Cyhan-Bowles หัวหน้าฝ่ายการสื่อสารและหัวหน้าทีม COE ฝ่ายการตลาดระดับโลกจาก NIQ กล่าว “ในการค้นหาวิธีทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ทั้งสองฝ่ายสามารถใช้ประโยชน์จากแนวโน้มเหล่านี้เพื่อปลดล็อกโอกาสใหม่ๆ และเพิ่มภาพจำในตลาด”

แนวโน้มสำคัญที่กำหนดทิศทางการเติบโตของผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตและผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์

การรับรู้ที่ผู้บริโภคมีต่อผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่แบรนด์ระดับโลกก็มีผลการดำเนินธุรกิจที่ดีเช่นกัน แนวโน้มสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตและผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์ ได้แก่:

  •  การเปลี่ยนแปลงของมูลค่าที่รับรู้: อคติต่อผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตกำลังลดลงไปเรื่อยๆ โดยผู้ตอบแบบสำรวจ 68% มองว่าผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตเป็นทางเลือกที่ดีที่ทดแทนแบรนด์ที่มีชื่อเสียงได้ และ 69% มองว่าผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตมีความคุ้มค่า
  •  ความต้องการที่เพิ่มขึ้น: ด้วยเหตุผลข้างต้น ผู้บริโภคทั่วโลก 60% จึงกล่าวว่าตนจะซื้อผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตมากขึ้น หากมีสินค้าให้เลือกหลากหลายกว่าเดิม
  •  การรักษาเสถียรภาพผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิต: สัดส่วนยอดขายทั่วโลกเพิ่มขึ้น 1.4 จุด แต่มีสัญญาณการเติบโตที่ชะลอตัวในทุกภูมิภาค ในยุโรป การเติบโตชะลอตัวลงจากเกือบ 12% ในปี 2023 เหลือเพียงต่ำกว่า 4% ในปี 2024
  •  ความพิเศษ: ผู้บริโภคทั่วโลกกว่าครึ่ง (54%) กล่าวว่าตนมีแนวโน้มที่จะให้รางวัลกับตัวเองด้วยหันไปใช้ผลิตภัณฑ์แบรนด์พรีเมียม โดยคนรุ่นใหม่ อันได้แก่ กลุ่มมิลเลนเนียล (61%) และกลุ่ม Gen Z (58%) มีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวเกินกว่าค่าเฉลี่ย
  •  ​ ความเปิดกว้างในการสำรวจ: ผู้ตอบแบบสำรวจกว่าครึ่ง (58%) ยังระบุด้วยว่าตนกำลังขยายการซื้อสินค้าจากแบรนด์ต่างๆ ไปยังหลายหมวดหมู่ ผู้ตอบแบบสำรวจทั่วโลกอีก 58% ระบุว่าสินค้ามีแบรนด์หรือสินค้าตราห้างนั้นไม่ต่างกัน โดยเลือกผลิตภัณฑ์ตามความจำเป็นแทน

“ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะที่สุดที่องค์กรต่างๆ จะร่วมมือกันค้นหาวิธีขับเคลื่อนการเติบโตในแง่ผลกำไรโดยรวมจากผู้บริโภค การเติบโตไม่ใช่เรื่องที่เกินเอื้อมเลยสำหรับหลายๆ บริษัทในตลาดที่มีความหลากหลายเกินคาดแห่งนี้ ผู้ค้าปลีกควรเพิ่มปริมาณการเข้าชมตามหมวดหมู่ให้สูงสุดด้วยการวางกลยุทธ์ผสมผสานระหว่างผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตอย่างสมดุลกัน และพิจารณาโปรแกรมส่งเสริมการขายร่วมกันเพื่อกระตุ้นการเติบโตตามหมวดหมู่โดยรวม ในทางกลับกัน ผู้ผลิตจำเป็นต้องปกป้องและขยายส่วนแบ่งการตลาดของตนด้วยการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่มีแรงจูงใจทางการค้า ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามรักษาคุณค่าโดยรวมที่แบรนด์ของตนจะให้ได้เอาไว้ด้วย” กล่าวโดย Lauren Fernandes รองประธานฝ่ายผู้นำความคิดระดับโลกจาก NIQ

ความรู้สึกในเชิงบวกของผู้บริโภคสะท้อนให้เห็นได้จากข้อมูลยอดขายทั่วโลกที่น่าประทับใจ โดย NIQ Retail Measurement Services รายงานว่ายอดขายของแบรนด์ชั้นนำ 10 อันดับแรกของโลกเพิ่มขึ้น 4.8% ซึ่งแซงหน้าการเติบโตของยอดขายประจำปีของผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตไปเล็กน้อยที่ 4.3% อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีความแตกต่างในแต่ละภูมิภาคอยู่ กล่าวคือ ชาวอียิปต์มีแนวโน้มที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตมากกว่า ในขณะที่ชาวเกาหลีใต้มีแนวโน้มน้อยกว่าที่จะมองว่าผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตเป็นทางเลือกที่ทดแทนแบรนด์ที่มีชื่อเสียงได้

การหาจุดร่วมในความสำเร็จระหว่างผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตและผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์

กลยุทธ์ที่ผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตจะใช้ในการประสานงานเพื่อการเติบโตร่วมกันได้ ได้แก่:

  •  สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิต:
    •  ฮาโลเอฟเฟกต์ของแบรนด์: การอยู่ใกล้แบรนด์ที่มีชื่อเสียงช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดใจให้กับผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตได้ แบรนด์ต่างๆ หล่อเลี้ยงธุรกิจผ่านความภาคภูมิใจ (30%), ความเหนือกว่า (37%) และชื่อเสียง (48%) แต่ผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตจะได้รับความไว้วางใจเพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อมีคุณภาพเทียบเท่ากับแบรนด์ชั้นนำ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มยอดขายได้
    •  การเปรียบเทียบราคา: โดยทั่วไปแล้วผลิตภัณฑ์จากแบรนด์จะขายในราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตในหมวดหมู่ CPG ทั่วโลกถึง 26% ช่องว่างด้านราคาสามารถกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกสินค้าจากความคุ้มค่าได้ เพื่อลองสินค้าใหม่หรือสินค้าที่ทัดเทียมกัน
  •  สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์:
    •  เพิ่มปริมาณการเข้าชม: ผู้บริโภคทั่วโลกเกือบสองในสาม (60%) ไว้วางใจสินค้าตราห้างเนื่องจากตนเชื่อใจในตัวผู้ค้าปลีก ข้อมูลของ NIQ แสดงให้เห็นว่าผู้ค้าปลีกชั้นนำในสหราชอาณาจักรกระตุ้นยอดขายทั้งผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิต และผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์ได้ โดยในปี 2024 ผู้ค้าปลีกในสหราชอาณาจักรสามรายผลักดันการเติบโตของผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตกว่า 70% และผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์กว่า 86% ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าชื่อเสียงของผู้ค้าปลีกจะส่งผลดีต่อผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงด้วย
    •  การขยายตลาด: ผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตช่วยกระตุ้นยอดขายให้เติบโตกว่าครึ่งหนึ่งในหมวดหมู่สินค้า เช่น กาแฟพร้อมดื่มและสแน็กบาร์ ซึ่งสร้างโอกาสให้กับทุกแบรนด์ ในช่วงแรก ผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตช่วยสร้างการรับรู้ในหมวดหมู่สินค้าและส่งเสริมการยอมรับในแบรนด์ที่มีชื่อเสียงได้ แบรนด์ต่างๆ จึงควรเน้นให้ความสำคัญกับภาคส่วนที่ผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตจะสร้างโอกาสในหมวดหมู่สินค้าได้

เกี่ยวกับ Finding Harmony on the Shelf: 2025 Global Outlook on Private Label & Branded Products Report

รายงานที่มีลักษณะเฉพาะนี้มุ่งเน้นไปที่แนวโน้มที่ขับเคลื่อนการเติบโตทั่วโลกนี้ประเมินพลวัตการพึ่งพาและแข่งขันกันระหว่างผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้าจ้างผลิตและผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์และระบุโอกาสสำหรับผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตในการขับเคลื่อนความร่วมมือและการเติบโต เพื่อทำความเข้าใจว่าแนวโน้มเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อตลาดในท้องถิ่นของคุณอย่างไร ดาวน์โหลดสำเนารายงานฟรี

ระเบียบวิธีการวิจัย

แบบสำรวจทั่วโลกของรายงาน NIQ 2025 Private Label & Branded Products จัดทำขึ้นระหว่างเดือนธันวาคม 2024 ถึงมกราคม 2025 โดยสำรวจผู้บริโภคออนไลน์กว่า 17,000 รายใน 25 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรป ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลางและแอฟริกา และอเมริกาเหนือ ผู้ตอบแบบสำรวจได้แก่ผู้บริโภคที่มักเป็นผู้ตัดสินใจเลือกซื้อของเข้าบ้านและตกลงที่จะเข้าร่วมการสำรวจนี้ กลุ่มตัวอย่างสำหรับแต่ละประเทศได้มาจากผู้คนในกลุ่มอายุและเพศในสัดส่วนที่สอดคล้องกับข้อมูลสำมะโนของพื้นที่นั้นๆ โดยมีการรับรองแล้วว่ากลุ่มประชากรแต่ละกลุ่มนั้นมีจำนวนตามขนาดพื้นฐานที่จะให้ผลที่เชื่อถือได้ทางสถิติ

เกี่ยวกับ NIQ

NielsenIQ (NIQ) เป็นบริษัทชั้นนำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคที่ให้คุณได้เข้าใจพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคโดยครบถ้วนรอบด้านที่สุดและเผยเส้นทางใหม่สู่การเติบโต โดย NIQ ร่วมมือกับ GfK ในปี 2023 ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้นำอุตสาหกรรมสองรายที่มีขอบเขตการเข้าถึงทั่วโลกที่ไม่มีใครเทียบได้ การเข้าถึงทั่วโลกของเรากว้างไกลไปถึงกว่า 90 ประเทศ ครอบคลุมประชากรประมาณ 85% ของประชากรโลก และข้อมูลค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคทั่วโลกรวมกว่า 7.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยข้อมูลการค้าปลีกแบบองค์รวมและข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคที่ครอบคลุมที่สุด ซึ่งนำเสนอด้วยการวิเคราะห์ขั้นสูงผ่านแพลตฟอร์มที่ทันสมัย ทำให้ ​​NIQ ส่งมอบบริการแบบ Full View™ ได้

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.niq.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

sweta.patra@nielseniq.com

ที่มา: NielsenIQ

Zema Global เสริมความแข็งแกร่งให้กับการนำเสนอด้านการวิเคราะห์ด้วยการซื้อกิจการ cQuant.io

Logo

  •  David Leevan ซีอีโอของ cQuant.io ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานของ Zema Global เพื่อช่วยขับเคลื่อนการเติบโตและนวัตกรรมในธุรกิจรวม
  •  cQuant.io จะดำเนินการในฐานะบริษัทย่อยภายใต้แบรนด์ “A Zema Global Company” ที่สะท้อนถึงแนวทางเชิงกลยุทธ์และวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสองบริษัท

เดนเวอร์–(BUSINESS WIRE)–02 เมษายน 2025

Zema Global ผู้ให้บริการโซลูชันการจัดการข้อมูลและการวิเคราะห์ชั้นนำสำหรับบริษัทที่ประกอบธุรกิจในภาคพลังงาน สินค้าโภคภัณฑ์ และการเงิน ประกาศเข้าซื้อกิจการ cQuant.io ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมโซลูชันการวิเคราะห์สำหรับบริษัทพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก FTV Capital ซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายเดิมของ Zema Global โดยถือเป็นก้าวสำคัญในพันธกิจของบริษัทในการส่งมอบข้อมูลเชิงลึกระดับองค์กรแบบเรียลไทม์ที่เปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงานของบริษัทพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์

Andrea Remyn Stone ซีอีโอของ Zema Global กล่าวว่า “นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับ Zema Global และลูกค้าของเรา การนำ cQuant.io เข้ามาถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งมอบความสามารถด้านข้อมูลและการวิเคราะห์แบบครบวงจรอย่างแท้จริง โดยการนำเสนอแบบผสมผสานของเราจะช่วยให้ภาคส่วนพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์มีความแม่นยำ ความเร็ว และความอัจฉริยะที่จำเป็นต่อการเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในปัจจุบัน”

การเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้จะผสมผสานข้อมูลองค์กรและความสามารถในการจัดการแบบเส้นโค้งของ Zema Global เข้ากับแพลตฟอร์มวิเคราะห์ขั้นสูงของ cQuant.io ช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้เร็วขึ้นและแม่นยำยิ่งขึ้นในตลาดที่มีความซับซ้อนและผันผวนสูง

ซึ่งทั้งสองธุรกิจมีความเสริมซึ่งกันและกันอย่างลงตัว โดยแต่ละธุรกิจจะนำเสนอแพลตฟอร์มคลาวด์เนทีฟที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งขณะนี้สามารถครอบคลุมทุกแง่มุมของการรวบรวม การประเมินค่า การคาดการณ์ และการเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตโฟลิโอข้อมูล

ภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลง David Leevan, อดีตซีอีโอของ cQuant.io จะดำรงตำแหน่งประธานบริษัท Zema Global และเป็นผู้นำในการขยายบริษัทไปสู่การวิเคราะห์ขั้นสูง cQuant.io จะดำเนินการในฐานะบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นทั้งหมด ภายใต้แบรนด์ “A Zema Global Company”

David Leevan อดีต CEO ของ cQuant.io และประธานของ Zema Global กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับ Zema Global การผสมผสานระหว่างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลชั้นนำของตลาดของ Zema Global กับโครงสร้างพื้นฐานการวิเคราะห์ของเราถือเป็นการนำเสนอที่ทรงพลังอย่างยิ่งสำหรับตลาด เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะนำเสนอโซลูชันแบบครบวงจรให้กับลูกค้าซึ่งตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของพวกเขา ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูลไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตโฟลิโอและความเสี่ยง”

Robert Anderson หุ้นส่วนของ FTV Capital กล่าวว่า “การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เกิดจากวิสัยทัศน์ร่วมกันระหว่าง Zema Global และ cQuant.io ในการกำหนดอนาคตของการตัดสินใจด้านพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์เป็นพื้นฐาน” Brent Fierro หุ้นส่วนของ FTV Capital กล่าวเสริมว่า “เรารู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ ซึ่งจะช่วยวางตำแหน่งองค์กรที่ขยายตัวใหม่ให้เป็นผู้นำตลาดที่ชัดเจนในด้านข้อมูลเชิงลึกและข่าวกรองด้านการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล”

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Zema Global ในการแก้ไขปัญหาสำคัญที่บริษัทพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ต้องเผชิญ เช่น ความซับซ้อนของข้อมูลที่เพิ่มขึ้นและการเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ในทุกๆ ธุรกิจทั่วโลก ลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากความสามารถในการทำงานร่วมกันที่ดีขึ้น เวลาในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่เร็วขึ้น และเวิร์กโฟลว์จากข้อมูลสู่การวิเคราะห์ที่ราบรื่นในทุกๆ ประเภทสินทรัพย์และทุกพื้นที่ทางภูมิศาสตร์

ด้วยลูกค้ามากกว่า 200 รายทั่วโลก ทำให้ปัจจุบัน Zema Global มีทีมวิเคราะห์ระดับโลกที่ขยายตัวมากขึ้น และมีความเชี่ยวชาญด้านการสร้างแบบจำลองเชิงปริมาณ การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ การพยากรณ์พลังงานหมุนเวียน และการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น Zema Global และ cQuant.io จะยังคงดำเนินงานต่อไปในฐานะหน่วยงานที่มีความสอดคล้องกันอย่างใกล้ชิด โดยลงทุนด้านนวัตกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสนับสนุนระดับโลก เพื่อมอบโซลูชันระดับองค์กรที่เชื่อถือได้สำหรับผู้เข้าร่วมตลาดที่มีความซับซ้อนที่สุดในโลก

โดย Massumi + Consoli และ KPMG ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับ Zema Global และ FTV Capital โดย D.A. Davidson และ Foley & Lardner LLP จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับ cQuant โดยไม่มีการเปิดเผยเงื่อนไขทางการเงิน

เกี่ยวกับ Zema Global

Zema Global Data Corporation เป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านข้อมูล การวิเคราะห์ และโซลูชันเส้นโค้ง ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้พลังของข้อมูลเพื่อการตัดสินใจอย่างรอบรู้และการเติบโตเชิงกลยุทธ์ ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและความสำเร็จของลูกค้า Zema Global จึงมอบคุณค่าที่ไม่มีใครเทียบได้ให้กับลูกค้าทั่วโลก

เกี่ยวกับ cQuant.io

cQuant.io ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 และเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้านโซลูชันการวิเคราะห์สำหรับบริษัทพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์พอร์ตโฟลิโอทั้งหมด โซลูชันคลาวด์เนทีฟของ cQuant จำลองปัจจัยความเสี่ยงทั้งหมด คาดการณ์ประสิทธิภาพของพอร์ตโฟลิโอ และปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม ลูกค้าของบริษัท ได้แก่ บริษัทสาธารณูปโภค IPP ผู้ค้า และผู้พัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่ต้องการการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำสำหรับพอร์ตโฟลิโอของตน

เกี่ยวกับ FTV Capital

FTV Capital เป็นบริษัทลงทุนด้านหุ้นเพื่อการเติบโตที่เน้นเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งระดมทุนได้มากกว่า 10,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อลงทุนในบริษัทที่มีการเติบโตสูงและมีนวัตกรรมใหม่ๆ ครอบคลุมเทคโนโลยีและบริการระดับองค์กร รวมถึงเทคโนโลยีและบริการทางการเงิน FTV ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 และได้พัฒนาโมเดลหุ้นเพื่อการเติบโตที่แตกต่างและมีวินัยสูง ซึ่งใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญในโดเมนที่ล้ำลึกของบริษัทและแนวทางการลงทุนตามแนวคิดเพื่อช่วยให้บริษัทในพอร์ตโฟลิโอเติบโตได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ FTV ยังให้บริษัทต่างๆ เข้าถึง Global Partner Network® ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริหารเชิงกลยุทธ์มากกว่า 600 คนจากบริษัทบริการทางการเงินชั้นนำของโลกหลายแห่ง และ FTV Propel® ซึ่งเป็นทีมผู้นำด้านการดำเนินงานที่มีประสบการณ์ซึ่งให้คำแนะนำและทรัพยากรในฟังก์ชันทางธุรกิจที่สำคัญต่างๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.ftvcapital.com และติดตามบริษัทได้ที่ LinkedIn

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
Prosek Partners ในนามของ FTV Capital
pro-ftvcapital@prosek.com
โทร.: 646-818-9051

ที่มา: Zema Global

GCCA Concrete in Life 2024/25 เผยภาพอันน่าทึ่งจากทั่วทุกมุมโลก และประกาศรายชื่อผู้ชนะในการแข่งขันถ่ายภาพระดับโลก

Logo

  • ภาพถ่าย Concrete in Life แห่งปีจาก Venice Beach คว้ารางวัลชนะเลิศมูลค่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
  • จากผลงานจากช่างภาพมืออาชีพและผู้ใช้สมาร์ทโฟนมือสมัครเล่นจากทั่วโลกกว่า 20,000 ราย
  • คอนกรีตเป็นสสารที่ใช้มากที่สุดในโลก รองจากน้ำ

ลอนดอน–(BUSINESS WIRE)–01 เมษายน 2025

ภาพถ่ายอันน่าทึ่งของนักเล่นสเก็ตบอร์ดที่ Venice Beach รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ได้รับการยกย่องให้เป็นภาพถ่าย Concrete in Life แห่งปี 2024/25 โดยภาพถ่ายดังกล่าวได้รับการคัดเลือกจากผลงานที่ส่งเข้าประกวดกว่า 20,000 ชิ้น เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกประจำปี ซึ่งจัดโดย GCCA ที่เน้นย้ำความสวยงามและบทบาทสำคัญของคอนกรีตทั่วโลก

OVERALL WINNER - Venice Beach Skating by Henrik Hagerup - Venice Beach, Los Angeles, USA 

ผู้ชนะรางวัลประเภท OVERALL – Venice Beach Skating โดย Henrik Hagerup – Venice Beach ลอสแอนเจลีส ประเทศสหรัฐอเมริกา

ภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลสูงสุด 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หนึ่งหมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ ) ถ่ายโดย Henrik Hagerup ที่ Venice Beach Skate Park ในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา โดยโบลว์คอนกรีตของสวนสาธารณะได้รับแรงบันดาลใจจากฉากสเก็ตสระว่ายน้ำร้างในลอสแอนเจลิสในช่วงทศวรรษ 1970 ภาพถ่ายของ Henrik ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะในปีนี้ ร่วมกับผู้ชนะประเภทอื่นอีก 4 ประเภทและผู้ชนะประเภท People’s Vote

Thomas Guillot ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GCCA ซึ่งช่วยตัดสินการแข่งขันในปีนี้กล่าวว่า: “ภาพที่น่าทึ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบเชิงบวกของคอนกรีตที่มีต่อชีวิตของเราทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น สะพาน ทางรถไฟ และถนนที่เราใช้สัญจรไปมา หรือบ้าน สำนักงาน และโรงเรียนที่เราอาศัยอยู่ คอนกรีตเป็นวัสดุที่มีความหลากหลายอย่างแท้จริง การแข่งขันของเรามอบโอกาสให้ทุกคนที่มีสมาร์ทโฟน รวมถึงช่างภาพมืออาชีพ ได้แสดงให้เห็นว่าคอนกรีตมีความสำคัญต่อชีวิตของเรามากเพียงใด และสามารถสวยงามได้เพียงใด”

Henrik Hagerup ซึ่งภาพถ่ายที่ชนะเลิศของเขาสามารถบันทึกช่วงเวลาอันแสนวิเศษที่ Venice Beach สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า:“ภาพถ่ายของฉันเป็นการยกย่องถึงวิธีการที่คอนกรีตผนวกกับความคิดสร้างสรรค์และความหลงใหล ส่งเสริมการเชื่อมโยง ความฝัน และศักยภาพที่ไร้ขอบเขต ไม่เพียงแต่ในสวนสเก็ตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชุมชนต่างๆ ทั่วโลกด้วย ซึ่งถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน Concrete in Life 2024/25”

มีการส่งผลงานเข้าประกวดจากทุกทวีป ซึ่งรวมถึงภาพตึกระฟ้าและโลกเมืองสมัยใหม่ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น เครือข่ายคมนาคมขนส่ง เช่น ทางรถไฟ สะพาน และถนน และโครงสร้างสำคัญอื่นๆ เช่น แนวป้องกันทางทะเลและเขื่อน ภาพถ่ายยังแสดงให้เห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์อย่างใกล้ชิดในหมู่บ้านและสนามเด็กเล่น ตลอดจนสถาปัตยกรรมที่ออกแบบอย่างประณีต และอื่นๆ อีกมากมาย

Diane Hoskins ประธานร่วมระดับโลกของ Gensler หนึ่งในบริษัทด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรมชั้นนำของโลก และกรรมการตัดสินการแข่งขัน กล่าวว่า “ภาพที่ชนะเลิศเหล่านี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของคอนกรีตในชีวิตของเรา และยังตอกย้ำถึงความสำคัญของการลดคาร์บอนในคอนกรีตอีกด้วย การออกแบบอาคารและโครงสร้างพื้นฐานที่ยอดเยี่ยมเกิดขึ้นได้จากคุณสมบัติที่สำคัญของคอนกรีต”

นอกจากผู้ชนะรางวัลประเภท Overall แล้ว ยังมีผู้ชนะรางวัลประเภทอื่นๆ อีก 4 รายที่ได้รับการประกาศ โดยแต่ละรายได้รับรางวัลมูลค่า 2,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ Anvar Sadath TA ได้รับรางวัลประเภท Urban Concrete จากภาพถ่ายที่มีชื่อว่า 'Urban Flow' ที่ถ่ายในดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งรวมถึงอาคาร Burj Khalifa อันโด่งดังด้วย ภาพถ่ายสถานีรถไฟใต้ดินกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดย Wentao Guo ชื่อว่า 'Structure as Aesthetics' ได้รับรางวัลประเภท Concrete Infrastructure ส่วน Wellington Kuswanto ได้รับรางวัลประเภท Concrete in Daily Life จากภาพถ่าย Bedok Jetty ประเทศสิงคโปร์ ส่วนรางวัลประเภท Beauty and Design ได้แก่ Artemio Layno จากภาพถ่าย 'Broken Building' ที่ถ่ายในเมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

รางวัลประเภท People’s Vote ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากสาธารณชนมีเงินรางวัล 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นของ Mohamed Rafi จากภาพถ่าย ‘Fluttering Through Life’ ที่ถ่ายในเมืองปอนดิเชอร์รี ประเทศอินเดีย

Chris George ผู้อำนวยการฝ่ายเนื้อหาของ Digital Camera World ซึ่งเป็นกรรมการตัดสินการแข่งขันในปีนี้ กล่าวว่า “คอนกรีตอยู่รอบตัวเราและมีความสวยงามที่บางคนอาจมองไม่เห็น การแข่งขันถ่ายภาพระดับโลก Concrete in Life ยังคงพิสูจน์ให้เห็นว่าการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมและสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่ออวดความงามของวัสดุก่อสร้างสากลชนิดนี้เป็นสิ่งที่เป็นไปได้”

ดูภาพถ่ายของผู้ชนะและผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย รวมถึงแกลเลอรีเวอร์ชันออนไลน์ได้ที่ https://gccassociation.org/concreteinlife2425/

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

ดูภาพถ่ายของผู้ชนะได้ที่นี่: https://drive.google.com/drive/folders/1ZZqviAV_vSTcv_YF1hYyAnWO3IACuOSj?usp=drive_link

ดาวน์โหลดรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายฉบับเต็มได้จากเว็บไซต์ของเราที่: https://gccassociation.org/concreteinlife2425/

คุณสามารถดูวิดีโอของผู้ชนะได้ที่นี่ : https://drive.google.com/drive/folders/1MZm7snv0bBMMUX_JHLRAJEgBRSwfPSwT?usp=drive_link

คำพูดเพิ่มเติมจากผู้ชนะ:

Henrik Hagerup ผู้ชนะรางวัลประเภท Overall – Venice Beach Skating กล่าวว่า: “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ดีใจมาก และซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งที่คุณเลือกภาพของผมเพื่อเป็นตัวแทนของ GCCA ในฐานะผู้ชนะรางวัลรวมของการแข่งขัน Concrete in Life 2024/25

ผมถ่ายภาพที่ Venice Beach ในลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่มีชีวิตชีวาที่ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกมาเพลิดเพลินกับแสงแดด มหาสมุทร และที่สำคัญที่สุดคือสวนสเก็ตอันโด่งดัง พื้นที่ที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้เป็นแม่เหล็กดึงดูดความคิดสร้างสรรค์ ที่ซึ่งสิ่งที่น่าตื่นเต้นมักจะเกิดขึ้นเสมอ เมื่ออยู่ในลอสแอนเจลิส ผมมักจะใช้เวลาหลายชั่วโมงที่นี่ พร้อมกล้องในมือ รอคอยอย่างอดทนให้ช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบปรากฏขึ้น

ภาพถ่ายของผมเป็นการยกย่องถึงวิธีการที่คอนกรีตผนวกกับความคิดสร้างสรรค์และความหลงใหล ส่งเสริมการเชื่อมโยง ความฝัน และศักยภาพที่ไร้ขอบเขต ไม่เพียงแต่ในสวนสเก็ตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชุมชนต่างๆ ทั่วโลกด้วย

Anvar Sadath TA ผู้ชนะรางวัลประเภท Urban Concrete – Urban Flow ในดูไบ กล่าวว่า: “ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นผู้ชนะรางวัล Concrete in Life 2024/25 ในประเภทคอนกรีตในเมือง! ภาพถ่ายที่ผมชนะเลิศนั้นได้ถ่ายทอดความสัมพันธ์อันพลวัตระหว่างโครงสร้างคอนกรีตและทัศนียภาพเมืองที่สดใส ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคอนกรีตมีอิทธิพลต่อประสบการณ์ในเมืองของเราอย่างไร

Wellington Kuswanto ผู้ชนะรางวัลประเภท Concrete in Daily Life – Bedok Jetty ในประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า: “ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่คณะกรรมการได้ตัดสินเลือกภาพถ่ายของผมให้เป็นผู้ชนะในประเภทชีวิตประจำวัน Bedok Jetty เป็นสถานที่พิเศษสำหรับผม เพราะผมมักจะปั่นจักรยานและใช้เวลาที่นั่นทุกสุดสัปดาห์ โดยแรงบันดาลใจนี้ทำให้ผมส่งภาพของสถานที่แห่งนี้เข้าประกวด เพราะเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทำจากโครงสร้างคอนกรีตที่ผู้คนจำนวนมากใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน”

Wentao Guo ผู้ชนะรางวัลประเภท Concrete Infrastructure – Structure as Aesthetics ที่ถ่ายในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า: “ผมถ่ายภาพนี้ที่สถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่งในวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ออกแบบโดย Harry Weese ผมหลงใหลในช่วงเวลาที่การขนส่งเคลื่อนไหวมาบรรจบกับคอนกรีตที่คงทนถาวร ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้ชนะการแข่งขัน Concrete in Life 24/25 ซึ่งเป็นโอกาสอันมีค่าที่จะเผยให้เห็นแก่นแท้ของคอนกรีตในสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นผ่านเลนส์ของผม”

Artemio Layno ผู้ชนะรางวัลประเภท Concrete Beauty and Design จากภาพถ่าย Broken Building ในเมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า: “ผมมีความสุขและรู้สึกขอบคุณมากที่รูปถ่ายของผมได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะการแข่งขัน Concrete in Life 24/25 ผมถ่ายภาพนี้ที่เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ และรู้สึกทึ่งกับการออกแบบอาคารที่สร้างสรรค์และทันสมัยเป็นอย่างมาก โดยดูเหมือนว่าอาคารกำลังจะถูกตัดและแยกออกจากกันจากตรงกลางของโครงสร้างหลัก การออกแบบนี้ถูกสร้างสรรค์ด้วยระเบียงจำนวนมาก โดยใช้คอนกรีตที่ไม่เป็นเพียงแค่ใช้สำหรับโครงสร้างเท่านั้น แต่ยังใช้แสดงผลงานศิลปะที่สวยงามออกมาอย่างน่าทึ่งได้อีกด้วย”

Mohamed Rafi ผู้ชนะรางวัลประเภท Peoples Vote – Fluttering Through Life ที่ถ่ายในเมืองปอนดิเชอร์รี ประเทศอินเดีย กล่าวว่า: “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลประเภท People’s Vote ของ Concrete in Life 2024/25 ภาพถ่ายนี้ถ่ายที่เมืองปอนดิเชอร์รี ประเทศอินเดีย โดยบันทึกช่วงเวลาในชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไปจากงานศิลปะ ภาพหญิงที่ชรากำลังเดินผ่านจิตรกรรมฝาผนัง โดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังยืนชิดปีกผีเสื้อที่วาดไว้บนผนัง สำหรับผม ภาพนี้สื่อถึงความยืดหยุ่น ความงามที่ไม่เคยมองเห็น รวมถึงวิธีที่สิ่งรอบข้างหล่อหลอมเราในรูปแบบที่เราไม่ทันสังเกต การถ่ายภาพแนวสตรีทนี้เป็นการค้นหาความหมายในช่วงเวลาสั้นๆ และผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ภาพนี้ได้สะท้อนถึงผู้คนมากมาย”

ผู้ตัดสิน

  •  Diane Hoskins ประธานร่วมระดับโลกของ Gensler
  •  Chris George ผู้อำนวยการฝ่ายเนื้อหาของ Digital Camera World
  •  Thomas Guillot, CEO ของ GCCA

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/54231504/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Paul Adeleke
Paul.Adeleke@gccassocation.org

ที่มา: GCCA






ยอดขาย Monster Hunter Wilds ของ Capcom พุ่งสูงถึง 10 ล้านชุด!

Logo

– สร้างสถิติยอดขายเดือนแรกของบริษัทจากการผสมผสานความน่าดึงดูดของซีรีส์กับองค์ประกอบใหม่ๆ –

โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–31 มีนาคม 2025

Capcom Co., Ltd. (TOKYO:9697) ประกาศในวันนี้ว่ายอดขายทั่วโลกของ Monster Hunter Wilds ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2025 ได้ทะลุ 10 ล้านชุดแล้ว

Monster Hunter Wilds Title Logo

โลโก้ชื่อ Monster Hunter Wilds

Monster Hunter Wilds เป็นภาคล่าสุดของซีรีส์ Monster Hunter โดยมีฉากหลังเป็นโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่งจะเป็นป่าดงดิบอันโหดร้ายที่เต็มไปด้วยฝูงมอนสเตอร์ที่คอยโจมตี และในช่วงเวลาต่อมาก็จะกลายเป็นสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตต่างๆ เกมนี้มีการบรรยายภาพที่สวยงามและอลังการที่สร้างขึ้นด้วย RE ENGINE ซึ่งเป็นเอ็นจิ้นพัฒนาเกมที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Capcom รวมถึงการเล่นข้ามแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้เล่นได้เพลิดเพลินไปกับเกมได้พร้อมกันไม่ว่าจะใช้แพลตฟอร์มเกมใดก็ตาม

เกมดังกล่าวได้มอบสภาพแวดล้อมที่ผู้เล่นจำนวนมากสามารถเพลิดเพลินกับเกมร่วมกันได้ พร้อมกับการแนะนำการเล่นข้ามแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นครั้งแรกของซีรีส์นี้ รวมถึงการเปิดตัวพร้อมกันบนระบบ Playstation®5, Xbox Series X|S และ PC นอกจากนี้ ยังมีกลไก Focus Mode ใหม่รวมถึงการนำการเคลื่อนไหวที่ราบรื่นระหว่างการตั้งถิ่นฐานและระบบนิเวศมาใช้งานทำให้เสริมประสบการณ์การเล่นเกมที่ดื่มด่ำยิ่งขึ้น ในขณะที่การผสมผสานองค์ประกอบใหม่ๆ มากมายเข้ากับความน่าดึงดูดของ Monster Hunter ทำให้เกิดความตื่นเต้นอย่างมาก ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้บริษัทมียอดขายในเดือนแรกมากกว่า 10 ล้านชุด นอกจากนี้ ยังมีกำหนดการการอัปเดตชื่อฟรีครั้งแรกในวันที่ 4 เมษายน ซึ่งจะเพิ่มมอนสเตอร์ที่แฟนๆ ชื่นชอบ รวมถึง Grand Hub ซึ่งเป็นการตั้งถิ่นฐานใหม่ในเกมที่ผู้เล่นสามารถมารวมตัวกันและสื่อสารกันได้ โดยในอนาคต Capcom วางแผนที่จะปล่อยอัปเดตใหม่ๆ ที่จะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้เล่นอย่างต่อเนื่อง เช่น การอัปเดตชื่อครั้งที่สองซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในช่วงฤดูร้อน

Capcom ยังคงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะตอบสนองความคาดหวังของผู้ใช้ทุกคนโดยใช้ประโยชน์จากความสามารถในการพัฒนาเกมชั้นนำของอุตสาหกรรมเพื่อสร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่สนุกสนานอย่างยิ่ง

เกี่ยวกับซีรีส์Monster Hunter :

ซีรีส์ Monster Hunter ประกอบด้วยเกมแอ็คชั่นล่าสัตว์ที่ให้ผู้เล่นต่อสู้กับสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งเริ่มต้นจากเกมแรกในปี 2004 โดยซีรีส์นี้ได้สร้างแนวเกมใหม่ที่ผู้เล่นสามารถร่วมมือกันล่าสัตว์ประหลาดอันดุร้ายกับเพื่อนๆ ได้ จนกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่มียอดขายสะสมของซีรีส์เกิน 108 ล้านชุด (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2024)

เกี่ยวกับ CAPCOM

Capcom คือผู้พัฒนา ผู้เผยแพร่ และผู้จัดจำหน่ายความบันเทิงแบบโต้ตอบชั้นนำระดับโลกสำหรับเกมคอนโซล พีซี อุปกรณ์พกพา และอุปกรณ์ไร้สาย บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1983 และได้สร้างเกมต่างๆ หลายร้อยเกม รวมถึงแฟรนไชส์ที่ล้ำหน้าอย่าง Resident Evil™, Monster Hunter™, Street Fighter™, Mega Man™, Devil May Cry™ และ Ace Attorney™ โดย Capcom มีการดำเนินงานในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และโตเกียว มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Capcom สามารถดูได้ที่ https://www.capcom.co.jp/ir/english/  

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250331348660/en

Contacts

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และนักลงทุนสัมพันธ์ของ Capcom
+81-6-6920-3623

ที่มา: Capcom Co., Ltd.


NSF เปิดตัวการรับรองผลิตภัณฑ์ปลอดสาร PFAS ในประเทศไทย

Logo

ผู้ผลิตวัสดุอุปกรณ์สำหรับอาหาร สารประกอบที่ไม่ใช่อาหาร และสารเคมีสามารถรับรองผลิตภัณฑ์ของตนตามแนวทางการปลอดสาร PFAS ของ NSF ได้แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ NSF ในเรื่องสุขภาพของมนุษย์และโลก

กรุงเทพฯ–(BUSINESS WIRE)–28 มีนาคม 2025

NSF ซึ่งเป็นองค์กรด้านสุขภาพและความปลอดภัยสาธารณะชั้นนำระดับโลก ได้ประกาศเปิดตัว NSF Certification Guideline 537: ผลิตภัณฑ์ปลอดสาร PFAS สำหรับสารประกอบที่ไม่ใช่อาหารและวัสดุอุปกรณ์อาหาร (NSF 537) ในวันนี้ โดยแนวทางใหม่นี้ใช้ประโยชน์จากศักยภาพของห้องปฏิบัติการและการทดสอบที่ครอบคลุมของ NSF เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ปลอดสารเพอร์ฟลูออโรอัลคิลและโพลีฟลูออโรอัลคิล (PFAS) ซึ่งเป็นกลุ่มของวัสดุสังเคราะห์หรือที่มนุษย์สร้างขึ้นซึ่งทนทานต่อการเสื่อมสภาพ หรือที่เรียกว่า “สารเคมีตลอดกาล”

เนื่องจากมีคุณสมบัติในการกันน้ำและน้ำมัน สาร PFAS จึงมักถูกใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์กันน้ำหรือคราบสกปรก ไม่ติดกระทะ และกันไขมัน รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์อาหาร และสารประกอบที่ไม่ใช่อาหาร เช่น น้ำมันหล่อลื่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และน้ำยาฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยต่ออาหาร ในเวลาเดียวกัน สาร PFAS เป็นที่ทราบกันว่าเป็นสารก่อมะเร็งและเชื่อมโยงกับภาวะสุขภาพที่เป็นอันตราย เช่น โรคตับ มะเร็งบางชนิด และพัฒนาการล่าช้าในเด็ก ซึ่งตามข้อมูลของสถาบันวิทยาศาสตร์สุขภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ผู้คนส่วนใหญ่มักได้รับสาร PFAS จากการบริโภคน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อน

“ด้วยความกังวลที่เพิ่มขึ้นและกฎระเบียบใหม่ๆ ที่นำมาใช้เกี่ยวกับสาร PFAS ในสิ่งแวดล้อมและแหล่งอาหารของเรา NSF 537 จึงถือเป็นก้าวสำคัญในด้านความปลอดภัยและความโปร่งใสของผู้บริโภค” กล่าวโดย Sam Cole ผู้อำนวยการฝ่ายประเมินการสัมผัสอาหารของ NSF “การรับรองนี้จะช่วยให้ผู้ผลิตที่มีแนวคิดก้าวหน้าสามารถแยกแยะผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสาร PFAS ได้อย่างชัดเจน สร้างความมั่นใจและความสบายใจให้กับทั้งธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจอาหาร และผู้บริโภค”

คุณสมบัติหลักของ NSF Certification Guideline 537: ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสาร PFAS สำหรับสารประกอบที่ไม่ใช่อาหารและวัสดุอุปกรณ์อาหาร (NSF 537):

  •  แนวทางตามหลักฐาน: แนวปฏิบัตินี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีความรู้เฉพาะทางด้านอุตสาหกรรมอาหารและการพัฒนามาตรฐานที่มีมานานหลายทศวรรษ และอิงตามข้อจำกัดที่มีอยู่ในระเบียบข้อบังคับของรัฐในสหรัฐอเมริกา
  •  การตรวจสอบสูตรอย่างละเอียด: การตรวจสอบทางเทคนิคของส่วนผสมผลิตภัณฑ์ ซึ่งยืนยันว่าไม่มีการเติมสาร PFAS ลงไปโดยตั้งใจ
  •  การทดสอบที่ครอบคลุม: เพื่อให้แน่ใจว่าระดับฟลูออรีนอินทรีย์รวม (TOF) อยู่ในขั้นต่ำสุดจนถึงตรวจไม่พบเลย โดยจะทำการทดสอบซ้ำทุกปี
  •  การเปิดเผยข้อมูลอย่างเข้มงวด: ข้อกำหนดนี้กำหนดให้ผู้ผลิตรับรองว่าไม่มีการใช้สารเติมแต่ง PFAS หรือวัสดุรีไซเคิลในผลิตภัณฑ์ และโรงงานผลิตต้องลดการปนเปื้อนข้ามกันให้เหลือน้อยที่สุด
  •  เครื่องหมายรับรอง: ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองการปลอดสาร PFAS จาก NSF จะมาพร้อมกับเครื่องหมายรับรอง NSF ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ  ซึ่งแสดงถึงความสอดคล้องกับแนวปฏิบัติสำหรับผู้ค้าปลีกและผู้บริโภค
  •  รายชื่อสาธารณะ: สารประกอบที่ไม่ใช่อาหารที่ผ่านการรับรองจะอยู่ในรายชื่อ NSF White Book™ และวัสดุอุปกรณ์อาหารที่ผ่านการรับรองจะระบุไว้ใน NSF’s Certified Food Equipment listing

“การรับรองมาตรฐาน NSF 537 ช่วยลดการสัมผัสสารเคมีอันตรายเหล่านี้ของมนุษย์ ขณะเดียวกันก็เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งส่งผลให้มีโอกาสในการส่งออกเพิ่มมากขึ้น” Cole กล่าวเสริม “การเรียกร้องให้มีการรับรอง NSF 537 จะทำให้ผู้จัดหาและผู้ซื้อสามารถส่งเสริมการดำเนินงานที่ยั่งยืนได้มากขึ้น รวมถึงในโรงงานแปรรูปอาหาร การผลิตอุปกรณ์ และภาคค้าปลีก บริการด้านอาหาร และการบริการ”

“NSF 537 ไม่เพียงแต่ช่วยปรับปรุงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้บริโภคและแบรนด์อีกด้วย” กล่าวโดย Jyoti Bhasin กรรมการผู้จัดการ NSF ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  “เราขอสนับสนุนให้ลูกค้าทุกคนนำการรับรองนี้ไปใช้เป็นขั้นตอนสำคัญในการดำเนินกิจการอย่างยั่งยืนและปลอดภัยต่อผู้บริโภค เพื่อช่วยในการแสดงจุดยืนของตัวเองในฐานะผู้นำในตลาดที่ให้ความสำคัญกับการรับผิดชอบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น”

NSF 537 ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหาร โดยอิงตามความต้องการของอุตสาหกรรม ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหาร และการพัฒนามาตรฐานที่มีมานานหลายทศวรรษ เพื่อให้ได้รับการรับรองนี้ ผลิตภัณฑ์สารประกอบที่ไม่ใช่อาหารจะต้องได้รับการขึ้นทะเบียนตามแนวทางสารประกอบที่ไม่ใช่อาหารของ NSF ก่อน หรือได้รับการรับรองจาก NSF ตามมาตรฐาน ISO 21469  มาตรฐานด้านความปลอดภัยของเครื่องจักร  ข้อกำหนดด้านสุขอนามัยของสารหล่อลื่นที่สัมผัสกับผลิตภัณฑ์โดยไม่ได้ตั้งใจ นอกจากนี้ วัสดุอุปกรณ์สำหรับอาหารจะต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐาน NSF/ANSI 51: วัสดุอุปกรณ์สำหรับอาหาร เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามข้อกำหนดขั้นต่ำด้านสาธารณสุขและสุขอนามัย

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ NSF 537

หมายเหตุ: การปลอดสาร PFAS หมายถึงผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีสาร PFAS ที่ถูกเติมลงไปโดยตั้งใจ ไม่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลหลังการบริโภค ไม่ใช้สารเติมแต่ง PFAS (PPA เป็นต้น) ที่ใช้โดยตั้งใจ และมีปริมาณฟลูออรีนอินทรีย์รวมน้อยกว่า 50 ppm

เกี่ยวกับ NSF

NSF เป็นองค์กรบริการอิสระระดับโลกที่อุทิศตนเพื่อปรับปรุงสุขภาพของมนุษย์และโลกมาเป็นเวลากว่า 80 ปี โดยพัฒนามาตรฐานสาธารณสุขและให้บริการด้านการทดสอบ การตรวจสอบ การรับรอง การให้คำปรึกษา และโซลูชันดิจิทัลระดับโลกแก่ภาคอุตสาหกรรมอาหาร โภชนาการ น้ำ ชีววิทยาศาสตร์ และสินค้าอุปโภคบริโภค โดย NSF มีลูกค้า 40,000 รายทั่วทุกทวีป และเป็นศูนย์ความร่วมมือด้านความปลอดภัยของอาหาร คุณภาพน้ำ และความปลอดภัยของอุปกรณ์การแพทย์ขององค์การอนามัยโลก (WHO)

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Stina Liang
media@nsf.org

ที่มา: NSF

SuperFreeze ประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ประจำเกาหลีใต้

Logo

กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้–(BUSINESS WIRE)–25 มีนาคม 2025

SuperFreeze ผู้นำด้านระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ มีความยินดีที่จะประกาศแต่งตั้งนายอเล็กซ์ ชเว เป็นหัวหน้าประจำเกาหลีคนใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2568 ทาง SuperFreeze กำลังกำหนดอนาคตของระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ พร้อมเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านของเอเชียสู่ระบบที่ยั่งยืน ด้วยการเพิ่มการเข้าถึงอาหารและผลิตภัณฑ์ยาคุณภาพ ลดของเสีย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากคาร์บอนฟุตพรินต์

Alex Choi has been appointed as the new Chief Executive Officer (CEO) for SuperFreeze in Korea.

Alex Choi ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ของ SuperFreeze ประจำเกาหลีใต้

Alex Choi นำประสบการณ์กว่า 25 ปีในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์มาสู่ SuperFreeze ตลอดเส้นทางอาชีพที่โดดเด่นของเขา เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้นำระดับสูงในบริษัทชั้นนำของอุตสาหกรรม เช่น Maersk Logistics, LF Logistics, Agility และ DB Schenker ด้วยชื่อเสียงด้านการสนับสนุนลูกค้า ปรับปรุงประสิทธิภาพของซัพพลายเชน และยกระดับการดำเนินงานให้เป็นเลิศ Alex จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะขับเคลื่อนพันธกิจของ SuperFreeze ในเกาหลีและสร้างผลลัพธ์ที่มีนัยสำคัญในตลาดสำคัญแห่งนี้

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ต้อนรับ Alex Choi ในฐานะซีอีโอคนใหม่ประจำเกาหลี” Troy Shortell ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ SuperFreeze กล่าว “ความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ที่ลึกซึ้งของเขา และประสบการณ์การเป็นผู้นำในองค์กรชั้นนำของอุตสาหกรรม ทำให้เขาเป็นผู้นำที่เหมาะสมที่สุดในการเร่งขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของ SuperFreeze สู่ระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิที่ยั่งยืนและล้ำสมัยในเอเชีย”

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมกับ SuperFreeze และเป็นผู้นำทีมงานมากความสามารถในเกาหลีใต้” Choi กล่าว “ผมตั้งตารอที่จะใช้ประสบการณ์ของผมในการพัฒนาการดำเนินงาน ลดของเสีย และขับเคลื่อนความยั่งยืน เพื่อให้เราสามารถมอบคุณค่าอันยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าและชุมชนในเกาหลีใต้”

Alex Choi สืบตำแหน่งต่อจากคุณ YS Kim ซึ่งจะเกษียณอายุหลังจากให้บริการมา 7 ปี ในการก่อตั้งสถานที่ที่เพียงแท็ก และจะรับผิดชอบทุกอย่างที่เคยดำรงตำแหน่งโดย CEO ของ KSF คุณ Duckwon Kim ด้วย SuperFreeze ขอกล่าวขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อทั้งคุณ YS และคุณ Duckwon สำหรับการมีส่วนสำคัญในการเติบโตและความสำเร็จของบริษัทในเกาหลีใต้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อกับ SuperFreeze ผ่านเว็บไซต์ของเรา:www.superfrz.com.

เกี่ยวกับ SuperFreeze
SuperFreeze กำลังกำหนดอนาคตของระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ ในฐานะผู้นำด้านระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ SuperFreeze มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านของเอเชียสู่ระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิที่ยั่งยืน โดยการเพิ่มการเข้าถึงอาหารและผลิตภัณฑ์ยาคุณภาพ ลดของเสีย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากคาร์บอนฟุตพริ้นต์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 SuperFreeze ให้บริการลูกค้าในเกาหลีใต้และสิงคโปร์ด้วยโซลูชันระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิที่เป็นนวัตกรรมและลดคาร์บอน

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ติดต่อสื่อมวลชน
T. Chang
info@superfrz.com

ที่มา: SuperFreeze

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250324314338/en

SMART Modular Technologies เปิดตัวโมดูลหน่วยความจำ CXL E3.S แบบไม่ลบเลือน

Logo

โมดูลใหม่นี้มาพร้อมหน่วยความจำแบบไม่ลบเลือนที่ช่วยให้สามารถทำการตรวจสอบจุด การจับภาพ และแคชการเขียนที่มีความหน่วงต่ำสำหรับแอปพลิเคชันการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลในศูนย์ข้อมูลที่มีความต้องการสูง

นวร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย–(BUSINESS WIRE)–25 มีนาคม 2025

SMART Modular Technologies® , Inc. (“SMART”) แบรนด์ของ Penguin Solutions®Penguin Solutions® , Inc. brand (Nasdaq: PENG ) และผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันหน่วยความจำแบบบูรณาการ ไดรฟ์แบบโซลิดสเตต และผลิตภัณฑ์หน่วยความจำแบบไฮบริด ประกาศในวันนี้ว่าบริษัทกำลังส่งตัวอย่างโมดูลหน่วยความจำ CXL แบบไม่ลบเลือน(NV-CMM) ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้กับผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม (OEM) ระดับ 1 ตามมาตรฐาน CXL®®ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมนี้รวมหน่วยความจำ DRAM แบบไม่ลบเลือนประสิทธิภาพสูง หน่วยความจำแฟลชแบบถาวร และแหล่งพลังงานไว้ในรูปแบบ EDSFF แบบถอดเปลี่ยนได้เพียงตัวเดียว เพื่อมอบความน่าเชื่อถือและการบำรุงรักษาที่เหนือกว่าสำหรับแอปพลิเคชันที่ใช้ข้อมูลเข้มข้น โมดูล NV-CMM ยังขยายตระกูลผลิตภัณฑ์ CXL ของ SMART ที่เปิดตัวในปีที่ผ่านมา

SMART Modular's NV-CMM, utilizing the CXL standard, combines the speed of DRAM with the persistence of NAND flash memory to deliver unprecedented performance and reliability for data-intensive applications.

SMART Modular ที่ใช้มาตรฐาน CXL ผสานความเร็วของ DRAM เข้ากับความคงทนของหน่วยความจำแฟลช NAND เพื่อมอบประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับแอปพลิเคชันที่ใช้ข้อมูลเข้มข้น

NV-CMM ของเราแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ในเทคโนโลยีหน่วยความจำสำหรับศูนย์ข้อมูล” Torry Steed ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ที่ SMART Modular Technologies กล่าว “ด้วยการรวมประโยชน์ของหน่วยความจำแบบไม่ลบเลือนเข้ากับมาตรฐาน CXL เราทำให้ผู้ผสานระบบสามารถรวมหน่วยความจำถาวรประสิทธิภาพสูงแบบไม่ลบเลือนที่มีขนาดกะทัดรัดเข้าไปในผลิตภัณฑ์ของพวกเขาได้ง่ายขึ้นอย่างมาก”

NV-CMM แสดงถึงก้าวกระโดดที่สำคัญในเทคโนโลยีหน่วยความจำ โดยนำเสนอต่อไปนี้

  • ประสิทธิภาพระบบที่เพิ่มขึ้น: ด้วยการรับประกันความคงอยู่ของข้อมูลและลดความจำเป็นในกระบวนการกู้คืนที่ซับซ้อน NV-CMM เพิ่มการตอบสนองและประสิทธิภาพของระบบอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับแอปพลิเคชันที่ไวต่อความหน่วงในการเขียน เช่น การประมวลผลประสิทธิภาพสูง ฐานข้อมูลในหน่วยความจำ และการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์
  • ความคงอยู่ของข้อมูล: พลังงานสำรองในตัวช่วยให้แน่ใจว่าข้อมูลสำคัญจะได้รับการเก็บรักษาระหว่างไฟฟ้าดับโดยไม่คาดคิด ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบและความพร้อมใช้งานของคลัสเตอร์
  • รูปแบบที่หลากหลาย: รูปแบบ E3.S 2T มอบความยืดหยุ่นสำหรับการกำหนดค่าเซิร์ฟเวอร์ที่หลากหลาย
  • การเชื่อมต่อขั้นสูง: การรองรับ PCIe Gen 5 และ CXL 2.0 ช่วยให้มั่นใจถึงการผสานรวมที่ราบรื่นกับสถาปัตยกรรมศูนย์ข้อมูลล่าสุด

NV-CMM พร้อมที่จะกำหนดหน่วยความจำใหม่ในหลายด้านที่สำคัญต่อไปนี้

  • เร่งระบบจัดเก็บข้อมูล: ในฐานะระดับแคชความเร็วสูง NV-CMM เพิ่มประสิทธิภาพอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอย่างมีนัยสำคัญ
  • การกู้คืนข้อมูลที่ดีขึ้น: สำคัญสำหรับการรักษาความสมบูรณ์ของข้อมูลระหว่างไฟฟ้าดับหรือระบบล่ม
  • การทำเครื่องเสมือนที่เหมาะสมที่สุด: รองรับการรีสตาร์ทเครื่องเสมือน (VM) ที่เร็วขึ้นและลดเวลาหยุดทำงานในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์
  • การแคชการเขียนที่มีประสิทธิภาพ: ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบโดยรวมด้วยการรับทราบการดำเนินการเขียนอย่างรวดเร็ว

Mike Howard จาก TechInsights แสดงความคิดเห็นว่า “การเปิดตัว NV-CMM ที่ใช้ประโยชน์จากมาตรฐาน CXL ถือเป็นก้าวสำคัญในการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเรียนรู้ของเครื่อง (ML) และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ นวัตกรรมของ SMART ในด้านนี้ทำให้พวกเขาอยู่ในแนวหน้าของอุตสาหกรรมหน่วยความจำ”

SMART กำลังเสนอตัวอย่างการประเมิน NV-CMM สำหรับลูกค้าองค์กรและผู้ผสานระบบ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมรวมถึงข้อมูลจำเพาะ ราคา และความพร้อมใช้งาน โปรดเยี่ยมชมหน้าผลิตภัณฑ์

“S” แบบมีลวดลายและ “SMART” รวมถึง “SMART Modular Technologies” ของ SMART Modular Technologies, Inc. “Compute Express Link (CXL)” และเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนอื่นทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

เกี่ยวกับ SMART Modular Technologies, Inc.
A Penguin Solutions Company

SMART Modular Technologies ช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกสามารถใช้การประมวลผลประสิทธิภาพสูงผ่านการออกแบบ การพัฒนา และการบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงของโซลูชันหน่วยความจำแบบบูรณาการ พอร์ตโฟลิโอของเราครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีหน่วยความจำล้ำสมัยในปัจจุบันไปจนถึงผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูล DRAM และแฟลชมาตรฐานและแบบดั้งเดิม เป็นเวลากว่าสามทศวรรษที่เรานำเสนอโซลูชันหน่วยความจำและการจัดเก็บข้อมูลแบบมาตรฐาน แบบทนทาน และแบบกำหนดเองที่ตอบสนองความต้องการของแอปพลิเคชันที่หลากหลายในตลาดที่เติบโตสูงwww.smartm.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20250325840263/en

Contacts

รายชื่อผู้ติดต่อ

รายชื่อผู้ติดต่อฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์
Torry Steed
SMART Modular Technologies
ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์
39870 Eureka Dr., Newark, CA 94583
torry.steed@smartm.com

รายชื่อผู้ติดต่อฝ่ายสื่อ
John Crook
SMART Modular Technologies
ฝ่ายสื่อสารการตลาด
+1 (510) 474-8326
john.crook@smartm.com

Maureen O’Leary
Penguin Solutions
ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสาร
+1 (602) 330-6846
pr@penguinsolutions.com

ที่มา: Penguin Solutions, Inc.

ก้าวสำคัญครั้งใหม่เมื่อสวีเดนประกาศนโยบายที่สามารถทำให้โลกปลอดควันบุหรี่ได้

Logo

สตอกโฮล์ม–(BUSINESS WIRE)–25 มีนาคม 2025

สวีเดนได้บรรจุการลดอันตรายจากยาสูบไว้ในนโยบายด้านสาธารณสุข หลังจากเป็นประเทศแรกที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นเส้นทางที่มีประสิทธิผลที่สุดสู่อนาคตที่ปราศจากควันบุหรี่

ขอบคุณจุดยืนของสวีเดนเกี่ยวกับทางเลือกนิโคตินที่ปลอดภัยกว่า ทำให้ปัจจุบันมีผู้ใหญ่ที่เกิดในสวีเดนเพียง 4.5% เท่านั้นที่สูบบุหรี่ ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ปลอดบุหรี่ที่ 5%

ความสำเร็จนี้ทำให้รัฐสภาลงมติรับรองการลดอันตรายอย่างเป็นทางการ และได้ตอกย้ำบทบาทของสวีเดนในฐานะผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมด้านสาธารณสุข

Dr. Delon Human ผู้นำกลุ่ม Smoke Free Sweden กล่าวว่า:

“ชาวสวีเดนได้มีส่วนร่วมในการทดลองลดอันตรายที่มีมายาวนาน ซึ่งให้หลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการทดแทนการสูบบุหรี่ด้วยนิโคตินที่ไม่เผาไหม้สามารถลดการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ ความพิการ และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้อย่างมาก ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชนในขณะเดียวกันก็ช่วยลดรายจ่ายด้วย”

“ด้วยนโยบายลดอันตรายในปัจจุบันในสวีเดน การตัดสินใจด้านสาธารณสุขทุกครั้งจะสะท้อนถึงแนวทางนี้ ประเทศอื่นๆ ควรนำแบบจำลองของสวีเดนมาใช้โดยไม่ชักช้าอีกต่อไป”

แทนที่จะลดการใช้ยาสูบ สวีเดนกลับให้ความสำคัญกับการลดความอันตราย ด้วยการส่งเสริมให้ผู้สูบบุหรี่หันมาใช้ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า เช่น สนูส ซองนิโคติน และบุหรี่ไฟฟ้า

นโยบายซึ่งผ่านโดยรัฐสภาในเดือนธันวาคม 2024 ได้ระบุว่า:
 “…นโยบายยาสูบจะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เป็นอันตรายที่แตกต่างกันของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด บุหรี่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพมากกว่านิโคตินที่ไม่เผาไหม้… สิ่งนี้จะต้องสะท้อนให้เห็นในเป้าหมายด้านภาษีและนโยบาย”

สวีเดนได้นำการเก็บภาษีตามความเสี่ยงมาใช้โดยลดภาษีสรรพสามิตสำหรับยาสูบชนิดสนูสและเพิ่มภาษีสำหรับบุหรี่

“การที่สวีเดนนำการลดอันตรายมาใช้เป็นทางการถือเป็นก้าวสำคัญระดับโลก” Dr. Human กล่าว “ด้วยอัตราการสูบบุหรี่ที่ 5.3% สวีเดนจึงพร้อมที่จะเป็นประเทศปลอดควันบุหรี่แห่งแรก และเป็นผู้กำหนดนโยบายที่จริงจังกับการลดการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ให้ปฏิบัติตาม”

ความสำเร็จของสวีเดนเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง ในหมู่พลเมืองสวีเดนที่เกิดที่อื่นในยุโรป อัตราการสูบบุหรี่อยู่ที่ 7.8% ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปถึงหนึ่งในสาม ประโยชน์ด้านสาธารณสุขทำให้สวีเดนมีผู้ป่วยมะเร็งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของยุโรปถึง 41% และอัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับยาสูบต่ำกว่าถึง 44%

ประเทศอื่นๆ ที่ใช้แบบจำลองของสวีเดนก็พบผลลัพธ์ที่คล้ายกัน นิวซีแลนด์ลดอัตราการสูบบุหรี่ได้เกือบครึ่งหนึ่ง (12.2% ในปี 2018 เป็น 6.9% ในปี 2024) โดยส่งเสริมการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ขณะที่ญี่ปุ่นพบว่ายอดขายบุหรี่ลดลง 43% ตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2020 เนื่องจากผู้สูบบุหรี่หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ให้ความร้อนแทน ในสหราชอาณาจักร มีผู้เลิกสูบบุหรี่โดยใช้บุหรี่ไฟฟ้าเกือบสามล้านคนภายในห้าปี

Dr. Human สรุปว่า “ในการอภิปรายเรื่องการควบคุมยาสูบทุกครั้ง หน่วยงานกำกับดูแลควรตั้งคำถามว่า ‘ชาวสวีเดนสร้างประวัติศาสตร์การสูบบุหรี่ได้อย่างไร ในขณะที่ช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้’”

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Jessica Perkins
info@smokefreesweden.org

ที่มา: Smoke Free Sweden

โมเดลร้านอาหารเจเนอเรชั่นใหม่ “Kura Sushi Osaka Kansai Expo Store” เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการใน “Future Life Zone” วันที่ 13 เมษายน (อาทิตย์) นี้!

Logo

 “ร้านอาหารยั่งยืน” แห่งแรกของ Kura Sushi ที่นำผลิตภัณฑ์จากทะเล เศษอุปกรณ์ตกปลา และพลาสติกกลับมาใช้ใหม่!

 ‘ความยั่งยืน’ และ “เทคโนโลยีล่าสุด” ผสมผสานกัน

โอซาก้า ญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–26 มีนาคม 2025

Kura Sushi Inc. (สำนักงานใหญ่: เมืองซาไก จังหวัดโอซาก้า) หนึ่งในเครือร้านซูชิสายพานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ประกาศว่าจะเปิดร้าน Kura Sushi ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมุ่งเน้นที่ความยั่งยืนที่ Future Life Zone ของงาน Osaka-Kansai Expo ในวันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน 2025

Appearance: Sustainable store that uses “plaster with no artificial materials” for exterior wall material that reuses “seashells” that would otherwise be discarded.

ลักษณะภายนอก: ร้านค้าที่ยั่งยืนที่ใช้ “ปูนปลาสเตอร์ที่ปราศจากวัสดุสังเคราะห์” เป็นวัสดุผนังภายนอก โดยนำ “เปลือกหอย” ที่ปกติแล้วจะถูกทิ้งมาใช้ซ้ำ

Kura Sushi Osaka Kansai Expo Store เป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดที่เคยสร้างมา โดยที่นั่ง 338 ที่นั่ง ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Kura Sushi และมีสายพานหมุนที่ยาวที่สุดที่ประมาณ 135 เมตร การออกแบบภายนอกเรียบง่าย โดยมีผนังนามาโกะชวนให้นึกถึงโกดังสัญลักษณ์ของบริษัท และรูปทูน่านิกิริขนาดใหญ่ใน “Antibacteria Sushi Cover Mr. Freshness” ที่ช่วยปกป้องซูชิจากฝุ่นและไวรัสในอากาศ ภายในมีการออกแบบที่หรูหราและทันสมัยสไตล์ญี่ปุ่นด้วยโต๊ะและพนักพิงลายไม้ รวมถึงพื้นผิวที่นั่งแบบเสื่อทาทามิ และภาพกราฟิกที่โดดเด่นของจานขนาดยักษ์บนเพดาน

ผนังด้านนอกทำด้วย “ปูนปลาสเตอร์ไร้สารสังเคราะห์” ซึ่งทำจากการนำเปลือกหอย 336,000 ชิ้นที่ปกติแล้วจะถูกทิ้งมาใช้ใหม่ และใช้กาวและส่วนผสมอื่นๆ ที่ทำจากสาหร่ายทะเล สำหรับภาพสัญลักษณ์ที่เคาน์เตอร์เก็บเงินและห้องน้ำนั้น ได้ใช้ฝาขวดพลาสติกที่ถูกทิ้งแล้วและถังโพลีเอทิลีนสีขาวขุ่นรวมประมาณ 100 กิโลกรัม ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์2ลงเหลือประมาณหนึ่งในสามของปริมาณที่ปล่อยออกมาจากการเผา นอกจากนี้ หมายเลขที่นั่งและป้ายโลโก้ในที่กำบังลมบางส่วนยังทำจากวัสดุตกปลารีไซเคิล เช่น เชือก ทุ่น และตะกร้า ซึ่งมีน้ำหนักรวมประมาณ 15 กิโลกรัม ม้านั่งในบริเวณนั่งรอทำจากต้นซีดาร์ที่ตัดแต่งในญี่ปุ่น แคปซูล “Bikkura Pon®” และสิ่งของอื่นๆ ที่ผู้เยี่ยมชมสามารถนำกลับบ้านได้ก็ได้รับการรีไซเคิลเช่นกัน และภาชนะใส่อาหารกลับบ้านทำจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายเพื่อมีส่วนสนับสนุนในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs)

นอกจากนี้ ร้านอาหารแห่งนี้ยังมีระบบที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า โดยใช้เทคโนโลยี AI และ ICT ที่พัฒนามายาวนานเพื่อปรับปรุงสุขอนามัยและการควบคุมคุณภาพ และเป็นร้านซูชิสายพานรายใหญ่เพียงแห่งเดียวที่ประสบความสำเร็จในด้านนี้ ร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านอาหารล้ำสมัยที่ผสมผสานเทคโนโลยีล่าสุดเข้ากับ “การเสิร์ฟด้วยสายพาน” ซึ่งสามารถทำได้โดยร้านซูชิสายพานรายใหญ่เท่านั้น

นอกจากเมนูซูชิปกติแล้ว ร้านอาหารแห่งนี้ยังเสนอเมนูเพื่อความยั่งยืนที่ใช้ปลาไร้ประโยชน์ เช่น ปลานิซาได ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการส่งเสริมการทำประมงอย่างยั่งยืน รวมไปถึงเมนู 70 คอร์สที่สร้างสรรค์อาหารที่เป็นตัวแทนของ 70 ประเทศและภูมิภาค 

ในงานแถลงข่าว Hiroyuki Okamoto กรรมการและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายโฆษณา และนักลงทุนสัมพันธ์ กล่าวว่า “เราเป็นเครือร้านซูชิสายพานรายใหญ่เพียงรายเดียวที่เสิร์ฟซูชิจากสายพานของเราในร้านอาหารทุกแห่งของเรา แนวคิดของเราคือการสร้างสถานที่ที่ผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลกสามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม นอกจากนี้ เรายังจะแนะนำ “โมเดลร้านอาหารเจเนอเรชันใหม่” ให้กับโลกด้วยการผสมผสานองค์ประกอบที่ยั่งยืนเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย และนำวัฒนธรรมซูชิแบบหมุนเวียนซึ่งมีต้นกำเนิดในญี่ปุ่นมาสู่ผู้คนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ Kura Sushi Inc. มีร้านอาหาร 546 แห่งในญี่ปุ่น 73 แห่งในสหรัฐอเมริกา 59 แห่งในไต้หวัน และ 3 แห่งในเซี่ยงไฮ้

[ จุดเด่นของร้าน Kura Sushi Osaka Kansai Expo ]

  •  ร้านค้าที่ยั่งยืนที่ใช้ “ปูนปลาสเตอร์ที่ปราศจากวัสดุสังเคราะห์” เป็นวัสดุผนังภายนอก โดยนำ “เปลือกหอย” ที่ปกติแล้วจะถูกทิ้งมาใช้ซ้ำ
  •  ด้วยจำนวนที่นั่งมากที่สุดและสายพานหมุนที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Kura Sushi มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่สนุกสนานกับซูชิแบบหมุนเฉพาะของ Kura Sushi เท่านั้น
  •  โครงการริเริ่มที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการใช้วัสดุที่ถูกทิ้ง
     Kura Sushi Osaka-Kansai Expo Store ให้ความสำคัญกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง โดยได้นำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในหลาย ๆ จุดของร้านอาหาร โดยฝาขวดพลาสติกและถังพลาสติกโพลีเอทิลีนสีขาวขุ่นถูกใช้เป็นภาพสัญลักษณ์บนเคาน์เตอร์เก็บเงินและห้องน้ำ นอกจากนี้ ป้ายโลโก้และตัวระบุหมายเลขที่นั่งในที่กำบังลมบางส่วนยังใช้เชือกตกปลา ทุ่น และตะกร้าแทน
  •  เปิดตัวแคปซูลและภาชนะแบบนำกลับบ้าน “Bikkura Pon!®” ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
     แคปซูล “Bikkura Pon!®” เป็นแคปซูลกระดาษที่ใช้เทคโนโลยี PIM (Pulp Injection Molding) ซึ่งทำจากแป้งและเยื่อกระดาษ แคปซูลไม่ปล่อยสารพิษเมื่อถูกเผา สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และสลายตัวในดินได้ภายในเวลาประมาณ 6 เดือน
     ภาชนะใส่อาหารกลับบ้านใช้เศษเหลือทางมะพร้าว ทางใบปาล์ม(*1) ซึ่งเหลือจากการผลิตน้ำมันปาล์มซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุดิบ ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้และก๊าซมีเทนจากการสลายตัว ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ถุงกระดาษสำหรับซื้อกลับบ้านทำจากกระดาษรีไซเคิล 100%(*2) นอกจากนี้ ยังมีการพิมพ์คำว่า “โชคลาภ” ไว้ด้านในภาชนะ เพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้กับลูกค้าที่มารับอาหารกลับบ้าน
     *1 เศษเหลือของทางใบปาล์ม: ทะลายปาล์มเปล่าที่เกิดขึ้นหลังจากใบปาล์มถูกบีบเพื่อผลิตน้ำมันปาล์ม
     *2 ไม่รวมหูหิ้วถุงกระดาษ
  • การนำเสนอเมนูที่ยั่งยืนซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการพยายามสร้างการประมงที่มีมายาวนาน
     บริษัทของเขากำลังทำงานร่วมกับชาวประมงในญี่ปุ่นในโครงการริเริ่มต่างๆ เพื่อปกป้องทรัพยากรทางทะเลและฟื้นฟูอุตสาหกรรมประมงเพื่อปกป้องมหาสมุทรที่อุดมสมบูรณ์ในอนาคต ด้วยความพยายามอย่างต่อเนื่องเหล่านี้ บริษัทจึงสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน เช่น ปลาที่ใช้น้อย “การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะ” ที่ใช้ AI และปลาออร์แกนิก
     Kura Sushi สาขา Osaka Kansai Expo ยังนำเสนอเมนูที่ยั่งยืนซึ่ง Kura Sushi เท่านั้นที่ทำได้ เช่น “กะหล่ำปลีนิซาได” “ฮามาจิออร์แกนิก” และ “โรลเพื่อสุขภาพ (มาโยกุ้ง)” โดยใช้ 'เวจิโต' (แครอทแผ่น) แผ่นผักที่ทำจากผักที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อส่งเสริม “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ผ่านทางอาหาร บริษัทมีเป้าหมายที่จะ “มีส่วนสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)” ผ่านทางอาหาร
  •  เมนูพิเศษเมนูแรกของ Kura Sushi ซึ่งประกอบด้วยอาหารจาก 70 ประเทศและภูมิภาค!
     Kura Sushi ได้พัฒนาเมนูพิเศษที่รังสรรค์อาหารจาก 70 ประเทศและภูมิภาค สำหรับ 25 เมนูนั้น เราได้ขอให้ตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่นและผู้ที่คุ้นเคยกับรสชาติดั้งเดิมของแต่ละประเทศมาลองชิม และเราได้ทำการปรับปรุงตามความคิดเห็นและคำแนะนำของพวกเขา เราพิถีพิถันในการสร้างสรรค์รสชาติดั้งเดิมที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมการทำอาหารของแต่ละประเทศและตัวแทนจากแต่ละภูมิภาค คุณสามารถเพลิดเพลินกับอาหารกว่า 70รายการจากทั่วโลกได้ที่ Expo Store
     นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบ “ปกซูชิป้องกันแบคทีเรีย Mr. Freshness” ในรูปแบบพิเศษเพื่อสะท้อนถึงแนวคิดของร้าน Osaka/Kansai Expo อีกด้วย โดยปกทั้งสองเล่มเชื่อมต่อกันด้วยลวดลายจับมือสีแดงและสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีสันของงาน Expo ปกหน้ามีภาพอาหารจากประเทศและภูมิภาคต่างๆ ส่วนปกหลังประกอบด้วยอาหารซูชิซึ่งไหลมารวมกันบนสายพานหมุน 

[ รายละเอียดร้านค้า ]

  • ชื่อร้าน: “Kura Sushi Osaka Kansai Expo Store”
  • เวลาเปิดให้บริการ: 10.00–21.00 น.
  • จำนวนที่นั่ง: 338
  • พื้นที่นั่ง : 799.55 ตารางเมตร

HP: https://www.kurasushi.co.jp/2025expo/

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:  https://www.businesswire.com/news/home/20250325146381/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

สำหรับการสอบถามข้อมูลสื่อเกี่ยวกับข่าวเผยแพร่นี้:
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ Kura Sushi, Inc.
อีเมล: prhq_kurasushi@kura-corpo.co.jp

ที่มา: Kura Sushi Inc.











The Bangkok Reporter