โครงการ Hudayriyat Golf Estates ของ Modon สร้างสถิติในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยยอดขายมากกว่า 13 พันล้านดีร์แฮม ภายในไม่กี่วันหลังเปิดตัว

Logo

  •  โครงการที่อยู่อาศัยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  •  โครงการนี้ประกอบด้วยบ้านพักตากอากาศติดสนามกอล์ฟ วิลล่า และทาวน์เฮาส์ บนเกาะฮูดายริยัต ในอาบูดาบี
  •  1,700 หลังขายหมดภายในไม่กี่วันหลังเปิดตัว
  •  15% เป็นผู้ซื้อที่ไม่ใช่ผู้พำนักในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  •  81% เป็นลูกค้าใหม่ของ Modon

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์–(BUSINESS WIRE)–08 กรกฎาคม 2026

Modon ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยการเปิดตัวโครงการ Hudayriyat Golf Estates บนเกาะฮูดายริยัต ในอาบูดาบี

Modon's Hudayriyat Golf Estates sets UAE record with more than AED 13 billion in sales within days of launch (Photo: AETOSWire)

โครงการ Hudayriyat Golf Estates ของ Modon ได้สร้างสถิติในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วยยอดขายมากกว่า 13 พันล้านดีร์แฮมภายในไม่กี่วันหลังเปิดตัว (ภาพ: AETOSWire)

โดยภายในเวลาไม่กี่วันหลังเปิดตัว โครงการที่อยู่อาศัยแห่งนี้ก็สามารถทำยอดขายได้สูงเป็นประวัติการณ์ เกินกว่า 13 พันล้านดีร์แฮม ซึ่งถือเป็นมูลค่าการขายสูงสุดที่บันทึกไว้สำหรับการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยเดียวในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

โครงการนี้ประกอบด้วยบ้านพักตากอากาศ วิลล่า และทาวน์เฮาส์สุดหรูที่ตั้งอยู่ติดสนามกอล์ฟ โดยที่พักอาศัย 1,700 หลังถูกขายหมดภายในไม่กี่วันหลังจากการเปิดตัว

การตอบรับจากผู้ซื้อและนักลงทุนสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของอาบูดาบีและวิสัยทัศน์ในการพัฒนาของ Modon ในขณะเดียวกันก็ช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงตำแหน่งของเกาะฮูดายริยัตในฐานะจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ชั้นนำ

โครงการที่อยู่อาศัยแบบปิดแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว สุขภาพที่ดี และการใช้ชีวิตระดับพรีเมียม จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดย 15% นั้นเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ 81% เป็นลูกค้าใหม่ของ Modon โดยสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์อันดาลูเซีย วิวริมน้ำและวิวสนามกอล์ฟ รวมถึงสนามกอล์ฟขนาด 95 เฮกเตอร์ ได้ถูกผสานรวมเข้ากับผังเมืองที่สามารถเดินได้สะดวก เส้นทางสีเขียวความยาว 2.3 กิโลเมตรที่เชื่อมต่อสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย รวมถึงคลับเฮาส์ ศูนย์สุขภาพและฟิตเนส ร้านค้าปลีกและสถานบันเทิง พื้นที่ทำงานร่วมกัน และโรงเรียน

ฯพณฯ Jassem Mohamed Bu Ataba Al Zaabi ประธานกรรมการของ Modon Holding กล่าวว่า: “ความต้องการที่แข็งแกร่งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกที่มีต่ออาบูดาบีและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากวิสัยทัศน์ระยะยาว ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของผู้นำ ที่เป็นการตอกย้ำถึงตำแหน่งของเอมิเรตส์ในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดที่สุดในโลกสำหรับการลงทุน บุคลากรที่มีความสามารถ และคุณภาพชีวิต”

Bill O’Regan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทของ Modon Holding กล่าวว่า: “ผลตอบรับนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างเกี่ยวกับวิธีที่ผู้คนเลือกสถานที่อยู่อาศัย โดยผู้ซื้อต่างมองหาชุมชนที่ผสมผสานบ้านคุณภาพสูงเข้ากับไลฟ์สไตล์ ความเป็นอยู่ที่ดี และการเชื่อมต่อมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ Modon นั้นเรามุ่งเน้นการสร้างจุดหมายปลายทางแบบบูรณาการที่นำองค์ประกอบเหล่านี้มารวมกันในลักษณะที่สร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้กับผู้อยู่อาศัย นักลงทุน และเมืองโดยรวม”

Ibrahim Al Maghribi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Modon Real Estate กล่าวเสริมว่า: “โครงการ Hudayriyat Golf Estates ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่โดดเด่น โดยเน้นคุณภาพ ความเป็นส่วนตัว และการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง โดยการตอบรับจากผู้ซื้อนั้นสะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์ของชุมชน ทำเลที่ตั้งอันเป็นเอกลักษณ์ และความต้องการที่แข็งแกร่งสำหรับบ้านที่ได้รับการวางแผนอย่างรอบคอบในอาบูดาบี เราขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจที่มอบให้กับ Modon และหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้ชุมชนแห่งนี้มีชีวิตชีวา”

Hudayriyat Golf Estates ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองอาบูดาบีประมาณ 20 นาที และห่างจากสนามบินนานาชาติซาเยดประมาณ 30 นาที นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมกีฬาต่างๆ บนเกาะ Hudayriyat ได้อย่างสะดวก รวมถึง Surf Abu Dhabi, สนามแข่งจักรยาน Velodrome และเครือข่ายเส้นทางปั่นจักรยาน วิ่ง และสันทนาการที่กว้างขวางต่างๆ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและเพื่อลงทะเบียนแสดงความสนใจในการพัฒนาโครงการในอนาคต นักลงทุนที่สนใจสามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.modon.com หรือโทร 800 MODON

เกี่ยวกับ Modon:

Modon เป็นบริษัทโฮลดิ้งระดับนานาชาติ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อาบูดาบี (ADX) โดย Modon นั้นเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเมือง สร้างสรรค์ดีไซน์ และมีประสบการณ์อันโดดเด่นที่เหนือความคาดหมายอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การบริการ การบริหารสินทรัพย์และการลงทุน การจัดงาน การจัดเลี้ยง การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานของเมือง เรากำลังทำให้เมืองมีชีวิตชีวาด้วยการส่งมอบมูลค่าที่ยั่งยืนในระยะยาว

บัญชีโซเชียลมีเดียของ Modon:

LinkedIn
X
Instagram
Facebook
YouTube

*ที่มา: AETOSWire

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่:
https://www.businesswire.com/news/home/20260707126559/en

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

press@modon.com
ir@modon.com
https://www.modon.com/
 
Ahmed Abu Shehab
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการสื่อสารของ Modon
Ahmed.abushehab@modon.com
 
Rawad Khattar
Weber Shandwick
rkhattar@webershandwick.com

ที่มา: Modon

สำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ของชีค Mohammed bin Khalid Al Nahyan ได้ลงทุนใน MidOcean Energy และร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ EIG

Logo

ลอนดอนและวอชิงตัน–(BUSINESS WIRE)–07 กรกฎาคม 2026

สำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ของชีค Mohammed bin Khalid Al Nahyan (“สำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์”) ได้ให้คำมั่นที่จะลงทุน 1.13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน MidOcean Energy (“MidOcean” หรือ “บริษัท”) ซึ่งเป็นบริษัทก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ก่อตั้งและบริหารจัดการโดย EIG

โดยควบคู่ไปกับการลงทุน สำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์และ EIG ได้สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการระดมทุน การสร้างโอกาสการลงทุน และการพัฒนาโอกาสการลงทุนสำหรับสถาบันต่างๆ ทั่วสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และตลาดระดับภูมิภาคที่เลือกไว้

การลงทุนใน MidOcean ถือเป็นการเข้าสู่ภาคธุรกิจ LNG ระดับโลกของสำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ และเป็นการเริ่มต้นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในวงกว้างกับ EIG ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก โดยความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแสวงหาโอกาสในการลงทุนร่วมกันในอนาคต ทั้งในภาคพลังงานและภาคโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง

การลงทุนครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานผู้ถือหุ้นสถาบันที่มีคุณภาพสูงของ MidOcean อีกทั้งยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องที่มีต่อกลยุทธ์ของบริษัทในการสร้างแพลตฟอร์ม LNG ระดับโลกที่หลากหลาย ยืดหยุ่น และมีอายุการใช้งานยาวนาน

MidOcean ได้ถือครองพอร์ตโฟลิโอที่มีคุณภาพสูงในธุรกิจ LNG ที่ครอบคลุมตลาดสำคัญทั่วโลก รวมถึงแคนาดา ออสเตรเลีย และละตินอเมริกา และมุ่งมั่นที่จะขยายฐานการดำเนินงานไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่องผ่านแนวทางการลงทุนที่มีระเบียบวินัยและมุ่งเน้นคุณค่า

R. Blair Thomas ประธานกรรมการของ MidOcean และซีอีโอของ EIG กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับสำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ ความสัมพันธ์นี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนด้านพลังงานระดับโลกของ EIG เข้ากับเครือข่ายระดับภูมิภาค ความสัมพันธ์กับสถาบันต่างๆ และมุมมองการลงทุนระยะยาวของสำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ โดยเราเชื่อว่าสิ่งนี้จะสร้างแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งสำหรับการระดมทุนและการลงทุนทั่วทั้งภูมิภาค”

De la Rey Venter ซีอีโอของ MidOcean กล่าวว่า “การลงทุนของสำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์จะสนับสนุนการเติบโตและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของเราในพอร์ตโฟลิโอ LNG ระดับโลกที่หลากหลาย เราขอขอบคุณการสนับสนุนอย่างแข็งขันต่อกลยุทธ์ของ MidOcean และเราหวังว่าจะได้ร่วมมือกันเพื่อคว้าโอกาสเพิ่มเติมในตลาด LNG ระดับโลกที่มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น”

Matar Hamdan Al Ameri กรรมการผู้จัดการบริหารของสำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ของ Sheikh Mohammed bin Khalid Al Nahyan กล่าวว่า “การลงทุนในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์ของเราในการสร้างการลงทุนระยะยาวในโครงสร้างพื้นฐานและสินทรัพย์ด้านพลังงานระดับโลกที่มีคุณภาพสูง และสร้างโอกาสให้นักลงทุนในภูมิภาคได้มีส่วนร่วมเคียงข้างพันธมิตรสถาบันชั้นนำ โดย MidOcean ได้เปิดโอกาสให้เข้าถึงองค์ประกอบสำคัญของระบบพลังงานระดับโลกผ่านแพลตฟอร์ม LNG ที่หลากหลาย ในขณะที่ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ของเรากับ EIG สร้างรากฐานสำหรับการทำงานร่วมกันและโอกาสการลงทุนในอนาคตทั่วทั้งภูมิภาค”

เกี่ยวกับสำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ของ Sheikh Mohammed bin Khalid Al Nahyan

สำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ของ Sheikh Mohammed bin Khalid Al Nahyan ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบริษัทในเครืออย่าง KSH Investments ดำเนินงานในฐานะแพลตฟอร์มการลงทุนและการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่หลากหลาย โดยมุ่งเน้นการค้นหาและพัฒนาโอกาสการลงทุนระยะยาวในหลากหลายภาคส่วนและภูมิภาค ผ่านการลงทุนโดยตรง ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และกิจกรรมการบริหารจัดการสินทรัพย์ โดยสำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ร่วมกับบริษัทในเครือ KSH Investments จะบริหารจัดการการลงทุนในหลากหลายภาคส่วนทั้งอสังหาริมทรัพย์ การบริการ โครงสร้างพื้นฐาน บริการทางการเงิน พลังงาน และอื่นๆ โดยมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าระยะยาวและการจัดสรรเงินทุนอย่างรอบคอบ

ประกาศสำคัญ

ประกาศนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งให้ทราบเท่านั้น และไม่ถือเป็นการเสนอขายหรือการชักชวนให้สมัครรับหรือซื้อหลักทรัพย์ใดๆ การเสนอขายใดๆ จะดำเนินการเฉพาะตามเอกสารการเสนอขายที่เกี่ยวข้องและเป็นไปตามกฎหมายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

เกี่ยวกับ EIG

EIG เป็นนักลงทุนสถาบันชั้นนำในภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ 25.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 โดย EIG มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนภาคเอกชนในภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทั่วโลก ในตลอดระยะเวลา 44 ปีที่ผ่านมา ทาง EIG ได้ลงทุนในภาคพลังงานไปแล้ว 53.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโครงการหรือบริษัท 426 แห่งใน 44 ประเทศ ครอบคลุม 6 ทวีป โดยลูกค้าของ EIG ประกอบด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญ บริษัทประกันภัย กองทุนบริจาค มูลนิธิ และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติชั้นนำมากมายในสหรัฐอเมริกา เอเชีย และยุโรป EIG มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่วอชิงตัน ดี.ซี. และมีสำนักงานสาขาในฮิวสตัน ลอนดอน ซิดนีย์ ริโอเดจาเนโร ฮ่องกง และโซล สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.eigpartners.com

เกี่ยวกับ MidOcean Energy

MidOcean Energy บริษัท LNG ที่ก่อตั้งและบริหารงานโดย EIG มุ่งมั่นที่จะสร้างพอร์ตโฟลิโอ LNG ระดับโลกที่หลากหลาย ยืดหยุ่น แข่งขันได้ทั้งด้านต้นทุนและคาร์บอน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของ EIG ที่ว่า LNG เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบพลังงานโลกที่มีคาร์บอนต่ำ แข่งขันได้ และมีความมั่นคงมากขึ้น โดย MidOcean ได้สร้างแพลตฟอร์มที่มีงบดุลมากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีส่วนร่วมในโครงการ LNG ทั่วทวีปอเมริกาและออสเตรเลีย โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการตลาดในสิงคโปร์และสำนักงานใหญ่ในลอนดอน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.midoceanenergy.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/xxxxxxxxxxxxxxx/en

Contacts

ข้อมูลติดต่อ EIG/MidOcean
FGS Global
Kelly Kimberly / Brandon Messina
+1 212-687-8080
EIG@fgsglobal.com

ข้อมูลติดต่อสำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์
สำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ของชีค Mohammed bin Khalid Al Nahyan
PrivateDepartment@Khalidia.ae

ที่มา: EIG

Jensen Hughes ได้ขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยการเข้าซื้อกิจการ HiLT

Logo

การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในระดับภูมิภาคและยกระดับขีดความสามารถด้านวิศวกรรมอัคคีภัย

โคลัมเบีย รัฐแมริแลนด์–(BUSINESS WIRE)–07 กรกฎาคม 2026

Jensen Hughes บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านวิศวกรรมและการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัยและความปลอดภัยในชีวิต การรักษาความปลอดภัย และการบริหารความเสี่ยง ประกาศในวันนี้ว่าได้เข้าซื้อกิจการ HiLT Pte. Ltd. (HiLT) ซึ่งเป็นบริษัทวิศวกรรมป้องกันอัคคีภัยชั้นนำในสิงคโปร์ โดยการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเพิ่มขีดความสามารถในการสนับสนุนลูกค้าในภาคส่วนที่มีความต้องการสูง รวมถึงการขนส่ง ระบบจัดเก็บพลังงาน และโครงการพัฒนาเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

HiLT ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 โดยเป็นที่รู้จักในด้านการมีส่วนร่วมในโครงการระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบตามประสิทธิภาพและระบบป้องกันอัคคีภัยเฉพาะทาง รวมถึงระบบกักเก็บพลังงานและระบบละอองน้ำ นอกจากนี้ HiLT ยังมีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างป้องกันอัคคีภัยสำหรับอาคารเหล็กและอาคารไม้แปรรูป และมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในแนวโน้มด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ เช่น ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) และโฟมสังเคราะห์ปราศจากฟลูออรีน (SFFF)

“การผนวกรวม HiLT เข้ามาถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าตื่นเต้นสำหรับองค์กรของเรา” Raj Arora ซีอีโอของ Jensen Hughes กล่าว “ความสามารถทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง การมีอยู่ของบริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแนวทางการคิดล่วงหน้าเพื่อรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนด้านอัคคีภัยและความปลอดภัยในชีวิตนั้นสอดคล้องกับลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของเราอย่างยิ่ง โดยเราหวังที่จะร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายของเราในการทำให้โลกของเราปลอดภัย มั่นคง และมีความยืดหยุ่น”

การเพิ่มเติมนี้จะช่วยเสริมศักยภาพของ Jensen Hughes ในการส่งมอบความเชี่ยวชาญที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น โดยได้รับการสนับสนุนจากทรัพยากรระดับโลกมากยิ่งขึ้น

“การเข้าร่วมกับ Jensen Hughes ถือเป็นบทใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับ HiLT” Victor Ho ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการของ HiLT กล่าว “เรามีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะพัฒนาด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยและความปลอดภัยในชีวิต และความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้เราสามารถขยายขอบเขตการทำงานไปทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของ HiLT กับแพลตฟอร์มระดับโลกของ Jensen Hughes เราจึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าเดิมในการส่งมอบโซลูชันที่มีคุณภาพสูงและนวัตกรรมใหม่ๆ และให้การสนับสนุนลูกค้าของเราในการรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนที่สุด“

กระบวนการควบรวมกิจการได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยผู้นำจากทั้งสององค์กรได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการเปลี่ยนผ่านจะเป็นไปอย่างราบรื่นสำหรับทั้งพนักงานและลูกค้า

Jensen Hughes ได้รับการสนับสนุนจาก Gryphon Investors ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนเอกชนชั้นนำในตลาดระดับกลาง

เกี่ยวกับ Jensen Hughes

Jensen Hughes คือผู้นำระดับโลกด้านวิศวกรรม การให้คำปรึกษา และเทคโนโลยีที่ทำให้โลกของเราปลอดภัย มั่นคง และมีความยืดหยุ่นทั่วโลก เราได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านความเป็นผู้นำด้านวิศวกรรมการป้องกันอัคคีภัย ขณะเดียวกันก็มีความเชี่ยวชาญในด้านความสามารถที่สำคัญอื่นๆ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเป้าหมายของเรา ตั้งแต่ความสามารถเชิงกลยุทธ์ที่เราได้ขยายมาหลายปีแล้ว รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านการเข้าถึง การวิเคราะห์ความเสี่ยงและอันตราย ความปลอดภัยในกระบวนการผลิต ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการจัดการเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนนวัตกรรมดิจิทัลในบริการต่างๆ ของเรา ปัจจุบัน วิศวกร ที่ปรึกษา นักวิเคราะห์ และนักวางกลยุทธ์กว่า 1,900 คนของเราทำงานจากสำนักงานกว่า 100 แห่ง สนับสนุนลูกค้าในกว่า 100 ประเทศทั่วทุกตลาด ตั้งแต่ภาครัฐ การดูแลสุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปจนถึงพลังงาน ภารกิจสำคัญ และการขนส่ง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.jensenhughes.com

เกี่ยวกับ Gryphon Investors

Gryphon Investors เป็นบริษัทลงทุนเอกชนชั้นนำในตลาดระดับกลางที่มุ่งเน้นการเติบโตของบริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันในภาคธุรกิจบริการ ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค การดูแลสุขภาพ การเติบโตทางอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์ และโซลูชันและบริการด้านเทคโนโลยี ด้วยสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ กลยุทธ์การลงทุนหลักสามประการของ Gryphon ได้แก่ กองทุน Flagship, Heritage และ Junior Capital Funds โดย Gryphon ให้ความสำคัญกับการลงทุนที่สามารถสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับผู้ก่อตั้ง เจ้าของ และทีมผู้บริหาร และสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนผ่านโมเดลธุรกิจแบบบูรณาการด้านการทำธุรกรรมและการดำเนินงาน โมเดลที่แตกต่างอย่างโดดเด่นของ Gryphon ได้ผสานรวมกลุ่มทรัพยากรการดำเนินงานที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ซึ่งนำโดยผู้บริหารระดับสูงที่ทำงานเต็มเวลาและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะในด้านปัญญาประดิษฐ์ ตลาดทุน การเงินและการบัญชี ทรัพยากรบุคคล และเทคโนโลยีสารสนเทศ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม โปรดไปที่ www.gryphon-inv.com

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ
Ruby Stong
rstong@boltpr.com

ที่มา: Gryphon Investors

Messer เข้าซื้อแท่นขุดเจาะก๊าซอุตสาหกรรมในสิงคโปร์ โดยมี Japan Corporate Advisory Institute ให้คำแนะนำแก่ผู้ขาย

Logo

การเข้าซื้อกิจการ WKS Group จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของ Messer ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โตเกียวและสิงคโปร์–(BUSINESS WIRE)–03 กรกฎาคม 2026

Messer ที่เป็นบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่สุดในโลกที่เชี่ยวชาญด้านก๊าซอุตสาหกรรม การแพทย์ อิเล็กทรอนิกส์ และก๊าซพิเศษ ได้เข้าซื้อกิจการ WKS Group ซึ่งเป็นบริษัทก๊าซอุตสาหกรรมในสิงคโปร์ที่มีการดำเนินงานในสิงคโปร์และมาเลเซียตอนใต้ โดยเงื่อนไขของธุรกรรมไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ

Messer รายงานยอดขายรวมประมาณ 4.5 พันล้านยูโรสำหรับปีงบประมาณ 2025

กลุ่มบริษัท WKS ก่อตั้งขึ้นในสิงคโปร์เมื่อปี 1977 ประกอบด้วยบริษัทในเครือ 6 แห่ง และมีพนักงานประมาณกว่า 195 คน กระจายอยู่ในสิงคโปร์และมาเลเซียตอนใต้ โดยการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยขยายฐานการดำเนินงานของ Messer ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเสริมสร้างการเข้าถึงกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญๆ ทั่วภูมิภาค

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำธุรกรรมนี้เสร็จสิ้นกับ Messer ซึ่งมีวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยม ทำให้เป็นพันธมิตรที่เหมาะสมสำหรับ WKS Group” นาย Wong Koh Hoi ผู้ถือหุ้นของ WKS Group กล่าว “เราขอขอบคุณในความเป็นมืออาชีพและความทุ่มเทของ JCAI ตลอดกระบวนการ และความเชี่ยวชาญของพวกเขามีส่วนสำคัญในการบรรลุผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จ”

 Japan Corporate Advisory Institute, Ltd. (“JCAI”) เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการควบรวมและซื้อกิจการข้ามพรมแดน โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่โตเกียว และมุ่งเน้นในตลาดญี่ปุ่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดีย

“เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกมองหาโอกาสในเอเชียมากขึ้นเรื่อยๆ การเข้าถึงข้อมูลตลาดที่น่าเชื่อถือและคู่ค้าที่เหมาะสมจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของการควบรวมกิจการ” Olimjon Sadinov กรรมการผู้จัดการของ JCAI กล่าว “JCAI มุ่งมั่นที่จะเพิ่มความโปร่งใสในตลาดเอกชนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเชื่อมโยงเจ้าของธุรกิจกับนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ผ่านกระบวนการควบรวมกิจการข้ามพรมแดนที่มีโครงสร้าง”

เกี่ยวกับ JCAI

Japan Corporate Advisory Institute, Ltd. (“JCAI”) เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการควบรวมและซื้อกิจการข้ามพรมแดน โดยมุ่งเน้นธุรกรรมในญี่ปุ่น-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้-อินเดีย โดย JCAI มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่โตเกียว ให้คำแนะนำแก่เจ้าของธุรกิจ บริษัท และนักลงทุนเกี่ยวกับธุรกรรมการควบรวมและซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

นอกจากนี้ JCAI ยังดำเนินงาน “SPEED M&A” ในญี่ปุ่น และ “BizBank” ในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งสนับสนุนเครือข่ายการควบรวมและซื้อกิจการที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น โดยมีสมาชิกมากกว่า 20,000 ราย

 สำนักงานใหญ่: Holland Hills Mori Tower 13F, 5-11-1 Toranomon, Minato-ku, Tokyo
 ผู้มีอำนาจลงนาม: Takahiro Jono
 เว็บไซต์: https://jcai.co.jp/
 LinkedIn: https://jp.linkedin.com/company/jcai-ltd

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Japan Corporate Advisory Institute
pr@jcai.co.jp

ที่มา: Japan Corporate Advisory Institute

Programmed ได้รวมข้อมูลผู้ขายและปรับปรุงการจัดการการปฏิบัติตามกฎระเบียบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย Boomi

Logo

ช่วยให้ผู้ให้บริการด้านการดำเนินงานและบริการในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์สามารถรวมศูนย์การจัดการผู้ขาย โดยเชื่อมโยงระบบการรับผู้ขายใหม่ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการเงินเข้าด้วยกัน

โอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์–(BUSINESS WIRE)–30 มิถุนายน 2026

Boomiบริษัทผู้ให้บริการด้านการเปิดใช้งานข้อมูลสำหรับ AI ประกาศในวันนี้ว่า Programmedได้เปลี่ยนแปลงการจัดการข้อมูลผู้ขายโดยใช้แพลตฟอร์ม Boomi Enterpriseที่สร้างแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เพียงแหล่งเดียวครอบคลุมทั้งด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการดำเนินงาน ลดภาระงานด้วยตนเอง และให้การมองเห็นแบบเรียลไทม์ตลอดวงจรชีวิตของผู้ขาย

Programmed Unifies Vendor Data and Streamlines Compliance Management With Boomi

Programmed รวมข้อมูลผู้ขายและปรับปรุงการจัดการการปฏิบัติตามกฎระเบียบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย Boomi

Programmed เป็นผู้ให้บริการด้านการดำเนินงาน การจัดหาบุคลากร และการบำรุงรักษาในภูมิภาคออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยให้บริการด้านการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวก การบำรุงรักษาอสังหาริมทรัพย์ การฝึกอบรม และโซลูชันด้านกำลังคนแก่ลูกค้ากว่า 10,000 รายในอุตสาหกรรมหลักต่างๆ รวมถึงเหมืองแร่ ภาครัฐ การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐาน โดยองค์กรนี้ดำเนินงานในระดับที่ข้อมูลของผู้ขายมีความสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐานในการดำเนินงาน และด้วยข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยธุรกิจและแอปพลิเคชันต่างๆ ปัญหาข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ สามารถทวีความรุนแรงจนกลายเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว โดย Programmed ต้องการความสม่ำเสมอมากขึ้นในการจัดการผู้ขายกว่า 18,000 รายในส่วนงานบริหารจัดการอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวก

หากไม่มีแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เพียงแหล่งเดียว การคัดเลือกผู้ขายจึงยากกว่าที่ควรจะเป็น และการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดอาจต้องทำซ้ำในหน่วยธุรกิจต่างๆ เพื่อสร้างมุมมองที่เป็นหนึ่งเดียวเกี่ยวกับข้อมูลผู้ขายทั่วทั้งองค์กร ทาง Programmed จึงเริ่มสร้างระบบการจัดการผู้ขายแบบรวมศูนย์ โดยใช้ Rapid Global เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการรับผู้ขายใหม่และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

“เราต้องการให้ข้อมูลของผู้ขายมีความสอดคล้องกันในทุกระบบ ตั้งแต่การรับผู้ขายใหม่ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ การเงิน และการดำเนินงาน เพื่อขจัดขั้นตอนการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อนและบันทึกที่ขัดแย้งกัน พร้อมทั้งให้ทุกทีมสามารถดูสถานะของผู้ขายได้แบบเรียลไทม์” Gary Gietzmann หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อของ Programmed กล่าว

Programmed ได้ร่วมมือกับ Adaptivซึ่งเป็นพันธมิตรของ Boomi เพื่อนำเอาความสามารถด้าน Data Hubและการบูรณาการของแพลตฟอร์ม Boomi Enterprise มาใช้ในโครงการ Rapid Project ที่ร่วมกับ Rapid Global โดยได้จัดเตรียมรากฐานข้อมูลและชั้นการบูรณาการที่จำเป็นในการเชื่อมต่อระบบของผู้ขาย

“เมื่อเราประเมินความต้องการของ Programmed แล้ว เห็นได้ชัดว่าการผสมผสานระหว่างความสามารถในการบูรณาการและข้อมูลหลักของ Boomi ทำให้มันเป็นโซลูชันที่เหมาะสมที่สุด” Philip Durrant ที่ปรึกษาหลักของ Adaptiv กล่าว “แพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหาข้อมูลผู้ขายของ Programmed ได้ทันที เรามองเห็นตั้งแต่เริ่มต้นว่า การวางบันทึกข้อมูลผู้ขายไว้ที่หัวใจของโซลูชันจะสร้างรากฐานที่ควบคุมได้และเป็นหนึ่งเดียว วางรากฐานสำหรับสถาปัตยกรรมที่เชื่อมต่อและปรับขนาดได้ ซึ่งสามารถเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจได้”

ปัจจุบัน Boomi Data Hub ทำหน้าที่เป็นแกนหลักในการจัดการข้อมูลหลักสำหรับบันทึกข้อมูลผู้ขายของ Programmed ทำให้ข้อมูลสำคัญต่างๆ เช่น สถานะการปฏิบัติตามข้อกำหนด ใบรับรอง และประกันภัย สามารถควบคุมได้ผ่านบันทึกข้อมูลหลักส่วนกลาง ด้วยการอัปเดตแบบเรียลไทม์ในระบบต่างๆ ทีมงานจึงไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบความถูกต้องของบันทึกที่ไม่ตรงกัน หรือสงสัยว่าแอปพลิเคชันใดมีสถานะการปฏิบัติตามข้อกำหนดล่าสุดอีกต่อไป ความสามารถในการกักกันของ Data Hub จะตรวจจับและแยกบันทึกที่ไม่สอดคล้องกันออกจากระบบต้นทางโดยอัตโนมัติก่อนที่จะแพร่กระจาย ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันที่สำคัญจากข้อผิดพลาดของข้อมูลที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวสำหรับการดำเนินงานประจำวันของ Programmed

Boomi Integration ได้เชื่อมโยงวงจรชีวิตของผู้ขายของ Programmed เข้ากับระบบหลักต่างๆ ซึ่งรวมถึง Rapid Global สำหรับการเริ่มต้นใช้งานและการปฏิบัติตามข้อกำหนด Microsoft D365 F&O สำหรับ ERP และการประมวลผลทางการเงิน และแพลตฟอร์มการจัดการใบสั่งงานสำหรับการจัดซื้อและการส่งมอบงานในขั้นตอนต่อไป

“ผลลัพธ์ที่ได้คือกระบวนการทางธุรกิจที่เชื่อมโยงกัน โดยข้อมูลของผู้ขายสามารถเคลื่อนย้ายระหว่างระบบต่างๆ ได้โดยไม่ต้องป้อนข้อมูลซ้ำด้วยตนเองมากนัก” Gietzmann กล่าว “ทีมงานด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการจัดซื้อใช้เวลาน้อยลงในการตรวจสอบ คัดลอก และกระทบยอดข้อมูล ในขณะที่ทีมงานด้านปฏิบัติการสามารถมองเห็นสถานะของผู้ขายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้พวกเขามีความมั่นใจในการตัดสินใจมากขึ้น”

งานที่มีคุณค่าที่สุดบางส่วนซ่อนอยู่เบื้องหลัง การผสานรวม D365 Finance & Operations จำเป็นต้องประสานข้อมูลผู้ขายหลัก ซึ่งมักจะมีหลายอินสแตนซ์ต่อผู้ขายหนึ่งราย ทำให้เกิดการเรียกใช้ API หลายร้อยครั้งต่อการดำเนินการ และหลายหมื่นครั้งในช่วงการโหลดครั้งแรก โดย Adaptiv จะใช้ Boomi Event Streams เพื่อแยกผลลัพธ์แบบกลุ่ม เพื่อให้สามารถจัดการผู้ขายแต่ละรายได้ในการดำเนินการของตนเอง ซึ่งจะช่วยลดการเรียกใช้ API ต่อการดำเนินการได้ ทำให้การตรวจสอบง่ายขึ้น และทำให้การแก้ไขปัญหาทำได้ง่ายขึ้น แนวทางเดียวกันนี้ถูกนำไปใช้กับการผสานรวมอื่นๆ ที่การแยกส่วนช่วยเพิ่มมูลค่า

“Boomi ได้มอบรากฐานที่มั่นคงและปรับขนาดได้สำหรับข้อมูลผู้ขาย ทำให้เราสามารถทำงานได้เร็วขึ้นด้วยความมั่นใจที่มากขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงการมองเห็น การควบคุม และประสิทธิภาพในการจัดซื้อจัดจ้าง” Gietzmann กล่าว “ด้วยการลดภาระงานด้วยตนเองและเพิ่มคุณภาพข้อมูล เราจึงเห็นผลประโยชน์ทางธุรกิจที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าที่ Adaptiv นำมาในฐานะพันธมิตร โดยให้การสนับสนุนทั้งการเลือกผลิตภัณฑ์และการออกแบบโซลูชัน และทำงานร่วมกับเราเพื่อขับเคลื่อนผลลัพธ์ที่ใช้งานได้จริงและยั่งยืน”

ด้วยแผนการบูรณาการเพิ่มเติม โครงการ Rapid Project จึงกลายเป็นจุดอ้างอิงภายใน Programmed สำหรับลักษณะของการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากข้อมูลที่มีการกำกับดูแล รูปแบบการบูรณาการที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นเพื่อเติบโตไปพร้อมกับองค์กร

“Programmed ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เมื่อข้อมูลของผู้ขายได้รับการกำกับดูแลและเชื่อมโยงกันทั่วทั้งองค์กร ประโยชน์ที่ได้รับจะขยายออกไปไกลกว่าแค่ทีมหรือระบบใดระบบหนึ่ง” David Irecki ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นของ Boomi กล่าว “Boomi รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Adaptiv ในการช่วย Programmed สร้างรากฐานข้อมูลผู้ขาย ซึ่งช่วยให้ทีมงานมีข้อมูลที่ชัดเจนและมั่นใจในการตัดสินใจที่ดีขึ้นในด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ การจัดซื้อ และการดำเนินงาน”

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับ Boomi

Boomi บริษัทด้านการเปิดใช้งานข้อมูลสำหรับ AI ขับเคลื่อนองค์กรแบบเอเจนต์โดยการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ทั่วทั้งธุรกิจ แพลตฟอร์ม Boomi Enterprise เป็นรากฐานข้อมูลที่ใช้งานได้จริง ซึ่งมอบโครงสร้างพื้นฐานเอเจนต์ที่จำเป็นเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงแบบเอเจนต์ ด้วยการรวมการออกแบบและการกำกับดูแลเอเจนต์ การจัดการ API และ MCP การบูรณาการและการทำงานอัตโนมัติ และการจัดการข้อมูลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว Boomi ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากพลังของ AI ด้วยการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและปรับขนาดได้ Boomi ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 30,000 ราย และได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายพันธมิตรมากกว่า 800 ราย ช่วยให้องค์กรทุกขนาดบรรลุความคล่องตัว ประสิทธิภาพ และนวัตกรรมในวงกว้าง ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ boomi.com.

© 2026 Boomi, LP. Boomi, โลโก้ ‘Boomi’, โลโก้ ‘B’ และ Boomiverse เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Boomi, LP หรือบริษัทในเครือหรือบริษัทร่วมในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ ชื่อหรือเครื่องหมายอื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260630814927/en

Contacts

ผู้ติดต่อสำหรับสื่อ:
Jasmine Ee
ฝ่ายการสื่อสารระดับโลก
jasmine.ee@boomi.com

ที่มา: Boomi

NIPPON KINZOKU เปิดตัว “พื้นผิวสเตนเลสสตีลตกแต่งสำหรับการใช้งานภายนอก” แบบใหม่ รังสรรค์งานออกแบบเมทัลลิกที่หลากหลาย ตั้งแต่ความเงางามราวกับกระจกไปจนถึงสีดำสนิท

Logo

การส่งมอบประสิทธิภาพขั้นสุดท้ายตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัสดุเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม –

กรุงโตเกียว–(BUSINESS WIRE)–01 กรกฎาคม 2026

NIPPON KINZOKU CO., LTD. (สำนักงานใหญ่: เขตมินาโตะ กรุงโตเกียว; ประธานบริษัท: ยาสุชิ ชิโมคาวะ; TOKYO: 5491) ผู้ผลิตสเตนเลสสตีลรีดเย็นชั้นนำ ได้เปิดตัว “พื้นผิวสเตนเลสตกแต่งสำหรับการใช้งานภายนอก” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ในวันนี้ โดยแถบสเตนเลสสตีลรีดเย็นเกรดพรีเมียมเหล่านี้ซึ่งมีการนำไปใช้อย่างแพร่หลายในชิ้นส่วนคิ้วขอบยานยนต์และตู้ใส่อุปกรณ์โทรคมนาคมได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตสามารถลดขั้นตอนการประมวลผลหลังการผลิต เช่น การขัดเงาและการทาสี ออกไปได้ พร้อมทั้งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมาก

FB (สีดำเมทัลลิกเนื้อละเอียด): มอบเฉดสีดำเมทัลลิกที่ลุ่มลึกผ่านกระบวนการแทรกสอดและการดูดซับแสงของชั้นฟิล์มออกไซด์ที่โปร่งใสและบางเฉียบ นอกจากนี้ พื้นผิวยังผ่านกระบวนการเพิ่มความแข็งสูตรเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจถึงความทนทานต่อการกัดกร่อนและการสึกหรอได้อย่างยอดเยี่ยม M-FB (สีดำเมทัลลิกเนื้อด้าน): พื้นผิวเนื้อด้านของซีรีส์ FB ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดสำหรับพื้นผิวที่ลดการสะท้อนของแสงและเพิ่มความหรูหราที่เรียบง่ายอย่างมีระดับให้กับผลิตภัณฑ์ซีรีส์ FB BA5 (ผิวเงากระจก): พื้นผิว BA มาตรฐานของเรา ซึ่งใช้เทคโนโลยีอันเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะตัว ทำให้ได้ความเงางามที่เหนือกว่าการอบอ่อนแบบเงาทั่วไป PW (สีขาวประกายมุก): พื้นผิวกึ่งเงากึ่งด้านซึ่งออกแบบมาเพื่อความสวยงามในโทน “สีขาว” ที่ดูประณีต พร้อมมอบผิวสัมผัสที่ดูเรียบหรูและสุขุม มีให้เลือกหลายระดับ (PW3–PW10) เพื่อตอบสนองความต้องการความหยาบของพื้นผิวที่แตกต่างกัน

คุณลักษณะและประโยชน์ของผลิตภัณฑ์
“พื้นผิวสเตนเลสสตีลตกแต่งสำหรับการใช้งานภายนอก” ของ NIPPON KINZOKU มีตัวเลือกด้านความสวยงามที่หลากหลาย และนิยมนำไปใช้งานอย่างกว้างขวางกับชิ้นส่วนตกแต่งภายนอกของยานยนต์ รวมถึงเคสภายนอกของสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์พกพา
จุดแข็งของเราอยู่ที่กระบวนการผลิตอันต่อเนื่องแบบ “ม้วนต่อม้วน” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาอย่างประณีตผ่านความเชี่ยวชาญด้านการรีดเย็นมานานหลายทศวรรษ ทำให้เราสามารถส่งมอบงานออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวควบคู่ไปกับคุณภาพที่สม่ำเสมอด้วยประสิทธิภาพการผลิตในระดับสูง
เนื่องจากพื้นผิวตกแต่งได้รับการผสานเข้ากับเนื้อวัสดุโดยตรง ผลิตภัณฑ์ของเราจึงมีข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ดังนี้

  •  กระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน: ช่วยลดขั้นตอนการขัดเงา การพ่นสี และการปรับสภาพผิวขั้นที่สอง (เช่น การทำอโนไดซ์) ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากการผลิตสูงขึ้นและต้นทุนรวมลดลง
  •  ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ด้วยการปรับลดขั้นตอนในกระบวนการผลิต และในฐานะ “ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านระดับโลกสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050

รูปแบบหลากหลาย (กลุ่มผลิตภัณฑ์พื้นผิวตกแต่ง)
เรามีพื้นผิวตกแต่งพร้อมรองรับความต้องการในการใช้งานเฉพาะด้านและแนวคิดด้านการออกแบบดังต่อไปนี้
https://www.nipponkinzoku.co.jp/assets/images/2026/06/Surface-Finish-Lineup.png

นอกจากนี้ ยังมีพื้นผิวแบบมาตรฐาน 2D (ผ่านการอบอ่อนและการกัดกรด) และแบบ 2B (ผ่านการรีดปรับผิวเรียบ) ให้เลือกใช้ ทั้งนี้เรายังเสนอบริการปรับแต่งตามความต้องการโดยการผสมผสานพื้นผิวรูปแบบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างพื้นผิวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าโดยเฉพาะ

คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
https://www.nipponkinzoku.co.jp/assets/images/2026/06/20260701-En-Press-Release.pdf

เกี่ยวกับ NIPPON KINZOKU Group
มีการนำผลิตภัณฑ์ของเราไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่อุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูงไปจนถึงอุตสาหกรรมก่อสร้าง https://www.nipponkinzoku.co.jp/en/

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260630911420/en

Contacts

NIPPON KINZOKU CO., LTD.
แผนกกระบวนการผลิตและการสนับสนุน
https://www.nipponkinzoku.co.jp/en/inquiry

ที่มา: NIPPON KINZOKU CO., LTD.

Toshiba เปิดตัว Power MOSFET ชนิด N-Channel ขนาด 80V โดยใช้กระบวนการผลิตเจเนอเรชันล่าสุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI)

Logo

เมืองคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น–(BUSINESS WIRE)–30 มิถุนายน 2026

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation (“Toshiba”) เปิดตัว “ TPM1R408RH” Power MOSFET ชนิด N-Channel ขนาด 80V ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี U-MOS11-H ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตเจเนอเรชันล่าสุดของ Toshiba[1] MOSFET รุ่นนี้มุ่งเน้นการใช้งานในอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น แหล่งจ่ายไฟแบบสวิตช์โหมดสำหรับอุปกรณ์อุตสาหกรรมที่ใช้ในศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์และสถานีฐานระบบสื่อสารโทรคมนาคม โดยเริ่มจัดส่งสินค้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Toshiba: Power MOSFET ชนิด N-channel ขนาด 80V รุ่น “TPM1R408RH” ผลิตด้วยกระบวนการ U-MOS11-H ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเจเนอเรชันล่าสุดของ Toshiba

การเติบโตอย่างต่อเนื่องของการประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ส่งผลให้ความต้องการพลังงานไฟฟ้าในศูนย์ข้อมูลเพิ่มสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารก็ยิ่งทำให้ความต้องการแหล่งจ่ายไฟแบบสวิตช์โหมดมีความเข้มงวดมากขึ้น โดยต้องมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น มีขนาดที่เล็กลง (ความหนาแน่นของกำลังไฟฟ้าสูงขึ้น) และมีสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMI) ที่ต่ำลง เนื่องจากการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้พลังงานของระบบ การเกิดความร้อน และภาระของระบบทำความเย็น ดังนั้น การเลือกใช้สารกึ่งตัวนำกำลังที่มีคุณสมบัติช่วยลดทั้งการสูญเสียจากการนำกระแสไฟฟ้าและการสูญเสียจากการสลับสถานะอย่างสมดุลจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ระบบในภาพรวม ทั้งด้านการลดสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า การออกแบบระบบระบายความร้อน และความสะดวกในการติดตั้งอุปกรณ์

TPM1R408RH โดดเด่นด้วยโครงสร้างอุปกรณ์ที่ได้รับการปรับแต่งให้มีความเหมาะสม และสามารถทำค่าความต้านทานขณะเปิดได้ต่ำสุดถึง 1.4 มิลลิโอห์ม (ค่าสูงสุด)[2] ซึ่งต่ำลงประมาณ 26% เมื่อเทียบกับรุ่น “TPM1R908QM” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขนาด 80V ของ Toshiba ที่ผลิตด้วยกระบวนการ U-MOS X-H เจเนอเรชันก่อนหน้า นอกจากนี้ ยังปรับปรุงความสมดุลระหว่างค่าความต้านทานขณะเปิด (RDS(ON) ) และค่าประจุไฟฟ้าทั้งหมดที่เกต (Qg ) ส่งผลให้ดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพลดลงประมาณ 45%, RDS(ON) × Qg เมื่อเทียบกับรุ่น TPM1R908QM ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้แสดงถึงระดับการสูญเสียพลังงานที่ต่ำ[3] ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ TPM1R408RH ยังช่วยลดแรงดันกระชากที่เกิดขึ้นระหว่างเดรนและซอร์สขณะสลับสถานะ ทำให้สัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้าในแหล่งจ่ายไฟแบบสวิตช์โหมดลดลงได้เป็นอย่างดี ซึ่งโดยปกติแล้ว การขจัดสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้ามักจำเป็นต้องมีการแก้ไขงานในขั้นตอนท้าย ๆ ของการออกแบบระบบ แต่การยับยั้งแรงดันกระชากที่เกิดขึ้นจากตัวอุปกรณ์ตั้งแต่ต้นจะช่วยลดขั้นตอนการแก้ไขงานดังกล่าว อีกทั้งช่วยให้การออกแบบวงจรกรองสัญญาณและวงจรสนับเบอร์เป็นไปได้โดยง่ายและไม่ซับซ้อน

ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ใช้ตัวถังแบบ SOP Advance(E) ซึ่งช่วยลดค่าความต้านทานไฟฟ้าของตัวถังลงได้ประมาณ 65% และลดค่าความต้านทานความร้อนลงได้ประมาณ 15% เมื่อเทียบกับตัวถังแบบ SOP Advance(N) รุ่นปัจจุบันของ Toshiba ทั้งนี้ ตัวถังรุ่นใหม่นี้ช่วยสนับสนุนการออกแบบอุปกรณ์จ่ายไฟให้สามารถจ่ายกำลังไฟได้สูงขึ้นและมีขนาดที่กะทัดรัดยิ่งขึ้นด้วยการยับยั้งการเกิดความร้อนและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อน

Toshiba ยังมีเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการออกแบบวงจรสำหรับอุปกรณ์จ่ายไฟแบบสวิตช์โหมด โดยนอกเหนือจากโมเดล G0 SPICE ที่ใช้ตรวจสอบการทำงานของวงจรได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังมี โมเดล G2 SPICE ที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งสามารถจำลองคุณลักษณะสภาวะชั่วขณะได้อย่างเสมือนจริงพร้อมให้ใช้งานอีกด้วย นอกจากนี้ เครื่องมือจำลองวงจรออนไลน์บนเว็บไซต์ของ Toshiba ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบการทำงานของวงจรผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งสภาพแวดล้อมสำหรับการจำลองระบบหรือดาวน์โหลดโมเดลของอุปกรณ์ (เครื่องมือจำลองวงจรออนไลน์: ที่นี่ )

Toshiba จะยังคงเดินหน้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ Power MOSFET ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานของอุปกรณ์จ่ายไฟอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในอุปกรณ์อุตสาหกรรมต่อไป

หมายเหตุ:
[1] ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2026 อ้างอิงตามกระบวนการผลิต Power MOSFET แรงดันไฟฟ้าต่ำของ Toshiba
[2] VGS =10V, ID =50A, Ta =25°C
[3] การสำรวจข้อมูลของ Toshiba ณ เดือนมิถุนายน 2026

การนำไปใช้งาน

อุปกรณ์อุตสาหกรรม

  • แหล่งจ่ายไฟแบบสวิตช์โหมดสำหรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์และสถานีฐานระบบสื่อสารโทรคมนาคม

คุณสมบัติเด่น

  •  ค่าความต้านทานขณะเปิดต่ำ: RDS(ON) =1.4 มิลลิโอห์ม (ค่าสูงสุด) (VGS =10V, ID =50A, Ta =25°C)
  •  ค่าความต้านทานขณะเปิด × ค่าประจุไฟฟ้าทั้งหมดที่เกต: RDS(ON) ×Qg = 1.4 มิลลิโอห์ม × 80 นาโนคูลอมบ์ = 112 มิลลิโอห์ม・นาโนคูลอมบ์ (ซึ่งต่ำลงประมาณ 45% เมื่อเทียบกับรุ่น TPM1R908QM ที่มีค่าเท่ากับ 1.9 มิลลิโอห์ม × 108 นาโนคูลอมบ์ = 205.2 มิลลิโอห์ม・นาโนคูลอมบ์)
  • การเลือกใช้ตัวถังแบบ SOP Advance(E) ที่มีความต้านทานไฟฟ้าของตัวถังต่ำ และมีความต้านทานความร้อนต่ำ

ข้อมูลจำเพาะหลัก

 (นอกจากจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น, Ta =25°C)

รหัสสินค้า

 TPM1R408RH

ขีดจำกัดสูงสุดที่ยอมรับได้

 แรงดันไฟฟ้าระหว่างเดรนและซอร์ส VDSS (V)

80

 กระแสไฟฟ้าที่เดรน (DC) ID (A)

 Tc =25°C

288

 อุณหภูมิของแชนเนล Tch (°C)

175

คุณลักษณะทางไฟฟ้า

 ความต้านทานขณะนำกระแสระหว่างเดรนและซอร์ส RDS(ON) (mΩ)

 VGS =10V

ค่าสูงสุด

1.4

 VGS =8V

ค่าสูงสุด

1.7

 ค่าประจุไฟฟ้าทั้งหมดที่เกต Qg (nC)

 VGS =10V

ค่าปกติ

80

 ค่าประจุไฟฟ้าการสวิตช์ที่เกต Qsw (nC)

ค่าปกติ

23

 ค่าประจุไฟฟ้าเอาท์พุต Qoss (nC)

ค่าปกติ

161

 เวลาในการฟื้นตัวย้อนกลับ trr (ns)

ค่าปกติ

74

 ค่าประจุไฟฟ้าในการฟื้นตัวย้อนกลับ Qrr (nC)

ค่าปกติ

115

ตัวถัง

ชื่อ

 SOP Advance(E)

ขนาด (มม.)

ค่าปกติ

4.9×6.1×1.0

การดูตัวอย่างสินค้าและความพร้อมจัดส่ง

 สั่งซื้อออนไลน์

คลิกที่ลิงก์ด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่นี้
TPM1R408RH

คลิกที่ลิงก์ด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MOSFET ของ Toshiba
MOSFET

คุณสามารถตรวจสอบความพร้อมให้บริการผลิตภัณฑ์ใหม่นี้กับตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ได้ที่:
TPM1R408RH
สั่งซื้อออนไลน์

* ชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อบริการ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทรายนั้น ๆ
* ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ รวมถึงราคาสินค้า ข้อมูลจำเพาะ เนื้อหาการบริการ และข้อมูลการติดต่อ เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ณ วันที่ออกประกาศนี้ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เกี่ยวกับ Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation ซัพพลายเออร์ชั้นนำด้านโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์และการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง ใช้ประสบการณ์และนวัตกรรมมากกว่าครึ่งศตวรรษเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์แบบแยกส่วน ระบบ LSI และผลิตภัณฑ์ HDD ที่โดดเด่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ

โดยพนักงานกว่า 17,400 คนทั่วโลกของบริษัทยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ให้สูงสุด และส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในการร่วมสร้างมูลค่าและตลาดใหม่ๆ โดยบริษัทยังมุ่งหวังที่จะร่วมสร้างและสนับสนุนอนาคตที่ดีกว่าสำหรับผู้คนในทุกๆ ที่

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://toshiba.semicon-storage.com/ap-en/top.html

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260629095995/en

Contacts

ช่องทางสอบถามข้อมูลสำหรับลูกค้า:
แผนกการขายและการตลาดอุปกรณ์กำลังและสัญญาณขนาดเล็ก
โทร: +81-44-548-2216
ติดต่อเรา

ช่องทางสอบถามข้อมูลสำหรับสื่อ:
ซี. นางาซาวา
แผนกสื่อสารองค์กรและข่าวกรองการตลาด
Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation
semicon-NR-mailbox@ml.toshiba.co.jp

ที่มา: Toshiba Electronic Devices & Storage Corporation

STARTO ENTERTAINMENT เปิดตัวบริการจดหมายข่าว “STARTO NEWS ARCHIVES”

Logo

— บริการใหม่นี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับดาราและศิลปินในหลายภาษา ผ่านการสมัครสมาชิกฟรี และการอัปเดตเป็นประจำทางอีเมล, Facebook และ LINE —

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)–01 กรกฎาคม 2026

บริษัทเอเจนซี่จัดหานักแสดง STARTO ENTERTAINMENT, Inc. ของญี่ปุ่น ได้เปิดตัว “STARTO NEWS ARCHIVES” ที่เป็นบริการจดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์ฟรีสำหรับแฟนๆ ทั่วเอเชียและประเทศอื่นๆ โดยมีข้อมูลและข่าวสารอัปเดตในภาษาจีนดั้งเดิม ไทย เกาหลี และอังกฤษ

<img alt="โลโก้บริการ" src=" mms.thaibusinessnews.com/media/2026/img//2026070124972-24972/54558690_STARTO_ENTERTAINMENT_5875539cimg_608931_1.jpg” />

โลโก้บริการ

นอกเหนือจากรายละเอียดเกี่ยวกับผลงานใหม่ มิวสิกวิดีโอ และสื่อสตรีมมิ่งอื่นๆ ที่สามารถรับชมได้ทั่วโลกแล้ว ยังจะเน้นไปที่เนื้อหาที่แฟนๆ ในต่างประเทศสามารถรับชมได้ด้วยตนเอง เช่น คอนเสิร์ตในท้องถิ่น และกิจกรรมสดต่างๆ ที่จัดโดยศิลปินชื่อดังของบริษัท บทความทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งมีจดหมายข่าวที่ครอบคลุมส่งทางอีเมล และการอัปเดตเพิ่มเติมผ่านทาง Facebook และ LINE

STARTO NEWS ARCHIVES (ภาษาจีนดั้งเดิม / ภาษาไทย / ภาษาเกาหลี / ภาษาอังกฤษ)
เว็บไซต์: https://starto-news.com
Facebook: https://www.facebook.com/startonewsarchivesthailand

ผู้ที่ลงทะเบียนใช้บริการจะมีโอกาสติดตามการแจ้งเตือนสำหรับศิลปินที่ชื่นชอบ ได้รับฟีดข่าวที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นและประสบการณ์ไร้พรมแดนสำหรับแฟนเพลงเจป็อปทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเพจ Facebook ในชื่อ “STARTO News Archives (เมืองไทย)” และบัญชี LINE ทางการในชื่อ “STARTO NEWS (ไทย)” เพื่อนำเสนอข้อมูลอัปเดตอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับเว็บไซต์หลัก

ข้อมูลบริษัท

ชื่อบริษัท: STARTO ENTERTAINMENT, Inc. (บริษัทสัญชาติญี่ปุ่น)

ลักษณะธุรกิจ: บริหารจัดการศิลปินและดารา การผลิตจัดการสื่อบันเทิงทั่วไป

เวปไซต์บริษัท
https://starto.jp/?lang=en

*ห้ามทำซ้ำหรือนำเนื้อหาในเอกสารนี้ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใดๆ นอกเหนือจากการประชาสัมพันธ์*

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

สำหรับคำถามและการสอบถามจากสื่อ
STARTO ENTERTAINMENT, Inc. สำนักงาน COO
อีเมล: inquiry@starto-news.com
ผู้ติดต่อหลัก: Shimoura (Mr.), Hayashi (Ms.)

ที่มา: STARTO ENTERTAINMENT, Inc.

Medisca ก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ภายใต้การนำของ ผู้ก่อตั้ง Antonio Dos Santos

Logo

Medisca ประกาศในวันนี้ว่า Antonio Dos Santos ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ได้กลับมารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารอีกครั้ง ในขณะที่บริษัทกำลังก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่แห่งการเติบโต

มอนทรีออล–(BUSINESS WIRE)–29 มิถุนายน 2026

ตลอดระยะเวลากว่า 35 ปีที่ผ่านมา Dos Santos ได้มีส่วนช่วยในการพัฒนา Medisca ให้เป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิตยาตามสั่ง โดยในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เขาจะนำพาบริษัทไปสู่กลยุทธ์ระยะยาว โดยมุ่งเน้นที่การขยายขอบเขตการดำเนินงานไปทั่วโลก การลงทุนในด้านการเติบโตใหม่ๆ การเสริมสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ การศึกษา และความเชี่ยวชาญที่บุคลากรทางการแพทย์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง

เมื่อผมก่อตั้ง Medisca วิสัยทัศน์ของผมคือการยกระดับมาตรฐานการผลิตยาตามสั่งโดยนำคุณภาพระดับเภสัชกรรมมาสู่อุตสาหกรรม และให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงผลิตภัณฑ์ ความรู้ และนวัตกรรมที่พวกเขาต้องการเพื่อการดูแลผู้ป่วยที่ดีขึ้น กล่าวโดย Antonio Dos Santos ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Medisca เป้าหมายนั้นยังคงเป็นแนวทางให้เรา ในขณะที่เราเริ่มต้นบทบาทใหม่นี้ เราจะยังคงลงทุนในบุคลากรของเรา พันธมิตรของเรา และนวัตกรรมที่จะช่วยกำหนดอนาคตของ Medisca และอุตสาหกรรมการผลิตยาตามสั่ง

Dos Santos จะยังคงทำงานร่วมกับรองประธาน Maria Zaccardo และทีมผู้บริหารระดับสูงของ Medisca เพื่อเป็นผู้นำทิศทางเชิงกลยุทธ์ของบริษัท ในขณะที่ Medisca ยังคงขยายธุรกิจไปทั่วโลกและลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว

ตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษ Medisca เติบโตขึ้นโดยยึดมั่นในเป้าหมายของตนควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของบุคลากรทางการแพทย์” กล่าวโดย Maria Zaccardo รองประธานของ Medisca “เมื่อมองไปข้างหน้า เรายังคงมุ่งเน้นที่การสนับสนุนลูกค้า การลงทุนในบุคลากร และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ Medisca เพื่ออนาคตอย่างต่อเนื่อง”

ในส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านด้านผู้นำนี้ Sanjay Goorachurn ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยทาง Medisca ได้ขอบคุณ Sanjay สำหรับความทุ่มเทและการมีส่วนร่วมต่อองค์กร และอวยพรให้เขาประสบความสำเร็จต่อไป

ในขณะที่ Medisca ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับโลก บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสุขภาพที่ดีแบบเฉพาะบุคคลสำหรับทุกคน โดยการขยายผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี การศึกษา และความเชี่ยวชาญที่ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพสามารถดูแลผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้นทั่วโลก

เกี่ยวกับ Medisca

Medisca ก่อตั้งขึ้นในปี 1989 เป็นผู้นำด้านการแพทย์เฉพาะบุคคลและโซลูชันห่วงโซ่อุปทานยา โดยมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 2,000 รายการ พร้อมด้วยคลังสูตรยาเฉพาะบุคคลและสูตรยาที่ปรับแต่งเองมากกว่า 10,000 สูตร ความเชี่ยวชาญและบริการด้านการปรุงยา การศึกษาด้านการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง และการทดสอบวิเคราะห์ โดย Medisca นำเสนอโซลูชันที่ปรับแต่งอย่างละเอียดสำหรับภาคส่วนด้านสุขภาพที่หลากหลายในหลายตลาดทั่วโลก โดยมุ่งมั่นในการเชื่อมช่องว่างในด้านการดูแลสุขภาพและส่งเสริมสุขภาพเฉพาะบุคคลสำหรับทุกคน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.Medisca.com และติดตามเราได้ทาง LinkedIn, Facebook และ YouTube

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

Contacts

Medisca Communications
communications@medisca.com
1-800-665-6334

ที่มา: Medisca

Premier Jumping League (PJL) & McCarthy Jumping Team ประกาศการซื้อครั้งสำคัญ

Logo

การเข้าซื้อทีมด้วยมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ McCarthy Jumping Team จึงกลายเป็นกลุ่มเจ้าของทีม PJL กลุ่มแรก

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าของนักลงทุนในอนาคตของการแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางระดับมืออาชีพ โดยเฉพาะฤดูกาลเปิดตัวในปี 2027 ที่หลายคนตั้งตารอ ซึ่งจะมีทีมเข้าร่วมแข่งขัน 16 ทีม ใน 14 รายการระดับนานาชาติ

นิวยอร์ก–(BUSINESS WIRE)–29 มิถุนายน 2026

Premier Jumping League (PJL) ประกาศในวันนี้ว่า Jason McCarthy ซึ่งเป็นทั้งนักลงทุน นักค้าหุ้น และนักแข่งรถมืออาชีพมากประสบการณ์ พร้อมด้วยบริษัท McCarthy Jumping League LLC ได้เข้าซื้อทีมแรกของ PJL ด้วยมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จที่กำลังเติบโตของลีกการแข่งขันการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางระดับมืออาชีพที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงนี้

The Premier Jumping League (PJL), photographed by Daniel Benson.

Premier Jumping League (PJL) ถ่ายภาพโดย Daniel Benson

การลงทุนครั้งสำคัญนี้แสดงถึงมูลค่าซึ่งหาที่เปรียบไม่ได้สำหรับทีมในการแข่งขันกีฬาประเภทใหม่ และตอกย้ำความเชื่อมั่นที่นักลงทุนรายใหญ่มีต่อ PJL

ฤดูกาลแรกของ PJL มีกำหนดเริ่มต้นในเดือนเมษายน 2027

McCarthy นำประสบการณ์ด้านการลงทุนและการซื้อขายที่กว้างขวางมาสู่การแข่งขันลีก McCarthy ดำรงตำแหน่งผู้นำในภาคการเงินมาตลอดอาชีพการงาน จบการศึกษาจาก MIT เป็นผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของบริษัทซื้อขายหลักทรัพย์ที่ดำเนินงานในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศที่หลากหลาย McCarthy และ Newsha ภรรยา และ Natalia ลูกสาว ต่างมีความหลงใหลในม้าอย่างมาก โดยเป็นเจ้าของฟาร์มม้าใน Watermill, NY และ Wellington, FL Natalia เป็นนักขี่ม้าเยาวชนที่ใฝ่ฝันที่จะเข้าแข่งขันการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางในระดับสูงสุดในอนาคต

การเข้าซื้อกิจการของ McCarthy Jumping Team สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและมุ่งมั่นในเงินรางวัล 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก McCourt Global รวมถึงวิสัยทัศน์ระยะยาว รูปแบบธุรกิจ และความมั่นคงทางการเงินของ PJL พร้อมกันนี้ PJL กำลังสร้างตัวเองให้เป็นทรัพย์สินด้านกีฬาที่น่าลงทุน โดยมีเส้นทางที่ชัดเจนสู่การเพิ่มมูลค่า ด้วยการมุ่งเน้นอย่างมีวินัยในการขยายศักยภาพเชิงพาณิชย์ของการแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง

McCarthy กล่าวถึงการลงทุนครั้งนี้ว่า “เช่นเดียวกับ Frank McCourt การเดินทางของครอบครัวเราเข้าสู่กีฬานี้เริ่มต้นจาก Newsha ภรรยาของผม ผู้ซึ่งมีความรักในม้ามาตลอดชีวิต ได้นำพาเราเข้าสู่โลกแห่งการขี่ม้าเป็นครั้งแรก ด้วยความหลงใหลของเธอ เราจึงกลายเป็นแฟนของการแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางและพัฒนาความชื่นชมอย่างลึกซึ้งต่อความสัมพันธ์อันพิเศษระหว่างม้าและผู้ขี่

เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งในวิสัยทัศน์ของ PJL ซึ่งเป็นลีกที่มุ่งมั่นในมาตรฐานทางจริยธรรมสูงสุด มีคุณธรรม พร้อมผลการแข่งขันระดับยอดเยี่ยม โดยมีรูปแบบธุรกิจที่ยั่งยืนเป็นรากฐาน ซึ่งดึงดูดนักกีฬาที่ดีที่สุดจากทั่วโลกและมอบประสบการณ์ให้กับแฟนๆ เทียบเท่ากับการแข่งขันกีฬาระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

เรามองเห็นศักยภาพมหาศาลของกีฬาชนิดนี้ที่จะสามารถขยายฐานผู้ชมไปทั่วโลก ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงรักษาคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ของกีฬาชนิดนี้ไว้ เรามั่นใจว่า PJL จะช่วยให้ศักยภาพนั้นเป็นจริงและขับเคลื่อนการเติบโตที่มีความหมายให้กับกีฬาที่เราหลงรัก”

Frank McCourt ประธานกรรมการบริหารของ McCourt Global กล่าวเสริมว่า “การลงทุนครั้งนี้เป็นการยืนยันอย่างแน่วแน่ถึงวิสัยทัศน์ของ PJL และศักยภาพในอนาคตของการแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง ตั้งแต่เริ่มต้น เรามีความมุ่งมั่นที่จะดึงดูดเงินทุนใหม่และโอกาสในการเติบโตใหม่ ๆ ให้กับกีฬาชนิดนี้ Jason และครอบครัวของเขาเป็นตัวแทนของค่านิยมและจริยธรรมที่เรามุ่งมั่นที่จะรักษาไว้ในลีก และเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ McCarthy Jumping Team ในฐานะที่เป็นกลุ่มเจ้าของกลุ่มแรกของ PJL”

เกี่ยวกับ Premier Jumping League (PJL)

PJL คือการแข่งขันระดับโลกที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ โดยมีทีมเข้าร่วม 16 ทีม และเป็นการกำหนดนิยามใหม่ของยุคสมัยแห่งการแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง

ด้วยการสนับสนุนจาก McCourt Global และประธานบริหาร Frank McCourt รวมถึงการร่วมมือจากผู้นำในวงการกีฬาขี่ม้า การแข่งขันระดับนานาชาติ และความบันเทิง PJL จึงสามารถรวบรวมนักขี่ม้าและม้าชั้นนำของโลกมาเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อชิงเงินรางวัลที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการนี้ (เงินรางวัลรับประกัน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสามปีแรก) ณ สถานที่จัดการแข่งขันอันโด่งดัง 14 แห่งในอเมริกาเหนือ ยุโรป และตะวันออกกลาง

ลีก PJL ได้รับการออกแบบมาเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมกลุ่มใหม่ได้สัมผัสกับกีฬาชนิดนี้ไปพร้อมๆ กับการเคารพในมรดกของกีฬา โดยผสมผสานสมรรถนะทางกีฬาที่ยอดเยี่ยมเข้ากับความบันเทิงระดับพรีเมียม ซึ่งได้รับการเสริมความแข็งแกร่งด้วยความร่วมมือระหว่างลีกกับ Box to Box Films (บริษัทผู้ผลิตเบื้องหลังรายการ ‘Drive to Survive’ ของ F1) และได้รับการสนับสนุนโดยใช้รูปแบบการออกอากาศแบบฟรี

เทคโนโลยีล้ำสมัย ความโปร่งใสอย่างแท้จริง และรูปแบบทีมที่สร้างสรรค์ ช่วยเพิ่มความตื่นเต้น ความเข้มข้น และการแข่งขันที่ดุเดือด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกีฬาระดับสูง ปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดกีฬาและความบันเทิงระดับโลกต้องการ โดยไม่ลดทอนคุณค่าหลักของกีฬาชนิดนี้

PJL มีความโดดเด่นด้วยความมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานสูงสุดด้านสวัสดิภาพของม้าและผู้ขี่

PJL ยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับ FEI ในขณะที่ลีกดำเนินการตามกระบวนการอนุมัติเป็น Series ซึ่งคาดว่าจะมีการตัดสินใจในเร็วๆ นี้

เกี่ยวกับ McCarthy Jumping Team

McCarthy Jumping Team เป็นบริษัทเอกชนที่อยู่ภายใต้การดูแลของ McCarthy Family Office ซึ่งทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ให้แก่ครอบครัว McCarthy

เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย

สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260629512997/en

Contacts

Kelly Hogarth | pressoffice@pjl.com | [+44 777 269 7805]
ติดตาม PJL:
เว็บไซต์: www.pjl.com
Substack: @thepjl
Instagram: @the_pjl_official

ที่มา: Premier Jumping League

The Bangkok Reporter